[Spoil มาเต็ม] 50 เรื่องที่ไม่รู้ก็ไม่เป็นไร ของ Kimi no na wa – หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ

11
131,203 views

kimi50

ก่อนอื่น บทความนี้มีเนื้อหาและรูปภาพที่อาจเปิดเผยเนื้อหาบางส่วน (สปอยล์) ของภาพยนตร์ Kimi no na wa – หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ หากเพื่อน ๆ อ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่ได้ดูภาพยนตร์ กรุณาไปชมภาพยนตร์ก่อน

แต่หากเพื่อน ๆ คนไหนไม่ซีเรียส หรือเป็นนักบริโภคสปอยล์ ก็ขอแนะนำว่าบทความนี้เมื่อได้อ่านแล้ว นำไปประกอบการตามเก็บรายละเอียดในตัวภาพยนตร์ซ้ำอีกรอบ หรือดูแล้วก็ต่อรอบสอง รอบสาม แล้วสังเกตมุมใหม่ ๆ เพิ่มเติมอีก ก็เป็นเรื่องที่สนุกไม่น้อยเลยนะครับ

.

.

.

.

.

บทความนี้เป็นบทความที่รวมเอาจุดต่าง ๆ หรือเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ จากภายในเรื่อง Kimi no na wa – หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาสักเท่าไร ซึ่งผู้เขียนคิดว่าน่าจะถูกใจผู้อ่านที่ชอบเก็บรายละเอียด หรือชอบเวลาที่ได้เห็นมุกล้อเลียน (parody) สิ่งกับที่มีอยู่นอกจอ เช่นแบรนด์สินค้าต่าง ๆ หรือรู้สึกชอบเมื่อได้ได้ทราบข้อมูลเบื้องหลังเกี่ยวกับผลงาน ซึ่งการดูโดยเก็บรายละเอียดดังกล่าว มักจะนำไปสู่การเข้าถึง “ข้อความแฝง” (subliminal message) จากผู้ทำภาพยนตร์ หรือที่รู้จักกันในชื่อของ Easter egg จากฝั่งตะวันตก

ซึ่งปัจจุบันสามารถพบเห็นการเก็บรายละเอียดดังกล่าวได้บ่อย จากกระทู้หรือบทความที่แฟน ๆ ของภาพยนตร์เรื่องต่าง ๆ จัดทำขึ้น (เห็นภาพง่ายสุดก็แฟนคลับหนัง superhero ทั้งหลาย) แต่สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Kimi no na wa – หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ นี้ จะมีมุก หรือรายละเอียดอะไรซ่อนอยู่บ้าง ไปดูกันเลย

1. ถึงจะสังเกตยากสักหน่อย แต่เรื่องนี้แอบแทรกฉากเซ็กซี่เอาไว้ด้วยนะ

01

เช่นฉากเรียวกังในตอนเช้า จะมีฉากที่เผยให้เห็นถึงเสื้อในสีดำของรุ่นพี่โอคุเดระ หรือแม้แต่นางเอกอย่างมิตสึฮะ ก็มีฉาก Panchira (กางเกงใน) ซ่อนอยู่ในเรื่องตั้ง 4 ฉากแน่ะ ตาไวก็กำไรไปนะคุณ

2. Suntory คือสปอนเซอร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ (โลโก้สินค้าโผล่ตามเรื่องเพียบ)

02

นอกจากนี้ เบียร์ที่กลุ่มเพื่อนของพ่อมิตสึฮะกับพ่อของเทชชี่ดื่ม หรือแม้แต่เบียร์ที่พ่อของทาคิดื่มในคืนที่ทาคิ (ตอนเด็ก) เห็นดาวหางติอามัต ก็มาจาก Suntory เหมือนกัน

02-3

คือ Premium Malt’s (プレモル) นั่นเอง

3. คุณครูยูกิจัง หรือคุณครูสอนภาษาที่โรงเรียนของมิตสึฮะ คือคุณยูกิโนะ จาก “Kotonoha no niwa” (ยามสายฝนโปรยปราย)

03

แถมเจ้าของเสียงพากย์ ก็ยังเป็น Hanazawa Kana คนเดียวกันด้วย ซึ่ง Shinkai Makoto เองก็เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าจะมียูกิโนะปรากฎตัวในภาพยนตร์ด้วย

