ทำความรู้จักกับ Devilman 1972 ค้างคาวกายสิทธิ์ ฉบับเด็กดูได้

0
1,903 views

เปิดต้นปี 2018 มามีอนิเมะมากมายที่หลายคนจับตามอง แต่ว่ามีเรื่องหนึ่งกำลังกลายเป็นกระแสพูดถึงและได้รับคำชมมากมายจากคนดู (รวมไปถึงอาการปวดตับขั้นรุนแรง) กับ Devilman Crybaby ทาง Netflix การกลับมาตีความใหม่ของยอดมนุษย์ปีศาจที่ดัดแปลงจากมังงะผลงานของอาจารย์ Nagai Go ที่ต้นฉบับขึ้นชื่อในด้านความโหดและความหนักของเนื้อเรื่องชนิดว่ากลายเป็นต้นแบบของเรื่องราวชวนจิตตกในยุคปัจจุบันมากมาย ซึ่ง Devilman ก็ได้ถูกดัดแปลงเป็นอนิเมะและภาพยนตร์คนแสดง โดยส่วนใหญ่จะมีเนื้อหาที่ตรงตามต้นฉบับ ยกเว้นอยู่ฉบับหนึ่ง…

ฉบับที่ว่าคืออนิเมะ Devilman เมื่อปี 1972 ซึ่งสร้างโดย Toei Animation ที่มีความแตกต่างอย่างมากกับเวอร์ชั่นมังงะต้นฉบับแบบชนิดอยู่กันคนละจักรวาลเลยทีเดียว สิ่งแรกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนจากเวอร์ชั่นมังงะก็คือ

ตัวของ Devilman ซึ่งต้นฉบับจะเป็นรูปร่างที่ดูเป็นปีศาจ ดูน่ากลัวสยองขวัญมากกว่าจะดูเท่ แต่ว่าในยุค 70 ที่อนิเมะส่วนใหญ่ยังทำมาเพื่อตลาดเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ การจะให้ฮีโร่ของเรื่องรูปร่างไม่ต่างอะไรกับปีศาจคงไม่ใช่เรื่องดี จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ โดยเปลี่ยนตัวเป็นสีเขียว หน้าตาดูหล่อเหลา พร้อมกกน. และเข็มขัดที่ทำให้ดูเป็นฮีโร่มากขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง รวมถึงยังเปิดตัวเพลง Theme ของ Devilman ชื่อว่า Devilman no Uta ที่อมตะถึงขนาดว่า Devilman Crybaby ต้องเอามารีมิกซ์ใหม่

นอกจากนี้ยังเปลี่ยนเรื่องราวหลัก ๆ จากเดิมที่เป็นเรื่องราวศึกระหว่างเทวดากับซาตานที่คลุกเคล้าไปด้วยการแฉสันดานดิบของมนุษย์อย่างเจ็บแสบ มาเป็นอนิเมะแนวฮีโร่โดยสมบูรณ์แบบ ซึ่งเรื่องราวจะเป็น Devilman บอดี้การ์ดของ Zennon หัวหน้าของเผ่าปีศาจ ในวันหนึ่ง Fudo Akira และพ่อของเขา ได้ไปสำรวจเทือกเขาหิมาลัย จนได้พบกับ Zennon ทั้งสองคนถูกสังหารจากนั้น Zennon ได้เรียกบอดี้การ์ดทั้งสามได้แก่ Rerasu, Daruni และ Devilman มาสู้กันเพื่อเอาร่างของ Akira เข้าไปแทรกซึมโลกมนุษย์ ซึ่ง Devilman กำชัยไป แต่ว่ามันกลับหลงรัก Makimura Miki ทำให้ Devilman ทรยศ Zennon และปกป้องโลกมนุษย์แทน

