สัมภาษณ์ Tomodachi กลุ่มสินค้าแฟนอาร์ต เปิดประสบการณ์ออกบูธในงาน Comiket

0
4,374 views

tomodachicomiketsหากพูดถึงงานอีเว้นท์สุดยิ่งใหญ่สายการ์ตูนญี่ปุ่นอย่าง Comic Market หรือ Comiket แล้ว เชื่อว่าคงไม่มีคนไหนในสายนี้ไม่รู้จัก เพราะเป็นงานที่ถ้าหากมีโอกาสก็คงอยากจะไปด้วยตัวเองซักครั้ง และหลายคนก็น่าจะมีภาพในใจอยู่ว่างานจริงๆ จะเป็นแบบไหน จากภาพและข่าวสารที่เคยได้รับ แต่บรรยากาศงานจริงๆ จะเป็นแบบนั้นหรือเปล่านะ ในครั้งนี้ก็เป็นโอกาสอันดีที่เราได้ไปพูดคุยกับทาง Tomodachi กลุ่มสินค้าแฟนอาร์ตในบ้านเรา ที่ได้ไปออกบูธในงานนี้มาแล้ว เพื่อบอกเล่าถึงประสบการณ์ที่ไปออกบูธ และบรรยากาศว่าในงาน Comiket จริงๆ นั้น มันเป็นแบบไหนกันแน่ เรามาดูกันเลย!

Akibatan – สวัสดีครับ ทีมงาน Akibatan ครับ ก่อนอื่นก็อยากให้ทาง Tomodachi แนะนำตัวเองกันซักเล็กน้อย

ต๊ะ – ครับ ผมต๊ะครับ เรียก ต๊ะ Tomodachi ก็ได้ครับผม

เทพ – ผมเทพครับ เรียก เทพ Tomodachi

ต๊ะ – ทางเราเป็นร้านสินค้าแฟนอาร์ตครับผม ทำงานร่วมกับนักวาดไทย โดยให้นักวาดวาดแฟนอาร์ตมา แล้วเราก็ทำสินค้าขาย แล้วแบ่งปันกับนักวาดเป็นหลักครับผม สินค้าหลักจริง ๆ คือเสื้อยืด และตอนนี้ก็เปิดไลน์สินค้าด้าน หนังสือ อาร์ตบุ๊ค โดจิน และตอนนี้ก็เริ่มจับออริฯ อยู่ครับผม

Akibatan – ถ้าอยากไป Comiket จะต้องเริ่มยังไง ระเบียบในการไปจัดงานยุ่งยากมากน้อยแค่ไหน

ต๊ะ – Comiket เนี่ยผมได้ยินมานานแล้ว ว่าเป็นสุดยอดโคตรพ่อโคตรแม่ งานที่ใหญ่ที่สุดของโลก ตอนแรกก็มีอยู่แค่นั้น ก็คิดว่าจะแค่ไหนวะ คือผมก็เคยไปงานในไทยมาบ้างเหมือนกัน งาน CAPSULE Event ในช่วงที่มันแน่นขนัดจนเดินไม่ได้ ก็เคยไปมาแล้วตั้งเยอะ ก็ไม่ได้คิดว่ามันจะอะไรเท่าไร ตอนไปญี่ปุ่น ออกร้านญี่ปุ่นครั้งแรก ในงานชื่อ Comiket Special งานนี้จัด 5 ปีครั้ง เป็นงาน Comiket ที่ให้ชาวต่างชาติ สมัครได้ด้วย ระเบียบการทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษหมด

600x200

Akibatan – งั้นแสดงว่าปกติงาน Comiket เนี่ย เขาไม่ให้ชาวต่างชาติไป?

ต๊ะ – ปกติคือ Comiket เนี่ย ไปก็ได้ แต่ว่าผู้สมัครจะต้องมีถิ่นฐาน มีที่อยู่ในญี่ปุ่น ซึ่งเอาจริง ๆ ชาวต่างชาติจะไปก็ได้แหละ แต่ต้องให้คนญี่ปุ่นสมัครให้ แต่ Comiket Special เนี่ยไม่เหมือนกัน คุณจะอยู่อเมริกา รัสเซีย อัฟกานิสถาน มอนเตอเนโกร คุณก็ไปได้ คุณสมัครออนไลน์ไปเลย แล้วก็ เขาจะใช้วิธีส่งหนังสือระเบียบการ และตั๋วสำหรับเข้างานมาให้เลย เราก็ปรินท์ไป นี่คือ Comiket Special จัด 5 ปีครั้ง ไปครั้งแรกก็รู้สึกว่า มีคนบอกเหมือนกันว่า งานเนี้ยเหรอ คนน้อยกว่า Comiket ตั้งเยอะแน่ะ

เทพ – ผมก็คิดกับเพื่อนว่า เต็มที่ก็อาจจะประมาณห้าง Siam Paragon หรืออะไรพวกนี้หรือเปล่า หรืออาจจะน้อยกว่านั้น ก็คงไม่เท่าไรหรอกมั้ง ประมาณนั้นล่ะครับ

makuhari-messe
ขอบคุณภาพจาก : CCB.or.jp

ต๊ะ – งานนี้ไม่ได้จัดที่โตเกียวบิ๊กไซต์นะ เขาจัดที่ฮอลล์ที่นึง ริมทะเล ชื่อ Makuhari Messe International Convention Complex เป็นศูนย์ประชุมนานาชาติ ไปถึงปุ๊บ เฮ้อ จะมีคนแค่ไหนกันเชียว คือมันก็มีคนเดินเข้างานอยู่นะ อา ตอนแรกก็ มีคนบาง ๆ ไม่เท่าไรหรอก สังเกตอีกทีนึง ไอ้คนทั้งหมดอ่ะ มันลากกระเป๋าหมด หรือไม่ก็ถือถุงหมดเลย ซึ่งทั้งหมดนั่นคือกลุ่ม circle ที่มาขายของเท่านั้นเอง

เทพ – ใช่ครับ ระหว่างทางที่เดินไปตรงนั้น จะมีแถวคนที่ไปนั่งรอกันอยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว จำนวนก็เยอะทีเดียวครับ

ต๊ะ – ผมเข้างานตามคำแนะนำของหนังสือของเขา คือเขาให้ circle เข้างานทางนึง คนมาเที่ยวงานเข้าอีกทางนึง แยกกันไป ผมก็ดูว่า เฮ้ยคนน้อยนี่ ไม่รู้ว่าทั้งหมดนี่แค่ circle ซึ่งงานนี้มี circle ประมาณ 5,000 เจ้า คนก็ประมาณ 15,000 คน แล้วก็พอหลุดมาอีกทางนึงปุ๊บ โผล่ที่หน้าฮอลล์ เจอที่ขนาดเท่าสนามบอล 3 สนาม และคนนั่งรอเต็ม เต็ม เต็ม เต็ม เต็ม เต็ม เต็ม โอเคครับ ก็ รู้สึกมันบ้ามาก นี่แค่งาน Comiket Special นะครับ ยังไม่ใช่งานตัวจริงของมัน

เทพ – ที่เขาบอกว่าน้อย ๆ เนี่ย นี่น้อยละนะ

ต๊ะ – เป็นฮอลล์เท่า Bi-tec คูณ 2 เป็นฮอลล์แฝด 2 ฮอลล์ติดกัน นับแค่พื้นที่งานก็คงราว ๆ Bi-tec 4 ฮอลล์ 5,000 บูธ จัดงานกันแค่สองวัน

akibatan-interview-with-doujin-circle-tomodachi-02Akibatan – บรรยากาศงานที่นั่น เหมือนหรือแตกต่างกับบ้านเราอย่างไรบ้าง

ต๊ะ – เขาแยกชัดเจนว่าเป็น Y ฮอลล์นึง แล้วก็เป็น H อีกฮอลล์นึง ว่าง่าย ๆ คือเป็นงานผู้หญิงฮอลล์นึง ผู้ชายฮอลล์นึง แยกกันไปเลย แต่มีทางเชื่อมต่อกัน

เทพ – ตอนนั้นที่พวกเราไป ได้อยู่ในฮอลล์ผู้ชาย มุมในสุด..

