[Review] โดราเอมอน เดอะ มูฟวี่ โนบิตะ ผู้กล้าแห่งอวกาศ / ฮีโร่ของแท้ไม่ได้อยู่พลังพิเศษ แต่มันคือจิตใจ

0
440 views

รู้จักกับมูฟวี่ภาคนี้

โดราเอมอน เดอะ มูฟวี่ โนบิตะ ผู้กล้าแห่งอวกาศนี้ ออกฉายในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ปี 2015 ซึ่งเป็นจังหวะที่ครบรอบสำคัญ ๆ หลายอย่าง โดยเป็นมูฟวี่ลำดับที่ 36 ในบรรดาโดราเอมอนเดอะมูฟวี่ทุกภาค และนับเป็นการครบรอบ 35 ปีของโดราเอมอนฉบับทีวีซีรี่ส์ที่ 2 (1979) รวมถึงครบรอบ 10 ปี ซีรี่ส์โดราเอมอนฉบับทีมสร้างใหม่ (2005)

มูฟวี่ภาคนี้นับเป็นผลงานเนื้อเรื่องแบบออริจินอล คือไม่ได้อิงจากผลงานเก่าของ อ.ฟูจิโกะ F ฟูจิโอะ ผู้เขียนต้นฉบับมังงะโดราเอมอนแต่อย่างใด ซึ่งมีคอนเซ็ปต์เป็นฮีโร่แห่งอวกาศ ที่มาพร้อมกับพลังพิเศษอันหลากหลาย อิมเมจรวม ๆ จะดูมีส่วนผสมของทั้งฮีโร่แบบมาร์เวล เช่น Guardians of The Galaxy และฮีโร่แบบญี่ปุ่น (ขบวนห้าสี Super Sentai) ร่วมกัน

ในประเทศไทยนั้นเข้าฉายอยู่ ณ ขณะนี้ (ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม) ถือลิขสิทธิ์โดย KMagic by Kantana

เนื้อเรื่องย่อ

อยู่มาวันหนึ่ง โนบิตะและผองเพื่อนซึ่งกำลังชื่นชอบภาพยนตร์ฮีโร่ในโทรทัศน์ที่ฉายอยู่เป็นอย่างมาก พวกเขาเลยขอร้องให้โดราเอมอนให้ความช่วยเหลือในการถ่ายทำภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่ในแบบฉบับของตัวเองขึ้น โดยโดราเอมอนก็ได้ใช้อุปกรณ์วิเศษ “หุ่นยนต์ผู้กำกับเบอร์เกอร์” เพื่อจัดแจงการถ่ายแบบมืออาชีพ และ “เกรทอัพไลท์” ที่เสริมพลังฮีโร่ให้กับเด็ก ๆ ทุกคน แล้วทุกคนก็ได้สนุกกับการต่อสู้ระหว่างการถ่ายทำอย่างสมจริงสมจัง

ทว่า การต่อสู้แบบเล่น ๆ ในการถ่ายทำนั้นเอง กลับถูกเข้าใจผิดโดยมนุษย์ต่างดาวรูปร่างคล้ายมนุษย์หนูชื่อ “อารอน” ซึ่งลี้ภัยจากดาวตนเองมายังโลกมนุษย์โดยบังเอิญ จึงได้เข้าไปขอร้องพวกโนบิตะให้ติดตามเขาไปยัง “ดาวป๊อคเคิล” ให้ไปหยุดยั้งกลุ่มนายทุนเอเลี่ยนที่มาสร้างสวนสนุกป๊อคเคิลแลนด์ แต่แท้จริงแล้วเป็นสลัดอวกาศที่จะมาสูบเอาพลังงานของดาวป๊อคเคิลไปเพื่อเป้าหมายที่น่าสะพรึงกลัว

พวกโนบิตะซึ่งเข้าใจไปว่า อารอนนั้นเป็นผลจากอุปกรณ์วิเศษในระหว่างถ่ายทำ ก็ตอบรับและขึ้นยานอวกาศของอารอนมุ่งสู่ดาวป๊อคเคิลทันทีอย่างไม่ลังเล โดยหารู้ไม่ว่า พวกเขาในฐานะซุปเปอร์ฮีโร่แห่งอวกาศล้อกันเล่นนั้น กำลังจะได้เผชิญหน้ากับการต่อสู้กอบกู้ดวงดาวของจริง !

ฮีโร่ที่เปี่ยมไปด้วยพลังจากความฝันวัยเด็ก

นับว่าเป็นภาคออริจินอลที่ดูได้เพลิน ๆ ทุกเพศทุกวัยเลยทีเดียว เพราะในรอบสื่อวันนี้ได้มีผู้ชมอยู๋แทบทุกวัย ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนรุ่นคุณตาได้เลย ซึ่งโดยรวมแล้ว มูฟวี่ภาคนี้ก็มีการตอบรับที่ดี จากเนื้อหาที่ดูเข้าใจง่าย และเต็มไปด้วยมุขตลกที่สดใสเรียกเสียงหัวเราะได้ตลอดเรื่อง

