…หลังจากที่พาชมสตูดิโอกันไปแล้วในบทความนี้ คราวนี้เราจะมาพูดคุยกันถึงรายละเอียด(คร่าว)เกี่ยวกับการทำงานอนิเมชั่นของ ทีนี่กันบ้างก่อนอื่นก็ขอแนะนำวิทยากรของเรา ฟูจิวาระซัง Chief Animator ที่พาเราดูรอบๆ(ห้อง) ในบทความที่แล้วนั่นเอง
**คำเตือน** บทความนี้ประกอบด้วยภาพผลงาน ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของ Digicraft ทางAkibatan จึงขอความร่วมมือ ไม่นำภาพผลงานต่างๆ รวมถึงภาพถ่ายต้นฉบับ ไปแปะที่อื่นนะครับ
(แปะให้ดูกันอีกที เผื่อใครจะลืมไปแล้ว)
…เริ่มแรกเลย ฟูจิวาระซังได้อธิบายงานหลักๆของแผนกนี้ก่อน โดยที่งานที่ทางญี่ปุ่นมาจ้างให้ทำนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นงานทำ Inbetween และ Key frame คงต้องอธิบายกันสักนิด ว่ามันคืออะไรกันแน่ อย่างที่รู้ๆกัน ว่าอนิเมชั่นนั้นคือการนำภาพนิ่งมาฉายต่อเนื่องกัน โดยที่ไม่ใช่ว่าเราอยากจะวาดอะไรก็วาด เพื่อให้อนิเมชั่นที่ได้นั้น มีความลื่นไหล เราต้องใช้ key เพื่อกำหนดว่าตัวละครจะต้องทำท่าอะไรบ้าง และระหว่าง keyหนึ่ง ไปอีก keyหนึ่งนั้น จะต้องประกอบด้วยภาพต่างๆ เรียกว่า Inbetween นั่นเอง
รูปตัวอย่างจาก google จ้า
ฟูจิวาระซัง :งานจะเริ่มจากทางบริษัทในญี่ปุ่นจะส่ง Story Board เป็นตอนๆในแต่ละอาทิตย์มาให้และทางนี้ ก็จะนำฉากหนึ่งในสตอรี่บอร์ดนั้นออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหว ซึ่งต้องวาดกันด้วยมือล้วนๆลงบนกระดาษเป็นแผ่นๆกันเลยทีเดียว โดยที่ บางงานทางญี่ปุ่นก็จะส่งภาพ key frame ที่เสร็จแล้วมาให้ แล้วให้ทางนี้ทำ Inbetween หรือบางงานนั้น มาแต่ Storyboard แล้วให้ทางนี้วาด Key frame เอง ถ้าพลาดนิดนึงล่ะก็ บอกได้เลยว่า “งานเข้า”
Storyboard ที่ว่า
ทีมที่ทำ Key frame (เนื่องด้วยข้อกำหนดด้านลิขสิทธิ์ จึงไม่สามารถถ่ายรูปงานได้) ….
ฟูจิวาระซัง :พอได้ key มาก็จะเริ่มการทำ in between หรือการทำภาพเคลื่อนไหวนั่นเอง ซึ่งในส่วนนี้จะนำภาพจากkey มาวาดให้ขยับไปเป็นเฟรมๆ โดยจะแบ่งองค์ประกอบของภาพเป็น layer เช่น background,ปาก ,ตา,และส่วนอื่นๆที่อยากจะให้ขยับ เนื่องจากเป็นส่วนที่ต้องใช้ความละเอียดสูงทางทีมงานก็จะค่อยๆวาดกันอย่าง ปราณีต บางคนต้องใช้สมาธิอย่างหนักจนต้องหาตัวช่วยคือการสวมหูฟังขณะทำงาน หรือไม่ก็บางคนจะมีหิ้งฟิกเกอร์ไว้บูชาเป็นกำลังใจให้บนหัวโต๊ะ
ทางนี้กำลังทำ Inbetween ของ effect อะไรสักอย่างอยู่ (และฟิกเกอร์บูชา)
ฟูจิวาระซัง : การทำอนิเมชั่นต้องใช้สมาธิอย่างมาก จึงไม่อณุญาตให้ใช้เสียงดัง ใครจะฟังเพลงต้องใส่หูฟังกันเอาเอง
Akibatan02 : อ๊ะ…..กันพลา!!
