[Review] โดราเอมอน เดอะ มูฟวี่ โนบิตะกับกำเนิดญี่ปุ่น (ฉบับรีเมค) ต้นตำรับที่ล้ำลึกกว่าเดิม !

0
1,377 views

“หนึ่งในภาครีเมค ที่ทำออกมาได้เยี่ยมยอดเป็นลำดับต้น ๆ แม้จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงเส้นเรื่องหลัก แต่มีการสอดแทรกแง่คิดและปมใหม่ ๆ ที่น่าขนลุกเข้าไปมากมาย คนรักสัตว์เลี้ยงมีสิทธิ์ฟินสุดขีด!”

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า ภาคนี้ขยี้หัวใจคนรักสัตว์เลี้ยงได้ดีมาก ๆ ครับ ใครที่เลี้ยงสัตว์อยู่และรักมันมาก ๆ แนะนำว่าให้ลองไปรับชมกัน เราจะอินกับความรู้สึกระหว่างโนบิตะกับสัตว์เลี้ยงทั้ง 3 ได้เต็มที่สุด ๆ ไปเลย

ทีนี้เผื่อใครไม่เคยอ่านหรือดูมังงะ/มูฟวี่ฉบับออริจินอล ก็ขอเกริ่นสักหน่อยครับ คือพวกโนบิตะ โดราเอมอน และเพื่อน ๆ เริ่มเจอปัญหาน่าเบื่อ ๆ ในบ้านตัวเองพร้อมกันโดยบังเอิญครับ ทั้งทีมเลยคิดอยากหนีออกจากบ้านกันชั่วคราว แต่ติดที่ว่าญี่ปุ่น ไม่ว่าที่ไหน ๆ ก็ล้วนมีเจ้าของกันหมดแล้ว ไม่รู้จะหนีออกจากบ้านไปไหนดี เลยเลือกจะใช้ไทม์แมชชีนย้อนเวลาไป 7 หมื่นปีที่แล้ว แล้วไปอยู่กันแบบมนุษย์โบราณจำลอง ๆ กัน

แต่หารู้ไม่ว่า การหนีออกจากบ้านคราวนี้ พวกเขาได้ไปพัวพันกับเหตุการณ์ประหลาดที่คาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มน้อยมนุษย์โบราณชื่อ คุคุรุ และการเผชิญหน้ากับเผ่าโบราณที่ชั่วร้าย นำไปสู่สายสัมพันธ์ที่ช่วยให้พวกโนบิตะได้ตระหนักถึงมิตรภาพทั้งระหว่างเพื่อน สัตว์ และครอบครัวครับ

สะท้อนปัญหาบางอย่างของสังคมมนุษย์ปัจจุบัน

แม้เนื้อจะเป็นเช่นเดียวกับต้นฉบับก็จริง แต่ในมูฟวี่นี้ ได้ตอกย้ำเช่นเดิมว่าปัจจุบันก็ไม่ได้ต่างกับเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ที่ดินทั่วทั้งญี่ปุ่นต่างถูกจับจองเป็นเจ้าของกันหมดสิ้นแม้แต่สนามหญ้าว่าง ๆ หรือหมู่บ้านร้างในหุบเขาก็ถูกเปลี่ยนเป็นสันเขื่อนที่ต้องจมอยู่ใต้น้ำ ซึ่งอาจไม่แปลกกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกสักเท่าไหร่ แต่ซึเนะโอะก็ได้พูดไว้น่าคิดว่า…

“ที่ดินทั้งหมดมันเกิดก่อนมนุษย์ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมอยู่ ๆ มนุษย์ถึงมีสิทธิ์แบ่งแยกครอบครองมันเองได้ดื้อ ๆ ล่ะ?”

เพราะอย่างนี้หรือเปล่านะที่ทำให้พื้นที่ธรรมชาติบนโลกเหลือน้อยลงไปทุกที ?

การต่อสู้กันระหว่าง ของปลอมที่ล้ำสมัย กับของแท้ที่คร่ำครึ สู่ไคลแมกซ์ที่มีนัยยะแฝงเร้น ?

มีอีกจุดหนึ่งที่ฉบับรีเมคนี้ “เพิ่มเติม” อะไรบางอย่างไปจากต้นฉบับแบบเนียน ๆ แต่เปี่ยมไปด้วยนัยยะที่ลึกซึ้งครับ อย่างที่กล่าวไว้ว่าภาคนี้นั้นกล่าวถึงการกำเนิดประเทศญี่ปุ่น ทางผู้สร้างได้นำวัตถุดิบเดิม มาโรย saltbae เติมเข้าไปนิด ๆ ทำให้รสชาติล้ำลึกขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เพราะอะไร แผนการของกีก้าซอมบี้ต้องล้มเหลวแม้จะมีเทคโนโลยีล้ำยุค (ล้ำกว่าแม้กระทั่งที่โดราเอมอนมี) หรือคุคุรุ เด็กหนุ่มชาวเผ่าแห่งแสงนั้น ที่ต้นฉบับเดิมนั้นเหมือนท้าย ๆ เขาจะถูกลดทอนความสำคัญไป แต่ท้ายที่สุดแล้ว หนึ่งในปัจจัยของชัยชนะนั้นกลับขาดเขาคนนี้ไม่ได้ ??

