[Special Review] Koe no Katachi รักไร้เสียง -ก้าวไปข้างหน้าอย่างที่ชีวิตควรจะเป็น-

0
6,264 views

koekatachi

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าสนใจมากๆ ในขณะนี้ สำหรับมังงะเรื่อง Koe no Katachi หรือ ชื่อไทยว่า “รักไร้เสียง” ผลงานของอาจารย์ Yoshitoki Oima ที่นอกจากตัวมังงะจะสร้างความประทับใจแล้ว ก็ยังถูกสร้างเป็นอนิเมชั่นจอเงินอีกด้วย ซึ่งการรีวิวในครั้งนี้เราก็จะถือโอกาสรีวิวทั้งฉบับมังงะดั้งเดิม และฉบับอนิเมชั่นไปพร้อม ๆ กันเลยล่ะ

koe-no-katachi-manga-akibatan-review-02

สำหรับมังงะ Koe no Katachi หรือ  “รักไร้เสียง” นั้น เดิมทีเป็นมังงะแบบ One-shot ออกมาในนิตยสาร Bessatsu Shounen ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2011 และต่อมาได้ถูกนำมาเขียนใหม่เป็นซีรี่ส์ยาวลงอยู่ในนิตยสาร Shounen รายสัปดาห์ ในเดือนสิงหาคม 2013 จนจบลงในเดือนพฤศจิกายน 2014

koe-no-katachi-manga-akibatan-review-03

โดยมังงะฉบับภาษาไทยได้ทางสำนักพิมพ์ รักพิมพ์ พับลิชชิ่ง จำกัด  ซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาตีพิมพ์ออกมา 7 เล่ม จบครบซีรี่ส์เรียบร้อยแล้ว ส่วนในรูปแบบอนิเมชั่นจอเงินนั้นสร้างโดยสตูดิโอ Kyoto Animation ที่หลายๆ คนรู้จักกันดี ซึ่งกำกับโดย Yamada Naoko เขียนบทโดย Yoshida Reiko และออกแบบตัวละครของอนิเมะโดย Nishiya Futoshi เข้าฉายในประเทศญี่ปุ่นวันที่ 17 กันยายน 2016 ที่ผ่านมา  และได้เสียงตอบรับจากแฟน ๆ เป็นอย่างดี

เรื่องราว

koe-no-katachi-manga-akibatan-review-07

Koe no Katachi หรือ  “รักไร้เสียง” เป็นเรื่องราวระหว่าง Ishida Shouya เด็กหนุ่มผู้มีความต้องการใช้ชีวิตให้ไม่ต้องพบความเบื่อหน่าย และ Nishimiya Shouko  เด็กสาวผู้ไม่สามารถได้ยินเสียงใด ๆ  เรื่องราวเริ่มขึ้นในวันที่ Shouya เริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตของตนเอง  แต่แล้วเขากลับพบกับสิ่งที่น่าจะทำให้ความเบื่อหน่ายของเขาหมดไป  นั่นคือ Shouko ที่ได้ย้ายโรงเรียนเข้ามาพร้อมทั้งบอกว่าตัวเองไม่ได้ยินเสียง จากนั้นชีวิตประจำวันของ Shouya จึงดำเนินไปด้วยความสนุกสนานในการกลั่นแกล้ง Shouko อย่างสารพัดวิธี แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น Shouko ก็ยังคงเข้าหาเขาด้วยรอยยิ้ม ราวกับต้องการจะบอกอะไรซักอย่าง จนวันหนึ่ง Shouya ก็ต้องได้รับผลของการกระทำของเขา เมื่อการกลั่นแกล้งของเขาทำให้ Shouko ต้องย้ายโรงเรียนไป และเขาต้องกลายเป็นเป้าของการถูกกลั่นแกล้งจากคนที่เขาเคยเรียกว่าเพื่อน และยังต้องทำให้ครอบครัวเดือดร้อน จนท้ายที่สุด Shouya ก็ได้ตัดสินใจที่จะปิดกั้นตัวเองจากโลก โดยการเลือกที่จะไม่ฟังเสียงของคนรอบข้างอีกต่อไป จนกระทั่งในวันที่เขาตั้งใจจะละทิ้งทุกอย่างไป เขาได้ไปพบกับ Shouko แต่นั้นกลับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หัวใจของเขาที่เคยปิดลงไปแล้วกลับค่อย ๆ เปิดออกมาอีกครั้ง