Akibatan01 : Strike-E “IWSP” แบบ Mastergrade นี่นา
ฟูจิวาระซัง : ส่วนเรื่องการวาด Key เนี่ย มันจะยากตรงที่ ตัว Storyboard เนี่ยญี่ปุ่นเขาจะส่งภาพร่างคร่าวๆเป็นเส้นขยุกขยุยมาให้พอรู้เรื่องว่าตัวละคร นี้กำลังทำอะไรอยู่เท่านั้นเอง พร้อมกับภาพตัวอย่างตัวละครในอิริยาบทต่างๆ เราต้องวาดให้ตัวละครนั้นเป็นตัวละครเดียวกับแบบที่ส่งมาไม่ผิดเพี้ยน ไม่งั้นถ้า key เพี้ยนงานก็จะเสียไปหมด นับว่ากดดันไม่ใช่เล่น
ภาพตัวอย่างของตัวละคร ที่เราต้องเอามาวาดใหม่ให้ทำท่าทางตาม storyboard
ภาพเหล่านี้เป็นต้นฉบับที่ทางญี่ปุ่นส่งมา ส่วนงาน Inbetween ที่ทางนี้ ทำ ตอนนี้อยู่ที่ญี่ปุ่นหมดแล้ว
ระหว่างที่คุยกัน ฟูจิวาระซัง ก็นำต้นฉบับมาให้ดูอีกหลายเรื่อง (แต่เรานำมาให้ชมกันเฉพาะ “ที่สามารถเปิดเผยได้” เท่านั้น) จากนั้นฟูจิวาระซัง ก็นำซองเอกสารเก่าๆมาให้พวกเราดู นั่นคือ……
แผ่น cell !! ซึ่งเป็นงานอนิเมชั่นแบบเก่า อายุกว่า10ปี!!! แผ่น cell ที่ว่านี่มีลักษณะเป็นแผ่นใส วางซ้อนๆกัน โดยที่เราจะวาดและลงสีกันบนแผ่นใสเลย ถ้าพลาดนิดเดียวล่ะก็ วาดใหม่-ลงสีใหม่กันเลย
ตัวอย่างงานที่เกิดจากการนำแผ่น cell หลายๆแผ่นมาวางซ้อนกัน ประกอบด้วยแผ่นรูปมือ แผ่นรูปตัวละคร และแผ่นแบคกราว
หลังจากที่ชมงานกันอย่างจุใจแล้ว (แต่ถ่ายรูปมาได้ไม่จุใจเลย <Akibatan staff ที่ไม่ได้ไปด้วย กล่าว>) ก็ขออณุญาตสัมภาษณ์ฟูจิวาระซังกันในประเด็นต่างๆที่น่าสนใจ
Akibatan01 : อยากจะทราบว่าผลงานที่ผ่านมามีอะไรบ้างครับ?
ฟูจิวาระซัง : เท่าที่จำได้นะครับ ก็มี…..
- Super Doll Rika Chan
- Anpanman (ทีวีซีรีย์ และ เดอะมูฟวี่)
- Denno Coil
- Genshiken 2
- Himawaki
- Kotetsushin Jeeg
- Daikumaryu Gaiking
- Golgo 13(remake)
- Denno Coil
- Himawari
- Voltom(remake)
- Shin Mazinger Shogeki!Z-Hen
ส่วนอนิเมชั่นฝั่งอเมริกาก็มี
- Superobot monkey (Cartoon network)
- Teen Avenger
- DR. Strange
แล้วก็ยังมีอนิเมะที่กำลังจะมีการทำในเร็วๆนี้ก็
- UFO Robo Grendizer (ซึ่งทางทีมสตูดิโอยังไม่สามารถเปิดเผยผลงานต่อสาธารณชนได้ แต่ทีมงาน Akibatan ของเราได้เห็นมาเต็มๆตาแล้ว ขอบอกว่า อลังการงานสร้างมากในเรื่อง mechanic design อีกทั้งเจ้า ดุ๊ก ฟรีด พระเอกของเหล่าก็อัพความหล่อเพิ่มขึ้นไปเป็นร้อยเท่าเลยทีเดียว จริงๆนะ!!! <Akibatan02 คอนเฟิร์ม>)
- All Go! (อนิเมะแนวสาวน้อย(แนวโมเอะ!!)เรื่องใหม่ที่เตรียมจะทำในเร็วๆนี้ ซึ่งเรื่องนี้ทีมงาน Akibatan ยังไม่เคยเห็นมาก่อนเลย =[]=’ แถมนางเอกของเราดูเหมือนจะเป็นสาวเอ๋อซะด้วยสิ หุๆ)
Akibatan01 : นี่แค่”ที่จำได้”นะเนี่ย =[]=’ แล้วที่ทำงานมานี่มีปัญหาอะไรบ้างไหมครับ?
