[Special Interview] สัมภาษณ์ผู้บริหารบริษัท Be Full ผู้ผลิตฟิกเกอร์ขนาด 1/1 และคุณซัน ปิยพงศ์ เลิศขจรกิตติ ผู้บริหารของ Nida Group ในงาน Thailand Toy Expo 2017

0
1,299 views

ในงาน Thailand Toy Expo 2017 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 – 7 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมานี้ เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนคงได้มีโอกาสไปยลโฉมฟิกเกอร์ขนาด 1:1 Rem จาก Re: Zero และ Vocaloid Yukari กันมาบ้างแล้ว ในครั้งนี้ทีมงาน Akibatan ได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณ Maeda Naoto และคุณ Fukue Motohide จากบริษัท Be Full ผู้ผลิตฟิกเกอร์ขนาด 1/1 นี้ และยังมีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณซัน ปิยพงศ์ เลิศขจรกิตติ ผู้บริหารของ Nida Group ผู้ที่นำฟิกเกอร์ขนาด 1/1 เข้ามาจัดแสดงให้พวกเราได้ชมกันอีกด้วย จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นไปชมกันได้เลยครับ

บทสัมภาษณ์คุณ Maeda Naoto และคุณ Fukue Motohide จากบริษัท Be Full

Akibatan: ทำไมถึงมาทำงานด้านฟิกเกอร์ครับ
Be Full: เพราะอยากจะปั้นฟิกเกอร์ขึ้นมาขายด้วยกำลังของพวกเราเอง จึงได้เริ่มทำงาน Figure Maker มาตั้งแต่เมื่อ 4 ปีก่อนครับ

Akibatan: ตอนที่ทำฟิกเกอร์สเกล 1/1 มีแนวคิดอย่างไรบ้าง
Be Full: ที่บริษัท Be Full Pulchra นั้นใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกในการออกแบบฟิกเกอร์ และใช้เครื่องพิมพ์ 3D ในการปั้นขึ้นรูป ซึ่งชิ้นส่วนที่พิมพ์ออกมามีทั้งใหญ่ไปจนถึงเล็ก บางชิ้นขนาด 20 เซนติเมตร ก็มี 160 เซนติเมตร ก็มี แต่เพราะใช้พิมพ์ออกมาแบบเดียวกัน การสร้างชิ้นส่วนขนาดใหญ่ ๆ จากที่ว่ายาก พอใช้เครื่องพิมพ์ 3D เลยกลายเป็นง่ายขึ้น จึงได้เริ่มธุรกิจนี้ขึ้นมาครับ

Akibatan: ตอนที่เลือกตัวละครมาทำฟิกเกอร์สเกล 1/1 ใช้หลักเกณฑ์อะไรในการเลือก? เห็นแล้วถูกใจเลยหยิบมาทำหรือเปล่า?
Be Full: ดูจากยอดขาย หรือกระแส ครับ

Akibatan: ตอนที่ทำออกมาแล้วผลตอบรับดีมาก รู้สึกอย่างไรบ้าง
Be Full: เวลาที่เราสร้างผลงานขึ้นมา อยากจะใช้วัสดุที่เวลาสัมผัสแล้วได้ความรู้สึกอ่อนนุ่ม อยากจะกำหนดท่าโพสที่มีไดนามิกมากกว่านี้ ให้ได้ความรู้สึกเหมือนเป็นของจริง แล้วก็อยากทำให้ราคาไม่สูงมาก ให้สามารถจับจองกันได้ง่ายครับ ตัวอย่างตัวละครที่ทำออกมาก็ 8 ตัวแล้วครับ

Akibatan: จุดที่ยากที่สุดในการทำฟิกเกอร์สเกล 1/1 คืออะไร
Be Full: ใบหน้าครับ ยากที่สุด ในการแสดงอารมณ์ออกมา

