[Scoop] กาลครั้งหนึ่งถึงเกมในดวงใจ… ตำนานผู้กล้าไต่ยักษ์! Shadow of the Colossus

0
704 views

ถ้าพูดถึงยุครุ่งเรืองของเครื่องคอนโซล PS2 เชื่อว่าชื่อของ Shadow of the Colossus  นั้นต้องเป็นที่คุ้นหูของเหล่าเกมเมอร์คอเกม RPG อยู่บ้างไม่มากก็น้อย ในครั้งนี้เราจะขอพาท่านไปย้อนรำลึกถึงเกม ตำนานผู้กล้าไต่ยักษ์ Shadow of the Colossus  กันอีกครั้ง จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นไปชมกันเลยครับ

สู่ดินแดนต้องห้ามอันเวิ้งว้างและโดดเดี่ยว

ณ ดินแดนทางตอนเหนือ… สถานที่ต้องห้ามศักดิ์สิทธิ์  ที่สิงสถิตของจอมปิศาจผู้อยู่เหนือห้วงความตาย Dormin ชายหนุ่มผู้หนึ่งนามว่า Wander ได้เดินทางมายังวิหารแห่งความมืดพร้อมกับร่างอันไร้วิญญาณของสาวคนรัก Mono ผู้ที่ถูกใช้เป็นเครื่องสังเวยแด่เหล่าเทพเจ้าเพื่อความอยู่รอดของหมู่บ้านตามความเชื่อโดยที่เขาไม่สามารถขัดขวางได้

และการเดินทางดั้นด้นมาถึงดินแดนแห่งนี้ ก็เพื่อขอให้ Dormin นั้นชุบชีวิตคนรักของตนเองให้ฟื้นกลับมาอีกครั้ง ทาง Dormin ก็ตกลง แต่ได้ยื่นข้อเสนอในการชุบชีวิตของคนรักของเขาโดยการให้ไป สังหารยักษ์โบราณทั้งสิบหกตน ที่ปกป้องดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ทิ้งเสีย Wander ได้ขโมยดาบแสงมาจากหมู่บ้านของตนเองและออกเดินทางไปตามการชี้นำทางของดาบแสงมุ่งหน้าไปพร้อมกับ Argo ม้าคู่ใจ การเดินทางสังหารยักษ์เพื่อทวงคนรักกลับมาจากความตายได้เปิดฉากขึ้นแล้ว

เกมที่ว่าด้วยการเดินทาง และการต่อสู้กับ “พัซเซิลที่มีชีวิต”

Shadow of the Colossus นั้นเป็นเกม Action ที่มีทั้งการเดินทางผจญภัย และผสานเอาแนว Puzzle ลงไปในการต่อสู้นั้นด้วย กล่าวคือ การต่อสู้กับยักษ์แต่ละตัวนั้น Wander ตัวเอกที่ผู้เล่นต้องควบคุมนั้น มีเพียงม้าคู่ใจ (ที่บางครั้งก็ไม่สามารถพาเข้าไปในพื้นที่ ๆ ต่อสู้กับยักษ์บางตัวได้) ดาบในมือ และธนูเท่านั้น ในขณะที่ฝ่ายตรงข้าม คือยักษ์ตัวเท่าตึกที่ร่างกายประกอบขึ้นมาจากดิน หิน ต้นไม้ใบหญ้า และโครงสร้างของสิ่งปลูกสร้างโบราณ สิ่งที่ผู้เล่นต้องทำก็คือ คิดหาวิธีที่จะเข้าถึงจุดอ่อนที่เป็นตราสัญลักษณ์บนร่างกายของมัน เพื่อเอาดาบแทงและสังหารยักษ์ตัวนั้น ซึ่งการที่จะไปถึงจุดอ่อนของยักษ์แต่ละตัวได้นี่เอง คือปริศนาที่ท้าทายความคิดและทักษะของผู้เล่นเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ การเดินทางผจญภัยในดินแดนต้องห้ามนี้ ก็มีกลิ่นอายที่ใกล้เคียงกับความเป็น Open World ด้วยความกว้างของดินแดนนี้ ที่ผู้เล่นสามารถควบม้าออกเดินทางไปที่ต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ แม้ว่าเกมยังกึ่ง ๆ บังคับให้ผู้เล่นมุ่งหน้าไปหายักษ์แต่ละตัวตามลำดับอยู่ก็ตาม แต่เราก็ยังสามารถเถลไถลไปชมวิวสวย ๆ หรือค้นหาอะไรแปลก ๆ ในสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างอิสระระดับหนึ่ง ซึ่งการควบขี่ม้าในเกมนี้ เรียกได้ว่ามีความสมจริงสมจังมาก ๆ ทั้งความหน่วง ทั้งท่วงท่าของตัวม้า ที่ทีมสร้างเคยเผยว่ามีการศึกษากันมาอย่างละเอียดอีกด้วย

