[Exclusive Interview] สัมภาษณ์ อาจารย์ ธนพล เศตะพราหมณ์ Conductor และผู้จัดงานคอนเสิร์ต Orchresta Legends and Fantasies

0
769 views

เมื่อวันที่ 23 และ 24 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ทีมงาน Akibatan ได้มีโอกาสไปชม Concert Orchresta Legend and Fantasies ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา คอนเสิร์ตนี้เป็นการแสดงเพลงจาก เกมและอนิเมะ ที่นำมาเรียบเรียงใหม่ให้กลายเป็นเพลง Orchresta ซึ่งอาจารย์ ธนพล เศตะพราหมณ์ ผู้เป็นแม่งานในครั้งนี้ได้ขอลิขสิทธิ์เพลงมาเพื่อจัดแสดงในครั้งนี้อย่างถูกต้อง และในครั้งนี้ทีมงาน Akibatan ก็ได้รับเกียรติจาก อาจารย์ ธนพล เศตะพราหมณ์ ให้สัมภาษณ์ตอบข้อสงสัยต่าง ๆ เกี่ยวกับที่มาที่ไปของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นไปชมกันเลยดีกว่าครับ

Akibatan: เล่าถึงตัวอาจารย์หน่อยครับว่าเพราะอะไรยังไงถึงได้มาเป็น อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยมหิดลนี้ และทำไมถึงมาเป็นคอนดักเตอร์ได้ครับ
อาจารย์ ธนพล: ที่วงดุริยางค์โรงเรียนอัสสัมชัญ ใช้ระบบให้นักเรียนเป็นคอนดักเตอร์ของวง ตอนที่ขึ้น ม.ปลาย ผมก็มีโอกาสรับตำแหน่งนี้ก็เลยได้คอนดักต์มาตั้งแต่เป็นนักเรียน พอหลังเรียนจบสาขาการประพันธ์ดนตรีที่มหิดล ก็คิดอยากไปเรียนต่อด้านคอนดักต์จริงจัง เป้าหมายเริ่มแรกก็คืออยากจะมีความสามารถในการสอนวงและพัฒนาวงการดนตรีคลาสสิกของไทย ซึ่งก็โชคดีว่า ได้รับเข้าไปเรียนต่อปริญญาโทและเอกที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งระหว่างนั้นก็ได้ตระเวนฝึกวิชาในอีกหลายประเทศในยุโรป และช่วงที่กำลังจะเรียนจบและกำลังหางานในอเมริกาอยู่ (แผนตอนแรกคือตั้งใจจะสร้างโปรไฟล์ให้ดีก่อนกลับเมืองไทย) ปรากฏว่าที่ดุริยางคศิลป์มหิดลเปิดตำแหน่งคอนดักเตอร์มาดูแลวงที่วิทยาลัย ซึ่งตำแหน่งไม่ได้เปิดบ่อยๆ และถ้าว่ากันตามตรงก็เป็นตำแหน่งที่เรารออยู่ ก็เลยตัดสินใจสมัคร แล้วก็ได้งาน ก็เลยมีโอกาสได้มาดูแลวงของวิทยาลัย และต่อมาก็ได้แสดงคอนเสิร์ตกับ TPO บ้างเป็นครั้งคราว

Akibatan: อยากทราบถึงแรงบันดาลใจในการจัดงานแสดงในครั้งนี้
อาจารย์ ธนพล: ถ้าเท้าความกลับไปสมัยอยู่อัสสัมชัญ จริง ๆ ผมโตมากับการเล่นเพลงการ์ตูนกับภาพยนตร์เลยนะ เพราะโน้ตระดับวงมัธยมที่โรงเรียนมีก็มักเป็นพวกเพลงดิสนีย์หรือซาวด์แทร็คหนังฮอลลีวู้ด ดังนั้นหลายครั้งเวลาจัดรายการแสดง ก็จะมีเพลงการ์ตูนเพลงหนังเป็นเรื่องปกติ ต่อมาก็ไปสรรหาโน้ตเพลงไฟนอลแฟนตาซี ฉบับที่เขาเรียบเรียงแจกฟรีตามอินเทอร์เน็ตเอามาลองเล่นลองซ้อมที่วงกันสนุก ๆ ดังนั้นภาพของรายการแสดงแบบเพลงหนัง การ์ตูน เกมส์ แบบนี้มันอยู่ในหัวมาตั้งแต่เด็ก ๆ

