เมื่อวานวีรชนทานอะไร? หนังสือประวัติศาสตร์อาหารหมดแผง เหตุแฟน FGO เหมาเกลี้ยง!

0
7,370 views

เรียกได้ว่าเป็นปรากฎการณ์ที่แม้แต่ผู้เขียนหนังสือ และผู้จัดทำยังถึงกับงง เมื่อหนังสือสารคดี (และตำราอาหาร) ที่นำเอาเมนูที่ผู้คนในยุคโบราณเขาทานกัน ไม่ว่าจะเป็นจากอารยธรรมเมโสโปเตเมีย หรือจากโรมันโบราณ ฯลฯ มาเปิดเผยสูตรให้ได้ทำตามกันอีกครั้ง ชื่อของหนังสือเล่มนั้นคือ “ประวัติอาหารศาสตร์ ทานอาหารในประวัติศาสตร์โลกให้อร่อย” (歴メシ! 世界の歴史料理をおいしく食べる ซึ่งจะขอเรียกย่อ ๆ ว่า RekiMeshi!) เขียนโดยคุณ Masashi Endo จากสำนักพิมพ์ Kashiwa Shobo นี่เอง

กล่าวถึงสำนักพิมพ์สักนิด Kashiwa Shobo เป็นสำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และอารยธรรมของมนุษย์ รวมไปถึงตีพิมพ์ฉบับแปลจากต่างประเทศด้วย ก่อตั้งขึ้นในปี 1970 ด้วยภาพลักษณ์ที่หนักแน่นในฐานะผู้ตีพิมพ์หนังสือข้อมูลประวัติศาสตร์นี้ ก็ได้วางจำหน่ายหนังสือ “RekiMeshi!” ไปเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ไม่นานนักก็ได้กระแสตอบรับจากชาวเน็ตอย่างล้นหลามจนเกลี้ยงแผงในแบบที่ว่า ล็อตที่วางขายอยู่ในตอนนี้ไม่เพียงพอแน่นอน ทางสำนักพิมพ์จึงตัดสินใจรีบพิมพ์เพิ่มออกมา เพื่อตอบสนองความต้องการในทันที

คุณ Takeda Jun บรรณาธิการของหนังสือ RekiMeshi! ได้กล่าวว่า “เหตุผลของการขาดตลาดอย่างคาดไม่ถึงครั้งนี้ เป็นเพราะกลุ่มผู้เล่นเกมสมาร์ทโฟน Fate/Grand Order ครับ” เอาล่ะ เรารู้ตัวการกันแล้ว…

Fate/Grand Order เกมมือถือยอดฮิตจากซีรีส์ Fate แห่ง Nasuverse ที่เราคุ้นเคยกันนี้ จากการที่ธีมหลักของเกมคือการเอา “บุคคลในประวัติศาสตร์” ไม่ว่าจะเป็นคนดัง วีรชน ราชา ตำนาน นิทาน ฯลฯ มาดัดแปลงให้เป็นตัวละครโลดแล่นภายในซีรีส์ จึงไม่เป็นที่แปลกใจเลยว่าอะไรทำให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น อาจจะมีแฟนคลับกลุ่มหนึ่งที่สนใจใคร่รู้ว่า “ท่านราชาเพนกวิ… เอ๊ย กษัตริย์อาเธอร์ทานอะไรเป็นอาหารเช้า” หรือ “ยามว่าง ป๋ากิลตู้ทองชอบทานอะไรแก้เบื่อ” อะไรทำนองนี้อยู่ก็ได้น่ะสิ!

ทางด้านคุณ Takeda Jun ยังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมอีกว่า ตอนแรกก็คิดว่าการทำหนังสือประวัติศาสตร์ จะได้รับกระแสตอบรับจากแฟน ๆ ของผลงานที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์อย่าง Axis Power Hetalia, กุหลาบแวร์ซายส์, หรือ Les Misérables แต่กลับออกมาเป็นว่าได้รับความสนใจจากแฟนเกม FGO นี่ เป็นเรื่องที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลย จากยอดพิมพ์ครั้งแรกที่ 4,500 เล่ม ถือเป็นยอดพิมพ์ที่ท้าทายทางสำนักพิมพ์มากเพราะเป็นหนังสือประวัติศาสตร์ ที่จะอยู่ในชั้นวางขายไปยาว ๆ โอกาสที่จะเกลี้ยงแผงนั้นเป็นไปได้ยาก ตามรูปแบบการตลาดแบบหางยาว แต่ RekiMeshi! ก็สามารถทำให้ได้ตีพิมพ์รอบสอง 3,000 เล่มในระยะเวลา 1 สัปดาห์หลังวางจำหน่าย

