เซเลบอึ้ง เมื่อพบกับความจริงว่างาน Comic Market นั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด

0
4,176 views

ที่ญี่ปุ่น ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีข่าวดังที่อึกทึกครึกโครมในญี่ปุ่นว่า “สองพี่น้อง Abunai Sisters เซเลบแห่งวงการบันเทิงและแฟชันในญี่ปุ่น (ที่เคยไปปรากฎตัวในผลงานออริจินอลแอนิเมชันของตัวเองในชื่อเดียวกัน) จะมาออกร้านภายในงาน Comic Market วันที่ 11 สิงหาคมนี้” ซึ่งนั่นก็คืองาน Comic Market (คอมิเกะ) ที่จัดขึ้นโดยคณะกรรมการเตรียมงาน Comic Market (CMPC) เป็นงานอีเวนท์ประเภท free market จัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง คือในเดือนสิงหาคม และธันวาคม ซึ่งในครั้งนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 92 แล้ว มีระยะเวลา 3 วัน จำนวนผู้เข้าร่วมกว่า 35,000 เซอร์เคิล ผู้เข้าร่วมต่อวันกว่า 170,000 คน รวมสามวันแล้ว 500,000 คนเป็นอย่างต่ำ

ในวันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม วันแรกของงาน Comic Market 92 การที่พวกเธอ Abunai Sisters ได้มาจำหน่ายหนังสือทำมือของพวกเธอร่วมกับเหล่าผู้คนทั่วไปที่มางาน กลายเป็นภาพที่คาดไม่ถึงว่ามันจะเกิดขึ้นจริง เหตุใดพวกเธอถึงมาร่วมงานนี้กันนะ? นั่นเพราะงาน Comic Market มีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า “เสน่ห์ในการเป็นพื้นที่แห่งการแสดงออก” น่ะสิ

แล้ว Comic Market มันคืออะไรกันล่ะ?

แม้พักหลังรายการโทรทัศน์ในญี่ปุ่นจะหยิบเอามาพูดถึงให้เห็นกันอยู่บ่อย ๆ ในช่วงเดือนนี้ว่าเป็นฤดูกาลของ Comiket แต่เอาจริง ๆ แล้ว น่าแปลกใจ ที่ใช่ว่าคนญี่ปุ่นจะรู้จักงานนี้กันไปหมดทุกคน

คำว่า “Market” ภายในชื่อนั้น หัวใจหลักของงานคือการค้าขายอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ภาพที่มักปรากฎบนโทรทัศน์นั้นมักจะเป็นภาพการคอสเพลย์ตัวละครจากการ์ตูนหรืออนิเมตามความชอบเสียมาก แต่นั่นเป็นเพียงแค่ 4% (20,000 คน) จากผู้เข้าร่วมงานทั้งหมด ที่มักเป็นกลุ่มที่เดินทางมาเพื่อซื้อหาสินค้าโดจินชิกันเป็นส่วนใหญ่

สำหรับ “โดจินชิ” นั้นคือ “ผลงานที่ตีพิมพ์ขึ้นโดยดัดแปลงเนื้อหาโดยอาศัยมุมมองของตนเอง” ให้ชี้ชัดก็คือเป็นหนังสือที่ตีพิมพ์ขึ้นกันเอง จากแบบสอบถามในโอกาสครบรอบ 35 ปีของ Comic Market ได้ให้ข้อมูลว่า จนถึงงาน Comic Market รอบฤดูร้อนที่จัดขึ้นในปี 2010 ได้มีโดจินที่วางจำหน่ายภายในงานนี้มาแล้วกว่า 9,250,000 เล่ม รวมถึงยังมีสินค้าอื่น ๆ เช่น CD เพลงแต่งเอง, ซอฟท์แวร์เกม และเครื่องประดับตกแต่งใด ๆ ที่สามารถจำหน่ายได้ ตราบใดที่ไม่ขัดต่อศีลธรรม, กฎหมายเกี่ยวกับการแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมไปถึงอาหารด้วย