4. ในฉาก OP ของเรื่อง มีภาพของทาคิ กับมิตสึฮะ ในวัยทำงานอยู่ด้วย

ไม่ขอลงภาพ ไปดูในโรงกันดีกว่าเนอะ

5. ในรายนาม Credit ท้ายเรื่อง มีชื่อของผู้กำกับดังอยู่ด้วย

05

นั่นคือคุณ Iwai Shunji โดยปรากฎอยู่ในส่วนของ Special Thanks ซึ่งคาดว่าเป็นแรงบันดาลใจของ Shinkai Makoto นี่เอง

6. รายชื่อ track เพลงของ RADWIMPS ก็แทบจะสปอยเนื้อหาของเรื่องได้ทั้งหมดเช่นกัน

รายชื่อเพลงประกอบโดย RADWIMPS

06
01. 夢灯籠 – โคมไฟในความฝัน
02. 三葉の通学 – วัยเรียนของมิตสึฮะ
03. 糸守高校 – โรงเรียนมัธยมปลายอิโตโมริ
04. はじめての、東京 – ครั้งแรกที่โตเกียว
05. 憧れカフェ – คาเฟ่ที่ใฝ่ฝัน
06. 奥寺先輩のテーマ – ธีมของรุ่นพี่โอคุเดระ
07. ふたりの異変 – เรื่องประหลาดของทั้งสอง
08. 前前前世 (movie ver.) – ชาติก่อนก่อนก่อนก่อน
09. 御神体 – ศาลเจ้า
10. デート – เดท
11. 秋祭り – เทศกาลฤดูใบไม้ร่วง
12. 記憶を呼び起こす瀧 – ทาคิที่ความทรงจำตื่นขึ้น
13. 飛騨探訪 – ตามหาเธอที่ฮิดะ
14. 消えた町 – เมืองที่หายไป
15. 図書館 – ห้องสมุด
16. 旅館の夜 – ค่ำคืนที่โรงแรม
17. 御神体へ再び – กลับมาที่ศาลเจ้าอีกครั้ง
18. 口噛み酒トリップ – คุจิคามิสาเกข้ามเวลา
19. 作戦会議 – ประชุมแผนการ
20. 町長説得 – ขอร้องท่านผู้ว่า
21. 三葉のテーマ – ธีมของมิตสึฮะ
22. 見えないふたり – สองคนที่มองไม่เห็นกัน
23. かたわれ時 – ห้วงเวลาสนธยา (คาตาวาเระโดคิ)
24. スパークル (movie ver.) – ระยิบระยับ
25. デート2 – เดท 2
26. なんでもないや (movie edit.) – ไม่มีอะไรหรอก
27. なんでもないや (movie ver.) – ไม่มีอะไรหรอก

7. ในงานโปรโมทภาพยนตร์ Shinkai Makoto ได้สวมสายรัดข้อมือจากเชือกของมิตสึฮะเอาไว้ที่ข้อมือด้วย

07

ซึ่งถ้าใครได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว เดาได้เลยล่ะว่าเพื่อน ๆ เองก็คงอยากได้มาสะสมเหมือนกัน!

8. รถไฟที่ทาคิ หรือมิตสึฮะนั่ง มีโฆษณาของ Z Kai ปรากฎอยู่ด้วย

08
ถ้านึกไม่ออกว่ามีความเกี่ยวข้องกันยังไง นี่คือผลงานโฆษณาที่ Shinkai Makoto เคยทำให้กับสปอนเซอร์เจ้านี้นั่นเอง

9. ร้านอาหารที่ทาคิทำงานพิเศษ มีต้นแบบมาจากร้านอาหารชื่อ “Cafe La Bohéme”

09
ซึ่งตั้งอยู่ที่อุทยานหลวงชินจูกุ (และเป็นที่เดียวกับที่หนุ่มน้อยช่างทำรองเท้า มาเจอกับยูกิโนะ ในอีกเรื่องด้วย)

10. ร้านอาหารสุดคูล เดทแรกของทาคิ กับรุ่นพี่โอคุเดระ

10นั่นคือร้าน “Salon de Thé ROND” ที่ตั้งอยู่ในศูนย์ศิลปะแห่งชาติ โตเกียว ที่ Roppongi

