5 อันดับ ฉากประทับใจแฟนๆ ใน Saenai Heroine no Sodatekata

0
1,432 views

เก็บตกจากงาน C3AFA2017 ณ ประเทศสิงคโปร์เมื่อเดือนที่แล้ว ที่นอกจากจะได้คุณ Yasuno Kiyono ผู้ให้เสียงพากย์ Kato Megumi มาเป็น Guest บนเวทีแล้วยังเปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้ร่วมกันโหวด 5 Best Scene Selection กันอีกด้วยจะเป็นฉากไหนกันบ้างตามไปดูกันเลย

อันดับ 5 – ฉากเมกุมิชวนโทโมยะเดท ณ ทางลาดที่เดิม (จาก Saenai Heroine no Sodatekata Flat ตอนที่ 10)

เริ่มต้นด้วยฉากที่เรียกได้ว่าเป็นจุดที่แฟน ๆ หลายคนจำได้เป็นภาพติดตา กับฉากที่เมกุมิยืนอยู่บนยอดของทางลาด โดยมีโทโมยะยืนอยู่อีกฝั่ง แต่ในครั้งนี้มันหนักหนามากกว่านั้น เพราะเกิดขึ้นหลังจากที่โทโมยะยอมรับได้แล้วว่าสักวัน เอริริกับรุ่นพี่อุตาฮะจะต้องจากเขาไป เพื่อพัฒนาฝีมือตัวเองในฐานะศิลปิน รวมไปถึงคู่แข่งอย่างอิโอริและอิซึมิ ที่ลาออกจาก Rouge en rouge เพื่อหาประสบการณ์ใหม่ ๆ เช่นเดียวกัน

เมกุมิจึงมาปรากฎกายต่อหน้าเขา ณ ทางลาดที่มีต้นซากุระ ในชุดไปรเวทสีขาวและเสื้อคลุมสีชมพู เหมือนกับนางเอกในฝันของโทโมยะ ซึ่งเป็นภาพที่เหมือนกับเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างในเรื่องนี้ ทั้งมิตรภาพระหว่างเขาและเซอร์เคิล Blessing Software ทั้งความฝันที่อยากจะสร้างเกมจีบสาวที่มีนางเอกน่ารักที่สุด และความรักของเขาต่อเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง

ในตอนที่ออกอากาศครั้งแรกนั้น ฉากนี้นับเป็นฉากที่หลายคนแปลกใจกับการเปลี่ยนลุคของเมกุมิ จากผมยาวน่ารักที่ทำมาตลอดซีซันนี้ กลายมาเป็นผมสั้นเหมือนกับที่เคยทำมาตลอดซีซันแรก รวมไปถึงการปรากฎตัว ณ สถานที่เดียวกันกับที่โทโมยะได้พบกับเธอ (หรือในความเป็นจริงคือเพิ่งสังเกตว่าเธอมีตัวตน) ครั้งแรก ณ ทางลาดแห่งนี้ และตัดสินใจที่จะให้เธอมาเป็นนางเอกในเกมของเขา การสร้างฉากนี้ขึ้นมารีรันเป็นรอบที่ 3 ของเธอนั้น นับเป็นหนึ่งในฉากที่มีความหมายหลาย ๆ อย่างต่อเนื้อเรื่องเลยทีเดียว (ครั้งแรกโดยบังเอิญ ครั้งที่ 2 โดยฝีมืออุตาฮะและเอริริ)

อันดับ 4 – ฉากสวนไผ่ โทโมยะ กับเมกุมิ ในชุดยูกาตะ (จาก Saenai Heroine no Sodatekata ตอนที่ 0)

เรื่อราวเกิดขึ้นในคืนทริปบึงชิราคาบะ (มีอยู่จริง ณ จังหวัดนางาโนะ) ที่พวกเซอร์เคิล Blessing Software ออกมาหาข้อมูลกัน แต่ผลลัพธ์คือโทโมยะต้องตกเป็นผู้เสียหายอยู่กลางวงสาว ๆ (อุตาฮะ เอริริ และมิจิรุ) ที่แต่ละคนไม่ลดราวาศอกกันในเรื่องฉวยโอกาสเข้าหาโทโมยะเลยแม้แต่น้อย (โดยมีเมกุมิเป็นเงาจาง ๆ ในภาพ)

ตกดึก หลังจากที่ 3 สาวรุมแกล้งโทโมยะจนเหนื่อยและหลับไป เมกุมิได้พาโทโมยะออกจากวงมาเดินที่ทางเดินสวนไผ่ข้างนอก โทโมยะบ่นว่าทำไมไม่ช่วยให้เร็วกว่านี้ เมกุมิจึงตอบว่าเพราะเธอจืดจางเลยช่วยอะไรไม่ได้ นั่นเองจึงเป็นไฟให้โทโมยะตั้งใจว่าจะทำให้เมกุมิเป็นนางเอกในเกมของเขาให้ได้