ว่าด้วยเรื่องสถานที่ มีหลายงานที่มาใช้ Tokyo Big Sight ในการจัดอีเวนท์ขายของ แต่เอกลักษณ์ของ Comic Market ที่ไม่มีใครเหมือนคือ “ทีมงานทุกคนล้วนเป็นอาสาสมัคร ผู้มาออกร้านส่วนใหญ่เป็นบุคคลธรรมดาทั่วไป และไม่มีลูกค้า” ผู้ที่มาออกร้านนั้นมีตั้งแต่นักวาดการ์ตูนที่ลงรายสัปดาห์ ศิลปินที่วาดภาพประกอบเกม ไปจนถึงศิลปินทั่วไปจากวงการที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการ์ตูน ก็ยังผลิตผลงานเข้ามาจำหน่ายในงานนี้

ในขณะที่เขียนแบบนี้ หลายคนอาจจะคิดว่า Comic Market เป็นงานที่คนธรรมดาสักคนเขียนโดจินแล้วเอามาขาย รับเงินแล้วจบ แต่จริงแล้ว ภายในงานนั้นมีศิลปินที่สามารถสร้างผลงานที่สามารถให้ยอดขายได้มากกว่า 1,000,000 เยนต่อ 1 วันได้อยู่ด้วย แต่ถ้าคิดว่าคนที่ไปถึงจุดนั้นได้นั้นจะเป็นใครก็ได้ ความเป็นจริงมันไม่ได้หอมหวานขนาดนั้นเลย

ภายในงาน Comic Market นั้น ผู้เข้างานทุกคนล้วนเท่าเทียมกัน ไม่ว่าใครจะเป็นเซเลปคนดังมาจากไหน เมื่อเข้ามาภายในงานนี้จะถูกปฎิบัติอย่างเดียวกันไม่มีอภิสิทธิ์ ความกว้างของบูธที่ใช้วางจำหน่ายสินค้าก็เท่ากัน จำนวนคนที่เข้าไปเฝ้าบูธได้ก็จำกัดเพียง 3 คนเท่ากัน แน่นอนว่าไม่มีแม้แต่ห้องรับรองให้พัก ตั้งแต่เวลาที่กล่องพัสดุที่ใส่สินค้าไว้มาถึงบูธ ไปจนถึงขั้นตอนการแปะโปสเตอร์เพื่อโฆษณา ล้วนแต่ต้องทำด้วยมือตัวเองทั้งสิ้น การยืนขายผลงานของตัวเองอยู่ที่บูธต่อเนื่องจนถึงจบงาน ภายในฮอลล์ที่อบอ้าวไปด้วยอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียสทันทีหลังเปิดประตู นั่นคือ 1 วันของคนที่มาออกร้านภายในงาน Comic Market ภาพลักษณ์ของงานที่เกิดขึ้นจริง จึงต่างจากที่ Abunai Sisters ผู้เป็นดาราดังได้คาดหวังเอาไว้แบบคนละซีกโลกกันเลย

ความจริงแล้ว ดารา ศิลปินคนดัง ที่เคยมาออกร้านภายในงาน Comic Market นั้น ไม่ได้มีเพียง Abunai Sisters เท่านั้น ย้อนไปก่อนหน้าในปี 2014 ก็มีคุณ Kobayashi Sachiko ศิลปินเพลงแนว Enka ก็ได้มาร่วมงาน หรือในปีที่แล้วกับคุณ Nishikawa Takanori หรือที่รู้จักกันในชื่อ T.M. Revolution ก็ได้มาออกร้านจำหน่ายแผ่น CD เพลงของตัวเอง (ในโอกาสครบรอบ 20 ปีแห่งการทำงานของเขา) ร่วมกับคนธรรมดา ๆ ทั่วไป เช่นเดียวกัน

จริงหรือ ที่เขาว่าคนที่มาออกร้านส่วนใหญ่ติดตัวแดง?

เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเป็นที่ทราบกันมากนัก แต่เซอร์เคิลที่มาออกร้านในงาน Comic Market ส่วนใหญ่ล้วนติดตัวแดง จากแบบสอบถามเนื่องในโอกาสครบรอบ 35 ปี Comic Market ได้ให้ข้อมูลว่า 80% ของผู้ที่มาออกร้านในงานนั้น ถ้าไม่ใช่เซอร์เคิลที่ได้ 50,000 เยน เป็นตัวดำ (ได้กำไร) ก็จะเป็นตัวแดง (ขาดทุน) ไปเลย สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เรื่องของการลงทุน แต่เป็น “ผลจากการที่ได้ขายผลงานที่สร้างขึ้นจากความคิดของตัวเอง” ต่างหาก