ไม่เพียงเท่านี้ เพลงประกอบตลอดทั้งเกมยังคงเป็นสิ่งที่ถูกยกย่องว่า “เยี่ยมยอด” และสามารถส่งเสริมพลังให้กับตัวเกมได้อย่างอลังการและลงตัวจนเป็นที่กล่าวขานอีกด้วย

เกมนี้วางจำหน่ายครั้งแรกบนเครื่อง PS2 ในปี 2005 และมีการทำมาขายใหม่บนเครื่อง PS3 ในชื่อ The Ico & Shadow of the Colossus Collection ที่ขายพร้อมๆ กับเกม Ico เมื่อเดือนกันยายนปี 2011 ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ได้มีข่าวว่าจะทำการ Re-make เกมนี้อีกครั้งสำหรับเครื่องเกม PS4 ภายในปี 2018 นี้ ด้วยการปรับโฉมหน้าเกมนี้ใหม่แบบยกเครื่องให้สวยงามอลังการ แฟน ๆ ที่รออยู่ก็คงแทบจะอดใจไม่ไหวกันเลยทีเดียวเชียว

แนะนำตัวละครหลัก

Wander ชายหนุ่มผู้ออกเดินทางสังหารยักษ์เพื่อจุดมุ่งหมายจะฟื้นชีพคนรักของตนกลับคืนมา

Mono หญิงสาวคนรักของ Wander ผู้ถูกคนในหมู่บ้านใช้เป็นเครื่องสังเวยแก่เหล่าเทพเจ้า

Dormin จอมปีศาจผู้บงการให้ Wander ไปสังหารยักษ์ทั้ง 16 ตนหมายจะให้ปลดปล่อยตนเองเป็นอิสระ

ข้อมูลของยักษ์ทั้ง 16 ตน

.

.

.

ยักษ์ตนที่หนึ่ง

Valus หรือ Minotaurus Colossus ส่วนสูง 21 เมตร

ฉายา : Valus แปลว่า ทรงพลัง
ชื่อละติน : Minotaurus Colossus หมายถึง ยักษ์มิโนทอร์

ยักษ์ตนนี้เป็น 1 ใน 3 ยักษ์ประเภทมิโนทอร์ (รูปร่างแบบมนุษย์กระทิง) ของเกม อาศัยอยู่ในหุบเขาใกล้กับวิหารใหญ่ ด้วยความที่เป็นศัตรูตัวแรกของเกม เราจะคาดเดาวิธีการรับมือกับมันได้ไม่ยากนักจากการสังเกต “ขน” (ที่เป็นต้นหญ้า) ตามลำตัวมันที่ทอดยาวจากขาขึ้นไปถึงส่วนหัว ซึ่งจะเป็นการเรียกน้ำย่อยให้ผู้เล่นได้สัมผัสรสชาติของการปีนป่ายบนตึกมีชีวิตที่เชื่องช้าแต่ทรงพลังตัวนี้ได้เป็นครั้งแรกนั่นเอง

.

.

.

ยักษ์ตนที่สอง

Quadratus หรือ Taurus Magnus ส่วนสูง 29 เมตร ความยาวลำตัว 42 เมตร

ฉายา : Quadratus แปลว่า 4 ซึ่งอาจจะหมายถึงยักษ์ที่มีสี่ขา
ชื่อละติน : Taurus Magnus แปลว่าจ้าวกระทิง

มันมีขนาดใหญ่มหึมากว่าตัวแรกมากถึงสองเท่า อาศัยอยู่ตรงริมแม่น้ำใต้ซอกเหว ตัวมันมีลักษณะขาและรูปร่างคล้ายช้าง มีเขาแบบกระทิง ยักษ์ตนนี้มีส่วนสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของทั้งเกมเลยทีเดียว โดยยักษ์ตนนี้จะเป็นครั้งแรกที่ผู้เล่นสามารถควบม้าเข้าไปในพื้นที่ต่อสู้กับมันได้ และเริ่มต้องใช้เครื่องมือที่ตัวเอกมีในการรับมือมันมากขึ้น และแน่นอนว่าการปีนป่ายบนร่างกายมันนั้น ท้าทายและยากลำบากกว่ายักษ์ตนแรกไม่น้อยทีเดียวครับ

.