11. ร้านสะดวกซื้อในเมืองที่มิตสึฮะอาศัยอยู่ เคยปรากฎมาแล้วใน “Byousoku 5 Centimeter”

ลองเทียบกันดูสิ

11ร้าน Ai Shop ที่เมืองต้นแบบ Hida จังหวัด Gifu ภาพจาก “Kimi no na wa” กับ
ร้าน Ai Shop ที่เกาะ Tanegashima ภาพจาก “Byousoku 5 Centimeter” ตอน “Cosmonaut”
และร้านนี้ก็มีอยู่จริงด้วยนะ

11-2

ภาพจาก アストラルのつれづれ旅日記

12. ดาวหางตกในเรื่อง กับแผ่นดินไหวโทโฮกุเมื่อปี 2011 มีส่วนเกี่ยวข้องกัน

12

Shinkai Makoto เคยให้สัมภาษณ์ว่าภายในเรื่อง รอบปีที่ดาวหางจะวนมาครบรอบคือ 1,200 ปี ซึ่งเป็นระยะของรอบเวลาเช่นเดียวกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่โทโฮกุ เมื่อปี 2011

13. ในฉากที่พวกทาคิเดินทางจากโตเกียวไปฮิดะนั้น ทิวทัศน์ข้างทางก็สำคัญ

13เพราะในฉากสถานี Hidafurukawa ที่เป็นทางผ่านนั้น ก็มีการเก็บรายละเอียดกระทั่งบ้านเรือนระหว่างการเดินทางแบบสมจริงกันเลย

14. ไม่ได้มีแค่พี่ที่ข้ามกาลเวลา น้องก็ทำได้เหมือนกัน

14

ในฉบับนิยาย Kimi no na wa Another Side: Earthbound ยตสึฮะ น้องสาวของมิตสึฮะ ก็ได้มีประสบการณ์ย้อนเวลาไป 1,000 ปีก่อน ด้วยการดื่มคุจิคามิสาเก เช่นเดียวกัน

15. อพาร์ทเมนต์ของทาคิ ตั้งอยู่ที่แขวงจิโยดะ เขตที่ 6

DSC_1585อ้างอิงจากฉบับนิยาย ซึ่งในสถานที่จริง อาคารดังกล่าวเป็นบ้านพักข้าราชการ และในอนิเมก็ได้ใช้ภาพอาคารดังกล่าวเป็นโมเดลอีกด้วย คุณพ่อคุณแม่ของทาคิทำงานราชการหรือไงนะ?

16. เดือนและดาว ที่ปรากฎในเรื่องนี้ ไม่ได้มีแค่บนฟ้าหรอกนะ

  • 16เสื้อเกือบทุกตัวของทาคิ จะมีลายเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งดวง
  • สร้อยที่มิทสึฮะสวมตอนจบ เป็นสร้อยรูปดาว
  • เสื้อของยทสึฮะ ก็มีรูปดาว
  • ชุดยูกาตะของซายากะ ก็เป็นลายดวงดาว
  • สายคาดผมของมิสึตฮะ ก็มีรูปดาวอีกเช่นกัน (รูปดูได้ที่ข้อ 7.)
  • ฯลฯ

มีตรงไหนอีกบ้าง ไปดูกันแล้วมาบอกมั่งนะ

17. ฉากสุดท้ายของเรื่องที่บันได อ้างอิงมาจากสถานที่จริง

17คือบันไดหน้าศาลเจ้าสึกะ โตเกียว ใกล้สถานียทสึยะ

18. ก่อนที่จะใช้ชื่อเรื่องว่า “Kimi no na wa” เคยมีอีกชื่อหนึ่งมาก่อน

18นั่นคือ 『夢と知りせば〜男女とりかえばや物語』 (หากได้รู้จักกันในฝัน~เรื่องราวชายหญิงสลับร่าง) ซึ่งเป็นชื่อชั่วคราว และเป็นการดัดแปลงมาจากนิยายที่ชื่อ 「とりかえばや物語」(เรื่องราวการสลับร่าง) ซึ่งข้อมูลดังกล่าวปรากฎอยู่ในส่วนของ Production