ในสาระของอนิเมะแต่ละตอนจึงเป็นเรื่องของ Zennon ส่งปีศาจมาเพื่อสังหาร Devilman ซึ่งเป็นพล็อตยอดนิยมของอนิเมะแนวซุปเปอร์ฮีโร่ยุคนั้นของญี่ปุ่นอย่างมาก และมันก็สร้างความสนุกให้กับเด็ก ๆ อย่างดี และยังเปลี่ยนตัวละครอีกหลายคน ไม่มี Asuka Ryou เพื่อนซี้ของอากิระ หรือ Sirene แต่เพิ่มตัวละครใหม่รวมไปถึงปีศาจประจำตอนแทน

และจุดสุดท้ายที่เปลี่ยนแปลงหนักสุดนั่นก็คือ ความรุนแรง จากที่เราตามอนิเมะ Devilman ส่วนใหญ่มาจะพบว่าซีรีส์นี้ขึ้นชื่อในเรื่องของความรุนแรง จิตตก ความหนักของเนื้อเรื่องแบบไม่ปราณีใคร รวมถึงชะตากรรมตัวละครที่เราจะไม่มีวันคาดคิดอะไรได้ทั้งสิ้น แต่ว่า Devilman ฉบับอนิเมะ 1972 นี้ต่างออกไป มันลดความรุนแรงที่มีในฉบับมังงะลงไปอย่างมาก เปลี่ยนเนื้อเรื่องให้ย่อยง่ายขึ้นสำหรับเด็ก ๆ แน่นอนชะตากรรมตัวละครบางตัวก็ไม่ได้หักกระทบใจอีกด้วย ซึ่งไม่ต้องสงสัยที่จะเปลี่ยนแปลงแทบจะกลายเป็นคนละเรื่องแบบนี้ ก็เพราะต้องการให้อนิเมะเรื่องนี้เป็นอนิเมะที่เด็กดูได้อย่างสบายใจนั่นเอง

ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในอนิเมะยุค 60-70 ที่ส่วนใหญ่จะทำเนื้อเรื่องไม่ให้หนักเกินไป เพราะต้องการให้เด็กได้ชมกันได้ และให้ Devilman กลายเป็นฮีโร่หรือตัวแทนในการทำความดีเพื่อให้เด็ก ๆ ได้ใช้เป็นสิ่งยึดมั่น (ลองจินตนาการถ้าเอาต้นฉบับมาทำสิ เด็กจะกล้ายึดเหนี่ยวจิตใจเรอะ) ยกตัวอย่างเช่นหน้ากากเสือที่ในฉบับมังงะจบได้โหดร้ายทารุณแบบสุด ๆ แต่ในฉบับอนิเมะกลับเลือกที่จะเปลี่ยนฉากจบเพื่อลดผลกระทบต่อจิตใจของเด็ก ๆ อีกทั้งอนิเมะเหล่านี้ก็เป็นตัวช่วยให้ผู้ผลิตสามารถขายของเล่นได้

แม้ว่าตัวอนิเมะ อาจจะไม่ได้เป็นที่ปลื้มใจนักของแฟน ๆ Devilman ที่ชื่นชมความหนักแน่นของเนื้อเรื่อง กลายมาเป็นอนิเมะที่มีเนื้อหาไม่ต่างอะไรกับคาเมนไรเดอร์ยุคแรก ๆ แต่ว่าสิ่งที่ยังคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ก็คือดีไซน์ของ Devilman ฉบับนี้ที่กลายเป็นสิ่งประทับใจของแฟน ๆ ในปัจจุบันยังมีการออกมาในอนิเมะภาคพิเศษ รวมไปถึงของเล่นอีกมากมายให้นักสะสมจนถึงปัจจุบัน ช็อตหนึ่งที่แฟน ๆ ยังจำได้ถึงทุกวันนี้คือ ช็อตเพลงจบที่ Devilman นั่งชมพระอาทิตย์ตกบนหอคอยโตเกียว ที่กลายเป็นอีกหนึ่งฉากคลาสสิคบนโลกอนิเมะเลยทีเดียว

สำหรับใครอยากสัมผัสความยอดเยี่ยมของ Devilman Crybaby สามารถชมได้ทาง Netflix นะครับผม

ถ้าชอบให้ "Like!" เลย

Follow on Twitter !