[Special Interview] อาจารย์ Ashiya Kohei Animation Director ของอนิเมะ JoJo’s Bizarre Adventure

0
482 views

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2017 ที่ผ่านมา ทีมงาน Akibatan ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมงานสัมณา Bangkok International Digital Content Festival ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรม Centara ประตูน้ำ โดยงานนี้จะมีการเสวณาเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวงการอนิเมะอยู่พอสมควร และหนึ่งในนั้นคือการพูดคุยเรื่องราวการเปลี่ยนมังงะให้เป็นการ์ตูนอนิเมะ โดยผู้ที่มาให้ความรู้ในครั้งนี้คืออาจารย์ Ashiya Kohei ผู้ได้รับตำแหน่ง Animation Director ของอนิเมะ JoJo’s Bizarre Adventure ทั้งสี่ภาคนั่นเอง และทีมงาน Akibatan ก็ได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์อาจารย์ Ashiya Kohei กันอีกด้วย จะเป็นอย่างไรบ้างไปชมกันเลยจ้า!

Akibatan: สวัสดีครับอาจารย์ Ashiya Kohei

Ashiya Kohei: สวัสดีครับ

Akibatan: ก่อนหน้านี้เคยมาเมืองไทยหรือเปล่าครับ?

Ashiya Kohei: เคยมาส่วนตัวเมื่อ 9 ปีที่แล้วครั้งหนึ่งครับ

Akibatan: แล้วชอบเมืองไทยหรือเปล่าครับ?

Ashiya Kohei: ตอนที่มาแบบส่วนตัวเมื่อ 9 ปีที่แล้วที่มาเที่ยวกับเพื่อนก็สนุกมากครับ ชอบอาหารไทยมากๆ ถ้ามีโอกาสก็อยากมาอีกครับ

Akibatan: ถ้ามีโอกาสได้เอาโลเกชั่นของเมืองไทยไปดัดแปลงทำลงในอนิเมชั่นคิดว่าจะเป็นอย่างไรบ้างครับ?

Ashiya Kohei: ก็น่าสนใจอยู่นะครับ ในอนิเมะสมัยก่อนที่ชื่อว่า Lupin The Third นั้นก็ใช้โลเกชั่นของประเทศไทยเหมือนกันครับ ตอนแรกผมคิดว่า อืม… มันใช้โลเกชั่นของประเทศไทยเนี่ย มันจะดูแตกต่างกับอนิเมะของญี่ปุ่นไปหน่อยหรือเปล่านะ แต่พอได้ดูตัวงานออกมาจริงๆแล้วมันกลมกลืนเข้ากันมากๆ เลยครับ และตอนที่ผมมาถึงเมืองไทยอีกครั้งเมื่อ 2 – 3 วันก่อนพอได้เห็นบ้านเมืองแล้วก็รู้สึกว่า โอ้ อยากเอาโลเกชั่นของประเทศนี้มาใช้กับงานตัวเองบ้างจังเลยนะ ถ้าได้ทำอนิเมะแนวสืบสวนสอบสวนเนี่ยเอาโลเกชั่นประเทศไทยมาทำก็น่าจะเหมาะเลยนะครับเนี่ย ส่วนที่ผมชอบที่สุดคือตลาดของประเทศไทยครับ มันดูน่าสนใจมากๆ ครับ แถมตึกของไทยเนี่ยมีรูปทรงแปลกๆ น่าสนใจมากครับ อยากเอามาใช้ในผลงานบ้างจังเลยอะไรแบบนี้น่ะครับ

Akibatan: ตอนที่มีคนมาชวนทำ Project JoJo เนี่ยรู้สึกยังไงบ้างครับ?