19. คำพูดสุดท้ายของรุ่นพี่โอคุเดระ ก็มีจุดที่น่าสนใจ

19เพราะคำพูดที่ว่า “เธอเองก็มีความสุขเสียบ้างนะ” 「幸せになりなさい」ของรุ่นพี่ ที่เป็นบทพูดสุดท้ายของเธอ ก็ตรงกับบทพูดของตัวละคร “คุณเรย์โกะ” จากนิยายเรื่อง Norway no Mori ของ อ. Murakami Haruki

20. ในฉากเกือบสุดท้ายของเรื่อง และความเป็นไปของคนอื่นนอกจากตัวละครเอก

20ทุกตัวละครที่เห็นในตอนท้าย นับตั้งแต่สาวไซต์เทลที่กำลังอร่อยกับข้าวหน้าเนื้อ พนักงานร้าน Lawson สาวผมยาวที่กำลังทิ้งขยะ หนุ่มแว่นเจ้าของร้านดอกไม้ หรือแม้แต่เทชชี่กับซายากะที่กำลังมองหาห้องเช่าด้วยกัน ทุกคนล้วนเป็นเพื่อนร่วมชั้นเดียวกับมิตสึฮะทั้งสิ้น

ใครเป็นใครลองเทียบกันดูนะ

21. แม้แต่คุณพ่อก็รู้เรื่องดาวตกอยู่ก่อนแล้ว

21ในฉบับนิยายได้มีบอกไว้ว่า คุณพ่อของมิตสึฮะที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นนั้น ทราบเรื่องดาวตกอยู่แล้ว จากการที่ตัวเองเป็นคนชอบศึกษาตำนานเมืองนั่นเอง

22. ไม่ใช่ว่าทุกคนในเมืองอิโตโมริจะเสียชีวิตกันหมดเพราะดาวตกหรอกนะ

22เพราะจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สะเก็ดดาวตกนั้นอยู่ที่ 500 คน แต่จำนวนประชากรทั้งหมดของเมืองมีอยู่ 1,500 คน เพียงแต่จุดที่อุกกาบาตตก เป็นจุดที่อยู่บริเวณงานเทศกาลพอดี จึงทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

23. เมืองนี้มันอยู่ยาก อุกกาบาตตกใส่สองครั้งแล้ว

23ยอดเขาเทพเจ้านั้น คือบริเวณที่ถูกอุกกาบาตตกใส่เมื่อ 2,400 ปีที่แล้ว ส่วนทะเลสาปอิโตโมรินั้นคือบริเวณที่ถูกอุกกาบาตตกใส่เมื่อ 1,200 ปีที่แล้ว

24. งานที่ทาคิทำ (หรือสมัคร) นั้นเกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

24

การที่ไปทำงานในคาเฟหรือการสเก็ตช์ภาพสถานที่ คือเพื่อศึกษาด้านสถาปัตยกรรมหรือไงนะ?

25. โรงเรียนที่ทาคิเรียนอาจเป็นโรงเรียนผสม ม.ต้น-ม.ปลาย

25

ตามปกติแล้วโรงเรียนที่มีทั้ง ม.ต้น และ ม.ปลาย ในญี่ปุ่น จะใช้ชุดยูนิฟอร์มที่คล้ายกัน
สำหรับในเรื่องนี้ ในตอนที่สลับร่างกันครั้งแรก จะเป็นช่วงที่ทาคิยังเรียนอยู่ในชั้น ม.ต้น ปี 3 ซึ่งพอทาคิเลื่อนขั้นขึ้นมาก็ยังคงเป็นชุดนักเรียนแบบเดิม

อนึ่ง โรงเรียนมัธยมชินจุกุ (都立新宿高校) ซึ่งภายในเรื่องใช้ชื่อว่า โรงเรียนมัธยมชินจู ที่ Shinkai Makoto ใช้เป็นต้นแบบนั้น ก็ไม่ได้เป็นโรงเรียนผสม ม.ต้น – ม.ปลาย แต่อย่างใด

26. การผสมผสานกันอย่างน่าพิศวง กับต้นแบบของโรงเรียนที่ทาคิเรียนอยู่

26
อย่างที่กล่าวไปข้อที่แล้วว่าโรงเรียนนั้นใช้ โรงเรียนมัธยมชินจุกุ (都立新宿高校) เป็นต้นแบบ
แต่สถาปัตยกรรมภายในอาคารนั้น ใช้โรงเรียนมัธยมปลายฮิโรชิมะ (広島市立基町高校) เป็นต้นแบบนะ

27. ที่นั่งบนชินคังเซ็นสลับด้านกัน มีใครสังเกตไหม?