เราเริ่มรู้สึกตัวถึงผลกระทบจาก FGO กันในวันที่ 4 หลังวางจำหน่าย จากการพบทวีตของทางร้านหนังสือ Kumazawa Shoten Ofuna ที่เขียนว่า “หากได้ทานอาหารในเล่มนี้แล้ว จะทำให้เลือดเนื้อได้เข้าใกล้กับผู้ยิ่งใหญ่ นี่มันสุดยอดแห่งการคอสเพลย์ไม่ใช่หรือ?” เราเห็นแล้วก็ได้ร้อง “โอ้” จากนั้น ก็ได้รับกระแสตอบรับจากแฟน ๆ FGO ในทวิตเตอร์ จนหนังสือ RekiMeshi! ขายหมดเกลี้ยงยันในเว็บไซต์ Amazon เลยทีเดียว

มันเป็นเรื่องน่าเสียดายถ้าจะต้องเสียโอกาส จากการที่ของจะขาดตลาดในช่วงที่มันกำลังฮิต ทั้งบริษัทมีคนที่รู้จัก FGO อยู่กันแค่ 2 คน คือผม กับดีลเลอร์ของบริษัท ที่ไม่มีปากเสียงอะไรมากในที่ทำงาน ผมไม่สามารถไปพูดว่า “เฮ้ย มันดังแล้ว สานต่อกันเถอะ!” แต่สุดสัปดาห์นั้น ร้านหนังสืออย่าง Kinokuniya และร้านหนังสือใหญ่ ๆ เจ้าอื่นต่างพากันเข้ามาติดต่อ ดีลเลอร์ของผมได้ให้เหตุผลกับบริษัทว่า “มีเกม ๆ นึงที่เอาบุคคลในประวัติศาสตร์มาสร้างเป็นตัวละครภายในเกม และมันกำลังดังสุด ๆ แฟน ๆ เกมนี้กำลังรอคอยหนังสือเล่มนี้กัน” จึงสามารถพิมพ์รอบที่สองออกมาได้ และยังขยายออกไปเป็นการลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ Asahi Shinbun และ Yomiuri Shinbun อีกด้วย ทั้ง ๆ ที่แม้แต่คุณ Endo ผู้เขียนก็ยังไม่รู้จักเกมนี้ ฝั่งดีลเลอร์ของผมที่บอกว่ารู้จัก ก็ยังแค่รู้จักแต่ไม่ได้เล่น แต่ตากล้องของสำนักพิมพ์ดันเป็นคนที่เล่นเกมนี้อยู่ซะงั้น

อีกจุดที่ผิดคาดคือวิธีการขายของทางร้านหนังสือ เดิมทีหนังสือ “RekiMeshi!” มันควรจะถูกวางอยู่ในมุมหนังสือประวัติศาสตร์ หรือสูตรอาหาร แต่มีร้านหนังสือจำนวนหนึ่ง ที่นำไปวางรวมกับหนังสือการ์ตูน เกม และแอนิเมชัน เป็นเรื่องที่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าวันหนึ่ง ร้านหนังสือที่เจาะตลาดเกม การ์ตูน แอนิเมชันโดยเฉพาะอย่าง Animate และ Toranoana จะมาติดต่อซื้อหนังสือจากเรา จากเหตุการณ์นี้เลยกลายเป็นว่าเราแนะนำให้นำหนังสือของเราไปวางไว้ใกล้มุมการ์ตูน เกม แอนิเมชัน และแนะนำให้เขียน POP ไว้ดึงดูดผู้เล่น FGO ครับ