เมกุมิได้ยินดังนั้นจึงดีใจ และบอกกับโทโมยะว่า “งานคอมิเกะใกล้เข้ามาแล้ว คนคงมากันเยอะสินะ” และ “ถ้าเกมที่ทำ ทำให้คนเล่นสนุกได้ ก็ดีสินะ” โทโมยะจึงบอกว่าจะทำแบบนั้นให้ได้เลย

มองเผิน ๆ ตอน 0 นี้ดูเหมือนจะเป็นตอนเซอร์วิสสุด ๆ แต่จริง ๆ แล้วมันคือตอนที่สร้างขึ้นมาเพื่อแนะนำตัวละครแต่ละตัวให้แฟน ๆ ได้รู้จักกันก่อนได้อย่างเนียน ๆ เพราะมีการปรากฎตัวของตัวละครหลักครบ ก่อนที่จะย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของทุกอย่างในตอนที่ 1 ดังนั้นการใส่เป้าหมายและความรู้สึกของตัวละครลงไปแบบจัดเต็มในตอนที่ 0 นี้ ช่วยทำให้แฟน ๆ ได้รู้จักตัวละครทุกตัวอย่างชัดเจนได้ดีเลยทีเดียว

รวมไปถึงตัวนางเอกอย่างเมกุมิ ที่ตอนนี้สามารถดึงเอาความเป็นนางเอก และสถานะที่จืดจางออกมาได้จนเห็นชัด ยิ่งทำให้คนดูรู้ว่าถ้าจะต้องเชียร์เธอล่ะก็ ต้องรู้จักว่านิสัยของเธอนั้นเป็นอย่างไร

อันดับ 3 – ฉากเอริริ วาดภาพใบหน้าเมกุมิ ที่กำลังโกรธ (จาก Saenai Heroine no Sodatekata ตอนที่ 6)

ถ้าใครดูถึงเพลงปิดแล้วกดข้ามไปเลย คงต้องพลาดซีนเด็ดนี้ไปอย่างแน่นอน… แต่บังอาจข้ามเพลงปิดได้เรอะ Sawai Miku เลยนะเฮ้ย ฟังแล้วหัวใจกิ๊วก๊าวเหลือเกิน

ย้อนไปสักนิดในตอนที่ 5 ที่โทโมยะกับเมกุมิมาเดทกันที่ห้างโรคุเท็นบะ แต่ก่อนที่จะเดทเสร็จ โทโมยะนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องต้องขอโทษรุ่นพี่อุตาฮะ จึงได้ชิ่งขอตัวลา ทิ้งเมกุมิไว้ที่ห้าง ก่อนที่จะวิ่งไปตามหารุ่นพี่อุตาฮะ

เมกุมิที่กำลังงงอยู่คนเดียว ก็ได้พบกับเอริริที่(แอบ)ตามมา ทั้งคู่นั่งคุยที่ร้านกาแฟด้วยกันโดยเอริริกำลังนั่งสเก็ตช์ภาพไปพลาง เมกุมิได้เอ่ยปากถามเอริริว่าเธอมาทำอะไรที่ห้างโรคุเท็นบะ เอริริตอบว่า “เป็นเรื่องบังเอิญ ที่มาเจอหมาขี้แพ้ที่คู่เดทวิ่งหนีไปหาสาวอื่นกลางทาง” เมกุมิได้ยินคำสบประมาทดังนั้นจึงโกรธ แต่ไม่ได้แสดงออกมากนัก

เมกุมิจึงเปลี่ยนเรื่องว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ได้อยู่ด้วยกันสองคนกับเอริริ และได้พูดแบบเปิดอก เอริริจึงตะโกนออกมาด้วยความดีใจ หากไม่ใช่เพราะได้คุยกับเมกุมิ แต่เป็นเพราะเจ้าตัวสเก็ตช์ภาพใบหน้าของเมกุมิในตอนนั้นเสร็จแล้วนั่นเอง ซึ่งเป็นภาพใบหน้าของเมกุมิที่กำลังโกรธ แต่เจ้าตัวก็บอกว่าเธอไม่ได้กำลังทำหน้าแบบนั้นเสียหน่อย ก่อนที่จะหันไปงอนตุ๊บป่องอีกหนึ่งที

แม้ทั้งตอนจะเป็นเลิฟซี…. เอ๊ย การเล่าความเป็นมาของความสัมพันธ์ระหว่างโทโมยะ กับรุ่นพี่อุตาฮะ ทั้งในฐานะแฟนผลงานตัวจริงกับผู้สร้างสรรค์ผลงาน และในฐานะผู้กำกับ กับศิลปิน จนไปจบลงที่โรงแรมโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้แต่นอนจับมือ (เพราะนั่งวิจารณ์ผลงานกันทั้งคืน) แต่ซีนที่แฟน ๆ ชอบ กลับเป็นซีนท้ายเรื่อง (หลังจบ ED) ที่ทำให้เราได้รู้จักอารมณ์โกรธ งอน น้อยใจ ของเมกุมิ หลังจากที่ทำท่าทางและน้ำเสียงไร้อารมณ์มาตลอดทั้งเรื่อง แค่นี้ก็เด็ดแล้ว!