.

.

ยักษ์ตนที่สาม

Gaius หรือ Terrestris Veritas ส่วนสูง 29 เมตร

ฉายา : Gaius แปลว่า ปฐพี
ชื่อละติน : Terrestris Veritas ความหมายสื่อถึงผืนปฐพีเช่นกัน

เป็นยักษ์ที่มีรูปลักษณ์คล้ายมนุษย์มากกว่ายักษ์ตัวอื่น ๆ ด้วยสองแขนสองขา กับที่แขนขวานั้นดูราวกับถือแท่งหินขนาดยาวคล้ายดาบ สนามต่อสู้กับตัวนี้เป็นแท่นหินรูปจานกลมตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลสาบเล็ก ๆ กลางหุบเขาราวกับเป็นลานประลองกับมัน รูปร่างของมันนั้นประกอบด้วยเกราะหินที่ปีนป่ายไม่ได้ง่าย ๆ และแน่นอนว่าด้วยอาวุธขนาดยักษ์ที่อยู่ในมือ จะทำให้มันดูอันตรายและสามารถคร่าชีวิตตัวเอกได้อย่างง่ายดายเช่นกัน จึงเป็นหน้าที่ของผู้เล่นที่จะคิดหาวิธีใช้ประโยชน์จากรูปลักษณ์ของมันในการเข้าถึงจุดอ่อนของยักษ์จอมโหดตัวนี้ให้ได้

.

.

.

ยักษ์ตนที่สี่

Phaedra หรือ Equus Bellator Apex ส่วนสูง 27 เมตร  ความยาวลำตัว 30 เมตร

ฉายา : Phaedra ชื่อนางฟีดรา หญิงสาวผู้อาภัพรักในตำนานกรีก
ชื่อละติน : Equus Bellator Apex แปลว่า อาชาศึก

ยักษ์ที่มีรูปร่างเหมือนม้า มันหลับใหลอยู่ในลานทุ่งหญ้ากลางหุบเขาลึกและจะตื่นขึ้นไล่ล่าตัวเอกอย่างไม่ลดละ แม้ว่ามันจะไม่ได้วิ่งควบแบบม้าปกติ ๆ ได้ก็ตาม แต่การต่อสู้กับมันนั้นนับว่าซับซ้อนเพราะต้องอาศัยทั้งความเกรี้ยวกราดที่มันคอยตามเราตลอดและสภาพพื้นที่โดยรอบให้เป็นประโยชน์ ซึ่งแน่นอนว่าขาเรียวยาวที่เป็นหินของมันนั้นเราไม่สามารถปีนป่ายขึ้นไปได้โดยตรงแน่ ๆ เป็นอีกหนึ่งยักษ์ที่ผู้เล่นจะเซอร์ไพรส์พอสมควรเมื่อได้รู้ทริควิธีเอาชนะมัน

.

.

.

ยักษ์ตนที่ห้า

Avion หรือ Avis Praeda ความยาวลำตัว 42 เมตร

ฉายา : Avion แปลว่า นก หรือ เครื่องร่อน-เครื่องบินในภาษาฝรั่งเศส
ชื่อละติน : Avis Praeda หมายถึง นกนักล่า

ยักษ์รูปลักษณ์แบบนกที่บินได้แม้ตัวมันจะดูเหมือนว่าสร้างมาจากหินก็ตาม ยักษ์ตนนี้โดนกักอยู่ในซากปราสาทจมน้ำในหุบเขาซึ่งมันก็จะบินวนอยู่แต่ในแอ่งหุบเขานั้น โดยตัวนี้ถ้าเทียบกับทั้งหมดแล้วก็เป็นยักษ์ที่เคลื่อนที่จากการโผบินได้ว่องไวที่สุดด้วย ผู้เล่นส่วนมากจะไม่ติดปัญหากับการคิดหาวิธีเข้าถึงตัวมันมากนัก แต่จุดยากของยักษ์ตนนี้คือการเอาชนะมันให้ได้ทั้ง ๆ ที่ยังต้องเกาะอยู่บนร่างของมันที่ปีนไปมาอย่างรวดเร็วต่างหาก

.

.

.