27

โดยปกติแล้ว ที่นั่งบนชินคังเซ็น (โนโซมิ) ที่วิ่งจาก Tokyo – Hakata (ซึ่งต้องลงที่ Nagoya เพื่อเปลี่ยนรถไฟไป Hida) ฝั่งขวามือของรถไฟขาออกเมือง จะเป็นที่นั่งแบบเก้าอี้ 2 ตัว และที่นั่งแบบเก้าอี้ 3 ตัวที่ฝั่งซ้ายมือ ซึ่งในเรื่องนี้ทำสลับกัน คือดันเอาด้านของขาเข้าเมืองมาใช้แทนเสียอย่างนั้น

28. คอมพิวเตอร์ที่เทชชี่ใช้คือ Sharp X68000

28

ในทวิตเตอร์ อ.Shinkai กับ Sharp เองก็รับส่งลูกกันดีเหลือเกิน นอกจากนั้นที่ห้องชมรมของเทชชี่ ยังมีธง EXPO ’70 ติดอยู่ด้วย

expo

ซึ่งเป็นธงที่มาจากงาน World Expo 70 ที่จัดขึ้นที่สวนสาธารณะ Expo ใน Osaka ในปี 1970 นั่นเอง

29. อายุของมิตสึฮะคือ 17 ปี คุณพ่อของมิตสึฮะอายุ 54 ปี ส่วนยตสึฮะอายุ 9 ขวบ

29

อายุของสองพี่น้องมีระบุในหนังสือที่รวมรายชื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุอุกกาบาตตก ที่ทาคิไปตามอ่านในช่วงครึ่งหลัง ส่วนอายุของคุณพ่อมีระบุไว้ในสกูปข่าวโทรทัศน์ที่พูดถึงชาวบ้านรอดชีวิตจากอุกกาบาต นอกจากนี้ในนิยายยังได้มีกล่าวต่อไปอีกว่า คุณแม่ที่เสียไปแล้วของมิสึตฮะ อายุน้อยกว่าคุณพ่อ 1 รอบ (ก็คือ 42 ปี)

30. ย้อนเวลามาไกล ก็มี lag กันบ้างเล็กน้อย

30ครั้งแรกที่ทาคิสลับร่างกับมิตสึฮะ ทาคินั้นจำผิดว่าเป็นวันธรรมดา (ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นวันอาทิตย์) ในตอนเช้าจึงได้ใส่ชุดไปเรียน ณ จุดนี้ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ผู้ชมจะทราบได้ว่า ช่วงเวลาของทาคิและมิตสึฮะ ห่างกัน 3 ปี
(นอกจากนี้จุดที่ใบ้ยังมีปฏิทิน และโปสเตอร์ในโรงเรียนคอยใบ้อยู่เรื่อย ๆ)

31. ในวันที่ 4 ตุลาคม 2013 ที่สะเก็ดดาวร่วงลงมานั้น สะเก็ดดาวแยกตัวออกจากดาวหางเมื่อเวลา 19 นาฬิกา และตกถึงพื้นในเวลา 20 นาฬิกา 42 นาที

31

กล่าวคือ นับตั้งแต่ที่พวกมิตสึฮะระเบิดโรงไฟฟ้า จนถึงสะเก็ดดาวตกลงมาที่หมู่บ้าน รวมเป็น 2 ชั่วโมงโดยประมาณ

32. ชื่อของมิตสึฮะนั้น ถูกตั้งขึ้นตามชื่อของเทพแห่งน้ำ “มิตสึฮะโนะเมะ”