อันดับ 2 – ฉากโทโมยะขอโทษ ขอบคุณ และชื่นชมเมกุมิ (จาก Saenai Heroine no Sodatekata Flat ตอนที่ 8)


จากเรื่องราววุ่นวายก่อนงาน Comiket ฤดูหนาว และการตัดสินใจที่จะแบกทุกอย่างเอาไว้คนเดียวของโทโมยะ ทำให้เมกุมิโกรธ ที่เขาไม่เคยมาปรึกษาอะไรเธอเลยในเวลาที่สำคัญ ทั้ง ๆ ที่เธอคอยอยู่ข้าง ๆ เขาตลอด จนทำให้ทั้งคู่หลบหน้า และไม่พูดคุยกันเป็นเวลากว่า 2 เดือน โดยที่โทโมยะไม่ได้รู้ตัวเลยว่าทำอะไรผิดลงไป

เมื่อโทโมยะนึกโปรเจกต์เกมใหม่ขึ้นมาได้ จึงไปรวบรวมสมาชิกทีมเดิมขึ้นมาอีกครั้ง และเมกุมิเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ตอนเลิกเรียนเขาจึงได้ลากเธอเข้าไปในห้องโสตฯ เพื่อเสนอโปรเจกต์ใหม่ของเขา แต่เมกุมิดูท่าทางไม่อินด้วย แถมยังโดนถามกลับว่าทำไมโทโมยะถึงคิดว่าเธอต้องมีส่วนร่วมด้วย ทำให้โทโมยะสำนึกผิด และขอโทษเธอในเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมกับกล่าวชมว่าตัวเมกุมินั้นทุ่มเทความรักให้กับกลุ่มเซอร์เคิล Blessing Software ให้กับตัวเกม และให้กับสมาชิกทุกคนได้มากกว่าที่ตัวเขาจะมอบให้ได้เสียอีก

ได้ยินดังนั้น ความโกรธ สับสน และความอ้างว้างที่อยู่ในใจของเมกุมิมาตลอด 2 เดือนได้ถูกปลดปล่อยออกมาในสภาพของน้ำตาที่เอ่อริน เธอถามโทโมยะกลับว่า “พวกเราเป็นเพื่อนกันใช่ไหม? เป็นเพื่อนกันไม่ควรมีความลับ หรือทำเรื่องอะไรลับหลังโดยไม่ปรึกษากันใช่ไหม?” ส่วนโทโมยะได้แต่ขอโทษซ้ำไปซ้ำมาจนเมกุมิเองยังต้องบอกให้พอ เมื่อระบายปรับความเข้าใจกันแล้ว คาโต้ เมกุมิ จึงกลับมาเป็นสมาชิกในโปรเจกต์ใหม่นี้ ในฐานผู้ช่วยของผู้กำกับ อากิ โทโมยะ อย่างเต็มตัว

ในตอนที่ดู หลายคนคงอึดอัดกับเนื้อเรื่องช่วงนี้มาตลอดนับตั้งแต่ตอนก่อน ๆ เพราะเป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นคาโต้ลุคใหม่สุดน่ารัก ในโหมดโกรธและผิดหวังในตัวโทโมยะอย่างถึงที่สุด จนทำให้คนดูอย่างเรา ๆ มีทั้งอารมณ์สงสัย ไม่เข้าใจ สับสน รู้สึกผิด ต่อเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น และซีนนี้เองก็เป็นซีนที่ระเบิดทุกอย่างออกมาจากอกจนเกลี้ยงให้โล่งใจ และโดนหมัดชุดคอมโบเมกุมิโหมดหลุด ๆ สไตล์คุณแม่ไปอีกในท้ายตอน เฮ้ ทีมคาโต้ขอเสียงหน่อยเร้ว!