Akibatan: มีอะไรอยากฝากถึงคนที่ติดตามผลงาน คนที่อ่านคอลัมน์นี้บ้าง?
Be Full: ผมอยากจะทำให้แฟน ๆ ชาวไทยที่สะสมสินค้าของ Pulchra ได้ดีใจกันมากกว่านี้ จะพยายามเต็มที่เพื่อแสดงเอกลักษณ์ของตัวละครออกมาให้เด่นที่สุด อย่างกรณีของ Rem ก็จะทำให้สมกับเป็น Rem แบบพอใครได้เห็นแล้วก็ต้องรู้ว่านี่คือ Rem เพื่อให้ลูกค้าทุกคนมีความสุข แล้วก็ บริษัทที่พวกผมสร้างขึ้นมากับมือนี้ จะสร้างผลงานออกมาให้ยึดความเป็นต้นฉบับเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แบบที่ใครเห็นแล้วต้องบอก “อ๋อ นี่มัน Rem จริง ๆ นี่นา” ครับ ขอฝากบริษัท Be Full, Pulchra และ Figurex เอาไว้ด้วยนะครับ

บทสัมภาษณ์ คุณซัน ปิยพงศ์ เลิศขจรกิตติ ผู้บริหาร Nida Group

Akibatan: ในเรื่องของโปรเจกต์ 1/1 มีแนวคิดอย่างไร จึงได้ติดต่อให้เขามาโชว์ในเมืองไทย?
คุณซัน: ก่อนอื่นคือบริษัท Nida ของเรา ได้ทำการค้ากับแบรนด์ Pulchra มาสักพักหนึ่งแล้ว ทีนี้ได้ทราบว่าทางเขาก็เปิดแบรนด์ Figurex ขึ้นมา เพื่อทำฟิกเกอร์ไซส์ใหญ่โดยเฉพาะ เราก็เลยลองดีลดูว่าเขาสนใจจะเปิดตลาดในไทยไหม จากนั้นคิดว่า เป็นโอกาสดีที่จะทำให้เด็กไทยได้เห็นฟิกเกอร์ไซส์ 1/1 เราก็เลยลองดีลกันมา เขาก็ยินดีร่วมด้วยเพราะในไทยมีฐานแฟนคลับของเขาอยู่แล้ว และเป็นโอกาสดีที่จะได้มาโชว์ตัวในเมืองไทย

Akibatan: หลัก ๆ คือเอามาโชว์ เผื่อมีคนสั่งจองใช่ไหมครับ?
คุณซัน: จริง ๆ สองตัวนี้นั้นยอดพรีออเดอร์เต็ม และขายไปแล้วครับ แต่สำหรับสองตัวนี้ถ้าคนไทยสนใจก็สามารถซื้อไปได้เลยครับ

Akibatan: คิดว่าจะมีตัวอื่นเข้ามาอีกในอนาคตไหมครับ
คุณซัน: จากที่คุยกันเมื่อครู่จึงได้ทราบว่า สองตัวนี้ถ้าไม่มีใครซื้อ ก็จะกลับไป stock ที่ญี่ปุ่น แต่ถ้าเป็นตัวอื่น ๆ ก็อยากจะให้ทางเราทำตลาดในเมืองไทยดูว่าจะมีใครสนใจเก็บแนวนี้บ้างหรือเปล่า นั่นแปลว่าในอนาคตจะมีมาเพิ่มอีกครับ แต่อาจเป็นในจำนวนจำกัดมาก เพราะในเคสตัวอื่น เขาผลิตกันทั่วโลก 20 ตัว อาจจะมาถึงไทยแค่ 1 หรือ 2 ตัวเท่านั้นครับ

Akibatan: หากในอนาคต แฟน ๆ ต้องการสั่งจอง สามารถสั่งจองผ่าน Nida Group ได้หรือเปล่าครับ
คุณซัน: สามารถสั่งจองได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายของ Nida Group ที่มีอยู่ 80 ร้านทั่วประเทศไทยได้เลยครับ