มิตสึฮะโนะเมะ นั้น คือชื่อของเทพเจ้าแห่งสายน้ำ ที่ปรากฎอยู่ในบันทึกตำนานเทพเจ้าญี่ปุ่น โดยในฉบับโคจิกิ จะบันทึกในชื่อว่า 弥都波能売神 และในฉบับนิฮงโชะกิ จะบันทึกว่า 罔象女神 ซึ่งทั้งสองอ่านว่า มิตสึฮะโนะเมะโนะคะมิ เช่นเดียวกัน

33. อยู่ในร่างเขาก็ช่วยเขาระวังตัวด้วยสิ ทาคิ

33

เพราะในซีนที่มิตสึฮะ (ข้างในเป็นทาคิ) เล่นบาสเก่งจนเพื่อนร่วมชั้นมองนั้น ไม่ใช่มองเพราะความเก่ง แต่มองเพราะเธอโนบราต่างหาก

34. ชื่อดาวหาง “ทิอามัต” นั้นมีที่มาจากชื่อของเทพเจ้า

34
ซึ่งนั่นก็คือมังกรทิอามัต (หรือที่หลายคนอ่าน เทียแมต) ตามความเชื่อของชาวบาบิโลน ที่เมื่อถูกเทพมาร์ดุกฆ่าตายแล้วแบ่งร่างออกจากกันเป็นสองส่วน

35. ฉากมุมกล้องหมุนรอบหลุมอุกกาบาต กำกับโดย Matsumoto Norio

นับได้ว่าเป็นบุคคลเบื้องหลังคนหนึ่งที่มีฝีมือในด้านการกำกับฉากเคลื่อนไหว ให้ออกมาได้อย่างลงตัว ด้วยฝีมือของเขานี้เองทำให้ฉากหมุนมุมกล้องรอบหลุมอุกกาบาตกลายเป็นฉากที่น่าประทับใจฉากหนึ่งของเรื่องเลยทีเดียว

 

36. บังเอิญหรือจงใจ เรื่องวันฉายของ Kimi no na wa และ Godzilla ที่เกิดขึ้นพร้อมกันอีกครั้ง

ย้อนไปในปี 1954 ที่มีภาพยนตร์ไตรภาค เรื่อง Kimi no na wa ออกฉายในโรงภาพยนตร์ที่ญี่ปุ่น พร้อมกับจุดกำเนิดของตำนานไคจูที่ไม่มีใครไม่รู้จักอย่าง Godzilla ภาคแรก ซึ่งได้รับความนิยมไปอย่างล้นหลามทั้งสองเรื่องในยุคนั้น

36

และในปี 2016 นี้ ภาพยนตร์แอนิเมชัน Kimi no na wa ก็ได้ปรากฎสู่สายตาแฟน ๆ ในโรงภาพยนตร์ พร้อมกันกับภาพยนตร์เรื่อง Shin Godzilla จะบอกว่าจงใจหรือบังเอิญดีนะ…

แต่ Kimi no na wa (1954) ก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับ Kimi no na wa (2016) หรอกนะ แค่ชื่อเหมือนกันเฉย ๆ

37. ร้านอาหารอิตาเลียนที่ทาคิทำงานพิเศษอยู่ ชื่อมันคุ้น ๆ จังเลย

37

ร้านที่ว่านั้นมีชื่อว่า Il Giardino Delle Parole เป็นภาษาอิตาลี และเป็นชื่อในฉบับภาษาอิตาลีของเรื่อง Kotonoha no niwa (ยามสายฝนโปรยปราย) ผลงานก่อนของ Shinkai Makoto นั่นเอง

38. หลับตาฝันเห็นคุณพี่ จริง ๆ แล้วทาคิอ่อนกว่ามิตสึฮะอีกนะ

ลองเทียบอายุกันดู

ปี 2013 (มิตสึฮะสลับร่างกับทาคิ เพราะพบกับเหตุอุกกาบาตดาวหาง) มิตสึฮะอายุ 17 ปี และมิตสึฮะไปเจอทาคิในวัย 14 ปี
ปี 2016 (ทาคิไปเมืองฮิดะ) ทาคิอายุ 17 ปี (ม.ปลายปี 2) มิตสึฮะอายุ 20 ปี
ปี 2021 (สวนทางโดยบังเอิญ) ทาคิอายุ 22 ปี (มหาวิทยาลัยปี 4) มิสึตฮะอายุ 25 ปี
ปี 2023 (พบกันอีกครั้งในตอนจบ) ทาคิอายุ 23 ปี มิสึตฮะอายุ 26 ปี

