กฎเหล็กของ Apple ที่บังคับให้ผู้พัฒนา application เกมทั้งหลายระบุอัตราการออก รวมถึงสิ่งของที่อยู่ข้างในกล่อง loot box ที่ได้จากภายในเกมนั้น ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในวงการเกมในฝั่งตะวันตก อย่างไรก็ดี กฎนี้ยังไม่ถูกนำมาใช้กับเกมจากฝั่งญี่ปุ่นในปัจจุบัน

เชื่อว่าเกมเมอร์หลายคนคงรู้จักเกมที่ใช้ระบบเล่นฟรี (free-to-play) แต่มีการชำระเงินภายในเกม (microtransaction) ที่กำลังเป็นที่นิยมในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ ซึ่งมีทั้งเกมที่ใช้ระบบชำระเงินภายในเกม ทั้งเพื่อส่งเสริมความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ของผู้เล่น ด้วยการขายเป็น skin หรือชุดสวย ๆ รวมไปถึงการจ่ายเงินเพื่อย่นระยะเวลาการเล่น หรือช่วยเหลือในการเล่นให้ได้ชัยชนะได้ง่ายขึ้น ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่เกมเมอร์ในยุคปัจจุบันที่เติบโตขึ้นมาจากยุคก่อน กำลังอยู่ในช่วงวัยทำงาน มีเงินจับจ่ายใช้สอย แต่กลับไม่มีเวลาเล่นเกมอย่างจริง ๆ จัง ๆ เหมือนสมัยยังเด็ก กลับยอมรับและเห็นด้วยกับการคงอยู่ของระบบดังกล่าว ซึ่งนั่นเป็นเรื่องของรสนิยม ที่ว่ากันไม่ได้

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คือการมาถึงของ loot box หรือที่เรียกกันว่า “กล่องสุ่ม” ก็สร้างความเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เมื่อการจ่ายเงินในแต่ละบาทของเรานั้น ไม่ได้การันตีว่าจะได้ในสิ่งที่เราต้องการ ซึ่งส่วนมากผู้พัฒนามักหลอกล่อด้วยชุดสุดสวย ตัวละครสุดน่ารัก ดูดี ซึ่งมันทำให้การที่เราจ่ายเงินไปด้วยความหวังที่จะได้สิ่งที่ต้องการ ดันได้เป็นสิ่งของที่เราไม่ต้องการเสียอย่างนั้น จนถึงขั้นที่มีบางคนกล่าวไว้ว่ามันไม่ต่างกับการพนันเสียด้วยซ้ำ

เมื่อเกิดปัญหาที่บานปลาย การควบคุมจึงเกิดขึ้น เมื่อทาง Apple ได้ประกาศข้อตกลงในการใช้งาน App Store สำหรับผู้พัฒนาเกม ว่าต้องเปิดเผยเรทการออกของ และสิ่งที่ผู้เล่นมีโอกาสจะได้ ให้ชัดเจน มิฉะนั้นจะไม่ให้เปิดบริการใน App Store ของพวกเขา ดังข้อความในข้อที่ 6 ว่า

“Apps offering ‘loot boxes’ or other mechanisms that provide randomized virtual items for purchase must disclose the odds of receiving each type of item to customers prior to purchase.”

(แอพลิเคชันที่มีระบบ “กล่องสุ่ม” หรือระบบอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการสุ่มสิ่งของจำลอง เพื่อการจำหน่าย จำเป็นต้องระบุอัตราการได้รับสิ่งของในแต่ละประเภทให้ครบถ้วน ให้ผู้ซื้อได้ทราบก่อนการซื้อขาย)

ฟังแล้วดูดี ดูจริงใจ ดูเปิดเผย แต่กฎนี้ก็ไม่ได้ถูกนำมาใช้กับในประเทศญี่ปุ่น และยังคงปล่อยให้ผู้เล่นวนเวียนอยู่ในวัฎจักรแห่งเกลือกันต่อไป ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าเพียงแค่อยู่ในช่วงที่ยังไม่ได้รับการอัพเดต หรือเป็นเพราะผู้เล่นชาวญี่ปุ่นเองส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีปากเสียงกับระบบสุ่มนี้ และบางส่วนเลือกที่จะยอมรับชะตากรรมกลาย ๆ ด้วยการบอกว่าเป็นเพราะตัวเองไม่มีโชคเสียเอง

ภาพจาก https://twitter.com/t_sumino/status/807541809500934144

ในญี่ปุ่น ระบบ loot box แบบนี้ปรากฎตัวอยู่ในรูปแบบของ “gachapon” หรือ “กาฉะ” ที่เราเรียกกันอย่างคุ้นเคย ซึ่งตัวกาฉะปองเองก็เป็นสิ่งที่อยู่ในสังคมญี่ปุ่นมานานมาก และมีเป้าหมายอยู่ที่หลายกลุ่มตั้งแต่ผู้ใหญ่ยันเด็กเล็ก นั่นก็อาจเป็นคำตอบได้ว่าสังคมญี่ปุ่นนั้นชื่นชอบในการจ่ายเงินเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งของแบบสุ่ม ก็เป็นได้

หาก Apple นำเอาข้อตกลงการใช้งานนี้มาใช้กับ App Store ญี่ปุ่นได้ จะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างหรือเปล่านะ?

Source: Apple Guideline (EN, JP) via RocketNews24