เมื่อจุดจบของโลก คือ จุดเริ่มต้นของความฝันกับวงดนตรีสุดแนว SEKAI NO OWARI

0
2,139 views

เมื่อพูดถึงคำว่า จุดจบของโลก เชื่อว่าหลายคนคงจะนึกถึง  ตอนจบของ อนิเมแนว ๆ แฟนตาซี-ไซไฟสักเรื่องแน่ ๆ แต่ที่เราจะมากล่างถึงกันวันนี้ ไม่ใช่ตอนจบของอนิเมเรื่องไหนแต่อย่างใด แต่เรากำลังจะกล่าวถึงวงดนตรีสุดแนว อย่างวง SEKAI NO OWARI (‎End of the World) นั่นเอง

สมาชิกวง
วง SEKAI NO OWARI จะประกอบไปด้วยสมาชิก 4 คนได้แก่

ไล่จากซ้ายไปขวา DJ LOVE  ,  Fukase  ,  Saori  และ Nakajin

Nakajin ตำแหน่ง มือกีต้าร์และหัวหน้าวง เกิดเมื่อวันที่ 22 เดือนตุลาคม ปี 1985

Fukase ตำแหน่งนักร้องนำ เกิดเมื่อวันที่ 13 เดือนตุลาคม ปี 1985

Saori ตำแหน่งเปียโนและคีย์บอร์ด เกิดเมื่อวันที่ 13 เดือนสิงหาคม ปี 1986

DJ LOVE ตำแหน่ง DJ เกิดเมื่อวันที่ 23 เดือนสิงหาคม ปี 1985

การก่อตั้งวงและที่มาของชื่อวง

“Bump of Chicken วงร็อครุ่นใหญ่ที่เป็นแรงบันดาลใจของวง SEKAI NO OWARI”

สำหรับวง SEKAI NO OWARI นั้นมีจุดเริ่มต้นที่ถือว่าน่าสนใจมากเลยที่เพราะ เพราะ แต่เดิมนั้น Fukase นักร้องนำของวง เป็นผู้ป่วยที่เป็นโรคทางจิตเวชโรคหนึ่งที่เรียกว่า “โรคตื่นตระหนก” (Panic disorder) ซึ่งเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวันและในการเรียนของเขาเป็นอย่างมาก แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกมีกำลังใจและก้าวต่อได้นั้นก็คือการเล่นดนตรีนั่นเอง จึงเริ่มตั้งวงกับเพื่อน ๆ โดยแรกเริ่มนั้นมีสมาชิกกันทั้งหมดสามคนได้แก่ Fukase, Saori และ Nakajin ตั้งวงกันโดยมีแรงบันดาลใจเป็นวงรุ่นใหญ่อย่าง Bump of Chicken และในเวลาต่อมา ก็ได้ DJ LOVE มาร่วมวง จนกลายเป็นสมาชิกทั้ง 4 คนจนถึงปัจจุบัน โดยชื่อวง Sekai no Owari หรือ “จุดจบของโลก” ก็มีที่มาจากตัว Fukase เอง ที่เขาเคยคิดว่าทุกอย่างมันต้องจบสิ้นลงไป แต่ที่ไหนได้มันเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของชีวิตเขาต่างหาก

สไตล์เพลง

วง SEKAI NO OWARI นั้น แต่เดิมเป็นวงดนตรีแนวป๊อบอิเล็กโทร เนื้อหาเพลงจะเน้นเรื่องของชีวิต การเสียดสีสังคม และในช่วงปัจจุบัน สไตล์ดนตรีจะเพิ่มความเป็นเทพนิยาย หรือขบวนพาเหรด พร้อมด้วยเนื้อหาที่หลากหลายขึ้นทั้งการให้กำลังใจ หรือชวนฝัน แต่ก็ยังคงไม่ละทิ้งคอนเซ็ปต์ของชีวิต ด้วยกลิ่นอายเหล่านี้ทำให้วง SEKAI NO OWARI จัดว่าเป็นวงดนตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นอย่างมาก