ต๊ะ – ตอนนั้นไปในฐานะ circle ของเรื่อง Kantai Collection ไป แต่อย่าคิดว่ามันเป็นชื่อเรื่องเดียวกันแล้วอยู่กลุ่มเดียวกันนะ ไม่ใช่แค่นั้น ภาพรวมมันเป็นโซน Kantai Collection หนึ่งก้อนใหญ่ ๆ แล้วในโซนนั้น จะมีการแบ่งย่อยกันไปอีกแต่ละแถว แยกตามตัวละครไปเลย สมมติว่าแถวนี้เป็นแถวคองโก มันก็จะมีแต่คองโกอย่างเดียว

เทพ – ยกให้แถวนึงเป็นแถวของตัวละครนึงไปเลย เวลาลูกค้ามาปุ๊บ ก็สามารถหาสินค้าของตัวละครตัวนี้ได้เลย จะได้เลือกได้ชมได้อย่างสบายใจ

ต๊ะ – งานนี้ก็พูดตรง ๆ ผมขายไม่ดีหรอก เพราะว่าคนไม่รู้จักผม แล้วก็ ของที่ขายได้ดีใน Comiket จริง ๆ น่ะ ต้องเป็นโดจิน แล้วก็ H ด้วย ผมเอาพวกอาร์ตบุ๊คไปขาย ก็พอได้บ้างนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่ได้พอค่าเดินทางหรอกครับ
แต่พอจบมาก็สรุปได้ว่า งานญี่ปุ่นแม่งบ้าจริง แล้วก็ จากนี้เราตั้งความหวังว่าจะไปงานใหญ่กันเรียบร้อยละ อันนี้คือแนะนำว่า ถ้าใครสนใจอยากลองครั้งแรกอ่ะ ไอ้เนี่ย สมัครง่ายมาก แล้วก็แทบจะได้ทุกคน
เพราะมันคืองาน Comiket Special คนญี่ปุ่นไม่ค่อยลง มัน มันเปิดให้ชาวต่างชาติลงเป็นหลัก 5 ปีครั้ง วันนั้นจนถึงตอนนี้ก็ 2-3 ปีแล้ว จะมีอีกครั้งก็อีก 2 ปีมั้ง

%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%ad-2016-12-22-08-25-27
catalog จากงาน Comic Market 91

Akibatan – มาถึงงานจริง เป็นอย่างไรบ้างครับกับงาน Comiket ระเบียบในการไปจัดงานยุ่งยากมากน้อยแค่ไหน

เทพ – Comiket ระเบียบการสมัครงานจะคล้ายกับ Comiket Special ครับ

ต๊ะ – แต่ตอนที่เราไป Comiket Special ครั้งนั้น งาน Comiket งานฤดูร้อนน่าจะจบไปแล้ว เลยไม่ได้สมัคร เราเลยไปสมัครงาน Comiket ฤดูหนาว ปลายปีครับ โดยพื้นฐานงาน Comiket จะมีปีละ 2 ครั้ง คือในเดือนสิงหาคม ที่เรียกกันว่า Comiket ฤดูร้อน กับเดือนธันวาคม ที่เรียกกันว่า “Comiket ฤดูหนาว” ที่จัดเดือนนี้เพราะว่าทั้งสองวันนั้นเป็นวันหยุดยาวของญี่ปุ่น สิงหาคมจัดช่วงวันหยุด ช่วงปิดเทอมหน้าร้อนของญี่ปุ่น แล้วก็ ธันวาคมก็คือจัดคร่อมปีใหม่เลย คือสามารถบอกวันที่ได้เลยว่าทุกปีเท่ากันหมด

เทพ – คือวันที่ 29 – 31 ครับ คือจัดเสร็จปุ๊บฉลองปีใหม่เลย

ต๊ะ – ปีใหม่ญี่ปุ่นปิดถึง 10 วัน วันที่ 24-25 หลังคริสต์มาสก็ปิดกันแล้ว ว่าง่าย ๆ มันเป็น long weekend อยู่ตรงกลาง weekend พอดี เป็นช่วงที่ใครไม่มีธุระอะไรแน่นอน สำหรับวิธีการสมัครนะ อันดับแรกคือมันจะเปิดรับสมัครเป็นช่วง ๆ หลังงานฤดูร้อนเสร็จปุ๊บ จะมีการขายใบสมัครของงานฤดูหนาวภายในงานเลย

เทพ – จะเปิดบูธไว้ให้สำหรับคนที่อยากจะสมัคร ไปซื้อเอกสารสำหรับการสมัครบูธ ราคา 1,000 เยน

ต๊ะ – ใบสมัครเป็นหนังสือเล่มนึง จากนั้นก็มากรอกแบบฟอร์มบน website ต้องให้คนรู้ภาษาญี่ปุ่นกรอกให้ และต้องมีที่อยู่ไว้ส่งเอกสารในญี่ปุ่นด้วย กรอกข้อมูลยาวมาก มีคำถามคำตอบมากมายเกี่ยวกับงาน Comiket เสร็จจะเสียค่าสมัครอีกประมาณ 10,000 เยน แต่นั่นยังไม่ได้การันตีว่าจะได้บูธ

เราก็ต้องรอประกาศผลทางหน้า website อย่างของงานฤดูหนาว เราจะรู้ผลประมาณเดือนตุลา คือก่อนงานประมาณสองเดือนจะรู้ผล แต่พอพอจบงานฤดูหนาว จะยังไม่เปิดให้สมัครบูธของงานฤดูร้อน ซึ่งจะไปเปิดแถว ๆ เดือนมีนาคม – เมษายน ของปีถัดไป พอรู้ผลแล้ว จะมีไปรษณีย์ส่งมาในที่อยู่ที่เรากรอกไป ในไปรษณีย์นั้นจะมีระเบียบการเล่มบาง ๆ เล่มนึง มีแผนที่ 1 แผ่น ว่าให้เราเดินเข้าตรงไหน แล้วก็มีตั๋ว 3 ใบ ตั๋วจะหน้าตาเหมือนตั๋วหนังรุ่นโบราณ ยาว ๆ หน้าตาเหมือนตั๋วหนังสกาล่า ไอ้ตั๋วนั่นคือมันทำให้เข้างานก่อนเวลาได้ และเข้าในประตูของเซอร์เคิลได้ วิธีเข้าก็คล้าย ๆ ที่เทพพูดไว้ ทุกคนจะต้องถือตั๋วอยู่ในมือ แล้วจะมีพนักงานบอกให้เอาตั๋วหยอดใส่ในกล่อง แค่นั้นจริง ๆ ไม่ต้องพูดอะไรกับเขาเลย แล้วเราก็จะเข้าไปในงานได้ นี่คือตั๋วเซอร์เคิลนะ แต่ถ้าคนธรรมดาเข้างานฟรี ไม่เสียตังค์

akibatan-interview-with-doujin-circle-tomodachiAkibatan – บรรยากาศงานที่นั่น เหมือนหรือแตกต่างกับบ้านเราอย่างไรบ้าง

ต๊ะ – สำหรับงาน Comiket ใหญ่เนี่ย ไม่ว่าร้อนหรือหนาวก็จะมีพื้นที่เท่ากัน คือ Tokyo Big Sight แบ่งเป็นฝั่งตะวันออก – ฝั่งตะวันตก พื้นที่ประมาณ 8 ฮอลล์ของ Bi-tec ฮอลล์ตะวันออกมี 6 ฮอลล์ ตะวันตกมี 2 ฮอลล์

