Viva! Chiba จังหวัดที่มีของดีมากมาย ไม่ไป ไม่รู้!!

0
537 views

ในปัจจุบัน การเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นนั้นสามารถทำได้ง่ายขึ้นและมีค่าใช้จ่ายที่ลดลงมาก เนื่องจากสายการบินแบบ Low-cost ได้ผุดขึ้นมากมายนั่นเอง สำหรับในครั้งนี้ทีมงาน Akibatan ได้มีโอกาศไปงานสัมมนาโปรโมทการท่องเที่ยวของจังหวัด Chiba มาครับ ซึ่งก็จะขอเอามาเล่าสู่กันฟังว่าจังหวัดนี้มีดียังไง น่าไปตรงไหน และน่าสนใจอย่างไร เมื่อพร้อมแล้วก็ออกเดินทางไปกันเลยคร๊าบ!

จังหวัด Chiba เป็นจังหวัดที่เรียกได้ว่าเป็นประตูสู่กรุง Tokyo เลยก็ว่าได้ เพื่อนๆ ที่ต้องการจะเดินทางไปยัง Tokyo นั้นจะต้องมาถึงจังหวัดนี้ก่อนเป็นอันดับแรก ทำไมถึงพูดว่าต้องมาถึงจังหวัดนี้ก่อนเป็นอันดับแรกล่ะ? ก็เพราะว่าจังหวัดนี้คือสถานที่ตั้งของสนามบิน Narita นั่นเองครับ

จังหวัดชิบะนั้นขึ้นชื่อมากเรื่องของอาหารที่แสนอร่อย มีวิวทิวทัศน์ที่งดงาม มีเมืองที่อนุรักษณ์ศิลปะวัฒนธรรมสมัยเอโดะไว้อย่างเหนียวแน่น มีความบันเทิงมากมายที่รอให้เพื่อนๆ ไปชมกันครับ  และนอกจากนี้ยังเป็นสถานที่จัดงานแสดงสินค้าที่เกี่ยวกับการ์ตูนชื่อดังอย่างงาน Wonder Festival, งาน Jump Festa ของ สนพ. Shueisha และงานเกมสุดยิ่งใหญ่อย่าง Tokyo Game Show อีกด้วยครับ

การท่องเที่ยวในจังหวัด Chiba นั้น จะแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 5 ประเภทดังนี้

1. การท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

ในจังหวัดชิบะนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อความบันเทิงต่างๆ มากมาย ซึ่งทางทีมงานจะขอยกตัวอย่าง Highlight สถานที่ท่องเที่ยวภายในจังหวัด Chiba มาให้ได้ชมกันครับ

Tokyo Disney Land / Tokyo Disney Sea

สถานที่ท่องเที่ยวแห่งความฝันที่จะพาคุณเข้าสู่ดินแดนแห่งความมหัศจรรย์ไม่รู้จบ นอกจากที่จะเป็นสวนสนุกแล้ว หากใครอยากพักแรม ที่นี่ก็มีรีสอร์ทไว้คอยบริการด้วยนะครับ

สามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดได้ ที่นี่ เลยจ้า เว็บไซต์มีภาษาไทยให้อ่านกันง่ายๆ อีกด้วยนะครับ

Kamogawa Sea World

Aquarium ที่จัดแสดงสัตว์น้ำมากมายกว่า 100 ชนิด และยังมีโชว์น่ารักๆ จากสัตว์ทะเลให้ได้ชมกันอีกด้วย นับเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากๆ เลยล่ะครับ

Kamogawa Sea World ตั้งอยู่ที่ 1464-18 Azuma-cho เมือง Kamogawa Tel:04-7093-4803

Mother Farm

ฟาร์มขนาดใหญ่ที่จะเปิดโอกาศให้คุณได้สัมผัสถึงบรรยากาศแห่งท้องทุ่ง และมีสัตว์ต่างๆ มากมายให้คุณได้ใกล้ชิด รับรองได้เลยว่า หากคุณเป็นคนที่รักสัตว์ล่ะก็ ที่นี่ไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่ๆ

