[Scoop] วันนั้น กับวันนี้ เรามองการอ่านการ์ตูนต่างกันอย่างไร? เยี่ยมชมสถาบันสอนวาดการ์ตูน The Zero One และพูดคุยกับพี่หลิว อนันท์ ฐิตาคม

0
905 views

ในครั้งที่แล้วทีมงาน Akibatan ได้มีโอกาสพูดคุยกับ พี่หลิว อนันท์ ฐิตาคม ผู้อำนวยการสถาบันสอนวาดการ์ตูน The Zero One ในหัวข้อ “จากอดีตสู่ปัจจุบัน วงการหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นแปลไทยมันมาถึงจุดนี้ได้ยังไงกันนะ” ซึ่งได้พูดคุยกันถึงเรื่องราวความเป็นมาของหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นแปลไทยในยุคที่บ้านเรายังพิมพ์หนังสือการ์ตูนกันโดยที่ไม่ได้มีการติดต่อลิขสิทธิ์อย่างเป็นจริงเป็นจัง ก่อนที่จะเปลี่ยนเข้าสู่ยุคของการตีพิมพ์แบบถูกลิขสิทธิ์ และในครั้งนี้เราจะมาพูดคุยกับถึงเรื่องราวของ “ค่านิยมของคนอ่านการ์ตูนสมัยก่อนกับปัจจุบันแตกต่างกันอย่างไร” และนอกจากที่จะพูดคุยกันแล้วทีมงาน Akibatan ก็จะขอเพื่อน ๆ ไปชม สถาบันสอนวาดการ์ตูน The Zero One กันอีกด้วย จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้นไปชมกันได้เลยครับ!

ในช่วงยุค 90’s การ์ตูนญี่ปุ่นได้เผยแพร่เข้ามาในประเทศไทยมากมายอย่างที่เราได้กล่าวถึงกันไปในครั้งที่แล้ว ในช่วงนั้นจะมีการ์ตูนที่กลายเป็นตำนานอยู่หลายเรื่อง อาทิเช่น Dragon Ball, Saint Seiya, Hokuto no Ken, City Hunter เป็นต้น เรียกได้ว่า Shounen Jump ฉบับเดียวคุ้มค่าสุด ๆ ทำให้เกิดการแข่งขันแย่งกันตีพิมพ์ Dragon Ball ในบ้านเรานั่นเอง พี่หลิวได้เล่าให้เราฟังว่า ในยุคนั้น การทำนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์แต่ละเล่ม จะต้องรอ Dragon Ball ตอนใหม่มาก่อน จึงจะสามารถตีพิมพ์ได้ อย่างสมมติว่า Dragon Ball ที่ญี่ปุ่นออกวันพุธ คนที่อยู่ทางญี่ปุ่นก็จะซื้อหนังสือมาแล้วก็ Fax ส่งมาให้ทางประเทศไทยทำการแปล จัดรวมทำรูปเล่ม และตีพิมพ์ออกมา ซึ่งเด็ก ๆ ในยุคนั้นจะรอคอยการออกตอนใหม่ของ Dragon Ball มาก ๆ เมื่อเทียบกับปัจจุบันนี้แล้วมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น และด้วยการมาของ Internet ได้ให้กำเนิดสิ่งที่เรียกว่า “scan เถื่อน” ซึ่งถูกแจกฟรีให้อ่านตามเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ ยิ่งทำให้สถานการณ์ของการ์ตูนลิขสิทธิ์ในไทยมันไปกันใหญ่

“ถ้าถามว่าสำนักพิมพ์ลิขสิทธิ์กลัวอะไร? Pirate เหรอ? ไม่ใช่หรอก Pirate เนี่ยมันยังมีการตีพิมพ์ มันมีต้นทุนในการผลิต และการตีพิมพ์ออกมาเป็นรูปเล่มนั้นมันก็มีค่าใช้จ่าย แน่นอนว่ามันไม่ได้ราคาถูกเหมือนการตีพิมพ์ของสำนักพิมพ์ที่ซื้อลิขสิทธิ์มาพิมพ์ทั่วไป เขากลัว scan เถื่อนกันต่างหาก เพราะนอกจากมันจะไม่มีต้นทุนอะไรนอกจากค่าไฟ ค่าเน็ตของคนแปลแล้ว ทุกอย่างมันได้มาฟรีไม่เสียอะไรเลย คนอ่านก็ฟรี จ่ายค่าไฟ ค่าเน็ต ก็ได้อ่านการ์ตูนแล้ว ซึ่งไอ้ scan นี่ล่ะที่มันกำลังทำลายวงการการ์ตูนทั่วโลกอยู่ในเวลานี้”

ในสมัยก่อนที่ internet มันยังไม่เข้ามาเหมือนทุกวันนี้ แฟนการ์ตูนทุกคนล้วนแล้วแต่ตั้งตารอที่แผงหนังสือเพื่อรอซื้อหนังสือการ์ตูนออกใหม่ ไม่มีการสปอยใส่กัน ได้อ่านพร้อมกันเมื่อหนังสือออก มันเป็นอะไรที่สนุกนะ แต่กับเดี๋ยวนี้ที่มีการสปอยกันเกลื่อนกลาด เปิด Facebook มาก็เจอตอนจบของการ์ตูนเรื่องดัง ๆ ที่ตามอ่านอยู่แล้ว แบบนี้การอ่านการ์ตูนมันจะสนุกเหมือนเดิมอยู่อีกเหรอ? ถ้าต้องรีบหาอ่านการ์ตูนเร็ว ๆ เพื่อหลบสปอย อันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าคิดนะครับ