Akibatan: ช่วยแง้ม ๆ ได้ไหมครับว่าในอนาคตข้างหน้านี้จะมีอะไรจากทาง Nida Group มาให้แฟน ๆ บ้างครับ
คุณซัน: ในขั้นตอนต่อไป เราตั้งเป้าไว้ที่การทำให้มีสินค้า Exclusive เฉพาะประเทศไทย คู่กับแต่ละแบรนด์ของญี่ปุ่นครับ ซึ่งโปรเจกต์นี้ยังไม่มีใครทำจริงจัง เราจึงมุ่งไปทีการผลักดันให้ผลงานคนไทยได้วางคู่อยู่กับผลงานคนญี่ปุ่น เช่นอาจจะได้เห็นศิลปินคนนี้คู่กับ Good Smile Company, Kotobukiya เป็นต้นครับ

Akibatan: อย่างนี้ศิลปินชาวไทยที่สนใจสามารถติดต่อกับคุณซันได้เลยหรือเปล่าครับ
คุณซัน: ใช่ครับ

Akibatan: สุดท้ายนี้คุณซันมีอะไรอยากฝากให้กับแฟน ๆ ที่ติดตามบริษัท Nida Group ครับ
คุณซัน: บริษัท Nida Group ของเรา ถือในเรื่องของลิขสิทธิ์และเซอร์วิสเป็นเรื่องสำคัญ ในอนาคตเราก็อยากจะจัดกิจกรรมในการนำฟิกเกอร์ที่หาชมได้ยาก หรือพวกตัวที่มีจำนวนจำกัด มาแสดงให้ชมกันที่ประเทศไทย โดยไม่ต้องบินไปดูถึงญี่ปุ่น และให้คนไทยได้จับจองเป็นเจ้าของกัน ในงานกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทางเราเป็นผู้จัดได้เลย อีกอย่างที่กำลังเป็นประเด็นคือเรื่องสติกเกอร์ปลอมของทางบริษัท ต้องขอบอกเลยว่าแต่ก่อนจนถึงปัจจุบัน สินค้าของเราเป็นของแท้ทั้งหมด โดยจะมีสติกเกอร์แปะไว้ให้เห็นว่าถ้ามีสติกเกอร์ Nida Group นั่นคือของแท้แน่นอน แต่ตอนนี้มีการทำเลียนแบบสติกเกอร์ขึ้นมาเพื่อหลอกลูกค้าว่าสินค้าปลอมนั้นเป็นของแท้ ซึ่งวิธีตรวจสอบว่าเป็นสติกเกอร์แท้หรือปลอมนั้นเราได้ประกาศไว้ที่ fanpage แล้ว ไม่อยากให้ทุกคนโดนหลอกครับ

ก็จบลงไปแล้วกับบทสัมภาษณ์ของทาง Be Full และ คุณซัน ปิยพงศ์ เลิศขจรกิตติ ผู้บริหารของ Nida Group พวกเขาเหล่านี้นั้นมีความตั้งใจที่จะมอบสิ่งดี ๆ ให้กับแฟน ๆ การ์ตูนชาวไทยให้ได้สัมผัสและได้รับประสบการณ์ที่น่าประทับใจตลอดมา ก็อยากจะฝากกันอีกครั้งนะครับ ช่วยกันอุดหนุนสินค้าถูกลิขสิทธิ์กันเถอะครับ ในบ้านเรามีคนที่พยายามนำช่องทางของสินค้าถูกลิขสิทธิ์มาให้เราได้ซื้อหากันอย่างง่ายดายแล้ว อุดหนุนกันเถอะครับเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่พวกเขาที่ตั้งใจทำงานกันขนาดนี้ ช่วยกันคนละไม้ละมือ รับรองว่าในอนาคตสินค้าผิดลิขสิทธิ์ทั้งหลายจะต้องหายไปอย่างแน่นอน

ถ้าชอบให้ "Like!" เลย

Follow on Twitter !