ยักษ์ตนที่หก

Barba หรือ Belua Maximus ส่วนสูง 24 เมตร

ฉายา : Barba แปลว่า เครา
ชื่อละติน : Belua Maximus อสูรยักษ์

1 ใน 3 ยักษ์มิโนทอร์ (ถัดจากตนแรก) โดยมันจะจำศีลอยู่ในปราสาทโบราณขนาดมหึมาที่ฝังอยู่ในภูเขา ยักษ์ตนนี้ขนาดใหญ่กว่าตัวแรกเล็กน้อย แต่ความอันธพาล ความบ้าดีเดือดนั้น เหนือกว่าตัวแรกอยู่หลายขุม การต่อสู้กับมันภายในห้องโถงปราสาทนั้น แม้จะกว้างแต่ดูแคบไปทันทีเมื่อต้องพบว่าผู้เล่นต้องวิ่งหนีอย่างตาลีตาเหลือกเพราะย่างก้าวของมันนั้นรวดเร็วกว่าที่คิดอย่างมาก สิ่งที่ยากที่สุดของยักษ์ตนนี้ คือการคิดว่าต้องทำอย่างไรถึงจะหาโอกาสขึ้นไปบนร่างของมันทั้งที่มันเกรี้ยวกราดขนาดนี้ได้

แน่นอนว่าเมื่อพบวิธีแล้วนั้น ผู้เล่นเองก็ต้องกล้าและบ้าดีเดือดไม่แพ้ยักษ์ฝ่ายตรงข้ามเช่นเดียวกันครับ

.

.

.

ยักษ์ตนที่เจ็ด

Hydrus หรือ Draco Marinus ความยาวของลำตัว 85 เมตร

ฉายา : Hydrus แปลว่า งูทะเล
ชื่อละติน : Draco marinus มังกรน้ำ

ยักษ์ในรูปลักษณ์ใหม่ที่ต่างกับ 6 ตนก่อนหน้านี้ มันเป็น 1 ใน 3 ยักษ์ที่มีรูปร่างจำพวกงู/มังกรในเกมนี้ โดยยักษ์ตนนี้มีรูปลักษณ์เหมือนปลาไหลยักษ์ในทะเลสาบกลางหุบเขาขนาดใหญ่ ติดท็อปอันดับ 2 ของยักษ์ที่มีลำตัวยาวที่สุดในเกม แม้ภาพนี้อาจจะเฉลยไปในตัวได้เล็กน้อยว่าแม้ยักษ์จะแหวกว่ายอยู่ในใต้น้ำ แต่การจะสู้กับมันได้นั้นก็ต้องหาทางเข้าถึงตัวมันให้ได้อยู่ดี โดยจุดเด่นหนึ่งของมันคือ มีเขาสีส้มอ่อนอยู่ 3 จุดบนลำตัว ซึ่งปล่อยกระแสไฟฟ้าแบบปลาไหลไฟฟ้าได้ และนั่นคืออาวุธเพียงหนึ่งเดียวของมันที่เป็นอันตรายต่อผู้เล่นออย่างร้ายกาจ

.

.

.

ยักษ์ตนที่แปด

Kuromori หรือ Parietinae Umbra ส่วนสูง 5 เมตร ความยาวลำตัว 17 เมตร

ฉายา : Kuromori เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า จิ้งเหลนดำ/ป่าดำ
ชื่อละติน : Parientinae Umbra กำแพงเงา

นับว่าเป็นยักษ์ที่มีขนาดค่อนข้างเล็กกว่าตัวที่ผ่านมา อยู่ในรูปลักษณ์ของกิ้งก่า มันอาศัยอยู่ในอาคารทรงกระบอกคล้ายลานประลอง โดยมันจะไต่กำแพงอาคารไปมาได้โดยรอบ และสิ่งที่เซอร์ไพรส์ผู้เล่นเป็นอย่างมากก็คือ มันเป็นยักษ์ตนแรกของเกมที่โจมตีผู้เล่นจากระยะไกลได้ ด้วยการพ่นกระสุนพิษที่แตกตัวเป็นแก๊สซึ่งสามารถฆ่า Wander ได้อย่างรวดเร็วหากไม่รีบถอยออกมา อีกทั้งทั่วร่างมันก็ยังเคลือบด้วยสารพิษอยู่ มีวิธีใดบ้างนะที่สามารถรับมือกับมันได้โดยไม่ต้องเข้าใกล้มันล่ะ ?

.

.

.

