[Akibatan Song Lab] วิเคราะห์เจาะลึกบทเพลงอนิเมะไปกับเพลง Datte Atashi no Hero จาก Boku no Hero Academia

0
1,384 views

เพลงประกอบอนิเมะถือเป็นส่วนสำคัญหนึ่งของ อนิเมะ เพราะในบางครั้งเพลงเหล่านั้น ก็ได้บอกเล่าเรื่องราวของตัวละคร ผ่านท่วงทำนอง และบทเพลงจนเกิดความประทับใจแก่ผู้ฟัง และวันนี้ทางผู้เขียนเองก็มีเพลงหนึ่งที่อยากจะมาวิเคราะห์ ความหมายที่อยู่เบื้องหลังบทเพลงอันน่าประทับใจนี้ให้เพื่อนๆได้อ่านกัน นั้นคือเพลง Datte Atashi no Hero – Lisa ที่เป็นเพลงปิดลำดับที่ 3 ของอนิเมะ Boku no Hero Academia ที่เหล่าตัวละครในเรื่องได้ออกมาในมาดของนักผจญภัยแฟนตาซี ทำเอาเรียงเสียงเฮจากแฟนๆ ได้อย่างล้นหลามกันไปเลย

ก่อนจะมาพูดถึงตัวเพลงกันเราจะขอมาแนะนำเรื่องราวของ Boku no Hero Academia และตัวละครที่จะมีการพูดถึงต่อไปให้ผู้อ่านที่อาจจะไม่เคยดูเรื่องนี้มาก่อนได้มารู้จักกับพวกเขากันก่อนนะครับ

Boku no Hero Academia นั้นก็จะเป็นเรื่องของ มิโดริยะ อิซึคุ ตัวเอกของเรื่องที่ได้แบกรับคำถามที่ว่า “ผมเองก็เป็นฮีโร่ได้ใช่ไหม”  ที่ดูไปก็เป็นแค่คำถามธรรมดาๆของเด็กที่ฝันอยากจะเป็นฮีโร่ทั่วไป ไว้พร้อมกับความรู้สึกเจ็บใจ ที่ท่ามกลางยุคสมัยที่เต็มไปด้วยผู้เกิดมาพร้อมพลังพิเศษที่เรียกว่า “อัตลักษณ์” จนมีฮีโร่ล้นเมือง แต่ตัวเขากลับเกิดมาไร้ซึ่งอัตลักษณ์ แม้ว่านั้นจะทำให้เขาต้องโดนดูถูกจากคนรอบข้างว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ที่เขาจะเป็นฮีโร่ แต่แล้วโชคชะตาก็ได้นำเขามาพบกับ ออลไมท์ ชายผู้ถูกเรียกว่า สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ ฮีโร่ผู้เป็นความฝันและเป้าหมายของเขามาโดยตลอด ผู้ที่ได้มอบคำพูดที่เขาอยากได้รับมาโดยตลอด “เธอน่ะเป็นฮีโร่ได้” บัดนี้เรื่องราวของอิซึคุบนเส้นทางของการเป็นฮีโร่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว Plus Ultra!!!

นอกจากมิโดริยะ และออลไมท์แล้วก็ยังมีอีกสองตัวละครที่เราจะกล่าวถึงกันนั้นคือ บาคุโก คัทซึกิ เพื่อนสมัยเด็กของมิโดริยะ ผู้ที่เห็นว่ามิโดริยะเป็นแค่คนไม่เอาไหนทำอะไรไม่ได้ และอยู่ต่ำกว่าตัวเองมาโดยตลอด และมักจะเรียกมีโดริยะว่า “เดกุ” ซึ่งเป็นคำอ่านอีกแบบของชื่อ อิซึคุ ที่มีความหมายว่าทำอะไรไม่ได้ดีซักอย่าง จนกระทั่งวันที่มิโดริยะได้รับสืบทอด One for All มาจากออลไมท์ ทำให้เขารู้สึกสับสนและหงุดหงิดเป็นอย่างมาก โดยสำหรับมิโดริยะแล้วบาคุโก เป็นทั้งคู่แข่ง และเป้าหมายที่เขาต้องการจะก้าวข้ามไปให้ได้มาตลอด แม้ว่าบาคุโกมักจะเห็นว่ามิโดริยะชอบทำตัวเหมือนอยู่เหนือตนเองในหลายๆ ครั้งก็ตาม ทั้งคู่จึงเป็นเหมือนแรงผลักดันให้พยายามของกันและกัน