เทพ – เป็นซ้าย 3 ขวา 3 ก็คิดว่ามี Bi-tec 6 ฮอลล์ เรียงกันอยู่ ข้างละ 3 นี่แค่ฮอลล์ฝั่งตะวันออกครับ

Akibatan – ถ้าแค่เดินวันละ 1 ฮอลล์ 6 วันนี่จะเดินครบทุกฮอลล์ได้ไหมครับ

ต๊ะ – เหลวไหลครับ

เทพ – เป็นไปไม่ได้เลยครับ ผมพยายามมาลองดูแล้ว เอาแค่ว่าต่อให้ไม่มีคน วิ่งทั้งวันเรื่อย ๆ ก็คงใช้เวลาเกือบทั้งวัน แต่ปัญหาที่ว่าคือในฮอลล์ตรงนั้นอ่ะ มันจะมีฝูงคนมหาศาลมาก การจะไปบูธนึงคุณจะต้องมีรูทที่ชัดเจน เพื่อที่จะไม่ได้เสียเวลาเปล่า เพราะว่าคุณจะต้องวิ่งฝ่าเหล่าโอตาคุจำนวนมหาศาลตรงนั้น เพื่อที่จะไปยังเป้าหมายที่คุณต้องการ

Akibatan – คือแบบ เดินเรื่อยเปื่อย ๆ ไปหาเอาข้างหน้านี่หมดสิทธิ์

เทพ – แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยครับ

ต๊ะ – จำนวนมหาศาลมาก ๆ แล้วคนเยอะมาก ๆ ต่อให้มีคนแค่คนเดียวก็ตาม เราก็เดินไม่ไหวอยู่ดี มีบูธสมัครทั้งหมด 15,000 บูธต่อปี งานมี 3 วัน วันนึงเฉลี่ยก็ประมาณ 4,000 บูธต่อวัน ที่มี 8 ฮอลล์คือมีฝั่งตะวันออก 6 ฮอลล์ ตะวันตก 2 ฮอลล์ แต่ละฮอลล์ก็จุประมาณสัก 500 – 600 บูธ อะไรพวกนั้น ซึ่งในแต่ละวันบูธจะไม่ซ้ำกัน จบงานวันนี้ พรุ่งนี้มีอีกเจ้ามาเสียบแทนแล้ว คุณต้องขายสินค้าให้ได้ในวันเดียว

top_image

Akibatan – ไอ้ที่เขาแบ่งตะวันตก ตะวันออก นี่ หมายถึงว่า เนื้อหาที่จะไปลงนี่เขาแบ่งยังไงบ้างครับ

เทพ – แบ่งเป็นเรื่องไปฮะ อย่างเช่นเรื่องที่มีจำนวน circle มหาศาลอย่าง Kantai Collection จะได้ฮอลล์ฝั่งตะวันออก 1 โซน ไปโซนนึงเลย อย่างที่ว่าเมื่อกี๊ตะวันออกแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งละ 3 ฮอลล์ เรื่องนี้ก็จะได้โซนตะวันออกไปเกือบจะเต็ม 1 ฮอลล์เลย แล้วก็ที่เหลือจะเป็นประปราย เล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนทางตะวันออกของอีกฝั่งนึงจะเป็นคล้าย ๆ กันก็คือ เรื่องไหนที่มันพีค ๆ ใหญ่ ๆ ในตอนนั้น ที่จำได้ก็มี Granblue Fantasy ก็ได้ฝั่งตรงนั้นเหมือนกันอีกโซนนึง ฝั่งตะวันออกจะแบ่งเป็นสองชั้น ชั้นล่างขาย official เหมือนที่พวกบูธลิขสิทธิ์ไปออกงานในงานหนังสือ ส่วนชั้นบนขาย doujin ทีนี้ ทางฝั่งตะวันตก มักจะเป็นพวก บางวันก็จะเป็นโซนสินค้าทำมือบางรูปแบบ เช่นที่เป็น original ตรงนั้นก็มี วันสุดท้ายที่ผมจำไม่ผิดก็คือ พวกเพลงจาก Tohou เพลงจาก Vocaloid จะครองไปทั้งฮอลล์ พวกแอนิเมชันทำเองก็จะอยู่ตรงนั้น

ต๊ะ – โซนสุดท้าย doujin soft พวกเกมทำเอง MV ทำเอง ตระกูลนั้น ว่าง่าย ๆ คือไม่ขายหนังสือ ก็เอาไปทั้งฮอลล์ Niconico ก็มาอยู่โซนนี้เหมือนกัน

เทพ – ส่วนการแบ่งโซนเรื่อง กับซอยย่อยแถวตัวละคร ก็เหมือนกับงาน Comiket Special ครับ

Akibatan – ต้องส่งตัวรูปเล่มหรือผลงานให้เขาดูไหมครับ

ต๊ะ – ไม่ต้องครับ มีแค่ภาพตัวอย่าง หรือรูป อย่างเดียว ตอนกรอกใบสมัครมีแค่ภาพคัทเอาท์ภาพเดียว แต่ว่าเขาเข้มงวดในแง่ของรายละเอียด เช่น คุณจะขายอะไร ต้องเขียนให้ชัดเจนว่าขายโดจิน เรื่องนี้เรื่องนั้น และมีตัวนี้เป็น main ตรงนี้ต้องตอบไปล่วงหน้าก่อน แต่ถึงเวลาแล้วก็ไม่ได้เข้มงวดว่าต้องมีแต่ตัวนี้นะ
อ่ะสมมติว่าเราเขียนว่า โดจิน Shimakaze เป็น main แต่ถึงเวลาปุ๊บ เราอยากเขียน Kongou ด้วย ก็ได้ แต่ต้องมี Shimakaze นะ เพราะขอไว้แล้ว

ต๊ะ – มันเหมือนกับว่าให้วางแผน ว่าจะไปออกงานเนี้ย คือเราต้องมีแผนไว้ก่อนแล้ว ว่า เฮ้ย งานหน้าเราจะต้องมีตัวนี้ เรื่องนี้ละกัน อะไรแบบนี้ คือไม่สามารถแบบว่า เฮ้ย มีเรื่องนี้ แล้วก็เอาไปลงได้เลย ไม่งั้นก็ต้องใช้วิธีแบบ DL Action

เทพ – DL Action ที่เขาขายงวดนั้น ที่ผมไปเจอ เขาจะขายอยู่ที่โซนของเรือ เล่มหลักของเขาจะเป็นเรือ Shimakaze กับพวกสาว ๆ ในบ่อน้ำร้อน อันนั้นเป็นเล่มหลักของเขา แต่สิ่งที่ทำให้ DL Action เป็นที่น่าสนใจ คือเล่มรองของเขา ที่จะบางกว่า ราคาถูกกว่า เป็น Rem จาก Re:Zero ขายอยู่ในบูธด้วยเหมือนกัน ซื่งทางนั้นเขาก็ถือว่าไม่ได้ผิดกฎอะไร เพราะที่เขายื่นไปเป็นเรือในเล่มเรืออยู่แล้ว ก็มีอยู่จริง แล้วก็มีเล่มบางกว่าวางขายอยู่ตรงนั้น เขาก็ผ่อนผันได้ครับ คือแค่ว่าตัวหลักเนี่ยขอให้ตรงกับที่ยื่นไป เล่มรองจะเป็นใครก็ได้ อีกเรื่องนึง