Mother Farm ตั้งอยู่ที่ 9403 Takura เมือง Futtsu Tel:0439-37-3211

2. ตามรอยประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยวเชิงศึกษาวิถีชีวิตตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

ในจังหวัด Chiba นั้น มีการอนุรักษ์เมืองเก่าและสิ่งก่อสร้างเก่าไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาเป็นอย่างดี และยังรักษาวิถีชีวิตเก่าแก่สืบทอดกันมาให้ผู้คนได้เข้าไปศึกษา ในครั้งนี้จะขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ให้ได้ชมกันดังนี้ครับ

พิพิธภัณฑ์ประจำจังหวัด Boso no mura

พิพิธภัณฑ์เก่าแก่ที่จำลองบรรยากาศของชุมชุนในยุคเก่า บ้านซามูไร และบ้านของชาวนาตั้งแต่สมัยเอโดะเรื่อยมาจนถึงสมัยเมจิ เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิถีชีวิตในอดีตครับ

พิพิธภัณฑ์ประจำจังหวัด Boso no mura ตั้งอยู่ที่ 1028 Ryukakuji เมือง Sakae Tel:0476-95-3333

ปราสาท Tateyama

พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเรื่องราวของ Nanso Satomi Hakkenden ซึ่งตั้งอยู่ในปราสาท Tateyama (ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นสวน Shiroyama แล้ว) โดยปราสาทแห่งนี้เป็นที่ประทับแห่งสุดท้ายของไดเดียว Satomi โดยภายในสวนนี้จะมีทั้งร่องรอยของสถาปัตยกรรมโบราณและเรื่องราวของประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังมีดอกไม้นานาพรรณให้ได้ชมกันด้วย สวนแห่งนี้หากมาในฤดูใบไม้ผลิจะสามารถชมดอกซากุระบานสะพรั่งเต็มสวนได้อย่างเพลิดเพลินเลยทีเดียว

ปราสาท Tateyama ตั้งอยู่ที่ 351-2 Takeyama เมือง Takeyama Tel:0470-23-5212

วัด Naritasan Shinshoji

วัดนี้เป็นวัดโบราณ 1 ใน 3 วัดที่ใหญ่ที่สุดในแถบคันโต วัดแห่งนี้ถูกค้นพบในปี ค.ศ 940 เป็นวัดที่เรียกได้ว่าเป็นโบราณสถานประจำเมือง Narita กันเลยทีเดียว

วัด Naritasan Shinshoji ตั้งอยู่ที่ 1 Narita เมือง Narita Tel:0476-22-2111

เมืองประวัติศาสตร์ Sawara

เมืองแห่งนี้ได้รวบรวมวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวบ้านตั้งแต่สมัยยุคเอโดะมาร้อยเรียง นำเสนอ และบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาให้แก่นักท่องเที่ยวมากมาย อาคารต่างๆ ในสมัยเก่าถูกบูรณะซ่อมแซมเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีร้านค้ามากมายที่มีอายุกว่า 100 ปี เปิดขายของต่างๆ ให้แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย หากสนในในวิถีชีวิตเก่าแก่ของชาวเอโดะ ไม่ควรพลาดสถานที่แห่งนี้ด้วยประการทั้งปวงครับ

เมืองประวัติศาสตร์ Sawara ตั้งอยู่ที่ เมือง Narita สามารถนั่งรถไฟ JR Narita Line จากสนามบิน Narita มาถึงที่เมืองนี้ได้ในเวลา 30 นาที (500 เยน) ได้ครับ

3. ท่องเที่ยวชมธรรมชาติอันแสนงดงามในจังหวัด Chiba

จังหวัด Chiba นั้นจัดเป็นจังหวัดที่ติดกับทะเล ซึ่งแน่นอนว่าย่อมต้องมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับทะเลสวยงามอยู่แน่นอน แต่ใช้ว่าจะสวยงามแค่ทะเลเท่านั้น ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชมธรรมชาติอย่างอื่นอยู่อีกด้วย ทางทีมงานขอคัด Hilight มาให้ชมกันดังนี้