ตัวอย่างผลงานสมัยแรก ๆ อย่าง Tenshi to Akuma ที่มีทำนองเพลงฟังสบาย ๆ แต่เนื้อหานั้นมีการเสียดสีถึงสังคมมนุษย์ที่แยกแยะความถูกต้องกับความผิดอย่างกำกวม จนยากจะบอกได้ว่าใครเป็นฝ่ายนางฟ้าหรือปีศาจที่ไม่ได้ดูออกง่าย ๆ เหมือนในนิทาน

ผลงานเด่นต่าง ๆ

“Snow Magic Fantasy เพลงที่ได้ที่ 1 ทั้ง Oricon Chart และที่ 1 ของ Billboard Chart”

หลังจากที่รวมวงกันครบแล้วก็ได้เริ่มทำการแสดงตาม live house ต่าง ๆ โดยการแสดงของวงในครั้งแรกนั้นมีผู้ชมเพียง 15 คนเท่านั้น ต่อมาก็ได้ออกอัลบั้มแรกที่ชื่อว่า EARTH ภายใต้สังกัด Lastrum โดยได้อันดับที่ 15 ของ Oricon Chart และได้รับความนิยมมากขึ้น หลังจากนั้นก็เริ่มทัวร์ พร้อมกับออกซิงเกิล Tenshi to Akuma/Fantasy ที่สามารถไต่ถึงอันดับ 8 ของ Oricon Chart ได้

ต่อมาไม่นานนักพวกเขาก็ได้ขึ้นแสดงคอนเสิร์ตเดี่ยวที่ Nippon Budokan ซึ่งเป็นเวทีที่ศิลปินหลายคนเฝ้าฝันว่าจะได้ไปแสดงที่นั่นสักครั้ง ต่อมาพวกเขาได้ย้ายสังกัดไปอยู่กับค่าย Toy’s Factory  ค่ายเดียวกับวง Bump of Chicken ที่เป็นเสมือนแรงบันดาลใจของเขานั่นเอง หลังจากนั้นพวกเขาก็ปล่อย ซิงเกิลต่าง ๆ ที่สามารถติดอันดับของ Oricon Chart ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเพลง RPG ที่ได้อันดับ 2 ของชาร์ตดังกล่าว แต่ไปได้ถึงที่ 1 ของ Billboard Chart เลยทีเดียว แต่ทีเด็ดที่ตามมาคือเพลง Snow Magic Fantasy ที่ได้อันดับที่ 1 ของทั้งสองชาร์ตข้างต้น เรียกได้ว่านี่คือสิ่งยืนยันความสำเร็จของพวกเขาได้เป็นอย่างดี

ขณะที่ในเพลงถัด ๆ มาอย่าง Dragon Night ก็มีเพอร์ฟอแมนส์ที่โดดเด่นเตะตา โดยทั้ง MV และในการแสดงต่าง ๆ เพลงนี้จะใช้คอนเซ็ปต์ของชุดทหารที่มาพร้อมกับวิทยุภาคสนามที่ใช้แทนไมโครโฟน ซึ่งเพลงนี้มีทั้งเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ และจุดที่โดดเด่นก็คือ วิทยุภาคสนามนั้นกลายเป็นที่นิยมจนเป็นมีมตัดต่อในโลกออนไลน์ช่วงนั้นอยู่ระยะใหญ่ ๆ เลยทีเดียวครับ

สำหรับคอนเสิร์ตใหญ่ 2 ครั้งล่าสุดในปี 2015 อย่าง Twilight City และ 2016 อย่าง Dinner ของพวกเขาก็เป็นการแสดงที่ตื่นตาอลังการมาก ๆ ทีเดียวครับ

