[Scoop] 7 การ์ตูนมีรางวัลที่อยากให้มี LC

1
1,736 views

 

มาพบกันอีกครั้งกับเรื่องราวของรางวัลในฝั่งหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น รวมถึงหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นที่ได้รางวัลและมีเล่มไทยพอจะตามหาและออกให้สะสมกันได้อยู่ ในตอนนี้เราจะมาพูดถึงหนังสือการ์ตูน เจ็ดเรื่องที่มีป้ายรางวัลติดตัวมา มีพลอทที่น่าสนใจ รวมถึงมีปัจจัยที่น่าจะพอขายได้ในบ้านเรากันต่อ แต่เราก็จะไม่โลกสวยอย่างเดียวเพราะเราก็จะพูดถึงปัจจัยที่อาจจะทำให้มันไม่มีโอกาสเกิดในบ้านเราด้วย  (เราจะข้ามเรื่อง Saint Young Men ไปด้วยเหตุผลที่ “รู้ๆ กัน” ด้วยนะ ถึงจริงๆ มันจะเป็นการ์ตูนที่เนื้อหาเฟี้ยวเงาะมากก็เหอะ)

Golden Kamuy

รางวัลที่ได้รับ : ผู้ชนะงาน Manga Taisho ปี 2016

เรื่องย่อ : สุกิโมโต้ ไซจิ ทหารที่รอดตายจากสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่นได้ออกเดินทางยังฮอกไกโดเพื่อหาโอกาสใหม่ให้ชีวิต จนกระทั่งเขาได้ยินข่าวของโจรยี่สิบสี่คนที่รู้เรื่องการซุกซ่อนทองของชาวไอนุ ก่อนที่เขาจะโดนไล่ล่าเพื่อปิดบังความลับเรื่องที่ว่า ระหว่างนั้นเองเขาได้เจอกับหมีป่าก่อนที่จะได้ อัสพิร่า สาวชาวไอนุเข้าช่วยชีวิตไว้ หลังจากกำจัดหมีได้ทั้งสองคนก็ร่วมมือกัน เพราะพ่อของอัสพิร่าตายไปด้วยฝีมือกลุ่มโจรซ่อนทองส่วนสุกิโมโต้ก็ต้องการทองคำที่ซุกซ่อนอยู่นแดนหิมะอันหนาวเหน็บนี้

จุดเด่นที่น่าทำฉบับไทย : แอคชั่นโคตรมันส์ ศพสวย(?) ฉากหลังที่น่าสนใจ อนิเมก็กำลังจะฉายด้วย

จุดด้อยในการทำฉบับไทย : วัฒนธรรมไอนุที่หาข้อมูลได้ไม่ง่ายนัก ถึงเรื่องจะไม่ได้ลงลึกระดับหนังสือเรียนก็เถอะ

สำนักพิมพ์ไหนที่น่าทำ : ทั้งสำนักพิมพ์ต้นทางที่ญี่ปุ่น ทั้งสไตล์เรื่องที่ใกล้เคียง Vinland Saga กับ Kingdom ไม่มีเจ้าไหนที่น่าทำเรื่องนี้เท่า สยามอินเตอร์คอมิกส์แล้วล่ะ

Showa Genroku Rakugo Shinju

รางวัลที่ได้รับ : รางวัลหมวด General จากงาน Kodansha Manga Award ปี 2014,รางวัล Excellence Prize จากงาน Japan Media Arts Festival ปี 2013, รางวัล New Creator Prize จากงาน Tezuka Osamu Cultural Prize  ปี 2017

เรื่องย่อ : เมื่อชายหนุ่มคนหนึ่งตัดสินใจกลับตัวกลับใจไปฝากตนเป็นลูกศิษย์ของนักเล่นราคุโกะชื่อดังที่ไม่เคยรับฝึกใครมาก่อน เมื่อหลายคนต้องข้องใจเรื่องนั้นทำให้เรื่องต้องย้อนไปยังสมัยอดีตตอนที่นักเล่นราคุโกะชื่อดังยังหนุ่มแน่นเพื่อให้คนติดตามเรื่องได้เรียนรู้ถึงความจริงทั้งหมด นอกจากนั้นการ์ตูนเรื่องนี้ยังทำให้เราเข้าใจศาสตร์เฉพาะทางอย่างราคุโกะมากขึ้น ทำไมพวกเขาถึงเล่นตลกเรื่องซ้ำๆ แต่ทำให้แตกต่างได้ และประเด็นที่หลายเรื่องถกเถียงกันว่า การทำตัวแบบอนุรักษ์นิยมกับการทำตัวแบบประยุกต์ อันไหนที่สมควรทำเพื่อรักษาศิลปะเอาไว้กันแน่