ชายหาด Kujukurihama

ชายหาดแสนงดงามที่ทอดตัวยาวกว่า 60 กิโลเมตร ตลอดแหลม Gyobumi เมือง Asahi ทางทิศเหนือ ไปจนถึงแหลม Taido เมือง Izumi ทางทิศใต้ ชายหาดนี้เป็นสถานที่ที่ชาวญี่ปุ่นชอบมาเล่นกระดานโต้คลื่นกันเป็นประจำและยังเป็นสถานที่ที่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นเป็นแห่งแรกของญี่ปุ่นอีกด้วยครับ

ภูเขา Nokogiriyama

ภูเขานี้เป็นภูเขาที่สวยงามมากและยังสูงมากๆ จนได้รับชื่อเรียกว่า “เหวนรก” อีกด้วยที่นี่มีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนเขา สามารถเดินทางขึ้นได้ทั้งการเดินขึ้นเขาหรือใช้บริการกระเช้าลอยฟ้า เป็นสถานที่ที่สวยงามมาก แม้จะเป็นชาวญี่ปุ่นเองก็ยังมีน้อยคนนักที่สามารถเดินขึ้นไปเยือนยอดเขาแห่งนี้ด้วยเท้าทั้งสองข้างของตนเองได้ หากมีโอกาศขอแนะนำให้ลองแวะไปท้าทายการเดินขึ้นเขานี้ดูนะครับ รับรองว่าของรางวัลที่รออยู่บนยอดเขานั้นคุ้มค่าที่จะเหนื่อยจริงๆ

4. ตระเวณชิมอาหารเลิศรสและผลไม้ชั้นยอดแห่งจังหวัด Chiba

ในจังหวัด Chiba นี้ก็มีอาหารและผลไม้ชั้นยอดรอให้ผู้มาเยือนไปชิมมากมาย ซึ่งเราจะขอนำทางพวกท่านทั้งหลายไปตระเวนชิมกันดังนี้

Chiba-berry สตรอเบอรี่สายพันธุ์ใหม่ของจังหวัด Chiba

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกปี สตรอเบอรี่ของจังหวัดชิบะจะออกผลผลิตมากมายให้เราได้ชิมกัน และหนึ่งในนั้นก็คือ Chiba-berry ที่พึ่งจะเปิดตัวกันไปเมื่อต้นปี 2017 นี้นี่เอง หากใครมีโอกาศได้ไปเยือนจังหวัดชิบะช่วงระหว่างเดือนมกราคม – พฤษภาคม ล่ะก็ ห้ามพลาดการไปเก็บสตรอเบอรี่ตามสวนต่างๆ ในจังหวัด Chiba โดยเด็ดขาดนะครับ

ผลใหญ่จริงๆ นะครับเนี่ย นี่ทีมงานถ่ายมาให้ดูกันแบบจะๆ เลยนะครับ

อันนี้ถ่ายแบบที่จัดไว้ในจาน เดี๋ยวจะหาว่าใหญ่ไม่จริงครับ อิอิ

เมือง Choshi แหล่งรวมอาหารทะเลระดับสุดยอดแห่งจังหวัด Chiba

เมื่อง Choshi นี้เปรียบเสมือนศูนย์กลางของการประมงจังหวัด Chiba อีกทั้งยังเป็นเมืองท่าเรือที่สามารถจับปลาได้มากที่สุดในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ก่อนที่จะมีการส่งต่อไปยังตลาดปลาต่างๆ ทั่วประเทศรวมถึงตลาดชื่อดังอย่างตลาดปลา Tsukiji ใน Tokyo อีกด้วยและแน่นอนว่าไหนๆ ก็เป็นเมืองท่าแล้ว ย่อมมีสินค้าขึ้นชื่อของที่นี่อยู่ด้วย จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากปลา Katsuo นั่นเอง และนอกจากนี้ยังมีกุ้ง Ise (บ้านเราเรียกกุ้งมังกร) ชั้นเลิศที่สามารถลิ้มรสความสุดยอดของกุ้งเหล่านี้ได้ที่นี่ในราคาไม่แพงอีกด้วย

