เต็มอิ่มกับบรรยากาศอีเวนท์ฉลอง 10 ปี Hatsune Miku : Magical Mirai 2017

0
1,282 views

จากปีที่แล้ว ทาง Akibatan เรา ก็ได้มีโอกาสไปร่วมในอีเวนท์คอนเสิร์ตประจำปีของ Hatsune Miku และผองเพื่อน Vocaloid ภายในงาน Hatsune Miku : Magical Mirai 2016 ณ Makuhari Messe จังหวัด Chiba กันมาแล้ว ซึ่งในปีนี้ นับว่าเป็นการครบรอบการจัดคอนเสิร์ตชื่อ Magical Mirai เป็นปีที่ 5 และที่สำคัญคือเป็นการครบรอบปีที่ 10 ของ Hatsune Miku เองอีกด้วย ดังนั้นแล้ว เราก็มาดูกันดีกว่าครับว่า ในโอกาสครบรอบ 10 ปีนี้ งานเฉลิมฉลองวันเกิดเวอร์ช่วลไอดอลที่มีแฟน ๆ ไปทั่วโลกนั้น จะเป็นอย่างไรบ้าง

สำหรับงาน Hatsune Miku : Magical Mirai 2017 นี้ ยังคงจัดขึ้นที่ศูนย์ประชุม Makuhari Messe เช่นเคย โดยการเดินทางมายังศูนย์ประชุมนี้จากโตเกียว สามารถนั่งรถไฟสาย Keiyo จากสถานีโตเกียว มายังสถานี Kaihin Makuhari ได้ในเวลาประมาณ 45 นาที และใช้เวลาราว ๆ 10 นาที ในการเดินจากสถานีมายังศูนย์ประชุม

ซึ่งในครั้งนี้ Magical Mirai 2017 จัดงานทั้งสิ้นเป็นระยะเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-13 กันยายน 2017 และแบ่งงานเป็นสองส่วนได้แก่ Exhibition (บูธจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ) และ Live (คอนเสิร์ต) เช่นเคย แต่จากเดิมส่วนของ Live นั้นในปีที่แล้วได้จัดแสดง 2 วัน เป็นจำนวน 4 รอบ แต่ปีนี้ ได้เพิ่มการแสดงเป็นทั้ง 3 วัน จำนวนถึง 5 รอบเลยทีเดียว เรียกว่ามีเป้าหมายในการเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมคอนเสิร์ตให้มาสนุกร่วมกันได้สุดเหวี่ยงนั่นเอง

สำหรับทีมงาน Akibatan ในคราวนี้ได้มาเยือนงานในวันที่ 13 กันยายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของงานพอดีครับ และก็มีผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากเป็นพิเศษด้วย โดยก่อนอื่นเรามาดูส่วนของ Exhibition ที่เป็นพื้นที่หลักของงานกันครับ โดยคิวเข้างานก็จะมหาศาลไปด้วยแฟน ๆ จากทั่วโลกจริง ๆ เพราะมีทั้งกลุ่มชาวจีน หรือชาวตะวันตกที่แต่งกายชุดคอสเพลย์ตัวละคร Vocaloid กันมากมายตั้งแต่แบบแต่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปจนถึงชุดเต็มยศทีเดียว แต่ในงานครั้งนี้ก็มีการจัดระเบียบแถวที่ดี เพราะในพื้นที่ระหว่างฮอลล์จะมีทางเดินที่เชื่อมกับด้านนอกฮอลที่สามารถให้แถวไปวนรอ ณ จุดนั้นได้ และยังเป็นพื้นที่ในร่ม ดังนั้นไม่ว่าจะแดดร้อนหรือฝนตก ก็ไม่มีปัญหากับลูกค้าแน่นอน จึงเป็นจุดที่น่าชื่นชมสำหรับการจัดสรรพื้นที่ตรงนี้ครับ

