[Interview] พูดคุยกับนักร้องสาวสุดเท่ห์ nano ที่งาน C3AFA Singapore 2017

0
1,138 views

เก็บตกความสนุกจากงาน C3AFA Singapore 2017 อีเว้นท์ยิ่งใหญ่ของคนรักอนิเมะญี่ปุ่น ที่ได้จัดขึ้นเมื่อปลายปี 2017 ที่ผ่านมา ซึ่งทางทีมงาน Akibatan ของเราก็ได้ไปร่วมถ่ายทอดบรรยากาศความสนุก และเข้าสัมภาษณ์ศิลปินในงานบางส่วนด้วย โดยหนึ่งในศิลปินที่เราได้เข้าไปร่วมสัมภาษณ์นั้นก็คือนักร้องสาวสุดเท่ห์ nano นั่นเอง มาดูกันเลย

Q: รู้สึกอย่างไรที่ได้กลับมาสิงคโปร์อีกครั้ง
A: รู้สึกดีมาก สามปีแล้วนับจากที่ฉันมาสิงคโปร์ครั้งล่าสุด ดีใจที่ได้กลับมา ฉันรักสิงคโปร์มาก คนที่มางานคราวก่อนก็เยอะด้วย มาคราวนี้ก็กำลังรอดูว่าพวกเขาจะแสดงพลังกันออกมาได้ขนาดไหน ในคืนนี้

Q: ช่วยอธิบายความแตกต่างในวัฒนธรรมของแนวเพลง ระหว่างญี่ปุ่น กับอเมริกัน แล้วระหว่างทั้งสองอย่างนี้คุณชอบอะไรมากกว่ากัน?
A: เป็นคำถามที่ดีนะ เอาจริง ๆ แล้ว ระหว่างสองอย่าง ตัวฉันออกไปทางอเมริกัน แต่ในบางเวลาก็รู้สึกว่าบางส่วนของฉันเป็นญี่ปุ่น ดังนั้นหากได้ทำทั้งสองอย่างคู่กันจะรู้สึกสบายใจมากกว่า มันยากที่จะเลือก เอาเป็นว่าตอนนี้ฉันก็จะรักษาความสมดุลระหว่างสองอย่างเอาไว้ด้วยกัน

Q: ใน Music Video เพลง MY LIBERATION นั้น มีฉากต่อสู้ระหว่างนักดาบ 2 คน เป็นการสื่อถึงอะไร มีความหมายอย่างไร?
A: แสดงถึงด้าน “ขาว และดำ” ในตัว เหมือนความดี และความชั่ว เช่นความชั่วที่คอยหยุด ยับยั้งไม่ให้เราสร้างสรรค์อะไรใหม่ ๆ แต่ฝั่งความดีนั้นลุกขึ้นต่อต้าน ต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งอิสรภาพ เหมือนการปลดแอก อย่างที่ชื่อเพลงบอกว่า MY LIBERATION

Q: อะไรทำให้ หรือเป็นแรงบันดาลใจให้คุณสามารถสร้างสรรค์ผลงานอันวิเศษเหล่านี้ออกมาได้อยู่เรื่อย ๆ ?
A: สิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้ฉัน คือแฟน ๆ เพราะพวกเขาน่ารักมาก และคอยช่วยเหลือสนับสนุนฉันอยู่ตลอด ครั้งหนึ่งฉันเคยได้รับข้อความทำนองว่า เพลงของฉันได้ให้ความกล้าหาญแก่พวกเขาในการทำอะไรสักอย่าง เวลาที่เรารู้สึกว่าผลงานของเราไปโดนใจใครสักคนเข้า มันกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ฉันต้องร้องเพลงต่อไป

Q: แต่ก่อน คุณเคย cover ผลงานเพลงของศิลปินท่านอื่น แต่ในตอนนี้คุณกลายมาเป็นศิลปินเอง รู้สึกอย่างไร และแฟน ๆ มีความเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้?
A: ฉันไม่รู้เลยว่าแฟน ๆ เขาคิดอย่างไรกัน แต่สำหรับฉันแล้ว รู้สึกเหมือนมีอิสระมากขึ้น เหมือนมีพลังที่ช่วยให้ได้ทำในสิ่งที่อยากจะทำ พลังที่จะออกไปถึงแฟน ๆ ของฉัน ยิ่งฉันได้แสดงสดมากครั้งขึ้นเท่าไร ยิ่งรู้สึกว่าได้สัมผัสกับแฟน ๆ มากขึ้นเท่านั้น เหมือนมีช่องทางเลือกที่มากขึ้น รู้สึกดี ที่ตัดสินใจเลือกทางนี้มา