ต๊ะ – เรื่องการตรวจเช็คของที่นี่ มีความเข้มงวดมาก อธิบายนิดนึงคือมันไม่เหมือนกับโดไทย งาน Comiket เนี่ย จะใช้อาสาสมัคร หรือ volunteer จำนวนมาก อาสาสมัครคือคนที่ยินดีมาทำงานให้สต๊าฟฟรี ๆ นั่นแหละ แต่จะได้ของตอบแทนเช่นได้ข้าวกล่อง ได้เสื้อ ได้หมวก แล้วก็ได้เครดิตในฐานะว่าเคยได้มาทำแล้ว ได้ของเล็ก ๆ น้อย ๆ เคยวิ่งกันให้ ซึ่ง volunteer เนี่ย จะมีใช้ปีละ 4,000 คน ซึ่งในนั้นจะมีคนที่ดูแลเป็นลำดับชั้นลงมา เช่นคนนี้เป็น floor manager คอยดูแลโซนฝั่งนี้ จะมีลูกน้องอีก 3 คน ลูกน้องเหล่านี้ก็จะดูแลโซน A B C แล้วในโซน A B C นี้จะมีคนดูรายแถว แต่ละแถวไปเลย ดังนั้น ของทุกอย่างที่เอาไปจะถูกตรวจ เขาจะมีรายการเลยว่าบูธนี้ขออะไรมา คุณมีเล่มนี้มาหรือเปล่า แล้วบางคนเคยถึงกับเทียบว่ามันตรงกับรูปคัทเอาท์หรือเปล่า ส่วนอื่น ๆ ถ้ามีของที่ตรงกับสเปคเขาแล้ว ก็จบ ตรงนี้เข้มงวดครับ

เทพ – ทีนี้ ตอนที่ไปขายวันแรก ก่อนที่จะเริ่มการขาย สต๊าฟเขาก็จะมาเช็คอย่างที่บอกไป และจากนั้นเขาจะขอเล่มตัวอย่าง 1 เล่ม เพื่อไปลงในฐานข้อมูลของเขาว่านี่คือเล่มตัวอย่างที่ร้านนี้ขาย

akibatan-interview-with-doujin-circle-tomodachi-04Akibatan – อย่างละเล่มเลยไหมครับ?

เทพ – อย่างละเล่มครับ ถ้าเป็นของใหม่ก็ยื่นแต่ของใหม่หมด ถ้าเกิดเป็นโดจินเล่มเก่า ก็ไม่ต้องยื่นแล้ว เพราะเขามีฐานข้อมูลนี้ไปแล้ว แล้วจะมีสติกเกอร์ให้อีกใบนึง เพื่อให้กรอกว่าใครเขียน เขียนเมื่อไรที่ไหนยังไง ราคาเท่าไร ให้แปะลงหน้าสมุด เหมือนจะทำห้องสมุดโดจินอ่ะครับ ทุกครั้งที่ไปออกเล่มใหม่ก็จะต้องทำแบบนี้ตลอด

ต๊ะ – ส่วนเรื่องระเบียบการ งานนี้จะเปิดให้คนเข้าได้ประมาณสิบโมงครึ่ง เซอร์เคิลต้องเข้าให้ได้ก่อนเก้าโมงครึ่ง ถ้าเข้าเลทกว่านั้นเขาจะปิดประตูไม่ให้เข้า

เทพ – แล้วต้องไปต่อแถวข้างนอก เข้าพร้อม ๆ กับคนอื่น

ต๊ะ – มาเรื่องนี้นิดนึง จำได้ไหมครับที่ผมพูดเรื่อง Comiket Special ว่าคนมันเยอะ แต่กับงานนี้อธิบายไม่ถูกเลย มันเยอะชนิดที่ว่า สุดลูกหูลูกตา ยังดีที่ตอนนี้เขาแก้กติกาว่าให้คนเข้าแถวข้ามคืนไม่ได้แล้ว ดังนั้นคนที่จะไปได้เร็วที่สุดคือรถไฟเที่ยวแรกเท่านั้น หรือไม่ก็ขับรถมา

Akibatan – แบบนี้ก็กลายเป็นว่าไปต่อคิวหน้ารถไฟ…

เทพ – ใช่ น่าจะเป็นแบบนั้น

ต๊ะ – คือ ลงจากสถานีรถไฟปุ๊บ คุณจะเห็นมีแต่คน ผมนึกว่าเป็นแพคน ตั้งแต่สถานีรถไฟไปจนถึงฮอลล์ขายของ แล้วพวกผมมาในฐานะเซอร์เคิล มันก็มีทางเข้าพิเศษแหละ แต่ถ้าต้องต่อคิว ก็ต้องต่อคิวจริง ๆ

เทพ – ถ้าเลยเก้าโมงแล้ว ก็จะต้องไปเข้าแถวตรงนี้

ต๊ะ – คนมันมหาศาลจริง ๆ ครับ เอาง่าย ๆ คือปีที่แล้วอ่ะ มีคนเข้างานทั้งหมด 1,200,000 คน ตัวเลขนี้ใกล้เคียงกับงานศูนย์สิริกิตติ์ ซึ่งงานศูนย์สิริกิตติ์มี 12 วัน แต่งานนี้มี 3 วัน

เทพ – เอา 12 วันมาอัดใน 3 วัน สนุกมั้ยล่ะ

ต๊ะ – บ้าบอคอแตกที่สุด คนมันไม่รู้มาจากไหนกันเยอะมาก

akibatan-interview-with-doujin-circle-tomodachi-03Akibatan – ขอถามเรื่องนึงหน่อยครับ บูธ Tomodachi เนี่ย ไปออกงานมาหลายที่มาก ต่างประเทศ แทบจะทั่วเอเชียแล้วเนี่ย ถ้าเทียบกับงานอื่นแล้ว คิดว่าเป็นอย่างไรบ้างครับ

ต๊ะ – อย่างแรก ถ้าเอา Comiket ไปเทียบ ไม่มีอะไรเทียบกับมันได้ มันบ้าจริง ๆ ทั้งเยอะ ทั้งสเกลงาน ทั้งจำนวนของที่ออก ทั้งจำนวนคน และทั้งเงินที่หมุนเวียนในงานนั้น อันนี้ผมไม่รู้ว่าคุณจะเอาไปลงได้หรือเปล่านะ รู้จัก Kantoku ไหมฮะ? นักวาดโคตรดังคนนึงอ่ะ ผมเข้าไปเห็นเขา ของเขานี่ขับรถบรรทุกมาคันนึง คือในรถบรรทุกหนึ่งคันอ่ะ มีแต่โดจินของ Kantoku ปกเดียว แต่ไม่ใช่รถบรรทุกใหญ่นะ รถบรรทุกสี่ล้อเล็ก ๆ ที่คนญี่ปุ่นเขาใช้กันอ่ะ ถอยมาจอดที่บูธ พอดีบูธอยู่ข้าง ๆ เขาอ่ะ เลยพอเห็นกันได้ แล้วก็ยกลง ๆ ก่อนเที่ยงเขาขายหมดแล้ว

60456095_p0
ขอบคุณภาพจาก : カントク’s Pixiv

Akibatan – มีมาเติมเรื่อย ๆ ไหมครับ

ต๊ะ&เทพ – ไม่ครับ

เทพ – เพราะว่ารถมันมีเวลาเข้าออกของเขา คือจบเที่ยงนั้นถ้าใครยังไม่ได้ก็อดเลย

ต๊ะ – 1 คันรถบรรทุก แล้วมีคนยกลงจากรถบรรทุก แล้วก็รถออกไป แล้วก่อนเที่ยง ทั้งหมดนั้นขายหมด เม็ดเงินมหาศาลมากเลยครับที่นี่ จะว่าไป เทพลองเล่าดิ๊ บูธที่แถวเป็นกิโล