จุดเด่นที่น่าทำฉบับไทย : การเดินเรื่องที่โดดเด่น แถมเพิ่งมีฉบับอนิเมที่โคตรดีเรื่องหนึ่งไปหมาดๆ

จุดด้อยในการทำฉบับไทย : ปัญหาคล้ายๆ กับ พิศุทธ์เสียงสำเนียงสวรค์ ที่อาชีพเฉพาะทางในญี่ปุ่นเนี่ยคนอ่านไทยอาจจะไม่สนใจจะซื้ออ่าน

สำนักพิมพ์ไหนที่น่าทำ : จากต้นสังกัดญี่ปุ่น แถมเป็นเรื่องที่จบแล้ว ถ้าโชคดี วิบูลย์กิจ อาจจะเอามาลงฝั่ง E-Book นะ

Sangatsu no Lion

รางวัลที่ได้รับ : ผู้ชนะรางวัล Manga Taisho ปี 2011, รางวัลสาขา General จากงาน Kodansha Manga Award ปี 2011 (ได้ร่วมกับ สองสิงห์อวกาศ), รางวัล Grand Prize จากงาน Tezuka Osamu Cultural Prize ปี 2014

เรื่องย่อ : คิริยามะ เรย์ ที่เสียครอบครัวไปได้ย้ายไปอาศัยอยู่กับครอบครัวของโคดะ เพื่อนของพ่อที่เป็นนักเล่นโชงิจนเขาได้กลายเป็นมืออาชีพในภายหลัง ทว่าหลังจากที่มีปัญหากับครอบครัวเขาก็เลยออกจากบ้านไปอยู่ตัวคนเดียวแทบไม่เปิดใจคบกับใคร จนกระทั่งเขาได้พบกับพี่น้องสามใบเถา อาคาริ ฮินะ และโมโมะ เขาก็ได้พบสิ่งที่ขาดหายไปและทำให้เขาเติบโตขึ้่นทั้งในฐานะนักเล่นโชงิ และ ในฐานะมนุษย์

จุดเด่นที่น่าทำฉบับไทย : ดราม่าน้ำดีโคตรๆ

จุดด้อยในการทำฉบับไทย : เนชั่นฯ ไม่ทำแล้วใช่ไหมครับ TT-TT

สำนักพิมพ์ไหนที่น่าทำ : ที่มาใส่ในลิสท์นี้เพราะอยากให้ใครก็ได้รับช่วงไปทำต่อทีนี่แหละ ฮรือออออ

Aoi Honoo

รางวัลที่ได้รับ : รางวัล Excellence Prize จากงาน Japan Media Arts Festival ปี 2014,รางวัลสาขา General จากงาน Shogakukan Manga Award ปี 2014

เรื่องย่อ : ย้อนเวลาไปปี 1980 สมัยที่ความบันเทิงแบบใหม่กำลังเบ่งบาน ชายหนุ่มที่ดูเพี้ยนๆ นามโฮโน่ โมยุรุ ได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยศิลปะโอซาก้า ที่นั่นเขารู้จักกับ ฮิเดอากิ อันโนะ, ยามากะ ฮิโรยูกิ, อาคาอิ ทาคามิ, มินามิ มาซาฮิโกะ, โทชิโอ โอคาดะ และมิตรสหายร่วมสถาบันอีกหลาย สิ่งที่พวกเขากำลังสร้างก็คืองานชิ้่นใหม่ที่จะสั่นคลอนวงการภาพยนตร์, อนิเมะ และมังงะ

จุดเด่นที่น่าทำฉบับไทย : การ์ตูนของอัตชีวประวัติชิมาโมโต้ คาซุฮิโกะ ที่เรียนอยู่กับเหล่าคนดังในโลกอนิเมญี่ปุ่นจริง ณ ยุคนั้น ถึงพี่แกจะเขียนยืนยันนอนยันว่าเป็นแค่เรื่องแต่ง แถมรีแอคชั่นหลายอย่างยังหลุดโลกไปหน่อยก็เถอะ

