โปรดิวเซอร์ Kemono Friends เผย จีนอาจจะแซงหน้าธุรกิจอนิเมญี่ปุ่นได้ใน 10 ปี!

0
1,939 views

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา คุณ Fukuhara Yoshitada โปรดิวเซอร์แอนิเมชันชื่อดังที่กลายเป็นกระแสไปทั่วอยู่ในขณะนี้อย่าง Kemono Friends ได้โพสต์ข้อความดังนี้ขึ้น ณ ทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขา

“แม้อุตสาหกรรมแอนิเมชันจีนจะเพิ่งเริ่มต้นขึ้นก็ตาม แต่ข้าพเจ้าเชื่อว่าพวกเขาต้องตามเรื่องการผลิตทันใน 3 ปี และเรื่องฝีมือในอีก 3 ถึง 5 ปีแน่นอน ถึงจะพูดยาก แต่ก็คิดว่าจะถูกจีนตามทันในอีกไม่กี่ปี จากนั้นจีนเขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องร่วมงานกับญี่ปุ่นอีกแล้ว”

ภาพจาก https://twitter.com/fukuhara_ystd/status/937857727174340609

 

ซึ่งผู้ที่ติดตามคุณ Fukuhara ในทวิตเตอร์ ก็ได้มีความเห็นไปในทางเดียวกันว่าในขณะนี้ จีนได้นำหน้าญี่ปุ่นไปแล้วในเรื่องของคุณภาพ และเทคนิคการทำแอนิเมชัน 2D และ 3D ที่อยู่ในระดับเป็นที่ยอมรับได้ อย่างไรก็ดี สิ่งที่คุณ Fukuhara มานั้นก็แสดงให้เห็นในอุตสาหกรรมรายการโทรทัศน์สำหรับเด็กแล้ว ว่าผลงานแอนิเมชันของญี่ปุ่นนั้นถูกสร้างมาเพื่อตอบสนองกับความต้องการของผู้ใหญ่มากกว่าเยาวชน

ขณะนี้ ผลงานแอนิเมชันที่เป็นผลงานระหว่างญี่ปุ่นและจีน มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่คุณ Fukuhara ตั้งในชี้ให้เห็นคือการบอกว่าไม่มีอนาคตสำหรับญี่ปุ่นอีกแล้ว เมื่อแอนิเมเตอร์ชาวจีนเข้ามาเรียนเทคนิคการทำงานของพวกเขาไป ก็ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จีนจะต้องมาร่วมงานกับญี่ปุ่น เพื่อทดแทนในสิ่งที่พวกเขาเคยทำไม่ได้อีก่อไป

แอนิเมชันเรื่อง Hitori no Shita The Outcast ผลงานแอนิเมชันจีนที่ในช่วงนี้

อีกปัญหาหนึ่งที่ก่อตัวมานาน คือปัญหาในมุมมองต่อญี่ปุ่น ที่ว่าพวกเขาถูกยกว่าเป็นเทพเจ้าแห่งแอนิเมชัน ทั้งจากในวงการอุตสาหกรรมแอนิเมชัน และจากแฟน ๆ ซึ่งนั่นก็เข้าทางสำหรับจีน ที่เป็นยอดนัก “เลียน” รู้ดีเด่น ดังนั้นการมองว่าจีนจะเติบโตในด้านนี้ไปอย่างช้า ๆ นั้น เป็นการมองที่สะเพร่าอย่างยิ่ง ในสถานการณ์แบบนี้

และเป็นเพราะทางจีนเองก็ตั้งเป้าไว้ว่าจะไปให้ถึงในระดับของ Disney แต่ Disney เองก็ยังคงนำผลงานเข้าไปขายในจีนได้เรื่อย ๆ ตราบใดที่ยังเป็นผลงานที่มีเนื้อหาสำหรับทุกเพศทุกวัย ที่เป็นอาวุธสำคัญในการทะลวงกำแพงเซ็นเซอร์อันเข้มงวดของรัฐบาลจีนเข้าไปกอบโกยเม็ดเงินมหาศาลได้ แต่กับแอนิเมชันญี่ปุ่น อย่างที่ได้กล่าวว่าเป็นผลงานที่ถูกสร้างมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใหญ่มากกว่า จึงแพ้ในสนามนี้ไปโดยปริยาย

อย่างเช่นเรื่อง Bokusatsu Tenshi Dokuro-chan นี้เองก็เจอคุมเข้มอย่างหนัก ก่อนที่จะเข้าไปทำตลาดในจีนได้

ในขณะเดียวกัน ที่ญี่ปุ่น อุตสาหกรรมดั้งเดิมหลายอย่างเช่นรถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าก็เริ่มที่จะสั่นคลอน อย่างที่เราได้เห็นจาการหดตัวลงของตลาดวิดีโอเกมในช่วงหลายปีมานี้ ในสถานการณ์ที่ตลาดโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนี้ คุณ Fukuhara ให้ความเห็นว่ามีอยู่ไม่กี่สิ่งที่ญี่ปุ่นยังสามารถมีบทบาทอยู่ได้ คือแอนิเมชัน และอาหารญี่ปุ่น

แต่มันยังมีอะไรที่แย่กว่านั้น คุณ Fukuhara ยังกล่าวว่าตอนนี้วงการอุตสาหกรรมแอนิเมชันญี่ปุ่นยังอาศัยบุญเก่าหากินอยู่ เพราะแฟน ๆ ที่เคยเป็นผู้บริโภคในอุตสาหกรรมนี้เริ่มเข้าสู่วัย 30 เป็นส่วนมาก และผลงานจำพวก Sailor Moon, Dragon Ball, หรือแม้แต่ผลงานของ Ghibli ก็ถูกส่งต่อให้กับลูกหลานของเขาได้ชมกัน รวมไปถึงการเปิดช่องทางใหม่ ๆ ออกมาด้วย เช่นการเปิดรับการ์ตูนจากจีนที่กำลังบุกเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ดังนั้น ญี่ปุ่นควรเริ่มทบทวนจุดยืนของตัวเองในระดับโลกอย่างเร่งด่วน อย่างน้อยก็ในเรื่องของแอนิเมชัน ตามด้วยการส่งเสริมเหล่าผู้สร้างสรรค์ผลงาน เพื่อให้พวกเขาสามารถสร้างผลงานของตนเองออกมาได้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการลอกเลียนแบบใคร

พูดไปแล้วก็น่าคิด เพราะตัวโปรดิวเซอร์ Fukuhara ที่อายุ 37 ปี คงจะต้องเคยผ่านยุค 80s ที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาในขณะนั้นเคยประกาศว่า “การเจริญเติบโตอย่างรุดหน้าของเศรษฐกิจญี่ปุ่นนั้นเป็นสิ่งที่น่าจับตามอง” ซึ่งในครั้งนี้ ญี่ปุ่นและอเมริกาอาจจะต้องเป็นฝ่ายพูดให้กับจีนบ้างเสียแล้ว

Source: @fukuhara_ystd via RocketNews24

ถ้าชอบให้ "Like!" เลย

Follow on Twitter !