ฟูจิวาระซัง : เรื่องเวลาครับ โดยเฉพาะพวกทีวีซีรีย์ ที่มีเดดไลน์สั้นมากๆ ทั้งยังต้องเผื่อเวลาสำหรับรับงาน บินมาจากญี่ปุ่น และบินกลับด้วยส่วนเรื่องคุณภาพนี่ เราได้รับคำชมอยู่บ่อยๆ ว่างานเรียบร้อย ละเอียดมาก อย่างมีอยู่ฉากนึง ที่เป็นฉากวัด โดนลูกตุ้มยักษ์ตกใส่ เราลงรายละเอียดนับกระเบื้องแผ่นต่อแผ่นเลย
โดยทั่วไปแล้ว งานทีวีซีรีย์นี่ไม่เท่าไหร่ แต่พวกงาน OVA หรือเดอะมูฟวี่นี่ เขา(ลูกค้าญี่ปุ่น)จะละเอียดมาก ความสูงตัวละคร, เปอร์, ขนาดวัตถุไรงี้ จะพลาดไม่ได้
อ้อ ผมเคยไปดูสตูดิโอของจีน ที่นั่นเขาไม่น่าจะเรียกว่าสตูดิโอนะ เรียกว่าโรงงานเลยดีกว่า อนิเมเตอร์นั่งเรียงกันเยอะมากๆทำให้งานเขาเสร็จเร็วมากๆ และค่าแรงก็ถูกกว่าบ้านเรา แต่ลูกค้า(ญี่ปุ่น) ก็เคยมาเล่าให้ฟัง ว่าของจีนคุณภาพไม่ค่อยคงที่เท่าไหร่นะคงเพราะคนเขาเยอะ การควบคุมก็ทำได้ไม่ทั่วถึง
Akibatan02 : ที่เคยเห็นอนิเมะบางเรื่องหน้าเบี้ยวๆ เผาๆ นี่สงสัยมาจากจีน (ฮา)
Akibatan01 : แล้วถ้ามีน้องๆอยากจะมาสมัครงานล่ะครับ ต้องมีคุณสมบัติอะไรเป็นพิเศษไหมครับ?
ฟูจิวาระซัง : เรื่องเรียนนี่จบอะไรมาก็ได้ครับ บางคนที่นี่ก็ไม่ได้จบคณะที่เกี่ยวกับพวกศิลปะมาเลย บางคนก็เรียนไม่จบก็มีครับ เพราะมาทำงานที่นี่ คุณต้องศึกษางานใหม่ทั้งหมด ต้องฝึกการวาดลายเส้นใหม่ ให้เข้ากับงานที่เรารับมา แต่พื้นฐานแล้วต้องวาดรูปเป็นครับ ที่สำคัญ ต้องอึด ต้องอดทน เพราะบางทีทำงานกันหามรุ่งหามค่ำกันเลยครับ ก็มีบ้างที่อยู่ไม่ไหวลาออกไป เราก็เข้าใจครับ และนอกจากนี้ต้องใจรักจริงๆ ถึงจะอยู่กันได้ยาวครับ
ก็ได้มาคร่าวๆ กับข้อมูลเบื้องหลังงานอนิเมชั่นที่หลายๆคนอยากจะมาสัมผัส ก็อาจจะเป็นแนวทางในการเตรียมตัวเข้าสู่สายงานนี้ สำหรับใครที่พร้อมจะลุย ก็สามารถไปนัดสัมภาษณ์งานที่บริษัทได้เลยครับ
(รายละเอียดของบริษัท สามารถไปดูได้ที่นี่ครับ http://www.digicrafts.com)
.