อันดับ 1 – ฉากเมกุมิ บอกเหตุผลที่ชวนมาเดทแก้มือกัน (จาก Saenai Heroine no Sodatekata Flat ตอนที่ 11)

มาถึงทีเด็ดที่คว้าใจแฟน ๆ ไปในการโหวตครั้งนี้ นั่นคือซีนไคลแมกซ์ ที่เต็มไปด้วยกระแสคลื่นแห่งอารมณ์และความรู้สึกนี่เอง

ระหว่างทางเดินกลับ หลังจากการเดทครั้งที่สองระหว่างโทโมยะและเมกุมิจบลง ทั้งคู่ได้ผ่านทางลาดเดิมที่เคยพบกันครั้งแรก โทโมยะจึงได้ถามเมกุมิว่าหมวกสีขาวใบที่เขาเพิ่งซื้อให้นั้น เหมือนกันกับหมวกสีขาวใบก่อนที่เธอเคยสวม ตอนที่ได้พบกันที่ทางลาดนี้ครั้งแรกหรือไม่ เมกุมิบอกว่าถึงมันจะคล้ายกันเกือบหมด แต่ก็ถือเป็นคนละใบกัน (เพราะครั้งนี้โทโมยะเป็นคนซื้อให้) แต่โทโมยะก็ไม่ได้เข้าใจความหมายนั้นของเธอ

จนกระทั่งเมกุมิวิ่งนำหน้าไปที่สุดทางลาด และหันมาถามโทโมยะว่า “นางเอกในเกมใหม่ของเขา เป็นประมาณนี้หรือเปล่า? อีเวนท์เดทภายในเกมใหม่ของเขา เป็นประมาณนี้หรือเปล่า? มันจะรู้สึกตื่นเต้น หายใจไม่เป็นจังหวะ เหมือนเวลาที่ตกหลุมรักผู้หญิงจริง ๆ หรือเปล่า?” และถามว่า “จะสามารถเขียนเรื่องราวความรักต่อนางเอก ที่ก่อตัวขึ้นเมื่อได้ใช้เวลาอันมีค่าร่วมกัน จนกลายมาเป็นรักจากทั้งหัวใจได้หรือเปล่า?”

โทโมยะจึงเข้าใจว่าเดทในวันนี้คือการจำลองให้เขาได้สัมผัสกับความรู้สึกเหล่านั้น จากนั้นเมกุมิจึงบอกว่าเธอจะไม่ยอมแพ้ ต่อให้ไม่มีเอริริ กับรุ่นพี่อุตาฮะอยู่แล้วก็ตาม เซอร์เคิล Blessing Software จะไม่มีวันหายไป ตราบใดที่ยังมีโทโมยะอยู่ โทโมยะจึงได้ตอบว่าใช่ ตราบใดที่ยังมีเจ้าตัว กับเมกุมิ ยังไงก็จะไม่หายไป จะไม่ยอมแพ้ จะทำเกมขึ้นมาอีกครั้ง และขอให้เมกุมิ มาเป็นนางเอกหลักให้เขาอีกครั้ง

เมกุมิจึงขอให้โทโมยะ ทำให้เธอกลายเป็น “นางเอกหลักที่แม้แต่ใครก็ต้องอิจฉา อีกครั้ง” ทั้งคู่จึงหัวเราะให้กับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ด้วยความรู้สึกเสียดายโอกาสที่ผ่านมา โทโมยะก็กลับเป็นฝ่ายร้องไห้ขึ้นมาอยู่คนเดียว โดยมีเมกุมิทำท่าทางเหมือนจะเข้ามากอดปลอบ แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ

เป็นการส่งท้ายก่อนที่จะจบซีซันได้อย่างดีเยี่ยม เพราะเป็นซีนที่ตอกย้ำถึงเป้าหมายของตัวละคร ที่แม้จะมีอะไรรอบตัวเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่จิตวิญญาณ และความตั้งใจอันบริสุทธิ์นั้นต้องไม่เปลี่ยนแปลง เช่นสิ่งที่เมกุมิย้ำกับโทโมยะ ว่าจะต้องทำเกมต่อไป และทำออกมาให้ดีกว่าเดิมให้ได้ แม้จะไม่มีทีมฝีมือดีที่อยู่ในสภาพพร้อมทำงานเหมือนแต่ก่อนแล้ว

ส่วนฉากที่ทำมือเข้ามาจะกอดนั้น ซึ่งไม่มีในนิยาย ฉบับแอนิเมชันได้ใส่เพิ่มเข้ามาช่วยให้คนดูรับรู้ได้ว่า ยังไงระหว่างทั้งคู่ก็ยังมีจุดยืนที่ต่างกันอยู่ ในฐานะผู้ช่วยและผู้สร้างสรรค์ผลงาน ดังนั้นสิ่งที่ทำให้กันได้จึงไม่ใช่การกอดเพื่อปลอบ แต่เป็นการยืนมองให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ โทโมยะที่กำลังระบายความรู้สึกผิดต่อทุกเรื่องก่อนหน้านี้ออกมา ต่างหาก

เพื่อน ๆ อาจจะตีความไปเป็นอย่างอื่นที่ไม่เหมือนกันก็ได้ บอกเล่ากันมาได้นะ อยากรู้

ถ้าชอบให้ "Like!" เลย

Follow on Twitter !