พอเข้ามหาลัย ก็ได้ฟังแผ่นพวกอัลบั้มออร์เคสตราของไฟนอลแฟนตาซี และคอนเสิร์ตเพลงวิดีโอเกมอื่น ๆ เห็นการเกิดขึ้นของ Distant World อะไรพวกนี้ ก็ยิ่งรู้สึกว่า ถ้าเป็นไปได้เราอยากทำคอนเสิร์ตแบบนี้กับเขาบ้าง ช่วงนั้นก็เป็นนักศึกษาสาขาประพันธ์ดนตรี ก็สนใจศึกษาไปหมดทุกอย่าง เพลงคลาสสิก เพลงป๊อป เพลงบรอดเวย์ เพลงซาวด์แทร็คหนัง เกม การ์ตูน ฯลฯ ส่วนอัลบั้มไฟนอลฯ นี่บ้าเป็นพิเศษ ฟังกรอกหู ฟังในรถเช้าเย็น ถือเอาเป็นครูด้านการเรียบเรียงเสียงออร์เคสตรา เพราะคนทำเพลงทำออกมาได้ดีเหลือเกิน อยากทำได้แบบนั้นบ้าง ต่อมาช่วงที่เรียนหนังสือที่บอสตัน เห็นการเกิดขึ้นของวง VGO (Video Games Orchestra) มีโอกาสได้ไปดู Distant World ก็ยิ่งมีภาพติดในใจมาตลอดว่าทำไมบ้านเราไม่ทำอย่างนี้บ้าง

ข้ามเวลามาถึงช่วงที่กลับมาทำงานที่มหิดลแล้ว วงวินด์ออร์เคสตราที่ดูแลอยู่นั้นมีคอนเสิร์ตเทอมละสองสามครั้ง พอถึงเดือนกุมภาปี 59 ก็เป็นคอนเสิร์ตสุดท้ายของปีการศึกษา ซึ่งตอนนั้นรู้สึกว่านักเรียนทุกคนผ่านการเรียนมาทั้งปี ทุกคนเหนื่อย เลยอยากเล่นโปรแกรมสนุก ๆ สำหรับทั้งคนเล่น คนฟัง ก็เลยคิดว่าเป็นโอกาสอันดีในการจัดธีมเพลงหนัง เกม การ์ตูน ที่อยากทำมานาน (สนองนี้ดตัวเองนิดหน่อย) ปรากฏว่าคนดูมาจากไหนก็ไม่รู้ล้นทะลักจนตกใจ บางคนต้องไปนั่งดูจออยู่นอกหอแสดง เพราะพื้นไม่มีที่จะนั่งแล้ว และเสียงตอบรับก็ดีอย่างไม่ได้คาดฝันมาก่อน วันนั้นครึ่งหลังของรายการ เล่นเพลงไปคุยกับคนดูสลับกันไป เริ่มทุ่มหนึ่ง เผลออีกทีก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว

วันรุ่งขึ้น ผู้ใหญ่เรียกพบ บอกว่าอยากให้ทำรายการลักษณะนี้กับ TPO ก็เลยได้โจทย์มาออกมา 3 รายการ คือ ภาพยนตร์ เกม การ์ตูน ทว่าปี 59-60 ก็เกิดอะไรขึ้นเยอะมาก ซีซั่นที่ 12 นี้ผมเลยเหลือสล็อตแค่ 2 งาน ก็เลยติดสินใจรวมเกมกับการ์ตูนเข้าด้วยกัน