ทางทีมงาน Akibatan เองก็ได้พยายามรณรงค์กันมาตลอดเรื่องของการอ่าน scan เถื่อน นอกจากที่มันจะทำลายผู้ผลิตการ์ตูนแล้วมันยังส่งผลกระทบต่อคนอ่านในระยะยาวอีกด้วย หากคิดแค่เพียงว่า “ก็ของมันมีให้อ่านฟรี ๆ จะเสียเงินซื้อไปทำไม” ในอนาคตอันใกล้มันอาจจะไม่มีแม้แต่อะไรให้อ่านกันอีกเลยก็ได้…

จากนั้นทีมงานก็มาพูดคุยกับพี่หลิวกันต่อถึงเรื่องของค่านิยมการ์ตูนที่เปลี่ยนไป พี่หลิวได้เล่าให้เราฟังว่า

“ในสมัยก่อนนั้น อย่างสมมุติเราเปิด Shounen Jump มา 1 เล่ม เราจะได้พบกับอะไรบ้าง  Dragon Ball หรือ Saint Seiya อะไรแบบนี้ ซึ่งในแต่ละเรื่องมันมีเอกลักษณ์ของเรื่อง มันมีลายเส้นแตกต่างกันแบบเห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บ แต่ในปัจจุบันนั้น ลายเส้นมันก็มักจะไปคล้าย ๆ กันหมด แถมโครงเรื่องยังออกมาแนว ๆ เดียวกัน อย่างเช่นตอนนี้ฮิตไปเกิดใหม่ที่ต่างโลก เปิดมาปุ๊บก็เจอแต่ไปต่างโลก ไปต่างโลกอีกละ ซึ่งจุดนี้เองมันก็เป็นวิกฤตของทางญี่ปุ่นเหมือนกัน แต่ว่าในวิกฤตนั้นมันก็ยังมีโอกาส มันยังมีคนที่สร้างโอกาสขึ้นมาได้จากวิกฤตนี้ ยกตัวอย่างเช่น One Punch Man ใครจะไปคิดว่าไอ้การ์ตูนแนวฮีโร่ซึ่งมันค่อนข้างจะดังยาก แต่กลับดังเปรี้ยงปร้างขึ้นมาได้เพราะอะไร? พล๊อตเรื่องสุดแหวกที่ให้พระเอกต่อยโครมเดียวผู้ร้ายที่ปูมาซะเทพดับอนาถในพริบตา ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันก็ได้สะท้อนให้เราเห็นว่า หากมนุษย์ยังไม่หยุดสร้างสรรค์ แม้มันจะยากแต่มันก็ยังมีโอกาสอยู่”

และสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่พี่หลิวได้ถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์ของเขาในแต่ละรุ่นอยู่เสมอ ๆ นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีครับที่แนวคิดดี ๆ แบบนี้จะถูกส่งต่อให้กับคนรุ่นใหม่ต่อ ๆ ไป หลังจากคุยกันมาพอหอมปากหอมคอแล้ว ทางทีมงานก็ได้ขออนุญาติพี่หลิวให้เป็นไกด์พาเดินชมพื้นที่ต่าง ๆ ภายในสถาบันสอนวาดการ์ตูน The Zero One จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น ตามไปชมกันได้เลยครับ

เมื่อเดินเข้ามาในสถาบัน สิ่งแรกที่จะได้พบคือ โซนจัดแสดงที่เป็นของสะสมของพี่หลิวมากมาย หลาย ๆ ชิ้นค่อนข้างหาดูยากครับ นอกจากนี้ยังมีผลงานของอาจารย์ที่สอนภายในสถาบันและของนักเรียนมาจัดแสดงให้ชมด้วย

โซนต่อมาจะเป็นส่วนของคลาสเรียนต่าง ๆ แล้ว เริ่มจากห้องแรกก่อนเลย

ถัดจากห้องแรกก็จะเป็นโซนของชั้น 2 เมื่อเดินขึ้นบันไดไป ตรงชานพักบันไดถูกประดับไว้ด้วยภาพวาดของ Ultraman ตัวใหญ่ยักษ์ ให้อารมณ์ยิ่งใหญ่มาก ๆ ภาพนี้เป็นผลงานของพี่หลิวเองด้วยนะ!

คลาสเรียนปั้นโมเดล 3D ด้วยคอมพ์พิวเตอร์ คลาสเรียนปั้นฟิกของอาจารย์เค้ง

มาสค็อตของสถาบันสุดน่ารัก

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับการพาชมสถาบันสอนวาร์ดการ์ตูน The Zero One ในครั้งนี้ นอกจากที่จะได้ชมสถาบันแล้วยังได้พูดคุยกับพี่หลิว อนันท์ ฐิตาคม ถึงมุมมองต่าง ๆ ของวงการหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นแปลไทยทั้งในอดีต และปัจจุบันอีกด้วย หวังว่าเพื่อน ๆ จะได้เปิดมุมมองใหม่ ๆ จากการพูดคุยในครั้งนี้บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ

ส่งท้ายกันไปด้วยภาพสวยๆ ของอาจารย์ Sinad

ย้อนอ่านเนื้อหาตอนแรกได้ที่: [Scoop] เปิดประเด็น “หนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นแปลไทยมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร” โดย พี่หลิว The Zero One

Source: The Zero One

ถ้าชอบให้ "Like!" เลย

Follow on Twitter !