Ashiya Kohei: รู้สึกตกใจมากครับ เพราะว่าผมสมัยก่อนนั้นทำงานเกี่ยวกับการวาดการ์ตูนประกอบโฆษณาซะมากกว่า เป็นฟรีแลนซ์อะไรแบบนี้น่ะครับ พอโดนชวนก็คิดว่า เอ… คงได้มาทำในส่วนของโฆษณามั้ง ไม่น่าจะใช่ส่วนของตัวอนิเมะ แต่พอได้รู้ว่าได้มาทำในส่วนของอนิเมะแล้วก็รู้สึกว่า มันคงเป็นโชคชะตาล่ะมั้งครับ

Akibatan: ในการดัดแปลง JoJo จากมังงะมาเป็นอนิเมะนั้นมีความยากง่ายอย่างไรบ้างและมีอุปสรรคอย่างไรบ้างครับ?

Ashiya Kohei: โดยส่วนตัวแล้วผมเป็นแฟนมังงะ JoJo ครับ มันค่อนข้างที่จะกดดันนะ ผมต้องคอยปรึกษากับผู้กำกับอยู่ตลอดว่า เออทำแบบนี้ดีไหม ทำแบบนั้นดีไหม มันเป็นความกดดันในฐานะของแฟน JoJo ด้วยว่าเราจะทำออกมาได้ดีไหม จะทำให้แฟนๆ ชอบได้ไหม ก็เลยพยายามมากขึ้น แม้กระทั่งก่อนจะถึงเดดไลน์ก็จะพยายามแก้จนกว่าจะเป็นผลงานที่ดีที่สุด ทำให้แฟนๆ ของเรื่องนี้ไม่ผิดหวังที่ได้ดูอนิเมะ JoJo ครับ เพราะว่าผมเคารพผลงาน JoJo มากจึงไม่สามารถทำให้ผลงานนี้ออกมาแบบเสียๆ หายๆ ได้ครับ

Akibatan: หลังากที่เห็นผลตอบรับจากแฟนๆ แล้วคิดว่าเป็นอย่างไรบ้างครับ คิดว่ามีอะไรต้องปรับปรุงมากขึ้นอีกหรือเปล่า?

Ashiya Kohei: ผลตอบรับจากแฟนๆ ดีกว่าที่คาดไว้มากครับ แม้จะมีแฟนๆ กลุ่มหนึ่งที่ออกมาพูดว่า “มันก็แค่เอามังงะมาดัดแปลง ไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย มันน่าจะได้มากกว่านี้อีกสิ” มันก็เลยเป็นการบ้านของภาคถัดไปครับว่าจะต้องทำให้ได้มากกว่านี้ สนุกกว่านี้ แต่สำหรับผลตอบรับที่ออกมาตอนนี้แล้ว ก็รู้สึกดีใจมากๆ ครับ

Akibatan: ในฐานะแฟนของเรื่อง JoJo เนี่ย ชื่นชอบภาคไหนเป็นพิเศษบ้างไหมครับ? พอได้เห็น JoJo ที่เราชื่นชอบขยับได้มีเสียงพากย์แล้วรู้สึกเป็นอย่างไรบ้างครับ?

Ashiya Kohei:  ส่วนตัวแล้วผมชอบ JoJo ภาค 5 มากครับ (โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ภาค 5 : สายลมทองคำ)ซึ่งในอนิเมะมันยังไปไม่ถึง ผมชอบตัวละคร โจรูโน่มากๆ และนั่นก็คือเป้าหมายของผมในตอนนี้ครับว่าจะต้องพยายามทำอนิเมะเรื่องนี้ให้ไปจนถึงภาค 5 ให้ได้ครับ

แต่ถ้าเอาฐานะของคนที่ทำงานล่ะก็ คงเป็นภาค 3 ล่ะครับเพราะมันเป็นภาคที่สตาฟทุกคนเนี่ยลงทุนลงแรงกันหนักมากปล่อยพลังเต็มที่ ไม่ใช่ว่าภาค 4 ไม่ดีนะครับ เพียงแต่ว่าด้วยระยะเวลามันน้อย และงบประมาณมันน้อยกว่าทึทุกภาคทำให้เหมือนกับปล่อยได้ไม่สุดน่ะครับ ถ้าหากมีทุนและงบมากกว่านี้คงจะทำได้ดีกว่านี้ มันก็เลยเป็นเรื่องที่ค้างคาใจอยู่ในตอนนี้น่ะครับ

