ก้าวใหม่ของวงการอนิเมชั่น กับโปรแกรม A.I. ช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวเนียนกว่าทำเอง!

0
1,288 views

ช่วงนี้เรามักจะได้เห็นการนำเอาเทคโนโลยีช่วยทำงานด้านต่าง ๆ แบบอัตโนมัติกันอยู่บ่อย ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นเริ่มน่าทึ่งขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมันสามารถตอบสนองผลงานทางศิลปะที่เคยเชื่อกันว่ามีแต่มนุษย์เท่านั้นที่จะรังสรรค์อย่างมีทิศทางได้ แต่ทุกวันนี้ความเชื่อนั้นกำลังจะเปลี่ยนไปครับ

ก่อนจะกล่าวถึงเนื้อหาข่าว ต้องขอเกริ่นกันสักเล็กน้อยครับ สำหรับภาพวาดด้านบนนี้ เป็นหนึ่งในพื้นฐานการทำอนิเมชั่นแบบ 2 มิติ (2D) ที่สร้างขึ้นด้วยการวาดมือล้วน ๆ ซึ่งแน่นอนว่า การจะวาดภาพนิ่งให้เคลื่อนไหวได้ ย่อมหมายถึงการวาดภาพนิ่งหลาย ๆ ภาพ โดยที่แต่ละภาพนั้น ตัวละครมีการเคลื่อนไหวทีละเล็กทีละน้อย เมื่อนำทุกภาพมาเรียงต่อกัน เราก็จะสามารถสร้างภาพเคลื่อนไหวได้ และทุก ๆ ภาพที่นำมาเรียงนั้นเอง เราก็จะเรียกขั้นตอนการทำอนิเมชั่นส่วนนี้ว่า ขั้นตอน In-between ครับ

ภาพเคลื่อนไหวของอนิเมชั่นที่ดีนั้น ยิ่งมีความละเอียดของ In-between สำหรับการเปลี่ยนแปลงแต่ละเฟรมมากเท่าใด เมื่อทำเป็นภาพวิดีโอเคลื่อนไหวแล้ว งานอนิเมชั่นนั้นก็จะยิ่งเนียนตา ดูสวยงามและมีคุณภาพมากขึ้น แต่นั่นก็ย่อมหมายถึงการลงแรงที่มากขึ้นด้วยเช่นกันนั่นเอง

และนี่คือนวัตกรรมใหม่ที่อาจจะตอบโจทย์นั้นได้ครับ

โปรแกรม A.I. ใหม่ซึ่งพัฒนาโดยคุณ Yagi Yuichi จากทีม Dwango นี้ ได้แสดงให้เห็นถึงผลงานอันน่าทึ่ง เมื่อมีการนำคีย์เฟรมของภาพอนิเมชั่นจากเรื่อง Idol Jihen ที่วาดมาเรียงกันเป็นภาพเคลื่อนไหวแล้วนั้น เทียบระหว่างการเรียงแบบปกติ (ฝั่งซ้ายในคลิป) และการเรียงโดยตัวโปรแกรม A.I. ใหม่นี้ (ฝั่งขวาในคลิป) จะเห็นได้ว่าฝั่ง A.I. นั้นสามารถเกลี่ยความเนียนในแต่ละเฟรมได้สวยงามและไหลลื่นกว่าแบบปกติถึง 4 เท่า

แม้ว่าเราอาจจะยังเห็นการกระตุกของเส้นที่ไม่เสถียรเกิดขึ้นอยู่ประปรายในคลิปเพราะตัวโปรแกรมนั้นยังไม่ได้สมบูรณ์แบบเต็ม 100 ก็ตาม แต่ว่าผลงานนี้ดูน่าทึ่งและอาจจะเป็นแสงสว่างใหม่สำหรับอุตสาหกรรมอนิเมชั่นในอนาคต ที่อาจจะช่วยทุ่นแรงทีมงานสร้างลง ลดค่าใช้จ่ายที่มหาศาลลงได้อีกมากก็เป็นได้ครับ

อนึ่ง ทีม Dwango นี้เคยมีข่าวถูกผู้กำกับ Miyazaki Hayao (Ghibli) กล่าวตำหนิในระหว่างการแสดงผลงานอนิเมชั่น 3D A.I. ที่ดูไม่สมประกอบมาก่อนหน้านี้ว่าเป็นการดูถูกสิ่งมีชีวิต (ทั้งที่นั่นเป็นหนึ่งในผลงานทดลองระบบ A.I. รูปแบบหนึ่ง) โดยที่ผู้กำกับรุ่นอาวุโสยังได้กล่าวย้ำว่า ที่ยุคนี้ต้องมีเทคโนโลยีตัวช่วยในการผลิตอนิเมชั่นมากมาย เพราะนักวาดสมัยนี้ไม่มีศักยภาพมากพอมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ในยุคปัจจุบันที่ค่าครองชีพสูงขึ้นมาก ขณะที่ธุรกิจของสตูดิโออนิเมชั่นนั้นทำกำไรในอัตราส่วนที่น้อยลงเมื่อเทียบกับสมัยก่อน ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ แวดวงศิลปะเองก็อาจจะต้องพร้อมรับการปรับตัวกับปัจจัยรอบตัวที่ไม่อาจควบคุมได้เพื่อให้อยู่รอดหรือไม่ และถ้าโปรแกรม A.I. ช่วยในการผลิตอนิเมชั่นนั้นสมบูรณ์แบบมากพอจะนำไปใช้งานได้จริง วงการนี้ก็อาจจะพลิกโฉมหน้าไปอีกแบบก็เป็นได้ครับ

Source : rocketnews24