(นับจากวันเกิดของทั้งคู่ ส่วนเรื่องแก่เดือนแก่วันขอไม่ลงรายละเอียด)

39. ในฉากที่พ่อของมิตสึฮะหาเสียงเลือกตั้งนายกเทศมนตรี มีรถกระบะของร้านราเมงทาคายามะอยู่ด้วยนะ

39

(ทาคายามะราเม็ง ราคา 680 เยน)

คาดว่านั่นคือร้านของครอบครัวร้านราเมง ที่เป็นคนเล่าเรื่องราวของเมืองอิโตโมริ ให้พวกทาคิฟัง และยังอาสาพาทาคิขึ้นไปยังตีนเขาเทพเจ้านั่นเอง

40. ปริศนาเก้าอี้ในห้องทาคิ จู่ ๆ มันก็เปลี่ยนไป

40

ในช่วงต้นเรื่อง เก้าอี้ในห้องของทาคิเป็นเก้าอี้แอรอน (Aeron chair) ซึ่งนั่นก็เป็นซีนเดียวที่มีเก้าอี้ตัวนี้ปรากฎ เพราะหลังจากนั้นเมื่อกลับมาที่ห้องของทาคิทีไร เก้าอี้ตัวนี้ก็ไม่มีอยู่อีกแล้ว

41. ชื่อตัวละครเอกทั้งสองตัวของเรื่องนี้ มีความเกี่ยวข้องกับน้ำทั้งสิ้น

41ทาคิ (瀧) แปลว่าน้ำตก
มิยะมิซุ (宮水) นามสกุลของมิตสึฮะ ก็มีคำว่าน้ำประกอบอยู่ด้วย (ส่วน มิยะ สื่อได้หลายความหมาย ทั้งพระราชวัง และเป็นชื่อเมืองหนึ่งในจังหวัดกิฟุ)

42. แผนที่ของทาคิที่พกไว้กับตัวนั้น มีแผนที่เส้นทางรถไฟสายทาคายามะ กับสถานีฮิดะฟุรุคะวะอยู่ด้วย

42
หรือว่าเมืองอิโตโมริจะอยู่บนทางรถไฟเส้นทาคายามะกันนะ?

43. หรือการร่ายรำของมิโกะมิตสึฮะ และยตสึฮะ จะเป็นการทำนายล่วงหน้าถึงเหตุการณ์สะเก็ดดาวตก?

43

หากสังเกตดูแล้วจะเห็นว่าทั้งคฑา กระดิ่ง และปิ่นปักผมนั้นทำเป็นรูปมังกร โดยเชือกที่ถักติดกับคฑานั้น แทนหางของดาวตก ประกอบกับท่ารำสุดท้าย เป็นท่าที่ทั้งคู่จะต้องชูคฑาเข้าหากันไปทางข้างหน้า แล้วจบด้วยการวาดมือที่ถือคฑาให้ออกจากกันลงสู่พื้น เหมือนกับดาวตกที่แยกออกจากกันเป็นสองส่วนแล้วตกใส่เมืองอิโตโมริ

44. ทาคิใช้ iPhone 6 มิสึตฮะใช้ iPhone 5

44
ถ้ามิตสึฮะจำเรื่องราวในฝันได้ว่าเคยใช้ iPhone 6 ที่ถือว่าเป็นเหตุการณ์ในอนาคตสำหรับเธอล่วงหน้าเกือบ 3 ปี ถ้าเธอไม่ลืมความฝัน แล้วเอากลับไปโม้ว่าได้ใช้ gadget รุ่นใหม่ของศาสดา คงเป็นโมเมนต์ที่เท่น่าดู…

(ที่ญี่ปุ่น iPhone 5 วางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2012 ส่วน iPhone 6 วางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2014)

45. ฉากหลังเรื่องนี้เต็มไปด้วยการล้อเลียนแบรนด์สินค้า

45อย่างในภาพ แน่นอนว่าเป็นการล้อด้วยการยำชื่อ Oronamin C กับ Lipovitan D เข้าด้วยกัน
และอีกแบรนด์ที่โดนคือยากันยุง Kinchou (金鳥) ที่โดนเปลี่ยนชื่อเป็น Hakuchou (白鳥) ซะงั้น
และแบรนด์อื่น ๆ ที่โดนนำมาล้อ เช่น