**คำเตือน(อีกรอบ)** บทความนี้ประกอบด้วยภาพผลงาน ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของ Digicraft ทางAkibatan จึงขอความร่วมมือ ไม่นำภาพผลงานต่างๆ รวมถึงภาพถ่ายต้นฉบับ ไปแปะที่อื่นนะครับ
ใครที่พลาดตอนที่แล้ว กด link ได้เลยครับ










































สุดยอดมากครับ เรื่องแผ่น cell นี่เห็นแล้วขนลุกจริงๆฝีมือคนล้วนๆ
By KaMaNrIdA on June 13, 2009 on 3:21 pm
เงินเดือนจะเท่าไรหน่อ
By tonkung on June 13, 2009 on 3:34 pm
ขอบคุณที่นำมาให้ดูขอรับ เยี่ยมมากๆเลยล่ะ
By mika-chai on June 13, 2009 on 4:02 pm
โอ๊ว!! แผ่น Cell ตอนผมเรียนก็ เคยลองใช้นะ
แต่เวลาลงสี เนี่ย สิ ยังไม่เคย เลย อยากลอง!!!
By Akami on June 13, 2009 on 4:03 pm
สมัยนี้เขาก็ยังลงสีกันในแผ่นใสเหรอเนี้ย = =”
นึกว่าลงสีกันในคอมกันหมดแล้ว ….
แล้วอย่างนี้ส่วนมากเขาใช้สีอะไรในการลงนะครับ?
By Anonymous on June 13, 2009 on 4:59 pm
แค่เบื่องหลังก็ ซิ้ดแล้วว่ากว่าจะได้แต่ละแฟรมนั้นยากเย็น =w=
By Bangiras on June 13, 2009 on 5:46 pm
ทำ Denno Coil ด้วยเหรอ! สุดยอดไปเลยนะนั่น
By Merlinz on June 13, 2009 on 9:46 pm
สมัยนี้เขาก็ยังลงสีกันในแผ่นใสเหรอเนี้ย = =”
นึกว่าลงสีกันในคอมกันหมดแล้ว ….
แล้วอย่างนี้ส่วนมากเขาใช้สีอะไรในการลงนะครับ?
By Anonymous
ู
^
^
^
ในรูปนั่นคือของแรร์อายุมากกว่า10ปีครับผม
ลงสีด้วยสีอะคลิลิคครับ
By pillow on June 13, 2009 on 11:42 pm
โหหหหห~~~ ต้นฉบับได้ฟิลมาก !
By Cowboy VI on June 14, 2009 on 12:10 am
สุดยอด ทั้งสตูดิโอดิจิคราฟทั้ง Akibatan เลย ขอบคุณที่นำมาให้ชมกันครับ (^0^)b กู๊ดจ๊อบ!!!!