ภายในพื้นที่งานส่วน Exhibition ก็เรียกว่าจัดแสดงส่วนต่าง ๆ ได้สวยงามทีเดียวครับ ตั้งแต่ซุ้มขนาดใหญ่ด้านหน้าพื้นที่งาน เราจะได้เห็นป้ายบอร์ดรวมภาพโปสเตอร์คอนเสิร์ต Magical Mirai ตั้งแต่ครั้งแรกถึงครั้งล่าสุดที่ยิ่งใหญ่สวยงาม รวมไปถึงหุ่นโมเดล Hatsune Miku ขนาด 1:1 ตัวใหม่ล่าสุดที่เป็นชุดประจำคอนเสิร์ต Magical Mirai 2017 นี้ ซึ่งผู้เขียนมองว่านี่เป็นหุ่นโมเดล 1:1 ของมิกุที่สร้างออกมาได้สวยงามมากที่สุดเลยทีเดียวครับ

และแอเรียแรกสุดก็คือส่วนแนะนำตัวของ Hatsune Miku รวมถึงผองเพื่อน Vocaloid ทั้งประวัติความเป็นมา ผลงานคอนเสิร์ตและเพลงเด่น อีกทั้งยังฉลองวันเกิดครบรอบ 10 ปีของ Hatsune Miku ด้วยเค้กจอ LED ขนาดใหญ่ที่รวบรวมภาพแฟนอาร์ตบางส่วนจากแฟน ๆ ที่ทำการส่งเข้าไปยังเว็บไซต์ piapro (เว็บไซต์สำหรับลงผลงานเกี่ยวกับ Vocaloid โดยเฉพาะ) ซึ่งสวยงามน่าประทับใจมาก ๆ ทีเดียว และที่สำคัญคือแฟนอาร์ตที่นำมาจัดแสดงนั้น ไม่ได้จำกัดเฉพาะภาพที่ลง CG งามระดับมืออาชีพอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงภาพวาดขำ ๆ น่ารัก ๆ ที่ดูหลากหลาย เรียกได้ว่าเป็นการเปิดกว้างให้ทุก ๆ คนได้มีโอกาสแสดงออกนั่นเอง

 

เมื่อเต็มอิ่มกับโซนแห่งความทรงจำของ Hatsune Miku แล้ว ข้าง ๆ กันก็จะมีหุ่นโมเดลขนาด 1:1 ของเหล่าทีมนักร้อง Vocaloid 4 คนในชุดแต่งกายหลัก ได้แก่ Hatsune Miku, Kagamine Rin&Len และ Megurine Luka ที่สร้างมาอย่างสวยงามเช่นกัน

รวมไปถึงด้านข้างเป็นการจัดแสดง “ห้องทำงานของ Hatsune Miku” ที่เปรียบเสมือนเป็นห้องที่เธอใช้ซ้อมร้องเพลงและพักผ่อน ที่มีการจัดวางเฟอร์นิเจอร์สไตล์น่ารัก ๆ และตรงหน้าห้องนั้น จะมีตู้จดหมายที่ผู้ร่วมงานสามารถสแกน QR Code เพื่อส่งข้อความอวยพรวันเกิดให้แก่ Hatsune Miku ซึ่งผู้ที่ส่งไป ก็จะได้รับอีเมล์ไฟล์เสียงขอบคุณจาก Hatsune Miku ภายหลังวันจัดงานอีกด้วย ! (แน่นอนผู้เขียนก็ได้รับเช่นกัน)

และอีกฝั่งของห้องนั้น ก็จะมีจอฉายภาพยนตร์ขนาดใหญ่ ซึ่งฉาย MV เพลง Suna no Wakusei (ดาวแห่งทราย) เพลงใหม่ประจำคอนเสิร์ตครั้งนี้ โดย MV นั้นสร้างเป็นคลิปอนิเมชั่นเลยทีเดียว จึงมีป้ายบอร์ดนำเสนอเบื้องหลังงานสร้างของคลิปนี้อีกด้วย อีกทั้งเพลงนี้แม้ว่าจะเป็นเพลงแนวคูล ๆ เท่ ๆ แต่ใจความของเนื้อเพลงก็มีการบอกเล่าเรื่องราวของตัว Hatsune Miku เองในแบบความหมายแฝงมากมายเลยนะ !