Q: เป็น MY LIBERATION สินะ?
A: ใช่ เป็นการปลดแอกตัวของฉันเอง อย่างนั้นเลย

Q: ช่วยบอกกล่าวอะไรเกี่ยวกับอัลบั้ม “The Crossing” สักหน่อย
A: อัลบั้มของฉัน The Crossing เป็นผลงานที่สำคัญที่สุดเท่าที่เคยทำมาในตอนนี้ เพราะมันเป็นเหมือนสิ่งที่เชื่อมต่อฉันระหว่างตัวฉันในอดีต ระหว่างอนาคตที่ความเป็นไปได้มีเป็นอนันต์ คิดว่าเป็นก้าวสำคัญสำหรับฉันในการที่จะไปยังก้าวต่อไปในอนาคต ไปยังอีกระดับหนึ่ง เป็นเป้าหมายของฉันในตอนนี้ที่จะก้าวไปข้างหน้าเรื่อย ๆ และข้ามผ่านสิ่งต่าง ๆ (crossing) ไปข้างหน้า

Q: ผลงานของคุณส่วนมากเป็นเพลงประกอบแอนิเมชันแนวต่อสู้ คุณคิดอย่างไรกับแนวนี้?
A: ฉันชองแนวแอคชัน การต่อสู้ ไม่ว่าจะต่อสู้เพื่อตัวเองหรืออะไร มันมีพลัง และเข้ากันได้กับแนวเพลงของฉัน แต่ก็ยังคิดที่จะมองหาแนวทางใหม่ ๆ อยู่เรื่อย ๆ นะ

Q: ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ล้ำหน้าไปทุกวัน คุณคิดอยากจะเพิ่มเติมอะไรเข้าไปเสริมความสนุกสนานภายในคอนเสิร์ตของคุณในอนาคตบ้าง?
A: ฉันเคยดูการแสดงสดของศิลปินท่านอื่น มีการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น 3D Mapping เป็นต้น เทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาส่วนร่วมในการแสดงสด แต่สำหรับฉันในตอนนี้ เวลานี้ ฉันก็อยากจะลองอะไรใหม่ ๆ กับเทคโนโลยีพวกนี้นะ แต่สิ่งสำคัญคือการเชื่อมต่อเข้าหาแฟน ๆ ไม่ว่าจะพิสดารหรือเรียบง่าย จะต้องเชื่อมต่อกับแฟน ๆ กับผู้ชมให้ได้เสมอด้วยการร้องออกมาจากใจ ถึงตอนนี้จะยังพอใจกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ แต่ก็ยังอยากลองอะไรใหม่ ๆ เช่นพวกระบบแสง หรือ 3D Mapping มันคงเท่น่าดู

Q: ใน Music Video ของคุณ ชอบแบบแอนิเมชัน หรือแบบคนแสดงมากกว่ากัน?
A: ฉันชอบทั้งสองอย่างนะ เพราะทั้งสองอย่างช่วยให้สามารถแสดงออกได้ไม่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น แอนิเมชัน มันมีจินตนาการ เหมือนความฝัน สามารถช่วยให้ผู้ชมได้มีโอกาสพบเห็นอะไรที่อยู่เหนือความเป็นจริง นั่นคือแอนิเมชัน ส่วนแบบคนแสดงนั้นเน้นที่ความสมจริง ผู้ชมอาจจะรู้สึกได้ว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่ทั้งหมดมันก็ขึ้นอยู่กับความเข้ากันระหว่างเพลงและงานโปรดัคชัน แต่สำหรับฉันตอนนี้ กำลังโฟกัสไปที่การใช้แบบคนแสดงเพื่อความสมจริง