ยักษ์ตนที่เก้า

Basaran หรือ Nimbus Recant ส่วนสูง 22 เมตร ความยาวลำตัว 48 เมตร

ฉายา : Basaran แปลว่า แมงมุมหิน
ชื่อละติน : Nimbus Recanto แปลว่า วายุคำราม

ยักษ์ขนาดใหญ่มหึมารูปร่างคล้ายเต่า อาศัยอยู่ในทุ่งรกร้างในเทือกเขาที่มีไอน้ำร้อนพวยพุ่งออกมาเป็นหมอกควันขะมุกขมัวตลอดเวลา นับว่าเป็นยักษ์ที่เปิดฉากครึ่งหลังของเกมได้อย่างตระการตาและ “ยาก” ขึ้นกว่าที่ผ่านมาอย่างชัดเจน เพราะเป็นยักษ์อีกตัวนึงที่ยิงกระสุนโจมตีผู้เล่นได้จากระยะไกล ที่แม้ว่ามันจะมีขนาดใหญ่แต่เคลื่อนที่และโจมตีได้รวดเร็วกว่ายักษ์กิ้งก่าตนก่อนมาก โชคดีที่ผู้เล่นสามารถควบม้าเข้าไปในพื้นที่ต่อสู้กับมันได้ เราจึงต้องพึ่งพาศักยภาพของม้าไม่น้อย

ด้วยการต่อสู้อันบ้าระห่ำนี้ การรับมือกับมันเองก็เป็นอะไรที่น่าปวดหัวอย่างมากเช่นกันครับ ถึงขนาดติดท็อปยักษ์ที่ผู้เล่นเกลียดมันมากที่สุดเลยทีเดียว

.

.

.

ยักษ์ตนที่สิบ

Dirge หรือ Harena Tigris ความยาวลำตัว 79 เมตร

ฉายา : Dirge หมายถึงบทสวดฝังศพ ในที่นี้คงหมายถึงว่ามันอยู่ใต้ดิน
ชื่อละติน : Harena Tigris พยัคฆ์แห่งทราย

1 ใน 3 ยักษ์ที่รูปร่างคล้ายงู/มังกร ตัวที่สอง แต่แม้ว่ามันจะคล้ายกับยักษ์ปลาไหลอยู่บ้าง แต่การต่อสู้กับเจ้าตัวนี้มันผิดกันมาก ยักษ์ตนนี้เป็นงูทรายที่อยู่ในถ้ำทรายใต้ดินขนาดมหึมา ซึ่งมันจะ “แหวกว่าย” บนพื้นทรายได้ราวกับผืนน้ำ เกมได้ให้ผู้เล่นพาม้ามาด้วยเพราะยักษ์ตัวนี้ไล่ล่าผู้เล่นตลอดเวลาจนแทบไม่มีโอกาสหยุดพัก เป็นยักษ์ที่ตลอดการต่อสู้นั้นต้องใช้ความว่องไว และการเฉลียวใจในหลาย ๆ ด้านเพื่อที่จะคิดว่าวิธีรับมือกับมันได้

.

.

.

ยักษ์ตนที่สิบเอ็ด

Celosia หรือ Ignis Excubitor ส่วนสูง 3.7 เมตร ความยาวลำตัว 5.5 เมตร

ฉายา : Celosia เผาผลาญ
ชื่อละติน : Ignis Excubitor ผู้พิทักษ์แห่งไฟ

ดูเหมือนว่าจุดยากของเกมในครึ่งหลังนี้ คือความว่องไวและลูกเล่นของยักษ์ที่แพรวพราวขึ้น เพราะยักษ์ตนนี้ เป็นหนึ่งในยักษ์สี่ขาที่มีขนาดเล็กที่สุดและคล่องแคล่วที่สุดในเกม มันอาศัยอยู่ในวิหารร้างที่ตั้งอยู่ใต้หุบเขา เกรี้ยวกราดราวกับสิงโตหรือหมูป่าที่ไล่ล่าเหยื่ออย่างไม่ลดละ และด้วยขนาดที่เล็กจึงทำให้มันเข้าถึงตัวผู้เล่นได้ในเกือบทุกพื้นที่ต่อสู้ ร่างของมันห่อหุ้มด้วยเกราะทั้งตัว นั่นจึงเป็นหน้าที่ของผู้เล่นที่จะต้องหาวิธีทำอย่างไรก็ได้ให้เกราะนั้นแตกเพื่อเข้าถึงจุดอ่อนบนแผ่นหลังของมัน

.

.

.