แน่นอนว่าฝั่ง Good Smile Company หนึ่งในผู้ที่ร่วมผลักดันตลาดด้านคาแรกเตอร์ของ Vocaloid ในรูปแบบฟิกเกอร์นั้นก็มาร่วมเปิดบูธ โชว์ฟิกเกอร์เด่น ๆ ที่สวยงามมากมาย และวางจำหน่าย Nendoroid Hatsune Miku ตัวใหม่ที่เป็นชุดประจำคอนเสิร์ต Magical Mirai รวมถึงรถแข่งอิตาฉะในนาม Good Smile Racing ก็มาเช่นกัน นับว่าก็จัดเต็มเพื่อแฟน ๆ ไม่น้อยทีเดียวครับ

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ สินค้าออฟฟิเชียลของคอนเสิร์ตครั้งนี้ น่าจะเป็นที่ต้องการสูงมาก เพราะอย่างชุดเสื้อฮัปปิ (เสื้อคลุมแบบชุดงานเทศกาล ที่นักชมคอนเสิร์ตสายโอตะมักชอบสวมใส่) ก็วางจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็วจนต้องมีการแถลงขอโทษผ่านสื่อออนไลน์และเปิดให้สั่งจองเพิ่มหลังจบงาน หรือสินค้าหลาย ๆ อย่างก็จำหน่ายหมดอย่างรวดเร็วเช่นกัน (สำหรับผู้เขียนนั้นก็พลาดการซื้อเพนไลท์หรือแท่งไฟเพราะงานวันที่สามนั้นสินค้าเหลือน้อยแล้ว)

ภาพวาดพิเศษจากนักวาด Vocaloid ที่มีชื่อเสียง ที่ร่วมวาดฉลองในโอกาส Hatsune Miku อายุครบ 10 ปี โดยหลาย ๆ ภาพก็เป็นภาพนับถอยหลังสู่วันเกิดผ่านทาง Twitter Official อีกด้วย

ภาพประกาศดีไซน์ Racing Miku 2018

มุมแนะนำ Snow Miku และการประกาศดีไซน์สำหรับปี 2018

แผนที่ ๆ ให้ผู้ร่วมงานไปติดสติ๊กเกอร์ว่ามาเที่ยวงานนี้จากส่วนใดของญี่ปุ่น หรือส่วนใดของโลกบ้าง จะเห็นว่าจากประเทศจีน ไต้หวัน เกาหลี นั้นมาร่วมเยอะมาก ๆ รองลงมาก็ได้แก่ประเทศทางยุโรป อเมริกา และไทยครับ

แผ่นป้ายที่ให้แฟน ๆ ได้ร่วมวาดภาพแสดงความยินดี

มุมพื้นที่โชว์ของสะสมที่ให้แฟน ๆ พาฟิกเกอร์หรือดอลของตนมาร่วมจัดแสดงเพื่อให้ผู้ร่วมงานถ่ายภาพได้ และเป็นการกระชับมิตรทำความรู้จักในหมู่เพื่อนนักสะสมได้อีกด้วย

   

แสตนด์ดอกไม้จากแฟน ๆ ที่พิเศษคือไม่เพียงแต่แฟน ๆ ในญี่ปุ่น แต่ยังมีแสตนด์จากแฟนชาวบราซิลอีกด้วย