เทพ – แถวไหน แถวหินแปลก ป่ะ ผมไปต่อแถวมา ตอนนั้นงานเพิ่งเปิดไม่นาน ประมาณ 10 โมงกว่า ๆ แถวยาวระดับกิโลแล้ว และถัดจากเวลาตรงนั้นคือ เวลาประมาณเที่ยงหรือบ่ายโมง แถวก็ยาวเกินกิโลไปแล้ว

cuxhh-5vyaelbbk
ขอบคุณภาพจาก : 比村奇石’s Twitter

Akibatan – นั่นคือแถวในงานเหรอครับ ผมเห็นจากที่ถ่ายมามีคนวิ่ง ๆ

เทพ – นั่นแถวหน้างานครับ ผมว่าแถวที่ผมไปยืนมันตากแดดอยู่ข้างนอก ไกลกว่านั้น มันค่อนข้างยาวมาก

ต๊ะ – ตรงนี้ต้องอธิบายเสริมนิดนึง เราเคยได้ยินแต่คำว่าบูธติดกำแพง คนที่ไม่ดังหรือธรรมดา จะอยู่ในบูธในแถว คนที่ดังหน่อยเขาจะจัดหัวแถวให้ คนที่ดังกว่านั้นเขาจัดบูธติดกำแพงให้ กำแพงคือบูธที่ติดกำแพงแล้วมีที่เข้าคิวหน้าบูธ เข้าได้ประมาณ 20 คน ถ้าคุณดังกว่านั้นอีก เขาจัดบูธติดประตูให้ ตัวบูธอยู่ข้างใน แต่แถวรอคิวซื้อของนี่ลากยาวไปนอกฮอลล์เลย

เทพ – ใช่ คือยืนอยู่ในฮอลล์ไม่สามารถต่อแถวกันได้ บูธหินแปลกเป็นบูธที่ตอนแรกก็ต่อแถวกันยาว ๆ อย่างที่ว่า แล้วก็ค่อย ๆ เดินกันช้า ๆ บูธอื่น ๆ นี่จะแบบ เฮ้ย แป๊บนึง ก็ค่อย ๆ ขยับกันทีละนิด

ตอนแรก บูธหินแปลกก็เดินที่ละนิดกันนี่แหละครับ แต่สักพักมันเริ่มเร็วขึ้น เร็วขึ้น ผมก็ตกใจมากว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผมก็ค่อย ๆ วิ่ง ต๊อกแต๊ก ๆ เกิดอะไรขึ้นวะ ๆ พอไปถึงหน้าบูธก็ได้เห็น ถ้าได้ดูคลิป จะเห็นว่าคนวิ่งเข้ามาปุ๊บ ถือแบงค์พันเยน โยนลงกล่อง แล้วคว้าโดจินชุดหินแปลกกลับบ้านไป 1 เซ็ท

1 คน 1 เซ็ท 1,000 เยน ทุกคนวิ่งหย่อน ๆ ไม่มีการหยุดคิว ใครมาถึงปุ๊บคว้าตังค์ไม่ได้ เดินออกไป เขาโหดนะครับ

ภาพการต่อคิวของบูธหินแปลก (比村奇石) จากงาน Comic Market 90

Akibatan – แบบนี้มีเวียนไหมครับ

ต๊ะ&เทพ – ก็ได้นะครับ ก็ไปรออีกกิโลนึง ล่อเป็นชั่วโมงกว่า

เทพ – วิ่งกลับไปต่ออีกกิโล ผมเองก็อยากครอบครองมาก แต่ก็เป็นของคนอื่นครับ ไม่ได้

ต๊ะ – อันนี้ก็คือ เม็ดเงินหมุนเวียนกันขนาดนี้ คนดังจะขายได้เยอะมาก คนไม่ดังขายได้ไหม? ได้ ผมว่าเกือบทุกคนในงานนี้ขายของได้ เพียงแต่ได้ถึงจำนวนที่โอเคหรือเปล่าก็อีกเรื่องนึง ที่ว่าทุกคนขายได้เพราะว่างานนี้คนมันมหาศาลมาก ๆ อย่างที่ผมบอกว่ามันมีล้านคนนะ ถ้าหนึ่งในล้านคนชอบผลงานเรา มันก็ขายได้แล้ว สมมติว่าอย่างขายโดได้ 100 เล่มเงี้ย เราแค่ 1 ใน 10,000 คนเองมั้ง 10,000 คนชอบเราคนเดียว เราขายได้ 100 เล่ม ขนาดเนี้ย ด้วยปริมาณมหาศาล แล้วก็ ไอ้…. เอ้อ ผมพูดเรื่องสมัครงานจบยังหว่า พอ

Akibatan – ตอนไปนี่มีอุปสรรคเยอะไหมครับ กว่าจะได้ไปออกบูธที่นั่น ต้องแย่งชิงอะไรไหม

ต๊ะ – พูดจริง ๆ อุปสรรคก็คือตอนสมัครนี่แหละ ถ้าเราไม่มีคนญี่ปุ่น หรือคนไทยที่อ่านเขียนภาษาญี่ปุ่นได้รู้เรื่องช่วยเหลือ และมีที่อยู่ในญี่ปุ่น ไม่มีทางทำได้ มันต้องเป็นแบบนี้

เทพ – ตอนขายเขาก็กำหนดมาเหมือนกันว่า คุณต้องมีคนพูดภาษาญี่ปุ่นได้ 1 คน ในการขาย เพราะคนที่พูดภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างน้อย

ต๊ะ – ในขั้นตอนการตรวจบูธที่ผมพูดถึงอ่ะ เขาจะมาเช็คเหมือนกัน เขาจะมาพูดคุยกับเราว่าเราพูดภาษาญี่ปุ่นได้ไหม และอีกอย่างหนึ่งคือ ถ้าเราพูดไม่ได้ เราขายของให้เขาไม่ได้เลย คนญี่ปุ่นค่อนข้างจะกลัวภาษาอังกฤษมาก ถ้าเราพูดภาษาอังกฤษไป โอกาสที่เขาจะเดินหนีมีสูงมาก ซึ่งอันนี้แตกต่างกับประเทศอื่นเยอะ

akibatan-interview-with-doujin-circle-tomodachi-06Akibatan – อย่างนี้คือ จากที่เคยไป ๆ มาแล้วเนี่ย ได้รับอะไรกลับมาบ้างครับ ประสบการณ์ที่ได้รับจากการไปออกงาน Comiket

เทพ – ของผมคือสกิลแผนที่ คือปกติผมก็ไปอัพสกิลแผนที่มาจากต่างประเทศมาหลายที่ครับ แต่ญี่ปุ่นเนี่ย คือ Google Map กับการใช้รถไฟฟ้านี่เรียกว่าเป็นอาวุธหลักในการเดินทางไปไหนมาไหนในญี่ปุ่นเลย เพราะของญี่ปุ่นเนี่ยมันค่อนข้างแม่นยำ ยอดเยี่ยมมาก แล้วก็ ที่ได้จาก Comiket  คือวัฒนธรรมการเข้าคิว
ที่นี่ วัฒนธรรมการเข้าคิวของญี่ปุ่น ถือว่าเป็นรูปแบบ ระเบียบการที่เหนือกว่าประเทศไหนที่เคยไปมาจริง ๆ ทุกคนเหมือนกับพร้อมใจกันทำตามกฎกติกาว่า “เฮ้ย ฉันจะต้องต่อแถวนี้ ต้องยืนรอตรงนี้ แม้ว่าจะต้องใช้เวลาอดทนรอเป็นชั่วโมงก็ตาม” เขาก็ยินยอมพร้อมใจกัน ต้องเรียกว่าเป็นอะไรที่เหลือเชื่อมาก ว่าความเป็นระเบียบของเขามันสามารถพร้อมกันได้ขนาดนี้ ต้องรอก็ต้องรอแหละ