ยักษ์ตนที่สิบสอง

Pelagia หรือ Permagnus Pistrix ส่วนสูง 27 เมตร  ความยาวลำตัว 30 เมตร

ฉายา : Pelagia มหาสมุทร
ชื่อละติน : Permagnus Pistrix อสูรทะเลผู้ยิ่งใหญ่

ยักษ์ที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบต้นสายของน้ำตกใหญ่ในดินแดนต้องห้ามแห่งนี้ ไม่มีลูกตา แต่มีเขาสองข้างที่ส่องแสงยิงเป็นกระแสไฟฟ้าออกมาได้ มีรูปร่างเหมือนกอริลล่าที่แช่ร่างกว่าครึ่งตัวอยู่ในน้ำ เป็นอีกหนึ่งการต่อสู้ที่ผู้เล่นจะต้องลอยคออยู่ในน้ำเหมือนตอนสู้กับยักษ์ปลาไหลเพื่อให้เข้าถึงตัวของมัน ทว่า จุดอ่อนที่แท้จริงของมัน ไม่ได้อยู่บนแผ่นหลังของมันที่อยู่เหนือน้ำเนี่ยสิ

.

.

.

ยักษ์ตนที่สิบสาม

Phalanx หรือ Aeris Velivolus ความยาวลำตัว 169 เมตร

ฉายา : Phalanx แปลได้หลายความหมาย โดยเฉพาะคำสั่งจู่โจมทางการทหารยุคโบราณ
ชื่อละติน : Aeris Velivolus ผู้ล่องเวหา

ยักษ์ในรูปแบบงู/มังกร ตัวสุดท้าย และเป็นยักษ์ที่มีขนาดยาวที่สุดในเกม รวมถึงเป็นการต่อสู้ที่อลังการมากที่สุดครั้งหนึ่งของเกมนี้ด้วย มันคืองูยักษ์หรือมังกรยักษ์บินได้ที่ล่องลอยเหนือทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ยักษ์ตนนี้แม้จะอยู่กลางอากาศเหมือนเจ้านกยักษ์ลำดับที่ห้า แต่จุดที่ต่างกันคือ มันเป็นยักษ์ที่ไม่สนใจใด ๆ ในตัวผู้เล่นเลย สิ่งที่มันทำมีเพียงแค่บินวนไปมาเหนือทะเลทรายเท่านั้น

เป็นอีกหนึ่งการต่อสู้ที่ผู้เล่นต้องใช้อาวุธทุกอย่างที่มีรวมถึงม้าที่ควบขี่อยู่ ในการล้มเจ้ายักษ์เวหาตัวนี้ให้ได้

.

.

.

ยักษ์ตนที่สิบสี่

Cenobia หรือ Clades candor ส่วนสูง 3.4 เมตร  ความยาวลำตัว 5.5 เมตร

ฉายา : Cenobia ผู้ทระนง
ชื่อละติน : Clades Candor ผู้กระหายการทำลายล้าง

จัดว่าเป็นยักษ์ที่มีขนาดเล็กที่สุดเท่า ๆ กับยักษ์ตนที่ 11 ที่ว่องไวคล่องแคล่วที่สุดอีกตัวนึง ในรูปร่างคล้าย ๆ สิงโตหรือหมาบุลด๊อกหรือหมูป่า โดยมันจะเฝ้าอยู่ในซากเมืองโบราณ ซึ่งเป็นพื้นที่ต่อสู้ที่กว้างใหญ่และซับซ้อนที่สุดในเกมฉากหนึ่ง แน่นอนว่าผู้ที่ผ่านยักษ์ตนที่ 11 มาก่อนแล้ว ก็คงเข้าใจได้ในทันทีว่าจุดอ่อนของมันควรจะซ่อนอยู่ภายใต้เกราะที่หนาแน่นอย่างแน่นอน แต่ด้วยสภาพพื้นที่ ๆ ต่างกัน รวมถึง “ความห้าว” ของยักษ์ตนนี้เหนือกว่าตนก่อนอย่างมาก การจะใช้วิธีเดิมเพื่อเผชิญหน้ากับยักษ์ที่ดุร้ายเป็นอันดับต้น ๆ ของเกมนั้น ดูจะเป็นการฆ่าตัวตายเสียมากกว่า

กลับกัน นี่จะเป็นการต่อสู้ที่ผาดโผนมากที่สุดครั้งหนึ่งในเกมนี้ที่จะทำให้ผู้เล่นมือใหม่นั้นต้องใจเต้นเหงื่อท่วมตัวเลยทีเดียว

.

.

.