โดยภายในงานนี้ ก็ใช่ว่าจะมีแต่บูธที่เป็นการนำเสนอโปรโมชั่นสินค้าต่าง ๆ เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีการโชว์ผลงานสวย ๆ อย่างงานภาพพิมพ์ งานศิลปะบนผืนผ้าที่อลังการสวยงาม หรืองานประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่าง ๆ ของ Hatsune Miku ที่จะตามมาในหลังจากนี้ เช่น คอนเสิร์ตซิมโฟนีออเคสตร้า (Miku Symphony) ที่จะจัดในเดือนพฤศจิกายน ที่นอกจากจำหน่ายสินค้าแล้วก็ยังมีการเปิดจองบัตรเข้าชมล็อตพิเศษภายในงาน หรือการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะทำให้ท่านได้คุยกับ Hatsune Miku ผ่านเครื่อง Gate BOX รวมไปถึงกิจกรรมระบายสี หรือเกมเต้นแบบต่าง ๆ สำหรับน้อง ๆ หนู ๆ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งที่ชาวไทยหลาย ๆ คนอาจจะนึกไม่ถึงว่า ตลาดของ Hatsune Miku ในญี่ปุ่นนั้น ได้ครอบคลุมมาถึงกลุ่มครอบครัวด้วย เพราะมีการจัดกิจกรรมหลาย ๆ แบบที่เหมาะสมกับเด็กอยู่เสมอ รวมถึงมีสินค้าหลายอย่างที่ผลิตออกมาให้เด็ก ๆ ใช้ได้ เช่นตุ๊กตาขนาดเล็ก หรือกระเป๋าดินสอ เป็นต้น

ไม่เพียงเท่านี้ ในงานรอบนี้ยังมีการร่วมกับร้านอาหารอย่าง Magic Spice ซึ่งเป็นร้านอาหารอินเดีย แต่กลับสามารถจัด collaboration กับ Hatsune Miku ในการเปิดตัวเมนูพิเศษ และยังมีการนำรถซุ้มขายอาหารมาในงานนี้ด้วย ซึ่งเป็นการร่วมกันที่ค่อนข้างดูแปลกตาแต่ก็ได้รับความสนใจไม่น้อยเลยครับ รวมถึงองค์การกุศล Akai Hane (ขนนกสีแดง) ที่มีการร่วมผลิตสินค้าแฟ้ม Hatsune Miku ลายพิเศษเพื่อนำรายได้ไปช่วยเหลือสังคม ก็ยังคงมาร่วมงานนี้และได้รับการอุดหนุนอย่างอบอุ่นเช่นเคย

และทีนี้สำหรับฝั่ง Live หรือคอนเสิร์ตประจำปี 2017 ที่จัดถึง 3 วัน 5 รอบนั้น ก็มี Setlist ที่แตกต่างกันอีกด้วย

ดังนี้ครับ
01. Miku Miku ni Shite Ageru ♪ / ika feat. Hatsune Miku
02. Streaming Heart / DECO*27 feat. Hatsune Miku
03. Alien Alien / Nayutalien feat. Hatsune Miku
04. Singularity / keisei feat. Hatsune Miku
05. Hibikase / GigaP feat. Hatsune Miku
06. Patchwork Staccato / Toa feat. Hatsune Miku
07. Sweet Magic / Junky feat. Kagamine Rin
08. Law-evading Rock / Neru feat. Kagamine Len
09. Doctor=Funk Beat / nyanyannya feat. KAITO
10. Love Suicide in Oblivion / 0-9 feat. MEIKO
11. Dreaming Chu Chu / emon feat Megurine Luka & Hatsune Miku & Kagamine Rin
12. Birthday / ryuryu feat. Hatsune Miku

Setlist เพลงที่ 13-17 ของแต่ละวันจะไม่เหมือนกัน โดย Setlist ของวันที่ 1 มีดังนี้
13. Saihate / Kobayashi Onyx feat. Hatsune Miku
14. Melancholic / Junky feat. Kagamine Rin
15. Butterfly on Your Right Shoulder / NoriP feat. Kagamine Len
16. Remote Control / JesusP feat. Kagamine Rin & Len
17. Double Lariat / Agoaniki feat. Megurine Luka

Setlist ของวันที่ 2 มีดังนี้
13. Electric Angel / yasuoP feat. Hatsune Miku
14. Fire◎Flower / halyosy feat. Kagamine Len
15. Kokoro / Toraboruta feat. Kagamine Rin
16. 1, 2 Fanclub / MikitoP feat. Kagamine Rin & Len
17. Luka Luka★Night Fever / samfree feat. Megurine Luka