ต๊ะ – เสริมไปนิดนึง คนเยอะมาก ฮอลล์ใหญ่มาก แต่แทบจะไม่มีเสียง เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ ผมก็ตกใจ มันแทบจะไม่มีเสียงเลย ปกติคนไทยเราอยู่ด้วยกันเยอะ ๆ จะมีเสียงจ้อกแจ้ก ๆ เต็มไปหมด ที่นี่ทุกอย่างเงียบกริบ ทุกคนเดิน ดูแผนที่ แล้วเหมือนเดินไปตามธุระของตัวเองเท่านั้น ไม่มีใครพูดอะไรกับใคร ผมเห็นเดินขนกัน มีเบียดกัน ไม่มีใครขอโทษใคร ไม่มีใครด่าใคร เหมือนทุกคนเข้าใจกันอยู่แล้วว่ามาที่นี่ก็ต้องโดนแบบนี้อยู่แล้ว อันนี้ผมตกใจมากเลย
อย่างที่สอง คำสั่งสต๊าฟคือประกาศิต สต๊าฟบอกว่า “หลบไปหน่อย” ทุกคนแหวกให้ สต๊าฟบอกว่า “เชิญทางนี้ครับ” ทุกคนเดินตาม สต๊าฟบอก “ออกไปทางนี้” ทุกคนเชื่อหมด

Akibatan – แบบ เป็นระเบียบมาก

เทพ – ทุกคนทำตามกติกา

ตัง – ไม่มีแบบ วุ่นวาย… ไม่มีพูดแบบ “ซื้อเชิญทางนี้..”

ต๊ะ – เออ มี ทำได้ แต่ว่าเขาก็ไม่ดัง

เทพ – เขาจะทำกันแบบเงียบ ๆ อย่างมากก็พูด โดโสะ ทางนี้ครับ อะไรงี้ ที่ดังที่สุดมีอย่างเดียว คือบูธหินแปลก ที่ผมไปต่อแถวมา คือแบบ “เฮ้ย วางตังค์ ๆ!!” พูดแค่นั้นจริง ๆ คือออกจะนักเลงนิด ๆ อะไรเงี้ย สนุก ๆ นั่นคือดังสุดแล้ว ส่วนคนอื่น ๆ เขาจะมีมารยาทและค่อนข้างเงียบ บูธทั่ว ๆ ไปเวลาเขาจะทำกัน เวลามีใครมาซื้อของเงี้ย เขาก็ “เชิญครับ (โดโสะ)” ให้ดูที่แคตตาล็อกหรือที่หนังสือของเขา แค่นั้นเอง ทางคนซื้อก็จะไม่ได้เดินมาแล้วแบบ “เออ ตัวนี้ขายเท่าไรครับ เล่มนี้ขายยังไง” จะไม่มีเลยครับ โดยคนญี่ปุ่นเวลาซื้อของจะดูรายละเอียดที่อยู่บนโต๊ะก่อน จากนั้นจะควักตังค์ วาง แล้วหยิบอย่างเรียบง่าย ไม่เหมือนที่อื่นใด ๆ ในโลก ที่แบบมาถึง “เฮ้ย โดจินเล่มนี้ราคาเท่าไร” อะไรงี้ จะเป็นตลอด นี่คือเขาจะอ่านทุกคอนเทนต์มาก่อน

1235498ภาพตัวอย่างจาก app แจ้งว่าบูธไหนของหมดแล้วหรือไม่ เพื่อความสะดวกในการเดินงาน
ขอบคุณภาพจาก : Gigazine.net

Akibatan – คือเตรียมตัวกันมาก่อนแล้ว

เทพ – ครับ เขาเป็นอย่างนั้น

ต๊ะ – บางทีหนักกว่านี้อีกคือไม่อ่านเลยก็มี แต่ว่าอ่านจากบ้านมาแล้ว มาถึงเอาเงินวาง หยิบ แล้วไป ส่วนใหญ่เป็นอย่างนี้ด้วย อย่างว่า เวลาเป็นเงินเป็นทอง

เทพ – เขารู้อยู่แล้วว่าเขาจะซื้ออะไร

ต๊ะ – ผมเห็นกระทั่งคนญี่ปุ่นที่มีแผนที่ ทุก Comiket จะมีหนังสือคู่มือราคา 1,000 เยน ขาย ข้างในจะมีผังบูธ และแผนที่แจก แผนที่ในแต่ละวันไม่เหมือนกัน จะมีคนลากแผนที่ว่าต้องไปที่นี่ แล้วต่อที่นั่น แล้วต่อที่โน่น หนักกว่านี้อีก ผมเห็นคนญี่ปุ่นคนนึงใช้ app เขาเปิด tablet ขึ้นมาแล้วมี app วิ่ง แล้วก็จิ้มว่าดูตรงนี้แล้ว ทางที่สั้นที่สุดจากที่นี่คืออะไร อันนี้คือประเด็น เรื่องของระเบียบ แต่สิ่งที่ผมว่าได้เยอะที่สุดจากที่นี่ก็คือ เห็นว่าพวกโปรเขาขายของยังไง เรียกว่าการสร้างงานดีกว่า ลักษณะการสร้างงานของพวกนักวาดดัง ๆ ของญี่ปุ่น และวิธีส่งเสริมการขายที่สุดยอดมาก ๆ หลาย ๆ อย่าง อย่างแรก โดยทั่ว ๆ ไป นักวาดดัง ๆ สิ่งที่ออกคือโดจิน 1 เล่ม หรือไม่ก็อาร์ตบุ๊ค 1 เล่ม แต่โดยทั่วไปเขาใช้วิธีที่ว่าไม่ออกแค่นั้น เขาจะมีชุดบันเดิลมาด้วยเกือบทุกคน บันเดิลที่ว่าจะประกอบด้วยโดจิน 1 เล่ม อาจจะเป็นแฟ้ม 1 เล่ม กระเป๋าพลาสติก 1 ใบ ถุงผ้า อย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วก็มีของแถม ก็จะเป็นพวกเข็มกลัด หรือเป็นโปสเตอร์ รวม ๆ กันหนึ่งเซ็ทประมาณ 4-5 ชิ้น

เทพ – พวกสติกเกอร์ ซึ่งจะมีขายแต่ที่นี่เท่านั้น

ต๊ะ – จะหาได้ที่เดียวคืองานนี้ จบงานนี้ บน Tora no Ana จะไม่มี ถ้ามีหลังงานนี้จะมีแค่ตัวเล่ม doujin ดังนั้นถ้าบอกว่าคนมา Comiket เขาแย่งชิงอะไรกัน แย่งชิงของพวกนี้แหละครับ มันหาไม่ได้นอกงาน

8b674df4645c7f0053099f7704d414eb_product_imageTora no Ana และ Melonbooks สองร้านจากอีกหลายร้านคู่ใจคนที่ไปงาน Comiket ไม่ได้