สำหรับรายการแสดงในครั้งนี้ ต้องยอมรับว่าจัดยากมาก เพราะความเป็นไปได้มันเยอะไปหมด ผมจึงคิดว่า 1) รายการแสดงครั้งแรกนี้ ควรจะเชิญชวนให้คนหลากกลุ่มหลายวัยสามารถเข้ามาเอ็นจอยด้วยกันได้มากที่สุด 2) เราไม่รู้ว่าจะมีโอกาสแบบนี้อีกเมื่อไหร่ มันอาจจะมีแค่ครั้งเดียวก็ได้ ซึ่งถ้ามีแค่ครั้งเดียว เราจะเลือกเพลงอะไรมาเล่น 3) ทำอย่างไรโปรแกรมจึงจะสามารถมีความหลากหลาย มีคุณค่าทางดนตรี และมีเอกภาพด้วยในขณะเดียวกัน

จากนั้นรายการแสดงจึงถูกดราฟต์ขึ้นมาจำนวนหนึ่ง ทว่าจากดราฟต์แรกจนถึงอันสุดท้าย (ที่แก้ไขกันจนถึงเดือนสุดท้ายก่อนแสดง) มันก็เปลี่ยนหน้าตาไปมากพอสมควร เนื่องด้วยประสบปัญหาด้านการติดต่อลิขสิทธิ์บ้าง ด้านการสื่อสารบ้าง หรืออย่างการตัดหรือเปลี่ยนเพลงเพียงอันเดียวมันก็กระทบถึงจนต้องแก้ลิสต์เพลงใหม่ เป็นต้น แต่สุดท้ายมันก็ออกมาเป็นอย่างที่เห็น คือมีการจัดกลุ่มเพลง สร้างเรื่องราวให้กับมันนิด ๆ หน่อย ๆ ซึ่งอันที่จริงก็สามารถอธิบายได้อีกยาว ๆ ว่าทำไมถึงเลือกเพลงนี้ ลำดับรายการเป็นแบบนี้

Akibatan: รู้สึกอย่างไรบ้างที่มีจำนวนคนมาฟังงานแสดงทั้งสองวันจำนวนขนาดนี้ครับ?
อาจารย์ ธนพล: ดีใจและตื่นเต้นมากครับ เวลาแสดงรู้สึกได้รับพลัง และในฐานะที่เป็นคนรักวงออร์เคสตรามาก เห็นคนมาอินกับการแสดงของเรามากขนาดนี้ก็ตื้นตันใจมาก ๆ

Akibatan: รู้สึกกดดันไหมกับการที่มีแฟน ๆ เพลงอนิเมะและเกมมารอฟังกันขนาดนี้?
อาจารย์ ธนพล: กดดันมากครับ กดดันมากกว่าทุกคอนเสิร์ตในชีวิตที่จัดมา นอนไม่หลับอยู่หลายเดือน ในหัวคิดแก้รายการแสดงวนไปวนมา กังวลว่าเรียงเพลงแบบนี้มันจะบิลด์อารมณ์ได้เป็นขั้นเป็นตอนหรือเปล่า เพลงเยอะไปวงจะซ้อมทันไหม เล่นเพลงนี้คนจะอินไหม ครึ่งแรกยาวไปไหมจะมีคนเบื่อไหม ครึ่งหลังสั้นไปไหมอารมณ์จะไม่สุดหรือเปล่า เพลงนี้เหมาะกับรายการไหม เพลงไหนหนักไปเบาไป ป๊อปไป ซีเรียสไป และสารพัดอีกร้อยแปด เพราะมีบางคนรอคอยงานนี้นานกว่าหนึ่งปี แม้กระทั่งตอนประกาศงานออกไป เห็นคอมเมนต์คนว่า ทำไมไม่เล่นเพลงนั้นเพลงนี้ ก็ยังพารานอยว่า นี่เราเลือกเพลงผิดหรือเปล่า คนจะมาดูไหม เพลงนี้เราอินอยู่คนเดียวหรือเปล่าหวา…เป็นต้น