Q: เป็นระยะเวลาพักหนึ่งแล้วที่คอนเสิร์ตในอินโดนีเซียถูกยกเลิกไป มีข้อความอะไรอยากฝากถึงแฟน ๆ ชาวอินโดนีเซีย ที่รอคอยคุณอยู่บ้างไหม?
A: ใช่ น่าเสียดายมากที่ไม่ได้ไปอินโดนีเซีย รู้สึกช็อค และเสียใจมากเมื่อคอนเสิร์ตของฉันที่อินโดนีเซียถูกยกเลิก แต่ในตอนนี้ฉันรับรู้แล้วว่าแฟน ๆ ชาวอินโดนีเซียกำลังรอฉันอยู่ และอดใจแทบไม่ไหวจริง ๆ ที่จะได้ไปเยือนที่นั่นอีกครั้ง ฉะนั้นโปรดรออีกนิด แล้วฉันจะไปหานะ

Q: คุณเคยไปแสดงในหลายประเทศ อย่างเช่นล่าสุดที่สิงคโปร์ ช่วยเล่าความรู้สึกจากการไปแสดงในประเทศเหล่านั้นหน่อย
A: ตอนนี้ฉันดีใจมากเลยที่ได้เห็นพาสปอร์ตของฉันเต็มไปด้วยตราประทับจากหลาย ๆ ประเทศ ยิ่งไปกว่านั้นคือ ฉันชอบไปดูไปเห็นวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป ได้พบกับผู้คนหลากหลายประเภท ได้เรียนรู้วัฒนธรรมของพวกเขาที่ฉันไม่เคยรู้ อย่างว่า ฉันเกิดในอเมริกา เพราะฉะนั้นฉันถึงชอบศึกษาวัฒนธรรมอื่น ๆ อย่างที่ฉันเป็นคนประเภทที่ชื่นชอบวัฒนธรรม แค่ได้เห็นแฟนๆ ที่มาพร้อมกับวัฒนธรรมที่หลากหลาย แค่นี้ก็ดีใจแล้ว รู้สึกโชคดีมากเลย

Q: ในความเห็นของคุณ อยากจะร้องเพลงที่เกี่ยวข้องกับแอนิเมชัน หรือเพลงที่ไม่เกี่ยวข้องกับแอนิเมชันมากว่ากัน?
A: จุดเริ่มต้นของฉันมีความเกี่ยวข้องกับแอนิเมชัน เพราะฉะนั้น ฉันรู้สึกเป็นบุญคุณกับแนวนี้ ในการร้องเพลงแอนิเมชัน ทำให้ฉันสามารถแต่งเนื้อเพลงได้ ซึ่งถ้าไม่รู้จักเนื้อหาของแอนิเมชันเรื่องนั้น ๆ มาก่อน บางทีก็แต่งออกมาไม่ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นฉันคิดว่าคงจะทำแบบนี้ต่อไป แต่ก็อยากที่จะสร้างผลงานของตัวเองออกมาเหมือนกัน เพราะมันทำให้ฉันสามารถแสดงตัวตนออกมาได้อย่างเต็มที่ โดยที่ไม่ต้องไปกังวลถึงปัจจัยด้านเนื้อหาอย่างอื่น ฉันชอบทำทั้งสองอย่างนะ ก็คงต้องรักษาสมดุลเอาไว้

Q: ชอบศิลปินท่านไหนบ้างที่ไม่ใช่ศิลปินญี่ปุ่น
A: ฉันฟังหลายแนวนะ เพราะฉะนั้นบอกไมได้หรอกว่าฟังแต่ของศิลปินท่านไหนเป็นพิเศษ แต่วงดนตรีวงแรกที่ฉันรู้จักจากครอบครัวของฉันคือ The Beatles จากนั้นก็ได้รู้จัก Avril Lavigne, Green Day, My Chemical Romance และวงร็อคอีกหลายวง ส่วนเวลาอยู่กับที่บ้านฉันนะฟังพวกคลาสสิก อาจจะดูไม่เข้ากัน แต่ฉันก็ฟังหลายแนวนั่นแหละ

Images Source : https://www.facebook.com/animefestivalasia/

ถ้าชอบให้ "Like!" เลย

Follow on Twitter !