  • โทรทัศน์ในห้องของเทชชี่ ยี่ห้อง SOME > SONY
  • เครื่องปรุงที่ร้านราเม็งทาคายามะ ยี่ห้อ B&S > พริกป่น S&B
  • ร้านกล้อง Top Camera ใน Shinjuku > ร้าน Big Camera
  • ร้านอาหาร KEC > ไก่ทอด KFC

46. ชื่อสถานที่ต่าง ๆ ในเมืองอิโตโมริ

  • ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าอาริซะกะ (有坂)
  • ร้านขายเนื้อนะคะกะวะ (中川)
  • สแนคบาร์ “มาเธอร์” (マザー) กับ “คัทสึไอ” (割愛)
  • สะพานชื่อ “มงนิวฮะชิ” (門入橋)
  • “คาเฟ่” ของเทชชี่ ที่ม้านั่ง “นมวัวยูกิยามะ” (雪山牛乳) กับตู้กาแฟ Boss

47. เครื่องดื่มพวกน้ำผลไม้ในโรงเรียนนั้น มิตสึฮะดื่มน้ำกล้วย ส่วนเทชชี่กับซายากะเป็นน้ำสตรอว์เบอร์รี

มาจากฉากที่พวกเทชชี่เล่าวีรกรรมของมิสึตฮะในวันก่อน (ที่เป็นฝีมือของทาคิ) ให้เจ้าตัวฟังนั่นเอง

48. ข้าวของเครื่องใช้ของพี่น้องมิยะมิซุ เต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์

  • กบเหลาดินสอของมิสึตฮะ มีตัวการ์ตูนรูปหมีติดอยู่
  • ที่เคส iPhone และปกสมุดโน้ตของเธอ ก็มีรูปเม่นติดอยู่เช่นกัน
  • ส่วนคนน้อง ยตสึฮะ ก็ใช้ยางรัดผมรูปกระต่ายอยู่เกือบทั้งเรื่อง แต่มีครั้งเดียวในเรื่องที่เปลี่ยนมาใช้รูปแมว (ฉากไหนลองไปหากันดูนะ)
  • ถึงเสื้อที่ยตสึฮะสวมจะมีแต่ลายดาว กับลูกอม แต่เคสมือถือก็ห้อยพวงกุญแจหางสัตว์เอาไว้ด้วยนะ

49. ในกระเป๋าที่ใส่ระเบิดของเทชชี่ มีนิตยสาร MU ซ่อนอยู่ด้วย

49
ซึ่งนั่นก็คือนิตยสารรายเดือนแนวลี้ลับ เหนือธรรมชาติ ที่พิมพ์ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1979 นี่เอง ซึ่งในเรื่องเราจะได้เห็นเทชชี่อ่านนิตยสารฉบับนี้อยู่หนึ่งครั้ง คือตอนที่บอกกับมิตสึฮะว่าสิ่งที่เธอพบเจอนั้นคือการระลึกชาติ ในตอนต้นเรื่อง ถ้าชอบนิตยสารฉบับนี้มาก ไอ้การเอาไปใส่ในกระเป๋าระเบิดก็ดูผิดที่ผิดทางไปหน่อยนะ..

50. ห้องพักของมิตสึฮะที่โตเกียว คือห้องหมายเลข 202

ส่วนของทาคิในข้อที่ 15 นั้น คือห้องหมายเลขที่ 608

….ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ผู้เขียนแค่ใส่มาให้เลขข้อมันกลมเฉย ๆ

นี่เป็นแค่ส่วนน้อยของรายละเอียดที่เก็บได้จากการชมภาพยนตร์ Kimi no na wa – หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ ที่ตอนนี้กำลังฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์ เพื่อน ๆ คนไหนไปดูแล้วเจอมากกว่านี้ กลับมาบอกกันบ้างนะ และขอให้สนุกกับการชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ว่าจะรอบแรก หรือรอบสอง หรือรอบที่ห้าก็ตามนะครับ !

ถ้าชอบให้ "Like!" เลย

Follow on Twitter !