Setlist ของวันที่ 3 มีดังนี้
13. Senbonzakura / KurousaP feat. Hatsune Miku
14. Butterfly on Your Right Shoulder / NoriP feat. Kagamine Len
15. End of Solitude / Hikarisyuyo feat. Kagamine Rin
16. 1, 2 Fanclub / MikitoP feat. Kagamine Rin & Len
17. Double Lariat / Agoaniki feat. Megurine Luka

ช่วงแนะนำสมาชิกในวง จะมีการใช้เพลงแมวรุ้ง ร่วมกับการแนะนำมือดนตรีแต่ละคนท่าน ซึ่งสร้างสรรค์และสนุกมากครับ
Nyanyanyanyanyanyanya! / daniwellP feat. Hatsune Miku

18. Kimagure Mercy / HachioujiP feat. Hatsune Miku
19. TODAY THE FUTURE / EVERGREEN LELAND STUDIO feat. Hatsune Miku
20. Masquerading Ganger / KulfiQ feat. Hatsune Miku & Kagamine Rin
21. shake it! / emon feat. Hatsune Miku & Kagamine Rin & Len
22. Melt / ryo feat. hatsune Miku

Encore ครั้งที่ 1

23. Sand Planet / Hachi feat. Hatsune Miku
24. 39 Music! / MikitoP feat. Hatsune Miku
25. Hand in Hand / kz feat. Hatsune miku
26. DECORATOR / kz feat. Hatsune Miku

Encore ครั้งที่ 2

27. Hajimete no Oto / malo feat. Hatsune Miku

และสำหรับคอนเสิร์ตวันที่ 3 จะมีการกล่าวขอบคุณแฟน ๆ ทั้งน้ำตาโดย Hatsune Miku และประกาศว่า Magical Mirai 2018 นั้น จะมีการจัดขึ้นทั้งที่โอซาก้าและโตเกียว

ผู้เขียนได้ไปรับชมคอนเสิร์ตในวันที่ 3 ซึ่งขอวิจารณ์ว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้วาง Setlist มาได้ดีกว่าปีที่แล้ว โดยเพลงที่เลือกใช้มีจังหวะสอดรับอารมณ์ที่หลากหลายขึ้น (ปีที่แล้วค่อนข้างเน้นเพลงเร็วและคึกคักติดกันเยอะและมีเพลงช้าน้อยมาก) เช่นช่วงเพลงที่ 5-11 จะสลับกันระหว่างเพลงที่เป็นเทคโนเร็ว ๆ ใน Hibikase ไปสู่เพลงแนวป๊อบสบาย ๆ แล้วก็ค่อย ๆ เร้าอารมณ์ขึ้นอีกครั้งใน Law-evading Rock จนมาแผ่วเป็นแนวผ่อนคลายอีกใน Dreaming Chu Chu และเข้าสู่เพลงซึ้งกินใจใน Birthday

ช่วงแนะนำสมาชิกวง ที่ปกติจะเป็นดนตรีจังหวะสั้น ๆ แต่คราวนี้ดัดแปลงเพลง Nyanyanyanyanyanyanya! มาใช้ ก็แปลกใหม่ดีและสนุกมากเช่นกันครับ

แต่อย่างไรก็ตาม ในคอนเสิร์ตครั้งมีการ “ใช้เพลงเก่า” มาลงใน Setlist ค่อนข้างเยอะพอสมควร เช่น Doctor=Funk Beat หรือ Sweet Magic ซึ่งแม้จะเป็นเพลงที่ดี และบางเพลงมีการใส่ลูกเล่นตัวละครเพิ่ม แต่ด้วยความที่มันเป็นเพลงเดิมอยู่ดีและท่าเต้นเดิมอยู่ดี ก็ค่อนข้างน่าเสียดายพอสมควร

ในขณะที่คอนเสิร์ตครั้งนี้มีถึง 2 Encore ที่นับว่าจัดเต็มมาก โดย Encore แรกเรียกว่าเป็นจังหวะทุ่มสุดเหวี่ยงเพราะใส่ทั้งเพลงใหม่และเพลงฟินประจำคอนเสิร์ตอย่าง Hand in Hand หรือ 39 เข้ามา ที่สำคัญ DECORATOR ในครั้งนี้ ทีม Vocaloid ทั้ง 6 คนก็ออกมากันพร้อมหน้า เรียกได้ว่าถ้าจบคอนเสิร์ตที่เพลงนี้เลยก็นับเป็นความฟินที่มากพอตัวทีเดียว