ฉากไคลแมกซ์ที่เหมือนจะคล้าย ๆ เดิม แต่มีอะไรไม่เหมือนเดิม ซึ่งเราขอไม่เล่าในจุดนี้เพราะมันเซอร์ไพรส์มาก !

กิมมิคอีกมากมายที่ไม่เคยมีในต้นฉบับ !

ไม่เพียงแค่ฉากไคลแมกซ์เท่านั้น แต่ในฉบับรีเมคได้สอดแทรกอะไรที่เต็มไปด้วยนัยยะ คำคม มากมาย และที่สำคัญคือ การถ่ายทอดความรู้สึกระหว่างโนบิตะกับสัตว์เลี้ยงทั้ง 3 เชื่อว่าโดนใจคนที่รักสัตว์เลี้ยงอย่างแน่นอนด้วยครับ

มีหลายเหตุการณ์ในเรื่องที่บอกเราว่า สัตว์เลี้ยงไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไร
นอกจากเจ้าของจะรักสุดหัวใจแล้ว สัตว์เลี้ยงเองก็รักเจ้าของมาก ๆ ด้วย

คุคุรุ กับบทเข้าคู่กับโนบิตะที่ลงตัวน่าดูในแง่มิตรภาพ และความเข้มแข็งที่ซ่อนอยู่ในความอ่อนแอที่คล้ายกัน
แต่ไม่ต้องจิ้นกันก็ได้นะ !

โดราเอมอนกับความจูนิเบียวที่มากมายกว่าเดิม !

กีก้าซอมบี้ วายร้ายในภาคนี้ กับเป้าหมายของเขาที่ดูสมเหตุสมผลและร้ายกาจกว่าเก่า !

และมีตำรวจหญิง !

งานภาพ ถ้าใครติดตามโดราเอมอนมูฟวี่ช่วงหลัง ๆ มานี้คงทราบกันดี งานเคลื่อนไหวละเอียดและเต็มที่มาตรฐานไม่ตกครับ แต่ด้วยความที่ฉบับรีเมคนี้ มีการเพิ่มเติมการเล่าเรื่องเชิงเร้าอารมณ์ไปค่อนข้างมาก ฉากแอ็คชั่นต่าง ๆ จะรู้สึกว่าสั้นลงและขาดความดุเดือดไปสักหน่อยหากเทียบกับต้นฉบับ หรือภาครีเมคอื่น ๆ ที่เน้นฉากต่อสู้ครับ

มูฟวี่ที่เข้าฉายในไทยภาคนี้ มีทั้งแบบพากย์ไทยและเสียงญี่ปุ่นซับไทยครับ ส่วนใหญ่จะฉายพากย์ไทย แต่มีเสียงญี่ปุ่นซับไทยฉายไม่กี่แห่ง ดังนี้ครับ

  • พรอมานาด ซีนีเพล็กซ์
  • เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า
  • เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ โลตัส บางกะปิ
  • เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดาภิเษก
  • ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต
  • เอส เอฟ เวิล์ด ซีเนม่า
  • เดอะ คริสตัล เฟส 3 เรียบทางด่วน เอกมัย-รามอินทรา
  • เอส เอฟ ซีเนม่า เทอร์มินอล 21 อโศก

ซึ่งผู้เขียนได้ลองดูครบทั้งรอบเสียงญี่ปุ่นและเสียงไทยมา ฉบับเสียงญี่ปุ่นนั้น งานซับแปลออกมาดีครับ และมีแปลเพลงเปิดและปิดด้วย ส่วนเสียงไทยนั้น ถ้าไม่ได้คิดไปเอง ทีมพากย์หลักที่แต่ละท่านล้วนอาวุโสแล้ว ไม่ว่าจะเป็นน้าติ๋ม หรือน้าด๋อย แต่ทุกคนดูเหมือนจะเรียกพลังกลับมาได้มากกว่าที่เคย ส่วนน้องโฟกัส นักแสดงสาวชื่อดังที่ให้เสียงภาษาไทยของคุคุรุนั้น น้องยังค่อนข้างเป็นมือใหม่ในด้านการพากย์ ดังนั้นในช่วงต้น ๆ เรื่องอาจจะรู้สึกว่าดรอปกว่าตัวละครอื่นอยู่พอสมควรครับ

โดยสรุปแล้ว “โดราเอมอน เดอะ มูฟวี่ โนบิตะกับกำเนิดญี่ปุ่น” ฉบับรีเมคนี้ แม้ว่าโดยรวมจะ “เหมือนเดิม” แต่เรียกให้ถูก ต้องบอกว่ามันคือการปรุงอาหารด้วย “เมนูเดิม” แต่โรยเกลือแบบ saltbae ลงไป ทำให้แม้จะเป็นรีเมคที่หลาย ๆ คนคิดว่าดูไปก็ไม่มีอะไรแตกต่าง ทว่าความเป็นจริงแล้ว มีรสชาติที่ล้ำลึกกว่าเดิม และกลบจุดอ่อนเดิม ๆ ของต้นฉบับได้เป็นอย่างดีครับ บอกได้ว่าแฟน ๆ ไม่ควรพลาดจริง ๆ