koe-no-katachi-manga-akibatan-review-04

ความรู้สึกหลังได้อ่าน

ผลงานเรื่องรักไร้เสียงนั้นเป็นเรื่องที่สะท้อนสังคมของญี่ปุ่นในหลาย ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นสังคมของเด็กในวัยเรียน ที่ในบางครั้งผู้ใหญ่มองข้ามและคิดว่าเป็นเรื่องปกติของเด็ก ๆ เป็นเรื่องที่พวกเขาต้องรู้จักเรียนรู้ แต่นั้นก็อาจะนำไปสู่บาดแผลในใจของเด็กที่ติดตัวไปอีกแสนนาน และยากจะลบเลือนให้หายไปได้ หรือการปฏิบัติต่อคนพิการ ที่สำหรับผู้ใหญ่แล้วก็คงมีวุฒิภาวะพอที่จะแยกแยะการกระทำที่เหมาะสม แต่สำหรับเด็กนั้นพวกเขาอาจจะเห็นแค่ว่าเด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย เป็นเหมือนสิ่งแปลกปลอมที่พวกเขาไม่สามารถยอมรับให้อยู่ร่วมกันได้ แล้วสิ่งที่พ่อแม่หรือครูควรทำนั้นคือการบีบให้พวกเขาต้องยืนหยัดขึ้น  หรือว่าแค่พยายามคิดว่านั้นเป็นยาขมของพวกเด็ก ๆ ที่พวกเขาจะต้องรู้จักที่จะลิ้มรสมัน

koe-no-katachi-manga-akibatan-review-08

นอกจากนี้ก็ยังมีมุมมองของการเติบโต และการให้อภัยกับเรื่องในอดีตทั้งกับตนเองและกับผู้อื่น ในเรื่องนี้เราจะได้เห็นมุมมองของตัวละครหลายคนที่มีมุมมองแตกต่างกัน พวกเขาต่างมีความรู้สึกที่เก็บซ่อนเอาไว้ เช่นความเกลียดชังตัวเองในอดีต ความแค้นที่มีต่อคนที่เคยทำไม่ดีกับพวกเขา ความรู้สึกที่ค้างคาอยู่ในใจ และความรู้สึกต่าง ๆ มากมายที่เราจะได้สัมผัสผ่านตัวละครภายในเรื่อง และเราจะได้เห็นถึงการเติบโตของพวกเขา และการจัดการกับความรู้สึกเหล่านี้ของพวกเขาในแนวทางของแต่ละคน ที่สร้างความน่าจดจำให้กับตัวละครทุกตัวได้เป็นอย่างดี

koe-no-katachi-manga-akibatan-review-05

อีกสิ่งหนึ่งที่เรื่องนี้ต้องการจะสื่อออกมา นั่นคือ “คุณค่าของชีวิต” แม้ว่าชีวิตนี้จะเป็นของเรา แต่ว่าเมื่อเราต้องตายไปมันจะจบลงแค่นั้นหรือเปล่า ความเศร้าในตัวเราจะหายไปจริง ๆ รึเปล่า หรือว่ามันแค่ทำให้เกิดความเศร้าใหม่ขึ้นมากันแน่ เรื่องนี้ได้ทำให้เราเห็นถึงคุณค่าของชีวิตของคน ๆ หนึ่งว่าคุณค่านั้นไม่ได้อยู่แค่กับตัวเราแค่เพียงคนเดียว แต่มันยังผูกพันไปถึงครอบครัวและคนที่รักและห่วงใยเราอีกด้วย

koe-no-katachi-manga-akibatan-review-09

ความแตกต่างระหว่างมังงะ และอนิเมชั่น?

สำหรับในฉบับของอนิเมชั่นนั้น ด้วยความที่ตัวภาพยนตร์มีความยาวจำกัดแค่เพียง 2 ชั่วโมง  ทำให้ตัวหนังจำเป็นต้องตัดเรื่องราวในหลาย ๆ จุดจากต้นฉบับออกไป โดยช่วงเวลาในการเดินเรื่องนั้นมีการเปิดและปิดเรื่องที่ใกล้เคียงกันกับฉบับมังงะ แต่ในฉบับอนิเมชั่นจะตัดการปูเรื่องราวของ Shouya ในช่วงต้นเรื่องออกไปบางส่วน และมีการตัดช่วงท้ายของเรื่องบางส่วนออกไปด้วยเช่นกัน ในส่วนของการเดินเรื่องนั้น ตัวอนิเมชั่นเลือกที่จะโฟกัสไปที่ 2 ตัวละครหลักอย่าง Shouya และ Shouko ทำให้โมเมนท์หลาย ๆ จุดของตัวละครอื่น ๆ จำเป็นจะต้องถูกตัดไปบ้าง จึงอาจทำให้มิติของตัวละครบางคนดูน้อยลงไป แต่ยังก็สามารถสื่อเรื่องราวของสองตัวละครหลักออกมาได้อย่างสมบูรณ์ ไม่แพ้ต้นฉบับ  สามารถสื่อออกมาให้คนดูเข้าใจความรู้สึกของตัวละครทั้งสองได้เป็นอย่างดี โดยที่ก็ไม่ได้ทิ้งบทของตัวละครอื่นไปซะทีเดียว ในด้านงานภาพนั้นทางผู้สร้างเลือกที่จะให้ภาพตลอดทั้งเรื่องมีสีสันสดใสซึ่งขัดกับตัวเนื้อเรื่องที่ดูทะมึนทึม แต่ภาพกลับเข้ากันได้ดีกับตัวเรื่อง และมีความสวยงามทั้งตัวละครและฉากต่าง ๆ ไม่เสียชื่อ Kyoto Animation  เลยทีเดียว