แต่เพราะคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นคอนเสิร์ต 10 ปีของ Hatsune Miku แฟน ๆ เองก็ยังอารมณ์ค้างอยู่ เสียงเชียร์กระหึ่มฮอลที่เป็น Encore 2 ทำให้เธอกลับมาส่งท้ายอีกครั้งด้วยเพลงช้าอย่าง Hajimete no Oto ที่เป็นเพลงแรก ๆ ของเธอ ด้วยเนื้อหาเพลงที่สื่อถึงตัวเธอโดยตรง (ชื่อของ Hatsune Miku แปลว่า เสียงแรกแห่งอนาคต ชื่อเพลงนี้ก็แปลว่า เสียงแห่งการเริ่มต้น เช่นเดียวกัน) และเพลงที่ร้องตามได้ไม่ยาก การที่ทุก ๆ คนในฮอลต่างโบกแท่งไฟและร้องเพลงตามไปกับเธอนั้น เป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจอย่างมากทีเดียวครับ ไม่รวมถึงการขอบคุณแฟน ๆ ทั้งน้ำตา (น้ำตาจริง ๆ ครับ 3D Hatsune Miku ยืนร้องไห้ที่ผมเพิ่งเคยเห็นครั้งแรกนี่แหละ) ที่จบคอนเสิร์ตนี้ได้อย่างประทับใจ

และท่านที่สนใจติดตามรับชมคอนเสิร์ตครั้งล่าสุดนี้ ก็สามารถพรีออเดอร์ BD/DVD ได้ที่นี่ http://www.jvcmusic.co.jp/magicalmirai/

ในงานครั้งนี้ ทางสื่อของผู้จัดงานได้เผยออกมาว่า เป็น Magical Mirai ครั้งที่แล้วจาก 25,000 คนเป็นมากกว่า 30,000 คน ซึ่งทางทีมงานของ Akibatan ก็ขอแสดงความยินดีด้วยอีกครั้งครับ อย่างไรก็ตาม ในมุมของผู้เขียนรู้สึกว่า พื้นที่งานครั้งนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แม้ว่าบูธต่าง ๆ จะมีจำนวนที่ไล่เลี่ยกัน แต่การจัดสรรพื้นที่นั้นทำให้หลายบูธอยู่ในจุดหลบมุมมากกว่าเดิมไปนิด จึงรู้สึกว่าปีที่แล้วนั้นส่วนของ Exhibition ดูสวยงามปลอดโปร่งสบายตากว่าครับ ส่วนในด้านคอนเสิร์ตนั้นถือว่าจัด Setlist ได้ลงตัวมากและตอบสนองความรู้สึกแฟน ๆ ที่ตั้งใจมาฉลอง 10 ปีให้กับ Hatsune Miku ได้เต็มที่จริง ๆ

และในปีหน้า 2018 นั้น จะเป็นปีที่ 11 ของ Hatsune Miku และเป็นปีที่ 6 ของ Magical Mirai ซึ่งจะมีการจัดงานถึง 2 เมืองคือโอซาก้าและโตเกียว ก็น่าติดตามทีเดียวครับว่างานในปีหน้าจะออกมาในรูปแบบไหนบ้าง

หรือใครที่รู้สึกว่า การมาชมคอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่นอาจจะไกลไปสักเล็กน้อย ก็ยังสามารถไปร่วมงาน Miku Expo ที่ประเทศมาเลเซียใกล้ ๆ ประเทศไทยได้ ในวันที่ 16 ธันวาคม 2017 นี้ครับ

ส่งท้ายด้วยคลิปตัวอย่างภายใน Exhibition และ Live คอนเสิร์ตครับ

ถ้าชอบให้ "Like!" เลย

Follow on Twitter !