สุดยอดข้าวหน้าปลาไหลแห่งเมือง Narita

บนถนน Omotesando ที่อยู่หน้าวัด Naritasan Shinshoji นั้นมีร้านอาหารญี่ปุ่นเรียงรายอยู่มากมาย แต่ทว่าเมนูเด็ดขึ้นชื่อของเมืองนี้นั้นก็คือข้าวหน้าปลาไหลนั่นเอง หากอยากทานข้าวหน้าปลาไหลระดับเทพแสงออกปากแนะนำให้ลองมาที่นี่ดูครับ ข้าวหน้าปลาไหลสูตรพิเศษเนื้อหนานุ่มย่างสุกกำลังดี ราดหน้าด้วยซอส Tare รสหวานกลมกล่อมเข้มข้นกำลังรอให้เพื่อนๆมาพิสูจน์กันอยู่นะครับ

5. ตามรอยการ์ตูนในดวงใจและงานการ์ตูนระดับสุดยอดที่ควรมาสักครั้ง

ขึ้นชื่อว่าเป็น Akibatan เราจะพลาดเรื่องราวของวงการการ์ตูนไปได้อย่างไร สำหรับจังหวัด Chiba นั้นก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้่องกับการ์ตูนอยู่พอสมควรเหมือนกัน จะมีที่ใดบ้างนั้นไปดูกันได้เลยครับ

เมือง Choshi

สำหรับเมืองนี้นั้นเป็นเมืองต้นแบบที่ใช้ในเกม/อนิเมะ เรื่อง Kimi Kiss, Amagami SS และ Seiren ซึ่งทั้งสามเรื่องนี้อยู่ในเมืองเดียวกันและเชื่อมไทม์ไลน์เข้าด้วยกันครับ ซึ่งหากใครที่ประทับใจในเรื่องนี้ก็สามารถลองไปตามรอยที่เมืองนี้ได้นะครับ

Makuhari Messe

สำหรับสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นศูนย์ประชุมที่จัดงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับการ์ตูนและเกมชื่อดังอย่างงาน Wonder Festival นั่นเอง ซึ่งงานนี้จะจัดขึ้นปีละ 2 ครั้งในเดือนกุมภาพันธ์และเดือนสิงหาคม รวมถึงคอนเสิร์ต Hatsune Miku : Magical Mirai ในปี 2016 ที่ผ่านมา และครั้งถัดไปในปีนี้ด้วย นอกจากจะเป็นสถานที่จัดงานแล้ว ยังถูกใช้ในอนิเมะเรื่อง Ore Twintail ni Narimasu อีกด้วย (เรื่องนี้มาตีกันที่นี่อย่างบ่อย แถมแอบมีสถานที่อื่นๆ ในจังหวัด Chiba อีกด้วยนะ) หากใครสนใจก็ลองมาเที่ยวงาน หรือมาตามรอยดูได้ครับ

นี่เป็นเพีบงการแนะนำจังหวัด Chiba เพียงแค่บางส่วนเท่านั้น จังหวัดนี้มีอะไรมากมายรอให้เพื่อนๆ ไปค้นหาอยู่ครับ การเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบันนี้แสนง่ายและไม่ได้แพงอย่างที่คิด หากในชีวิตคิดจะออกเดินทางท่องเที่ยว ก็อยากจะฝากจังหวัด Chiba ไว้ให้เพื่อนๆ พิจารณากันดูนะครับ แล้วจะรู้ว่าจังหวัดนี้คุ้มค่ากับการเดินทางไกลจริงๆ ครับ