อีกหนึ่งตัวละครที่เราจะพูดถึงกันก็คือ โทโดโรกิ โชโตะ นักเรียนคลาส 1-A เช่นเดียวกับมิโดริยะและบาคุโก เป็นลูกชายของ เอนเดเวอร์ ฮีโร่อันดับสองรองจากออลไมท์ที่เป็นอันดับ 1 โทโดโรกิมักจะปฏิเสธพลังในการใช้ไฟของเขาซึ่งเป็นพลังที่ถ่ายทอดมาจากพ่อ และมักจะใช้เพียงพลังน้ำแข็งที่ถ่ายทอดมาจากแม่เท่านั้น เพราะว่าตัวเขามีความโกรธแค้นต่อพ่อที่ทำให้แม่ต้องทิ้งเขาไป จนกระทั่งมิโดริยะได้สอนให้เขายอมรับพลังทั้งสองของตัวเองว่าไม่ว่าจะพลังไฟหรือน้ำแข็ง มันก็ไม่ใช่พลังของใครแต่เป็นพลังของตัวโทโดโรกิเอง ซึ่งนั้นได้ช่วยเปลี่ยนมุมมองของโทโดโรกิ และถือเป็นก้าวสำคัญในการเติบโตเป็นฮีโร่ของโทโดโรกิอีกด้วย

หลังจากที่เกริ่นกันไปแล้วก็มากันที่จานหลักของบทความนี้อย่างการวิเคราะห์เนื้อเพลงกันเลย

kimi ga akirameru toko ukabanai kedo
nani mo nai nasakenai tteiu hi mo arun deshou
jinsei ni ichido no you na doryoku no shunkan o
ikutsu mo mukaechaisou nara miteitain da yo

ตัวเธอที่ยอมแพ้นั้น ฉันไม่สามารถจินตนาการออกมาได้เลย
แต่ก็มีวันที่ผิดหวัง วันที่ไม่มีอะไรเลย อยู่บ้างเหมือนกันใช่ไหม
ฉันอยากจะเห็น ช่วงเวลาที่เธอพยายามอย่างสุดกำลัง
บุกตะลุยเข้าไปไม่ว่าจะกี่ครั้ง เหมือนมีโอกาสเพียงครั้งเดียวในชีวิต

ท่อนแรกนี้อาจจะสื่อได้ถึงตัว มิโดริยะ ที่ตอนนี้ไม่ว่าใครก็เห็นเขา พยายามอย่างถึงที่สุดอยู่เสมอ แต่มิโดริยะเองก็เคยมีช่วงเวลาที่เป็นคนที่ไม่มีอัตลักษณ์ จึงเปรียบได้เหมือนกับว่า “วันที่ไม่มีอะไรเลย” แต่ช่วงเวลาที่ต้องพยายามอย่างสุดกำลังราวกับเป็นโอกาสเดียวนั้นก็ไม่ใช่ภาพที่ดูน่าสมเพซแต่กลับเป็นภาพ ที่ถ้าใครได้เห็นก็ต้องรู้สึกได้รับกำลังใจอย่างแน่่นอน

“isshou” ga ikko datte “issho ni” o ikurademo
nani mo nai atashi ni imi o kureta saikyou da

คำว่า “ลุยเดี่ยว” นั้นมันมีแค่หนึ่ง แต่ถ้า “ด้วยกัน” มันจะกลายเป็นมหาศาล
เธอที่บอกความหมายอย่างนั้น แก่ฉันที่ไม่มีอะไรให้ได้เข้าใจนั้น แข็งแกร่งที่สุดแล้ว

สำหรับท่อนนี้ ประโยคแรกก็เหมือนการกล่าวถึงเหล่านักเรียนฮีโร่ ที่แค่อยู่คนเดียวอาจจะทำอะไรได้ไม่มาก แต่หลายๆ ครั้งพวกเขาก็ได้พิสูจน์ ให้เห็นว่าเมื่อพวกเขารวมพลังกันก็สามารถทำได้เกินกว่าที่ใครๆ คาด เหมือนที่มิโดริยะได้เปลี่ยนโทโดโรกิที่เคยมีแต่ความโกรธแค้น และต้องการเอาชนะพ่อของเขา ให้โทโดโรกิรู้จักยอมรับตัวเอง และมองคนรอบข้างมากขึ้น และเพราะแบบนั้น โทโดโรกิก็ถึงได้มองมิโดริยะเป็นคนที่น่าชื่นชม และเป็นผู้มีพระคุณสำหรับเขาเช่นกัน

furee tte furee tte nando mo iwaseru nante iu sainou?
zutto tachimukatte yo yuuki o kureteru yo
furee tte furee tte chippoke subete ga sakenderu
sono me o mitereba atashi mo hashireru