ยักษ์ตนที่สิบห้า

Argus หรือ Praesidium Vigilo ส่วนสูง 23 เมตร

ฉายา : Argus เปล่งประกาย
ชื่อละติน : Praesidium Vigilo ผู้พิทักษ์

ยักษ์มิโนทอร์ตัวที่ 3 และเป็นตัวสุดท้ายในกลุ่มนี้ รวมถึงเป็นยักษ์ที่รูปลักษณ์บึกบึนกำยำมากที่สุด มันอาศัยอยู่ในซากปราสาทริมหน้าผา โดยที่ทั้งสองฝั่งเป็นอาคารลักษณะตึกแถวแนวสูง ผู้เล่นจะต้องเผชิญหน้ากับยักษ์ตัวนี้ที่ลานกว้างกลางปราสาท และก็เช่นเคยกับยักษ์หลาย ๆ ตัว คือมันจะดุดันและไล่ล่าผู้เล่นอย่างไม่ลดละ แม้ว่าความเร็วของมันอาจจะน้อยถ้าเทียบกับยักษ์โหด ๆ ตัวอื่น แต่การรับมือกับมันนั้น ถือว่าเป็นอันดับต้น ๆ ของความลำบากลำบนในการต่อสู้เกมนี้ก็ว่าได้

โดยปกติแล้ว ยักษ์ส่วนมากของเกม หากจับจุดของมันได้แล้วและเข้าถึงจุดอ่อนของมันสำเร็จ ก็มักจะสยบมันได้ ณ ตรงนั้นเลย แต่เจ้ายักษ์ตนนี้ ผู้เล่นอาจจะรู้สึกว่าจบสิ้นเสียทีเมื่อหาทางขึ้นไปถึงจุดอ่อนบนหัวของมันได้ แต่อาจจะต้องหัวร้อนต่อเมื่อพบว่า การต่อสู้ไม่ได้จบลงแค่นั้น…

.

.

.

ยักษ์ตนที่สิบหก

Malus หรือ Grandis supernus ส่วนสูง 60 เมตร

ฉายา : Malus ปีศาจ
ชื่อละติน : Grandis Supernus มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่

ยักษ์ตนสุดท้ายของเกมที่เรียกได้ว่าเป็น “บอสใหญ่” ของเกมนั่นเอง มันคือยักษ์ที่มีรูปลักษณ์สูงใหญ่มากที่สุดในเกม ยืนตระหง่านอยู่ตรงปลายวิหารโบราณทางใต้ของดินแดนต้องห้าม ท่ามกลางสภาพอากาศพายุฝนที่แลดูสิ้นหวังสมกับเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเกมนี้

อาจจะแปลกกว่าที่ผ่านมา แต่ยักษ์ตนนี้จะยืนอยู่กับที่เฉย ๆ แต่สายตาที่กว้างไกลของมัน สามารถจับสังเกตศัตรูที่เข้ามาใกล้ และจะใช้มือของมันที่เป็นเสมือนแหล่งกำเนิดพลังงาน ยิงลำแสงระเบิดทำลายศัตรูได้ในพริบตาเดียว ไม่เพียงเท่านี้ ตัวมันจะเปรียบเสมือนสิ่งปลูกสร้างทรงหอคอยที่มีเส้นทางสลับซับซ้อน เท่ากับว่า การต่อสู้ของมันจะมีตั้งแต่การฝ่าฟันเพื่อหลบหลีกลำแสงทำลายของมัน ไปจนถึงไปปีนป่ายกันยากลำบากเพื่อเข้าถึงจุดอ่อนบนหัวของมันนั่นเอง นับว่าเป็นยักษ์ที่ แม้จะรู้วิธีรับมือกับมันช่ำชองเพียงใด แต่การจะไปถึงจุดนั้นได้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน

สารพันเรื่องน่ารู้ของ “โลกแห่งดินแดนต้องห้าม”

เกมนี้มีเพียงแค่การปราบยักษ์?

แม้ว่าโดยเป้าหมายหลักของเนื้อหาใน Shadow of the Colossus จะมีเพียงแค่การตามหาที่อยู่อาศัยของยักษ์ทั้ง 16 ตนทั่วดินแดนต้องห้าม และปราบมันให้หมดก็ตาม แต่ตลอดทั้งเกม ก็ไม่ได้มีเพียงสิ่งเหล่านั้นให้ผู้เล่นทำ