ในการที่จะเขียนโดจินขึ้นมาสักเล่มนั้น นักเขียนแต่ละคนจะต้องใช้เวลาที่เจียดจากชีวิตประจำวันมาหลายสิบกว่าชั่วโมงเพื่อเขียน ทั้งการคิดเนื้อเรื่อง จัดวางองค์ประกอบ ร่างต้นแบบ กำหนดโครงสร้าง เก็บรายละเอียด ฯลฯ เป็นสิ่งที่ต้องทุ่มทั้งเวลาและแรงกาย แม้จะเขียนขึ้นมาแล้วแต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะขายได้หรือไม่จนกว่าจะถึงวันที่วางขายจริง หากวันจริงขายได้ไม่หมด ผลงานจำนวนมหาศาลก็จะถูกส่งกลับไปเก็บไว้ที่บ้าน

ดังเห็นได้จากอัตราส่วนของเซอร์เคิลที่ติดตัวแดง ผู้ที่มาออกร้านส่วนใหญ่ไม่ได้มียอดขายได้อย่างที่หวัง ความจริงก็คือ มีข้อมูลบันทึกว่าเซอร์เคิลส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถขายผลงานได้ถึง 100 เล่ม ขนาดศิลปินที่มาออกงานใน Comic Market ติดต่อกันกว่า 8 ปี ที่เขียนโดจินมาแล้วกว่า 30 ปก กลับขายได้เกิน 100 เล่ม เพียงแค่ 2 – 3 ครั้งเท่านั้น

เวลาชีวิตหลายชั่วโมงที่ใช้ไปกับการนั่งอยู่กับโต๊ะ ลิ้มรสความลำบากจากการให้กำเนิดอะไรสักอย่าง เจียดเงินส่วนตัวไปจ้างโรงพิมพ์ให้ตีพิมพ์หนังสือของตัวเอง เพื่อมายืนขายผลงานตัวเองทีละเล่ม ๆ ภายใต้ความกดดันที่ตามเป็นเงา ไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อน หรือหนาว จะขายได้หรือขายไม่ได้ ก็เป็นความรับผิดชอบของตัวเองทั้งนั้น…หากมองจากมุมของคนที่ไม่ได้สนใจ อาจจะโดนบอกว่าเป็นโลกที่แปลกประหลาด แต่ผู้ที่มาร่วมออกงานใน Comic Market ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มาทุกปี จนถึงจุดที่ต้องอาศัยการจับสลาก เพื่อเข้ามาออกบูธภายในงาน

ทำไมสิ่งเหล่านี้ยังเกิดขึ้นอยู่อีก? คำตอบนั้นง่ายนิดเดียว “สุดท้ายแล้ว ก็ยังอยากจะแสดงให้คนอื่นได้เห็นอยู่ดี” ยังไงล่ะ

จากอุดมการณ์ของงาน Comic Market ที่ว่า “Comic Market คือ สถานที่ที่ช่วยขยายความเป็นไปได้ในการแสดงออก โดยมีเป้าหมายให้ศิลปินได้แสดงออกผ่านทางการผลิตผลงานต่อไปโดยมีโดจินชิเป็นศูนย์กลาง” แม้จะอยู่ในรูปของการค้าขาย แต่สิ่งสำคัญคือ “การที่ได้แสดงออก” ต่างหาก รวมไปถึงการที่คนพากันมาที่งาน Comic Market เพื่อคอสเพลย์อีกด้วย นั่นก็ถือเป็นหนึ่งในการแสดงออกเช่นกัน

“มันจะมีความหมายหรือ กับเรื่องที่ว่าขายได้หรือไม่ได้ ในเมื่อฉันแค่อยากจะวาด อยากจะแสดงออกไปเท่านั้นเอง” ผู้คนที่มีความคิดเช่นนั้น ต่างพากันสร้างผลงานจากใจตัวเองแล้วมารวมกันที่งาน Comic Market หากเป็นที่นี่ล่ะก็ ต่อให้ไม่ได้เป็นโปร ก็สามารถทำสิ่งที่เรียกว่า “เอาความคิดมาสร้างเป็นรูปร่าง รอให้คนอื่นมาหยิบไป ให้เขาเข้าใจในตัวเรา” ได้ ความสุขนี้ไม่สามารถวัดได้ด้วยตัวเลขดำ หรือแดงเลย