Akibatan – doujin อาจจะหาได้ แต่ของบันเดิลนี่มันมีที่เดียว

ต๊ะ – ครับ ที่บ้าบอคอแตกคือหินแปลก ที่พวกผมได้ไปอ่ะ มันมีหนังสือเล่มเล็กแถมอีกเล่มนึง ถ้าว่ากันก็คือถ้าคุณซื้อในงานคุณได้สองเล่ม และไอ้เล่มที่สองนั่นไม่ขายที่อื่น เท่ากับที่นี่มีที่เดียว หรือไม่ก็ต้องไปประมูลเอาใน Yahoo Japan คือคนมาปล่อยทีหลัง เนี่ย อย่างที่หนึ่งคือ ญี่ปุ่นเขาจะพยายามทำของให้เป็น limited ไม่คิดว่า ถ้าขายแล้วทำไมไม่ก็อปไม่ปั๊มขายเรื่อย ๆ ล่ะ ไม่อ่ะ จะขาย limited ให้มาแย่งกันตรงนี้แหละ มีคนนึงบ้ากว่านี้อีก ก็คือว่า คนนี้คือคนที่ดีไซน์ตัวละคร Infinite Stratos เขาเขียนโดจิน Girl und Panzer ซึ่งตอนที่เทพไปเนี่ย Girl und Panzer ภาคหนังเพิ่งออกไป คนกำลัง hype กัน เขาประกาศมาว่าหนังสือเล่มนี้ขายในงานเท่านั้น นอกงานเขาไม่ขาย หมดงานนี้ไม่มีขาย ไม่มี re-print ไม่ลง Tora no Ana ด้วย

ctszsjeumaav9hwซึ่งนั่นก็คือคุณ Kurashima Takeyasu จาก circle おこたんぺこ นั่นเอง

Akibatan – เหลือก็ไม่เอาไปขายต่อ

ต๊ะ – ครับ ไม่เหลือหรอกครับ แถวนี้ยาวสุดในงาน ยาวกว่าหินแปลกที่ว่าอีก คือแถวมันพันรอบฮอลล์ คือคนนี้ไม่ค่อยดังเท่าไร ไม่ค่อยดังมากเท่าคนอื่น และสต๊าฟจัดเขาอยู่ในฮอลล์ ไม่ได้จัดอยู่นอกฮอลล์

เทพ – ของมันพีค เขาประกาศว่า เขาจะไม่ขายที่ไหนแล้ว ขายตรงนี้แล้วจบ

ต๊ะ – นี่แหละครับ คนญี่ปุ่นเขาพยายามทำของให้เป็น limited พอ limited ปุ๊บ คุณค่ามันจะเกิด แล้วก็ พยายามทำชุด ทำเซ็ทบันเดิลขาย ซึ่งของพวกนั้นถ้าแยกกันแล้วก็ไม่มีมูลค่าอะไร พอประกอบเป็นชุดแล้วมันดูคุ้มดูเจ๋ง ผมได้มาตรงนี้เลย

อย่างที่สองคือ ของประหลาด ๆ เนื่องจากขนาดของงานใหญ่มาก และมีลักษณะหลากหลาย จึงมีคนมากมายสารพัดแบบ เทพ เจออะไรแปลก ๆ ไหม? ที่เราเจอกัน

เทพ – ผมเจออะไรนะ เกี่ยวกับ… ตำรากงกรรมกงเกวียน ของทิเบต แขวนอยู่ในงาน ซึ่งผมเห็นแล้วผมก็ตกใจว่าไอ้ของแบบนี้มันคือโดจินเหรอ?

ต๊ะ – ไตรภูมิทิเบต นรก สวรรค์ ทวยเทพ

เทพ – ไอ้ที่แปลก ๆ แต่ก็พอเห็นอยู่บ้าง อย่างเช่นหนังสือรถไฟ เป็นหนังสือที่บรรยายเกี่ยวกับรถไฟ พวกเด็นฉะโอโตโกะ เช่นว่า ฉันนั่งรถไฟไปสายนี้ แล้วพบเจออะไรบ้าง ก็เขียนมาเป็นเล่ม แล้วก็มาวางขาย อันนี้ว่าแปลกแล้ว แต่ก็ยังพอจะเห็นได้หลายครั้ง แต่ไตรภูมิทิเบตนี่ผมเพิ่งเคยเห็นจริง ๆ ไม่คิดว่าจะเจอที่นี่

ต๊ะ – ที่ผมเจอคือตำราทำกับข้าว เขียนโดยสาวสวยคนหนึ่ง แล้วก็มีไอ้หนุ่มคนหนึ่งมาเขียนคาแรกเตอร์ประกอบให้ เป็นการทำกับข้าวในรูปแบบของเขาเอง แล้วก็มีคาแรกเตอร์สวย ๆ ประกอบ แล้วก็มีวิธีเลี้ยงปลาทอง

เทพ – ก็ไม่รู้มันมาได้ยังไง

ต๊ะ – แต่มาอยู่ในงานนั้น และมันก็คือโดจิน…มันเป็นหนังสือวิธีเลี้ยงปลาทอง แล้วมีรูปมาประกอบ คือหนังสือจริง ๆ จะเขียนวิธีเลี้ยงปลาทอง แน่นอนว่ามีพวกบทกวีด้วย แต่ผมก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรเป็นอะไร อ่านไม่ออก

เทพ – ก็จะมีพวก เปิดตัวเพลง อันนี้พอเข้าใจได้ ก็เห็นอยู่หลายคน

akibatan-interview-with-doujin-circle-tomodachi-07Akibatan – อยากฝากอะไร ให้กับศิลปิน นักเขียนในไทยบ้างครับ ที่สนใจอยากจะแต่งผลงาน อยากจะออกมาบ้าง

ต๊ะ – อย่างแรก Comiket เนี่ย มันถือเป็นสนามสุดยอดในเส้นทางของโดจิน คล้าย ๆ กับโคชิเอ็งของเบสบอล ถ้ามีโอกาส อยากให้ลองมากันสักครั้งนึง คุณจะได้เห็นอะไรที่เปิดโลกเลยครับ ว่าในโลกนี้มีอะไรอย่างนี้อยู่ด้วย มันทำกันอย่างนี้เลยเหรอ? มันขายอย่างนี้เลยเหรอ?

เทพ – ถ้าอยากลอง ก็อย่างที่พี่ต๊ะได้บอกไว้เรื่อง Comiket Special น่าจะลองกันได้ไม่ยากเท่าไรนัก แต่ Comiket ก็ต้องทำตามกติกาที่เขียนไว้ ซึ่งถ้ามีโอกาสลองได้ก็อยากให้ลองครับ

ต๊ะ – โดยพื้นฐานข้างล่างแล้วคือ ของดีมันเยอะ อย่างผมไปรอบนี้ นักวาดที่ผมพาไปเขาก็ดีใจที่เขาได้เจอกับนักวาดต่าง ๆ ที่เขาเทิดทูนบูชา คือถ้าเราพาไปชอปปิ้ง ก็เหลือเฟือครับ มีเท่าไรก็หมด แต่ถ้าจะไปออกงาน ผมแนะนำว่านักเขียนโดจินไทย ลองสมัครไปดู ถ้าไม่ได้ก็ลองไปเที่ยวดู ให้ได้เห็นว่ามันขนาดนี้เชียวเหรอ แถมอีกนิดนึง ที่ญี่ปุ่นเนี่ย โดจินไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะ ไม่ใช่ของที่นักวาดทำเพื่อความสนุก หรือด้วยใจรักอีกแล้ว ใน Comiket  ชัด ๆ มันคือทำมาเอาตังค์

เทพ – ก็ถ้าดังมาก จะทำเป็นอาชีพจริง ๆ ก็ได้ครับ

ต๊ะ – อย่างคุณยูกะ (DL Action) ไม่มีอาชีพอื่นก็มาทำไอ้นี่ ซึ่งนักวาดทำก็ค่อนข้างจะได้ตังค์เยอะมากด้วย แต่อย่างว่าแหละครับ ไม่ใช่ทุกคนที่จะขายของได้ บูธ Comiket หมื่นกว่าบูธ เอาเข้าจริง ๆ มีแค่พันกว่าบูธที่ขายของได้เป็นเรื่องเป็นราว