จุดด้อยในการทำฉบับไทย : เรื่องของคนดังสายอนิเมะกับวีรกรรมของพวกเขาเหล่านั้นจะเป็นเรื่องที่คนอ่านส่วนใหญ่จะเก็ตกันไหม ประกอบกับว่าจำนวนเล่มที่เริ่มยาวไป (ตอนนี้อยู่ที่ 16 เล่ม) กับการ์ตูนของอาจารย์แกไม่ค่อยติดกระแสหลักจริงๆ นะ

สำนักพิมพ์ไหนที่น่าทำ : ผลงานเก่าๆ ของอาจารย์กระจัดกระจายไปหลายค่าย เจ้าที่น่าจะมีโอกาสทำที่สุดในไทยตอนนี้คงจะเป็น สยามอินเตอร์

Ototo no Otto

รางวัลที่ได้รับ : รางวัล Excellence Prize จากงาน Japan Media Arts Festival ปี 2015

เรื่องย่อ : ยาอิจิ คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่อาศัยอยู่กับ คานะ ลูกสาววัยน่ารักได้พบกับ ไมค์ ฟลานากัน ‘สามีของน้องชาย’ ที่เดินทางมาจากแคนาดาเพื่อเคารพญาติผู้ตาย ภาวะกระอักกระอ่วนใจเริ่มขึ้นทันทีด้วยความที่ ยาอิจิ เป็นฝาแฝด ของ เรียวอิจิ สามีของไมค์ กระนั้นด้วยความบริสุทธิ์ของ คานะ ทำให้เธอชักชวนให้คุณลุงของเธอพักผ่อนอยู่ที่บ้าน แล้วความสัมพันธ์ของ ‘ญาติ’ ทั้งหลายในเรื่องนี้จะคลี่คลายไปในทางใด ?

จุดเด่นน่าทำฉบับไทย : การ์ตูนเล่าเรื่องของครอบครัวในรูปแบบที่ ‘ไม่ปกติ’  (มีสมาชิกในครอบครัว LGBTQ หรือกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ / พ่อแม่แยกกันอยู่  / ครอบครัวของคนหลากหลายชาติ ฯลฯ) อย่างละมุนละม่อม ตัวละครมีทั้งฝั่งที่มีอคติอย่างชัดเจน (คนที่กลัว LGBTQ, คนที่กลัวคนต่างชาติ, คนที่กลัวการแยกกันอยู่ ฯลฯ) และให้ตัวละครในเรื่องตั้งคำถามอย่าง ‘ไร้อคติ’ (เด็กที่ถามผู้ใหญ่แบบบริสุทธิ์, ชาวต่างชาติที่ถามคนญี่ปุ่น, คนญี่ปุ่นที่ถามชาวต่างชาติ) และพยายามบอกเล่าคำตอบที่ให้ทุกคนเข้าใจร่วมกันได้อย่างดี

จุดด้อยในการทำฉบับไทย : ทั้งหมดของจุดเด่นนั้น สามารถโดนกลบได้ง่ายด้วยอคติของ ‘คนไม่คิดจะอ่าน’ และทำให้การ์ตูนเรื่องนี้หายไปจากกระแสสังคมดื้อๆ

สำนักพิมพ์ไหนที่น่าทำ : เอาจริงๆ นะ…นึกไม่ออกว่าเจ้าไหนควรทำ แต่ประเด็นการเล่าเรื่องถึงความเท่าเทียมของเรื่องนี้ดีจนอยากจะให้สักเจ้านำเข้ามาแปลไทยนั่นล่ะ ไหนๆ บ้านเราก็เปิดรับ LGBTQ แบบกว้างขวางขึ้นกว่าแต่ก่อนแล้วน่ะนะ

Blue Giant

รางวัลที่ได้รับ : รางวัล Grand Prize จากงาน Japan Media Arts Festival ปี 2014, รางวัลสาขา General จากงาน Shohakukan Manga Award ปี 2016 (ร่วมกับเล่มนี้ต้องพิมพ์ซ้ำ!)