แต่ในพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลของดินแดนแห่งนี้ มีการสอดแทรกลูกเล่นและสิ่งที่ลี้ลับน่าค้นหานอกเหนือไปจากเป้าหมายหลักของเกมมากมาย ตั้งแต่สิ่งที่จะเพิ่ม “พละกำลัง” ให้กับตัวเอก Wander ของเรา ด้วยการตามหา “ต้นไม้” ที่มีอยู่ทั่วทั้งพื้นที่ ซึ่งต้นไม้เหล่านั้นจะมีผลไม้ ที่ตัวเอกสามารถเอาธนูยิงให้มันหล่นลงมา และเมื่อทานเข้าไป ตัวละคร Wander ก็จะมีพลังชีวิตที่สูงขึ้น ต้านทานการโจมตีของยักษ์ที่ต่อสู้ด้วยได้มากขึ้น

ไม่เพียงเท่านี้ ของป่าอีกอย่างหนึ่งคือ “จิ้งเหลนหางสีขาว” ที่หลบซ่อนในหลาย ๆ ที่ทั่วดินแดนนั้น หางของมันจะทำให้พละกำลังในการปีนป่ายของ Wander สูงขึ้น ไม่เหน็ดเหนื่อยหมดแรงเมื่อต้องปีนป่ายบนร่างของยักษ์ติดกันเป็นเวลานาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกมไม่ได้บอกเรา แต่เราสามารถออกตามหามันได้

นอกจากนี้ความลับอื่น ๆ ที่ซ่อนอยู่ในเกมยังมีอีกมากมายให้นักสำรวจได้สังเกตกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ “ขนาด” ที่เกมนี้ประกอบด้วย “สิ่งที่มีขนาดเล็ก” กับ “สิ่งที่มีขนาดยักษ์” คู่กันตลอดเกม อาทิ ตัวอาคารวิหารใหญ่ที่ Wander นำร่างของ Mono ไปวางและเจรจากับเทพ Dormin กับวิหารเล็ก ๆ ที่เป็นจุดเซฟเกมหลายจุดทั่วทั้งแผนที่นั้น มีรูปทรงที่คล้ายคลึงกัน ตัว Wander เองที่เป็นมนุษย์ถือดาบ ก็มียักษ์ที่ถืออาวุธยาวคล้ายดาบอยู่ รวมไปถึงม้า ก็ยังมียักษ์ที่เป็นม้า ไปจนถึง “ต้นไม้” ที่มีทั้งต้นไม้ยืนต้นปกติ ไปจนถึงต้นไม้ขนาดยักษ์ที่ไม่อาจเข้าใจถึงที่มาที่ไปของมันได้ ก็เป็นสิ่งที่นักเล่นเกมนี้ค้นพบและนำไปตีความกันต่าง ๆ นา ๆ มากมายครับ

แม้แต่ความลับที่ถูกจับโยงเข้ากับเกมอื่น ๆ ของทีมสร้างเดียวกันนี้เช่น ICO เกมผจญภัยของเด็กหนุ่มมีเขาผู้รอดชีวิตจากการบูชายัญ กับเด็กสาวร่างกายสีขาวลึกลับในปราสาทแม่มดหลังใหญ่ที่เคยออกวางจำหน่ายก่อนหน้านี้ สิ่งปลูกสร้างหลายอย่างภายในเกมนั้น และสิ่งปลูกสร้างภายในเกม Shadow of The Colossus นี้ ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่มีความเชื่อมโยงกัน รวมไปถึงเกมที่วางจำหน่ายต่อมาอย่าง The Last Guardian เอง ก็มีโลกทัศน์ของอารยํรรมเดียวกับอีกสองเกมที่เหลือ จนอาจจะเชื่อได้ว่าทั้งสามเกมเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกใบเดียวกัน แต่อาจจะต่างสถานที่และต่างเวลา แต่ก็ไม่มีใครให้การยืนยันตรงนี้ได้ชัดเจนนัก

และนี่คืออีกหนึ่งเกมในตำนานของวงการ ที่ยังคงถูกกล่าวขานมาจนถึงปัจจุบันครับ สำหรับผู้ที่มีเครื่องเกมทั้ง PS2 และ PS3 ก็อาจจะได้มีโอกาสสัมผัสกันมาบ้างแล้ว แต่ในอีกไม่นานนี้ ตำนานกำลังจะกลับมาอีกครั้งในรูปแบบของเกมรีเมค ที่เชื่อกันว่าจะสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าที่ผ่าน ๆ มา ใครที่ยังไม่เคยได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของเกมนี้ ก็สามารถหาเล่นทั้งในเวอร์ชั่น HD PS3 หรือรอฉบับรีเมคบน PS4 กันได้เช่นเดียวกันครับ

ถ้าชอบให้ "Like!" เลย

Follow on Twitter !