7 เหตุผลของคนดูภาพยนตร์เรื่อง ซากราดะ รีเซ็ท เรื่องนี้ดียังไงทำไมถึงอยากแชร์!

0
464 views

หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่อง ซากราดะ รีเซ็ท เข้ามาฉายในบ้านเราครบแล้วทั้ง 2 พาร์ท ทางทีมงาน Akibatan ก็ได้ไปรับชมกันมาแล้วเป็นที่เรียบร้อย และอยากจะมาแชร์ให้กับเพื่อน ๆ ได้ชมกันบ้างว่าเพราะอะไรถึงอยากแนะนำให้ไปชมกัน ว่าแล้วก็ไปชมกันเลยจ้า!

  1. เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากนิยายต้นฉบับได้สมบูรณ์แบบมาก การเก็บรายละเอียดของตัวหนังทำได้ครบ ดัดแปลงให้บทไม่ยืดเยื้อเกินไป กระชับ เข้าใจง่าย รวบนิยาย 7 เล่มให้จบได้ภายในภาพยนตร์เพียงแค่ 2 พาร์ทเท่านั้น
  2. นักแสดงของภาพยนตร์เรื่องนี้เล่นได้ดีมาก สามารถถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครได้เป็นอย่างดี เข้าถึงบทบาทได้อย่างยอดเยี่ยม ยกตัวอย่างเช่นฉากที่ โซมะ สุมิเระ พูดคุยกับ อาซาอิ เคย์ที่ริมทะเลที่บอกเล่าถึงแผนการต่าง ๆ ที่เธอวางไว้ตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน รวมไปถึงฉากที่เธอไปค้างที่บ้านของฮารุกิ มิโซระ และได้พูดคุยกัน ซึ่งนักแสดงได้ถ่ายทอดบทบาทออกมาได้เป็นอย่างดีทำให้เราเข้าใจว่าในช่วงเวลานั้นตัวละครรู้สึกอย่างไร
  3. การหักเหลี่ยมเฉือนคมกันในภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก ๆ สามารถทำให้ผู้ชมร่วมลุ้นไปกับเหตุการณ์ในเรื่องว่าตัวเอกได้พบเจออะไร เรื่องนี้มีที่มาจากไหน และจะแก้ไขได้อย่างไร ยกตัวอย่างเช่นฉากที่ อาซาอิ เคย์ วางแผนที่จะพลิกกระดานให้แผนของ อุราจิ มาซามุเนะ ล้มเหลว รวมไปถึงการนำเอาอุดมคติ ความฝัน และความเป็นจริงมาห้ำหั่นกันด้วยวาทศิลป์ของตัวละครในเรื่อง ซึ่งชี้ให้เห็นถึงแนวคิดของตัวละครแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร เพราะอะไร และจะทำอย่างไร ทำให้ผู้ชมสามารถเก็บข้อคิดเหล่านี้ไปปรับใช้กับชีวิตของตัวเองได้
  4. ฉากโรแมนติกเล็ก ๆ ที่ถ่ายทอดออกมาในภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ผู้ชมอมยิ้มไปกับความน่ารักของตัวเอกได้เช่นกัน เป็นอีกมุมหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ถ่ายทอดออกมาได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่นฉากที่ เคย์ แสดงความอ่อนแอออกมาให้ ฮารุกิ มิโซระ ได้เห็น ซึ่งก็เป็นอีกมุมโรแมนติกของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยเช่นกัน
  5. การย้อนความ การรีเซ็ทโลกเพื่อที่จะเข้าสู่เหตุการณ์ในอีกรูปแบบหนึ่งก็ถ่ายทอดออกมาได้ดี ไม่ชวนให้สับสนแต่อย่างใด ซึ่งในตัวภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีวันและเวลากำกับเอาไว้บนหน้าจอทุกครั้งที่มีการเซฟ หรือการรีเซ็ท หรือแม้กระทั่งการบอกจากปากของตัวละครมิโซระ ฮารุกิที่ทำการพูดวันและเวลาของเรื่องเมื่อทำการเซฟ เมื่อเกิดการรีเซ็ทขึ้นเธอก็จะพูดถึงเวลาที่ถูกรีเซ็ทกลับมาทันทีว่าตอนนี้เวลาในภาพยนตร์เรื่องนี้คือวันและเวลาใด
  6. ความยอดเยี่ยมของการสอดแทรกรายละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ ลงไปในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสามารถพิเศษของตัวละคร คำใบ้และปริศนาต่าง ๆ ของเรื่องนี้ ทีมงานได้ใส่มันลงไปในตัวเรื่องให้ผู้ชมได้พยายามจับผิดว่า ตรงนี้มันเกิดอะไรขึ้น และเมื่อมีการเฉลยปมก็จะทำให้ผู้ชมรู้สึกประหลาดใจและย้อนกลับมานึกถึงว่า อ๋อ! เพราะแบบนี้นี่เอง

7. เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ทำได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นฉากตื่นเต้น ฉากโรแมนติค หรือฉากอารมณ์ต่าง ๆ ก็ให้ความรู้สึกเข้ากันกับตัวเรื่องมาก และนอกจากนี้เพลง ED ของเรื่องยังได้วงสุดฮิตอย่าง flumpool มาร้องให้ด้วยกับเพลงที่ชื่อว่า Last Call (ラストコール)

ตอนนี้ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังเข้าฉายอยู่ในโรงทั้ง 2 ภาค ถ้าหากว่าเพื่อน ๆ อยากชมภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถไปชมกันได้ที่ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, เมกา ซีนีเพล็กซ์, ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต, เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่, เอสเอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ และในวันที่ วันที่ 8 มิถุนายนนี้ House RCA จะเอาภาพยนตร์เรื่องนี้กลับเข้ามาฉายอีกครั้งทั้งภาค 1 และ 2 หากเพื่อน ๆ ชื่นชอบภาพยนตร์ญี่ปุ่นแนวหักเหลี่ยม เฉือนคม หรืออยากรับชมภาพยนตร์ญี่ปุ่นดี ๆ สักเรื่อง ซากราดะ รีเซ็ททั้ง 2 พาร์ทคือคำตอบที่ดีครับ เชื่อเถอะว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ดีจริง ๆ

ถ้าชอบให้ "Like!" เลย

Follow on Twitter !