ในยุคนี้ ประเด็นที่กลายมาเป็นหัวข้อสำคัญในการขายของร้านหนังสือคือ “จะทำยังไงให้เกิดกระแสจนเป็นที่รู้จักในอินเตอร์เน็ต เพื่อชักนำให้มาซื้อหนังสือที่ร้าน” ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยาก เพราะส่วนใหญ่หลังจากที่เป็นกระแสในเนตจนเป็นที่รู้จักแล้วมักจะจบลงแค่นั้น ดังนั้นการนำเสนอว่า “มันขายได้” จึงเป็นการโฆษณาที่ดีที่สุด นอกจากนั้น การวางหนังสือที่มีเนื้อหาใกล้เคียงเอาไว้ด้วยกัน ก็จะช่วยส่งเสริมการขายด้วย เช่น สมมติว่าเราขายหนังสือที่เกี่ยวข้องกับตัวละคร Gilgamesh การวางหนังสือที่เกี่ยวข้องกับตัว Gilgamesh อย่างเช่นประวัติ หรือผลงานอื่นที่มี Gilgamesh เป็นตัวละครเอก ก็จะทำให้ขายได้เช่นเดียวกัน

ยกตัวอย่างอีกกรณีที่คล้ายกัน คือกรณีของหนังสือ “ทำอาหารรัสเซียได้ที่บ้าน” (家庭で作れるロシア料理) ของทางสำนักพิมพ์ Kawade Shobo Shinsha ที่วางจำน่ายในปี 2006 ซึ่งต้องใช้เวลากว่า 11 ปี จึงจะสามารถพิมพ์แบบปกแข็งได้ในเดือนสิงหาคม ปีนี้ นั่นเพราะการมาถึงของแอนิเมชันเรื่อง Yuri!!! on Ice ที่มีตัวละครหลักเป็นชาวรัสเซียอย่าง Viktor Nikiforov ทำให้แฟน ๆ เกิดความสนใจในอาหารรัสเซีย และทำให้ยอดขายของหนังสือเล่มดังกล่าวเพิ่มขึ้น จนสามารถพิมพ์แบบปกแข็งมาจำหน่ายได้นั่นเอง

สำหรับผม (Takeda) กับ FGO จากที่รู้จักอยู่บ้าง พอได้อ่านทวิตที่มีผู้เล่นหลายท่านกล่าวถึงหนังสือ RekiMeshi! แล้ว หากไม่ได้ทราบข้อมูลเหล่านี้ ก็ไม่กล้าที่จะพิมพ์หนังสือออกมาเพิ่มอีกเลย พอได้ลองอ่านหนังสือการ์ตูน Manga de Wakaru! FGO ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเนื้อเรื่องเท่าไร ไว้วันหน้าจะลองเล่นตัวเกมดูบ้างครับ แต่ดูแล้วเป็นเกมที่มีตัวละครอยู่หลายตัวที่ชวนให้น่าหลงใหล แม้จะเป็นการอ้างอิงจากบุคคลในประวัติศาสตร์ แต่ก็มีจุดที่นำเสนอออกมาในลักษณะ “IF” ที่ไม่เหมือนกับที่เคยได้ศึกษามา ทำให้เมื่อเล่นตามเนื้อเรื่องของเกมไปเรื่อย ๆ ผู้เล่นก็จะยิ่งอยากรู้จักตัวละครมากขึ้น จนถึงจุดหนึ่งที่เริ่มสงสัยว่าในสมัยนั้นพวกเขาอาศัยอยู่กันอย่างไร กินอะไรเป็นอาหาร ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่รอหนังสือ RekiMeshi! มาตอบโจทย์ อนึ่ง ผมก็เคยได้เห็นแฟนเกมนี้โพสรูปอาหารลงในทวิตเตอร์ แล้วบอกว่า “ลองทำอาหารของตัวละครตัวนั้นดู” ด้วยนะ

แล้วเพื่อน ๆ ล่ะเคยสงสัยบ้างหรือเปล่าว่าตัวละครที่เราชอบ เขาจะมีวัฒนธรรมการกินการอยู่อย่างไร การศึกษาเรื่องราวเหล่านี้ควบคู่ไปกับการเสพสื่อในปัจจุบัน ก็ดูน่าสนุกดีเหมือนกันนะ

Source: ITmedia Business Online

 

ถ้าชอบให้ "Like!" เลย

Follow on Twitter !