Akibatan: เช็ตลิสที่จะเเสดงในสองวันนี้ ชอบจากซีรีส์ไหนมากที่สุดครับ?
อาจารย์ ธนพล: ชอบหมดเลยนะ อย่าง Hunter x Hunter นี่ ในแง่ชั้นเชิงของ music composition มันคืองานที่โดยส่วนตัวแล้วชื่นชมที่สุด แต่ถ้าเอาที่ผูกพันมาก ๆ ก็คือไฟนอลแฟนตาซี ส่วนเพลง ส่วน Fairy Tail กับ Digimon ผมชอบฉบับที่เราเล่นนี่ด้วยความที่มันถูกเรียบเรียงดนตรีออกมาได้ดีมากๆ

Akibatan: เป็นไปได้ไหมที่ในอนาคตจะมีเพลงจากซีรีส์ใหม่ ๆ มามากกว่านี้
อาจารย์ ธนพล: ถ้ามีโอกาสได้ทำคอนเสิร์ตอีก มีแน่นอนครับ อย่างที่เล่าว่า ระหว่างทางจากดราฟต์ของเซ็ตลิสต์ฉบับแรกถึงแบบที่ท่านเห็นนี้ มีเพลงที่ถูกตัดถูกเปลี่ยนออกไปเป็นจำนวนมาก ซึ่ง แน่นอนว่าในอนาคต มีหลายเพลงที่ผมไม่พลาดแน่ ๆ ที่จะเอามาเล่น รวมไปถึงพวกเพลงจากเกมหรือการ์ตูนยุคใหม่ ๆ ด้วย

Akibatan: เป็นไปได้ไหมที่จะมีบันทึกการแสดงฉายที่อื่น หรือให้ได้ฟังกัน
อาจารย์ ธนพล: การเผยแพร่บันทึกการแสดงอาจจะทำได้ยากหน่อยครับ เพราะด้วยสัญญาบางฉบับทำให้เราไม่สามารถเผยแพร่สิ่งบันทึกได้ตามใจ

Akibatan: อยากจะบอกอะไรแก่ผู้คนที่สนใจในตัวงานและคนที่มางานในครั้งนี้
อาจารย์ ธนพล: อยากจะขอบคุณผู้ชมทุกท่านทั้งที่มาดูตั้งแต่ครั้งแรกสุดและท่านที่เพิ่งมาพบกันในครั้งนี้ ผู้ชมในครั้งแรกสุดคือผู้ทีทำให้งานครั้งนี้เกิดขึ้นได้ และผู้ชมในครั้งนี้ก็ทำให้การแสดงประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี คนดูเติมพลังให้กับพวกเราคนจัดงานและนักดนตรีอย่างที่ยากจะบรรยาย และทุก ๆ ครั้งที่เราเห็นคนดูมีความสุข คือเรามีความสุขมากจริงๆ ครับ รู้สึกว่าเราบรรลุเป้าหมายของพวกเราในฐานะนักดนตรี และต้องขอขอบคุณทุกคนจากใจทำให้การจะจัดคอนเสิร์ตแบบนี้ไม่เป็นเพียงภาพฝันอีกต่อไป หวังว่าทุกท่านจะติดตามเราต่ออีกในอนาคตและหวังว่าเราจะได้จัดงานที่ทำให้ทุกท่านมีความสุขได้อีกเรื่อย ๆ

Akibatan: จะมีครั้งหน้าอีกไหม
อาจารย์ ธนพล: มากันขนาดนี้แล้ว ไม่มีก็ต้องมีให้ได้ล่ะครับ :)

ก็จบลงไปแล้วกับบทสัมภาษณ์ของอาจารย์ ธนพล เศตะพราห์ม นี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของคนการ์ตูนที่มุ่งมั่นจนสิ่งที่เคยฝันไว้นั้นกลายมาเป็นความจริงได้ อยากให้เพื่อน ๆ ลองพยายามกับบางสิ่งบางอย่างที่ตัวเองรักและก้าวไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ และแน่นอนครับ สำหรับคอนเสิร์ตดี ๆ แบบนี้ทีมงาน Akibatan ต้องขอขอบคุณ อาจารย์ ธนพล เศตะพราห์ม อีกครั้ง และสัญญาเลยครับว่าหากมีครั้งหน้าอีกทีมงาน Akibatan จะไปฟังให้ได้อย่างแน่นอน!

ถ้าชอบให้ "Like!" เลย

Follow on Twitter !