หากพูดแบบไม่สุภาพนัก Comic Market นั้นเป็นสถานที่มือสมัครเล่นจะมาขายงานของตัวเอง ดังนั้นคุณภาพของโดจินชินั้นจะมีหลากหลายปะปนกัน ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ผู้ที่มาออกงานและผู้ร่วมงานพอจะเข้าใจกันอยู่แล้ว

แต่กระนั้น กว่า 500,000 ชีวิตที่มารวมตัวกัน เพราะงานนี้มีเสน่ห์มากกว่าที่มูลค่าในทางการค้าขายเป็น ต่อให้เป็นการเอาเวลาและเงินไปจม แต่สำหรับเหล่าเซอร์เคิลแล้ว นั่นคือการทำให้จิตวิญญาณของตัวเองเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาเป็นผลงาน ที่ส่งต่อความรู้สึกนึกคิด ไปยังผู้ที่มาร่วมงาน มองภายนอกเหมือนพวกเขาทั้งสองฝั่งเป็นผู้ซื้อและผู้ขาย แต่จริง ๆ แล้วมันคือ “การแบ่งปันจิตวิญญาณ” ต่างหาก ดังนั้น Comic Market คือ “สถานที่ ที่สามารถแสดงออก และแบ่งปันความนึกคิดซึ่งกันและกัน” ระหว่างเซอร์เคิล และผู้ที่มาซื้อผลงาน

ท่ามกลางกลุ่มคนที่อยากจะมาแสดงออกนั้น…

สำหรับดารา ศิลปิน ที่มาออกร้านภายในงาน Comic Market นั้น มีสิ่งหนึ่งที่รับรู้โดยทั่วกัน คือข้อเท็จจริงที่ว่า “ระหว่าง Comic Market กับผู้ร่วมงานทุกคนนั้น มีการให้เกียรติซึ่งกันและกันอยู่” สำหรับดารา นักแสดง ที่ยืนอยู่บนแถวหน้าของการแสดงออกอยู่แล้ว งาน Comic Market ซึ่งเป็นงานที่รวมเอาความรู้สึกที่ว่า “อยากจะแสดงออกไป” มาจากทั่วสารทิศของญี่ปุ่น ให้มาระเบิดกันภายในงานแห่งนี้ อาจจะช่วยปลุกศิลปินหน้าใหม่ ให้ได้แจ้งเกิดในฐานะศิลปินคนดังก็เป็นได้ โดยเฉพาะ หากเซเลบที่มาร่วมงานนี้แล้วไม่ทุ่มเทให้อย่างสุดกำลัง สุดท้ายแล้ว ก็จะเป็นเพียงแค่ศิลปินคนหนึ่ง ที่มาสื่อสารผ่านผลงานของตัวเองเท่านั้น หรือนี่อาจเป็นสิ่งที่ Abunai Sisters กำลังพบอยู่ในขณะนี้อยู่ก็เป็นได้

ที่คณะกรรมการเตรียมงาน Comic Market ได้เคยชี้แจงว่า “ในฐานะที่เป็นพื้นที่ “อิสระ” ที่ทำให้ความเป็นไปได้ในการแสดงออกนั้นเปิดกว้างยิ่งขึ้น เราพร้อมที่จะรับทุกการแสดงออกจากทุกคนที่ตั้งใจจะเข้ามาร่วมงาน” ไม่ว่าจะเป็นโปร หรือมือสมัครเล่น เก่ง หรือไม่เก่ง คนทั่วไปหรือดารา เหตุผลที่ Comic Market ต้องอยู่ในฐานะงานอีเวนท์การ์ตูนขนาดใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 500,000 คนนั้น เพื่อเป็นสถานที่ที่เปิดรับทุกคนที่ “อยากจะแสดงออก” และ “อยากจะแบ่งปัน” ให้มารวมกัน จากทั่วประเทศญี่ปุ่น

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว อยากจะไปเยือน Comic Market กันในฐานะ “เซอร์เคิล” ผู้มาส่งต่อความคิด ความฝัน หรือในฐานะ “ผู้ร่วมงาน” ที่มารับเอาความคิด ความฝันนั้นไปสานต่อกันล่ะ่?

Source: Toyokeizai.net

ถ้าชอบให้ "Like!" เลย

Follow on Twitter !