เทพ – ที่เหลือก็แบบอาจจะแค่มาโชว์ตัว มาหาประสบการณ์

ต๊ะ – อย่างของผมพานักวาดไป 3 เที่ยวแล้ว ก็ยังไม่มีกำไรสักเที่ยวนึง พูดตรง ๆ คือยังเจ๊งอยู่ ที่เจ๊งคือกำไรที่หาได้มันไม่พอค่าเดินทาง ค่าบูธ Comiket มันไม่แพงหรอกครับ มันแพงที่ค่าเดินทาง ค่าตั๋ว ค่ากิน ค่าอยู่ อีกอย่าง กำไรของหนังสือมันไม่เยอะหรอกครับ หนังสือ Comiket ขายถูกนะครับ เล่มละ 500 เยนเอง แต่คนที่ทำอย่างนั้นได้ ต้องเป็นคนดังเท่านั้น ซึ่งก็ต้องขายของทีละเป็นพัน ๆ หมื่น ๆ ชุดนั่นแหละ ทำจำนวนเยอะมันก็ได้ราคาถูก แต่ถ้าเป็นโดจินของหน้าใหม่ ไม่ค่อยดัง มันก็ราคาเท่ากันนั่นแหละ แต่บางกว่า และไม่ดีเท่า อันนี้ช่วยไม่ได้ เป็นส่วนของการพิมพ์ สรุปคือว่า อยากให้นักวาดไทยลองไปทุกคน ไม่ต้องออกงานก็ได้ ไปดู อย่างนักวาดที่ผมพาไปก็บอกว่าพอไปดู กลับมาแล้วมีไฟวาดรูปมหาศาลเลย เพราะได้เห็นงานดี ๆ เต็มไปหมดเลย

แต่งานไม่ดีก็มีนะครับ เยอะด้วย อ้อ มีอีกจุดนึง คนญี่ปุ่นเหนียวแน่น บางเรื่องที่คนไทยลืมไปแล้ว คนญี่ปุ่นยังไฮป์อยู่เลย เช่น Touhou นี่ชัดเจนมาก มีอยู่ตลอดร้อยกว่าบูธ ก็ยังคงสร้างงานมาเรื่อย ๆ ไอ้ที่เก่ากว่านี้ เช่น Sailor Moon, Nanoha ก็ยังวาดกันอยู่ แต่แนะนำนะ อย่างอะไรที่มันกำลังดังก็ไฮป์กันมาก เช่นช่วงนี้ก็ไอดอล ไม่ว่า Im@s, Love Live! หรือ Kantai Collection, Granblue Fantasy ยังไฮป์อยู่ นอกนั้นก็ Gundam

เทพ – Gumdam นี่บ้านเราก็ยังพอมี ญี่ปุ่นมันก็ยังมี doujin H อยู่บ้าง อย่างคู่ AmuroxChar ก็ยังมีอยู่ หรือ CharxAmuro ผมก็ไม่แนใจ อย่างตอนนี้ผมก็เจอ Rockman X กับ Zero อยู่

ต๊ะ – ปีนี้ Pokemon เยอะ ถามว่าโดจินมัน H ไหม มันก็มี เอ้อ ถ้าจะขายโดจิน H ในงานนี้ คุณจะต้อง censor ตรงนั้นไว้ อย่าให้เห็นไอ้ตรงนั้น ไม่ว่าชายหรือหญิงห้ามให้เห็นเด็ดขาด แต่หัวนมให้เห็นได้

เทพ – เป็นตามกฎหมายเขา

ต๊ะ – แล้วอีกเรื่องหนึ่งฝากถึงทุกคน โดจินทุกเรื่องที่ลง Comiket จะต้องมีบอกว่าพิมพ์ที่ไหน ไม่จำเป็นต้องเป็นที่ญี่ปุ่น แต่ขอให้บอกว่าพิมพ์ที่ไหน อย่างเช่นพิมพ์ในไทย หรือพิมพ์ในญี่ปุ่น

เทพ – ถ้าเป็นพิมพ์ในไทยก็ต้องระบุชื่อโรงพิมพ์เขาด้วย

ต๊ะ – สาเหตุที่เป็นงี้เพราะว่า เวลาที่มีโดจินผิดกติกาขึ้นมา เขาจะเล่นงานคนขายและโรงพิมพ์ด้วย โดจินที่ไม่ใส่โรงพิมพ์ เขาก็จะไม่ให้ขาย อย่างที่ไปนี่ก็สั่งพิมพ์ที่ไทย ใส่เป็นชื่อภาษาอังกฤษไป ก็ไม่มีปัญหาอะไร อย่างผมไปมันเป็นอาร์ตบุ๊ค ปัญหาที่จะมีก็เรื่องกุโระมั้ง
เอาเป็นว่าถ้าอยากลอง ขอให้เริ่มจาก Comiket หน้าหนาวก่อน คนจะน้อยกว่าหน้าร้อนครับ

466420_pclภาพจากรายการ Mayonaka no NYA-GO ออกอากาศวันที่ 7 สิงหาคม 2558

เทพ – แล้วก็เดินทางง่ายด้วยครับ ไม่ร้อน ตอนที่ผมไปต่อแถว Comiket ฤดูร้อนนี่เกือบจะเป็นลมตาย คุณอาจจะเคยสงสัยว่าทำไมโอตาคุญี่ปุ่นถึงได้แต่งตัวแบบมีเสื้อด้านนอก มีเสื้อด้านใน มีผ้าโพกหัว ทำไมต้องพกเครื่องดื่มเกลือแร่ ทำไมต้องสะพายโน่นนี่ นั่นเป็นยูนิฟอร์มที่ออกแบบมาดี สำหรับการต่อแถวใน Comiket ฤดูร้อนแล้วครับ ผมไปโดยการที่ไม่ได้ใส่หมวก ไม่ได้สวมผ้าคลุม ไม่ได้ถือเครื่องดื่มเกลือแร่ และไม่รู้จริง ๆ ว่าเวลาต่อแถวมันจะอยู่กลางแดด ผมเกือบจะขาดน้ำตาย เลยต้องส่งข้อความไปบอกเพื่อนว่าช่วยซื้อน้ำมาให้ตรงนั้นหน่อย เพราะว่าตอนนั้นผมไม่ไหวแล้ว มันเป็นเครื่องแบบที่ออกมาดีนะ

ต๊ะ – คือถ้าไม่ใส่ก็ไม่รอด คุณต้องมี

เทพ – พวกผ้ากันแดด ไว้โพกหัว มีพัดลมเล็ก ๆ มีผ้าขนหนูไว้ซับเหงื่อ อาจจะมีพกลูกอมเกลือแร่ไว้ชดเชยหลังจากเสียเหงื่อ อมแล้วดื่มน้ำตาม

ต๊ะ – มันร้อนจริง ๆ ครับ ร้อนมาก คนเยอะ ส่วนหนาวก็ตรงข้ามกัน หนาวเหี้ย ๆ แล้วต้องเข้าแถวกลางลมหนาว ผมเข้ามาแล้วชั่วโมงกว่า คนญี่ปุ่นเขาจะพกถุงร้อน พกอาหาร ของกิน

เทพ – ถือว่าเตรียมตัวมาดีครับ กับการไปเที่ยว

ต๊ะ – ถ้าจะไปก็แนะนำช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี รอจังหวะช่วงหลัง Comiket ฤดูร้อนแล้วสมัครตอนนั้นเลย คุณไม่ต้องไปงานร้อน ๆ ก็สมัครได้ มีบริษัทขายออนไลน์ แต่ต้องให้คนในญี่ปุ่นจัดการให้ ถ้าจะไปลงช่วงนี้ก็คือ มันก็ต้องปลายปี ใบสมัครจะขายอีกทีก็ช่วงปีใหม่ ก็สมัครช่วงกุมภาพันธ์

akibatan-interview-with-doujin-circle-tomodachi-05จบกันไปแล้วนะครับสำหรับสัมภาษณ์กับทางบูธ Tomodachi และสำหรับวันนี้ทาง Akibatan ก็ขอขอบคุณสำหรับการให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้ด้วยครับ

ถ้าชอบให้ "Like!" เลย

Follow on Twitter !