By sphasuta on June 14, 2009 on 9:28 pm
Dennou Coil <<< ตกตัว u น่อ สะกดแบบนี้นะฮะ
By Anonymous on June 14, 2009 on 9:29 pm
ใจรักจริงๆหรือว่าต้องตามใจ** สร้างภาพซะไม่มี
By สนทร on July 6, 2009 on 11:25 pm
นึกว่าเดวนี้เค้าใช้คอมแล้วเหมือนกัน
แต่ว่าทำออกมาสวยมากๆ เจ๋งดี
อยากให้การ์ตูนของคนไทยรุ่งๆมั่งจัง
By RHODON on July 16, 2009 on 1:06 am
ขอเพิ่มเติมและแก้ไขนิดหน่อยนะครับ
-เรื่องซูเปอร์ดอล ริกะจัง ที่บริษัทฯ ไม่ได้ทำนะครับ คืองานที่เป็นแผ่นเซลที่นำมาให้ดูนั่นแหละครับ
-ฮิมาวาริ ครับผม ไม่ใช่ ฮิมาวากิ
-ไดคุมาริว ไกคิง อันนี้หลุด เราไม่ได้ทำครับผม
ส่วนที่ท่านสมาชิกท่านหนึ่งว่าไว้ดังนี้
-ใจรักจริงๆหรือว่าต้องตามใจ** สร้างภาพซะไม่มี
By สนทร on Jul 6, 2009
-ถูกต้องครับ เราสร้างภาพกันน่าดูเลยทีเดียว
ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจครับผม
By tomo on July 16, 2009 on 10:34 pm
หลายๆ ท่านตั้งคำถามว่ายังคงมีการทำแผ่นอนิเมชั่นแบบแผ่นเซลอยู่หรือไม่ ขออนุญาตตอบดังนี้ครับ
ปัจจุบันเป็นอนิเมชั่นแบบดิจิตอลแล้ว เนื่องจากการทำแผ่นเซลนั้นต้นทุนสูง ค่าใช้จ่ายมีมาก และยังมีเรื่องเวลาเป็นข้อกำหนดและยังคงเป็นปัญหาที่แก้ไขลำบากมาโดยตลอด
ลองคิดดูเล่นๆ นะครับว่า อนิเมตอนหนึ่งๆ มีไม่ต่ำกว่า 3000 เฟรม ในการทำอินบีทวีนก็ต้องใช้แผ่นกระดาษประมาณ 3000 แผ่น จากนั้นก็นำไปถ่ายเป็นแผ่นใสแล้วจึงลงสีอคิริค ซึ่งก็ต้องมีจำนวนแผ่นใสเทียบเท่าจำนวนกระดาษ หรือประมาณ 3000 แผ่น+
ทีนี้ถ้าหากลงสีพลาดขึ้นมา ก็ต้องเริ่มจากการถ่ายแผ่นใสใหม่ เริ่มลงสีใหม่ นับเป็นแผ่นๆ ไป ในทางตรงข้ามดิจิตอลสามารถเซฟข้อมูลได้เป็นระยะๆ หากพลาดก็โหลดงานขึ้นมาใหม่ แก้ไขกันได้ทันท่วงที และไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อแผ่นใสและสี ไหนจะพู่กัน รวมไปถึงทักษะในการเพ้นท์งาน ฯลฯ
ในอดีตเมื่อเสร็จงานแล้ว แผ่นเซลที่เป็นต้นฉบับจะถูกทำลายโดยการเผา เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดมลภาวะ ดังนั้นการเปลี่ยนมาเป็นดิจิตอลจึงเป็นการประหยัดต้นทุนและลดมลภาวะไปในตัวครับ
ไขข้อข้องใจทั้งหมดด้วยประการฉะนี้…ครับผม
ขอขอบคุณเว็บอาคิบะตันที่ได้กรุณาให้ความสนใจและนำเรื่องราวของพวกเรามาเผยแพร่ ณ ที่นี้ และขอบคุณทุกๆ ท่าน ที่ได้สละเวลาอ่านเรื่องราวเล็กๆ ของพวกเรา…ขอบคุณมากครับ
By tomo on July 16, 2009 on 10:50 pm
สุดยอดเลยครับ!
ผมมีความฝันอยากจะทำงานด้านการ์ตูนอนิเมชั่นมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว
ดิจิคราฟๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เรียนมหาลัยเมื่อไรจะลองไปศึกษางานดูครับ(อีกเทอมครึ่งงงง)
ขอบคุณที่ให้ข้อมูลนะครับ ><
By Makouto on July 26, 2009 on 11:42 am
ไม่มีสวรรค์สำหรับคุณ ถ้าเป็นการทำบุญเพื่อเอาหน้า
By ปะแป้ง on August 6, 2009 on 11:34 pm
เดี๋ยวเรียนจบมหาลัยจะลองไปสมัครนะครับ!
By Orion on September 12, 2009 on 1:43 pm