ผลงานด้านอนิซอง

นอกจากนี้จะมีผลงานซิงเกิลอัลบั้มต่าง ๆ มากมายแล้ว วง SEKAI NO OWARI ก็ยังมีผลงานเพลงประกอบอนิซองอีกด้วย ได้แก่เพลง RPG ที่ประกอบภาพยนตร์เรื่อง Crayon Shin-chan Movie 21: Baka Uma! B-Kyuu Gourmet Survival!! รวมไปถึงเพลง Anti-Hero และเพลง SOS ซึ่งเป็นเพลงประกอบของเรื่อง Shingeki no Kyojin: ผ่าพิภพไททัน ฉบับภาพยนตร์คนแสดงทั้ง 2 ภาค ซึ่งทั้ง 3 เพลงก็ติดอันดับ Oricon Chart ด้วยเช่นกัน

เพลง RPG ที่โด่งดังมากที่สุดเพลงหนึ่ง และอาจเป็นหลาย ๆ เพลงที่ทำให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

SOS ที่ใช้ประกอบเพลงจบภาพยนตร์ไททัน เป็นเนื้อเพลงภาษาอังกฤษทั้งหมด และตัว Fukase เองได้ขับร้องด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานคล้ายเสียงผู้หญิง

ด้านผลงานเดี่ยว Fukase นักร้องนำก็ได้มีผลงานร่วมกับกลุ่ม Livetune ด้วย ในเพลง Take Your Way ซึ่งเป็นเพลงประกอบแอนิเมชันเรื่อง Devil Survivor 2 นั่นเอง

และตอนนี้ก็มีผลงานล่าสุดออกมาเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Mary And The Witch’s Flower ผลงานแรกของ Studio Ponoc (สตูดิโอโพนอค) ที่ก่อตั้งโดยอดีตทีมงานจาก Studio Ghibli (สตูดิโอจิบลิ) นั่นเอง กับซิงเกิลที่มีชื่อว่า RAIN และที่พิเศษกว่านั้น ปกซิงเกิล จะเป็นรูปสมาชิกวงแบบตัวการ์ตูนในแบบลายเส้นของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยครับ

ผลงานอื่น ๆ

นอกจากผลงานภายในประเทศแล้ว พวกเขามีโอกาสได้ร่วมงานกันนักร้องระดับโลก อย่างเช่นวง Owl City ในเพลง Tokyo ด้วย

ไม่เพียงแต่ผลงานเพลงหรือการแสดงคอนเสิร์ตเท่านั้น เจ้าตัว Fukase ยังได้มีส่วนร่วมพัฒนาและเป็นเจ้าของเสียงโปรแกรมเสียงสังเคราะห์ Vocaloid รุ่นเสียงของ Fukase เอง ซึ่งเป็น Vocaloid ที่มีคุณภาพเนื้อเสียงดีมาก ๆ และให้น้ำเสียงได้ราวกับเสียงของ Fukase จริง ๆ เลยอีกด้วยครับ (คลิปด้านบนเป็นเพลง Daremoshiranai Happy End ผลงานของ 40mp นักทำเพลง Vocaloid ระดับแนวหน้าท่านหนึ่ง)

ล่าสุด ดังที่แฟน ๆ รอคอยกันก็คือเพลง RAIN ที่จะได้ประกอบภาพยนตร์อนิเมชั่นผลงานจากลูกศิษย์ของผู้กำกับมิยาซากิ ฮายาโอะแห่ง Studio Ghibli อย่างเรื่อง Mary and the Witch’s Flower นั่นเอง

แน่นอนว่าปกซิงเกิลนี้ ก็จะเป็นพวกเขาและเธอทั้ง 4 คน ในรูปแบบภาพอนิเมชั่นลายเส้นเดียวกับในภาพยนตร์ด้วยนะ

และเร็ว ๆ นี้ วง SEKAI NO OWARI ก็กำลังจะได้มาเปิดการแสดงสดในงาน SOUNDBOX ในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ โดยจะทำการแสดงร่วมกับวง DNCE และ Gnash ด้วย ใครที่อยากชมการแสดงสดจากวง SEKAI NO OWARI ก็ไปร่วมงานนี้ให้ได้นะครับ !!!

Sekai no Owari Youtube Channel

Sekai no Owari Official Site

Sekai no Owari Twitter

ถ้าชอบให้ "Like!" เลย

Follow on Twitter !