ส่วนตอนที่ตัวละครหรือเรื่องที่ทำอยู่ได้มีสี มีเสียง ขยับได้แล้วมันรู้สึกตื้นตันใจมากครับ เพราะว่าผมทำงานเกี่ยวกับการวาดภาพอย่างเดียว พอได้มาเห็นอีกทีนึงคือตอนที่ขั้นตอนทุกอย่างเสร็จหมดแล้วก็รู้สึกตื้นตันใจมากๆ ครับ

Akibatan: เคยเห็น meme ที่ชาวเน็ตเอาไปเล่นกันไหมครับ meme to be continue น่ะครับ ตอนนี้มันดังมากเลยนะครับ

Ashiya Kohei: โอ้! พึ่งเคยเห็นครั้งแรกเลยครับ นี่มัน JoJo แท้ๆ เลยนะเนี่ย ผมคิดว่าน่าจะมีที่มาจากมังงะ JoJo นี่ล่ะครับที่ทีมงานเอามาดัดแปลงลงอนิเมะแล้วก็เอามาลงในอนิเมะน่ะครับ ไม่เคยรู้มาก่อนจริงๆ ครับ

Akibatan: หลังจากที่ได้รู้ว่าตัวเองจะได้ทำงานตัวใดตัวหนึ่ง สมมุติว่าเป็น JoJo ก็แล้วกันครับ มีแนวคิดอย่างไรในการทำ Project นั้นๆ บ้างครับ จะสื่องานชิ้นนั้นออกมาอย่างไรครับ?

Ashiya Kohei: ส่วนตัวแล้วผมเป็นคนทำงานด้าน Animator น่ะครับ พอได้รับข้อมลมาจาก Director ว่าต้องการจะให้งานภาพออกมาในแนวไหนก็จะทำไปตามที่เขาต้องการ ถ้าคิดว่าไม่โอเคก็มีการสอบถามกับ Director อีกครั้งว่าแบบนี้ดีไหม บางครั้งก็จะมีการเสนอกลับไปด้วยครับ การคิดการกำกับบทนั้นจะเปนส่วนของ Director อีกทีครับ

Akibatan: สุดท้ายนี้อยากจะฝากอะไรถึงแฟนๆ ผลงานบ้างครับ?

Ashiya Kohei: ก็ต้องขอขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่ติดตามผลงานอนิเมะและมังงะจากญี่ปุ่นมากๆ ครับ ผมเองก็ร้สึกตกใจเหมือนกันที่มีแฟนๆ การ์ตูนในไทยมากขนาดนี้ ผมเองในฐานะที่เป็นตัวแทนของผู้ผลิตผลงานเหล่านั้นก็ขอสัญญาว่าจะพยายามพัฒนาฝีมือและพัฒนาคุณภาพผลงานออกมาให้ดียิ่งขึ้นไปอีกครับ เพื่อให้คนทั่วโลกได้ดูผลงานที่ดียิ่งขึ้นไปอีกครับ ขอบคุณที่คอยเป็นกำลังใจให้ครับ ถ้าหากว่าผมมีโอกาสก็จะพยายามมาเยี่ยมเยือนเมืองไทยอีกครั้ง กลับกัน ถ้าหากทุกคนมีโอกาสก็อยากให้ไปเยี่ยมเยือนประเทศญี่ปุ่นกันบ้างนะครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับการสัมภาษณ์อาจารย์ Ashiya Kohei ในครั้งนี้ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งมุมมองของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการผลิตอนิเมะมาฉายให้พวกเราได้ชมกัน อย่างน้อยๆเพื่อเป็นแรงใจให้กับพวกเขาเหล่านี้ก็ช่วยกันอุดหนุนสินค้าถูกลิขสิทธิ์กันเยอะๆ นะครับ พวกเขาจะได้มีกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานดีๆกันต่อไปครับ