เรื่องย่อ : มิยาโมโต้ ได ก็ได้พบกับเพลงแจ๊สโดยบังเอิญและหลงเสน่ห์มันเขาอย่างจัง เขาจึงไปซื้อแซ็กโซโฟนแล้วฝึกฝนด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่อง ได ไม่ได้มีทักษะทางดนตรีมาก่อน อาศัยเพียงการเป่าเพลงตามที่ฟังมาเท่านั้น แต่สิ่งที่เขาทำให้คนอื่นต้องแปลกใจอยู่เสมอก็คือการที่เขาสามารถ ‘ปลดปล่อยอารมณ์’ ผ่านเสียงได้ …แต่นั่นก็หมายความว่ามีอุปสรรคอีกมากรอ ได ที่วางเป้าหมายจะเป็นนักดนตรีแจ๊สที่ยิ่งใหญที่สุดในโลก

สำนักพิมพ์ไหนที่น่าทำ : ด้วยสไตล์แนวๆ แบบนี้ เผลอๆ บียอนด์ อาจจะลองจับมาทำก็เป็นได้!

Hibiki – Shousetsuka ni Naru Houhou

รางวัลที่ได้รับ : ผู้ชนะรางวัล Manga Taisho ปี 2017

เรื่องย่อ : ช่วงเวลาที่สื่อสิ่งพิมพ์ถดถอย วรรณกรรมญี่ปุ่นขาดพลัง เด็กสาวคนหนึ่งที่ไร้ซึ่งอัธยาศัยกลับปรากฎโฉมในโรงเรียนมัธยมปลายและในบรรณพิภพอย่างลึกลับและกะทันหัน เธอ ผู้ไม่ยอมอ่อนข้อให้กับ ‘วรรณกรรมบริสุทธิ์’, เธอ ผู้มองเรื่องราวหลายอย่างแบบเด็ดขาด, เธอ ที่ถูกเรียกขานว่า ‘ดะไซ โอซามุคนต่อไป’ การ์ตูนเรื่องนี้ทำให้เราต้องจับตามอง ‘ฮิบิกิ’ สาวแว่นผู้แสนมืดมนที่เป็นตัวเอกว่าเธอจะสั่นคลอนวงการวรรณกรรมญี่ปุ่นได้อย่างไรบ้าง

จุดเด่นที่น่าทำฉบับไทย : สไตล์เรื่องที่เล่าเรื่อยๆ แต่ดันมีจุดลากให้ติดตามแบบไม่อยากวาง แถมยังมีสาวแว่นขึ้นปกรัวๆ อีก

จุดด้อยในการทำฉบับไทย : น่าจะไม่พ้นการที่เรื่องโฟกัสไปที่ ‘วรรณกรรมบริสุทธิ์’ ที่คนอ่านสายมังงะกับไลท์โนเวลอาจจะงงรับประทานได้ดื้อๆ นี่ล่ะนะ

สำนักพิมพ์ไหนที่น่าทำ : จากสไตล์และสำนักพิมพ์ต้นสังกัดของญี่ปุ่น โอกาสน่าจะเป็นของ เดกซ์เพรส นะ

ทั้งหมดก็เป็นความมโนของเราเองที่คิดว่าถ้าการ์ตูนมีรางวัลแปะหน้าแบบนี้จะได้ถูกจัดทำลิขสิทธิ์ในไทย ถ้าเกิดมีอันไหนเข้าไทยมาจริงๆ บอกตรงๆ เลยว่าไม่ได้มีข่าววงในของวงในอะไรมาหรอกนะ ทั้งหมดที่เราเล่ากันมาตั้งแต่เรื่องรางวัลในฝั่งหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น รวมถึงหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นที่ได้รางวัลและมีเล่มไทย ก็เป็นแค่ความรักและอยากอ่านการ์ตูนดีๆ กันต่อไปเท่านั้นเอง ก็ขอให้ทุกคนมีความสุขในความอ่าน หรือถ้าคิดว่าเรื่องไหนที่น่าจะมาทำเล่มไทยก็ลองบอกได้ในช่องคอมเมนท์ทางเว็บหรือทางแฟนเพจล่ะ

ถ้าชอบให้ "Like!" เลย

Follow on Twitter !