การดำเนินเรื่องของภาคนี้ แม้จะง่ายๆ แต่ก็แฝงไปด้วยข้อคิดมากมาย เช่น การดูคนที่เข้ามาหาเราด้วยผลประโยชน์ อย่างพวกสลัดอวกาศ เราไม่ควรตัดสินกันแต่ผิวเผินจากการพูดคุย การให้อะไรแก่กันที่เอาผลประโยชน์เข้าล่อ แต่เราควรมองลึกเข้าไปหาธาตุแท้พวกเขาด้วย ไม่อย่างนั้นเราก็จะไม่รู้ตัวเลยว่า ผลประโยชน์ที่ได้มานั้น เราต้องเสียอะไรไปบ้าง ซึ่งในมูฟวี่ภาคนี้ก็เรียกว่าชาวดาวป๊อคเคิลกำลังเอาอนาคตของทั้งดวงดาวไปแลกอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์เลยก็ว่าได้

การไม่มองข้ามในสิ่งที่ผิด หรือสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ในภาคนี้นับว่านำเสนอได้ดีมากๆกับการแสดงออกทางความคิดของแก๊งโนบิตะและผองเพื่อน ซึ่งแรกเริ่มนั้น ทุกคนมีความคิดเพียงแค่อยากเล่นอยากสนุกเท่านั้น แต่เมื่อต้องไปเจอกับปัญหาจริง ๆ (แถมเป็นปัญหาระดับดวงดาว) ก็เกิดอาการกลัว และท้อแท้ แต่ทุกคนก็สามารถระลึกได้ว่า หากละเลย และมองข้ามไป ผลที่ตามมามันจะหนักหน่วงขนาดไหน ต่อให้ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง แต่เมื่อรับรู้ไปแล้วก็ไม่สามารถละทิ้งมันไปได้

นอกจากข้อคิดดีๆแล้วก็ยังมีฉากสนุก ๆ ให้เห็นกันอีกมากมาย และที่น่าจะเป็นจุดเด่นที่สุดในเรื่องก็คือ ความสามารถของชุดฮีโร่ของเด็กๆแต่ละคน ที่ทำออกมาได้เจ๋งและน่าติดตามมาก (แถมมีท่าไม้ตายด้วยนะ) ด้วยพลังของ ทั้ง 5 คนที่เป็นตัวให้ผู้ชมลุ้นกันว่า จะมีพลังอะไร หรือจะเอาชนะวายร้ายแต่ละตัวได้ยังไง และเมื่อได้เห็นอะไรที่เกินคาด ก็จะกลายเป็นความเซอร์ไพรส์นั่นเองครับ

สำหรับพลังแต่ละคนนั้น (แบบไม่สปอยล์) ติดตามได้จาก โดราเอมอน เดอะ มูฟวี่ ฉบับ Avengers! เมื่อพวกโนบิตะกลายเป็น Super Hero!?

สิ่งที่น่าตะลึง จนต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่กับตัวละครสาวน้อย น่ารัก และเรียบร้อยอย่างชิซูกะก็มีเหมือนกัน เพราะภาคนี้ความไร้เดียงสาของเธอนั้นช่างน่ากลัว และโหดเหี้ยมยิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็นการปาหินก้อนโตใส่เพื่อนโดยไม่คิด การเอาน้ำร้อนลวกเอเลี่ยนทั้งเปน และการใช้ความสามารถสุดโหดอย่างไร้เดียงสา โดยที่ไม่รู้ว่ารุนแรงและโหดร้ายกับเหล่าศัตรูขนาดไหนนั่นเอง และที่ร้ายกาจที่สุดคือ การที่น้องยิ้มให้กับความสำเร็จของเธอนั่นเอง…

อย่างไรก็ตาม จุดที่มีความขัดแย้งกันในตัวเองคือ พวกเด็ก ๆ ระลึกรู้ตัวเสมอว่า พวกเขาไม่ใช่ฮีโร่ที่แท้จริงที่จะไปกอบกู้ดวงดาวของอารอนได้ ถึงต่อให้มีพลังจากอุปกรณ์วิเศษ มันก็ไม่ใช่ว่ามากพอที่จะสามารถจัดการกับศัตรูที่แข็งแกร่งง่ายดายขนาดนั้น แต่จุดหนึ่งที่พวกเขาตัดสินใจไม่ถอยหนี ก็เพราะอารอนยอมรับและเข้าใจพวกเขาว่า ถึงเนื้อแท้จะไม่ใช่ฮีโร่อย่างที่เขาเข้าใจผิด แต่การที่พวกโนบิตะติดตามมาช่วยเขาถึงดาวอื่นนั้น ก็คือจิตใจที่เป็นฮีโร่ที่แท้จริงสำหรับเขาแล้วนั่นเอง

โดยสรุปแล้ว ภาคนี้มี “ความเป็นเด็ก” แฝงอยู่ทั้งภายในและภายนอกมากกว่าโดราเอมอนเดอะมูฟวี่หลาย ๆ ภาค แฟน ๆ รุ่นคลาสสิกอาจจะรู้สึกว่า ภาคนี้ขาดความเข้มข้นทางเนื้อหาไปอยู่ไม่น้อย แต่ว่าภาคนี้กลับมีจุดเด่นที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็ก ๆ ได้ง่าย และเป็นภาคที่สามารถ “ดูเอามันส์” ได้แบบเพลิน ๆ และก็ยังมีการใส่ไอเดียเรื่องของพลังฮีโร่เข้ามาอย่างสร้างสรรค์ ก็เรียกได้ว่า เป็นมูฟวี่ที่เอาใจผู้ชมในกลุ่มอายุที่กว้างมาก ๆ ใครก็สามารถสนุกกับมันได้นั่นเองครับ ซึ่งแฟน ๆ ในไทยเราก็สามารถไปร่วมแสดงพลังในโรงภาพยนตร์กันได้จ้า

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here