koe-no-katachii-1d

สำหรับในฉบับของมังงะนั้นเรียกได้ว่ามีความหนักของเนื้อเรื่องและตัวละครที่เพิ่มขึ้นไปอีกจากฉบับอนิเมชั่น ด้วยความที่มีเวลาในการปูเรื่องราว และ การให้ได้เห็นมุมมองต่างๆ ของหลายๆ ตัวละคร ที่มากกว่า ทำให้เราเข้าใจการกระทำของตัวละครมากขึ้น รวมไปถึงได้เห็นมุมมองต่าง ๆ ของบางตัวละครที่เราไม่ได้เห็นใน ฉบับอนิเมชั่นอีกด้วย และในด้านบทสรุปของเรื่องราว ก็ได้มีจุดที่ต่อจากฉบับอนิเมชั่นไปอีก ทำให้เราได้เห็นว่าหลังจากนั้นตัวละครแต่ละคน ได้เดินไปในเส้นทางของตนเองยังไง และการตัดสินใจของพวกเขาต่อเรื่องราวในอดีตนั้นเป็นอย่างไร ทำให้ผู้อ่านได้สัมผัสเรื่องราวสมบูรณ์ขึ้นไปอีกจากฉบับอนิเมชั่น

koe-no-katachi-manga-akibatan-review-10

สำหรับผู้เขียนเองได้ชมในแบบฉบับของแอนิเมชันก่อนจะได้อ่านในฉบับมังงะ หลังจากที่อ่านฉบับมังงะจบแล้ว ถึงได้เห็นมุมของตัวละครหลาย ๆ คน และเรื่องราวในหลาย ๆ ช่วงที่มองข้ามไปบ้างในตอนดูฉบับอนิเมชั่น แม้ว่าจะมีการตัดฉากไปหลายส่วน แต่ว่านั้นก็ไม่ได้ทำให้คุณค่าลดลงไปแม้แต่น้อย และยังสามารถถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้เป็นอย่างดี น่าจดจำ พร้อมกับงานพากย์ของคุณ Hayami Saori ในบทของ Shouko ที่พากย์ได้ราวกับเป็นคนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินจริง ๆ ก็เป็นอีกจุดนี่น่าจดจำของเรื่องนี้ และในส่วนของมังงะเองก็สามารถถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างเต็มอิ่มและตราตรึงใจเป็นอย่างดี ก็พูดได้ว่าไม่ว่าจะเป็นฉบับอนิเมชั่นหรือมังงะก็สามารถทำออกมาได้อย่างไม่รู้สึกเสียดายเงินที่จ่ายไปเลยแม้แต่น้อย

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

ข้อแรกคือเรื่องความผิดปกติทางร่างกายของ Shouko นั้นไม่ใช่การเป็นใบ้แต่เป็นความบกพร่องททางการได้ยิน ซึ่งตามปกติเมื่อใส่เครื่องช่วยฟังแล้วจะสามารถได้ยินเสียงเล็กน้อย ส่วนการที่ไม่สามารถพูดได้นั้นเป็นผลจากการที่ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเสียงที่พูดออกไปนั้นเป็นอย่างไร ทำให้เกิดความบกพร่องในการพูดนั่นเอง

koe-no-katachi-manga-akibatan-review-11

ข้อสองคือภาษามือที่ใช้ภายในเรื่องนั้น จะมีทั้งในรูปแบบที่เป็นการแทนคำ และการแทนเสียงซึ่ง แม้ว่าจะไม่รู้ความหมายมาก่อน แต่ทั้งตัวแอนิเมชั่น และมังงะก็สามารถที่จะทำให้เราเข้าใจความหมายที่สัญลักษณ์เหล่านั้นต้องการสื่อออกมาได้ ในมุมมองความเข้าใจที่เหมือนกับ Shouya อีกด้วย

เป็นมังงะอีกเรื่องที่ทีมงานอยากแนะนำให้ไปหามาอ่านกัน ส่วนฉบับอนิเมชั่นนั้นจะมีโอากาสได้ชมในบ้านเราไหม ตอนนี้ยังไม่มีกำหนดที่ชัดเจนออกมา ก็รอติดตามกันต่อไปก่อนนะ

koe-no-katachi-manga-akibatan-review-06

สุดท้ายนี้แล้วทางทีมงาน Akibatan ก็ต้องขอขอบคุณทางสำนักพิมพ์ Luckpim ผู้ถือลิขสิทธิ์และจัดพิมพ์สำหรับหนังสือเรื่องรักไร้เสียงสำหรับการนำเข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทยและโอกาสดีๆ ในครั้งนี้สำหรับการรีวิวด้วยครับ