ที่เธอตะโกนว่า ฮูเร่! ฮูเร่! อยู่ได้ไม่ว่าจะกี่ครั้งนั้น เป็นพลังพิเศษแบบไหนกันนะ?
มอบความกล้าหาญมา ทำให้ฉันลุกขึ้นยืนได้ทุกครั้งเลย
สิ่งที่เล็กจิ๋วในตัวฉัน ก็กำลังตะโกน ฮูเร่! ฮูเร่! ออกมาด้วยกำลังทั้งหมด
ถ้าได้เห็นแววตานั้นสักครั้ง ฉันเองก็จะวิ่งออกไปได้เหมือนกัน

ในท่อนนี้อาจจะสามารถตีความได้หลายแบบเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการตีความถึงการที่ มิโดริยะได้รับกำลังใจจากทั้งเพื่อนๆ และออลไมท์ ทำให้เขาที่เคยเป็นคนที่ไร้ซึ่งอัตลักษณ์ สามารถที่จะพยายามสู้ได้อย่างสุดความสามารถ หรือด้วยความที่ภาพประกอบเพลงในท่อนนี้โดยเฉพาะท่อนสุดท้ายเป็น มิโดริยะ ยืนคู่กับ บาคุโก (ซึ่งภาพที่ขึ้นมาตรงกับท่อนแล้วรู้สึกมันเอาใจสาวๆ พอตัวเลยทีเดียว) ทำให้อาจจะหมายถึง การที่มิโดริยะรู้สึกว่า บาคุโก นั้นเป็นเหมือนเป้าหมายหนึ่งที่เขาต้องการจะก้าวข้ามไปให้ได้ ทำให้รู้สึกว่าจะอยู่เฉยๆ ไม่ได้ และเป็นเหมือนแรงผลักดันให้เขาก้าวไปข้างหน้าได้เช่นกัน และก็อาจจะสามารถแสดงได้ถึงตัว มิโดริยะ ที่ซักวันสามารถเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ และเป็นกำลังใจให้ใครซักคนได้เช่นกัน

saikou no finaare o kizande mite yo
datte atashi no hiiroo

คอยดู Finale ที่สุดยอดนี้เอาไว้ให้ดี
นั่นแหละคือฮีโร่ของฉัน

ในท่อนสุดท้ายของบทเพลงได้สื่อถึงความมั่นใจที่มีต่อเหล่าฮีโร่ ที่จะต้องแสดงฉากจบอันสายสุดยอดให้ได้เห็นเสมอๆ แม้จะมีวันล้มลุกคลุกคลานบ้าง แต่ก็ยังคงเป็น ฮีโร่คนเดิมที่พวกเขาเชื่อมั่น เฉกเช่นเดียวกับ ภาพของออลไมท์ ในสายตามิโดริยะ ที่แม้ว่าซักวันออลไมท์จะต้องเสีย One For All ไปแต่สำหรับมิโดริยะ ออลไมท์ก็ยังเป็นฮีโร่ของเขาเสมอ เช่นเดียวกับที่ออลไมท์เองก็เชื่อมั่นว่าซักวันมิโดริยะจะต้องเป็นฮีโร่ที่สุดยอดได้ไม่แพ้ตนเองเช่นกัน

ก็จบไปแล้วนะครับกับความหมายของเพลง Datte Atashi no Hero เรียกได้ว่าเป็นบทเพลงของเหล่า ฮีโร่ ที่ได้บอกเล่าเรื่องราวทั้งความพยายามแม้ในวันที่ไม่มีใครมองเห็น การร่วมมือกันที่ก็เกิดเป็นพลังที่จะก้าวข้ามทุกอุปสรรค รวมไปถึงเสียงเชียร์จากคนรอบข้างที่เป็นพลังให้แก่เหล่าฮีโร่ ช่างเป็นเพลงที่มอบความกล้าและเป็นแรงผลักดันให้ก้าวไปข้างหน้า ให้กับผู้ฟังได้เป็นอย่างดี และนอกจากเพลงนี้แล้วก็ยังมีบทเพลงอีกมากมายที่รอจะมอบความกล้าและบอกเล่าเรื่องราวอยู่อีกมากมายคราวหน้าจะเป็นเพลงอะไรก็รอติดตามกันให้ได้นะครับ

ถ้าชอบให้ "Like!" เลย

Follow on Twitter !