เมื่อพูดถึง Nissin นอกจากเรื่องของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้ว เรื่องของการครีเอทโฆษณาก็ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ Nissin ทำได้ดีมาตลอด และโฆษณาตัวล่าสุดก็ทำให้เราต้องซูฮกผู้คิดโฆษณาอีกครั้ง

โดยพระเอกของโฆษณานี้เป็น Hiyoko-chan มาสคอตของราเมนรสไก่ แต่ว่าจะนำเสนออย่างไร เชื่อว่าแนวทางโฆษณาแบบนี้กลิ่นอายของอาจารย์ Nagai Go มาเต็มเลย เราลองไปชมโฆษณาที่ว่ากันก่อนดีกว่า

โดยเว็บไซต์ทางการได้เผยเรื่องราวที่ลึกขึ้นของโฆษณาชิ้นนี้พร้อมลงในนิตยสารแนวเหนือธรรมชาติอย่าง Monthly Mu ซึ่งรูปปั้นในตอนต้นถูกเรียกว่า Akuma no Kimura โดย Hiyoko-chan ได้เข้าร่วมพิธีกรรมกับปีศาจเพื่อตอบสนองสิ่งที่ขาดหายไปของตนให้สมบูรณ์แบบ ซึ่งบทความกล่าวต่อว่าปีศาจในทีนี้ไม่ได้มีรูปร่างภายนอกที่จริงจัง แต่เสมือนการแสดงปีศาจที่อยู่ในใจของมนุษย์ที่เรามิอาจทำลายได้

ตัวโฆษณาจะเน้นวลีว่า “Sugu oishii, sugoku oishii” (แปลว่า อร่อยเดี๋ยวนี้ อร่อบสุดยอด) โดยวลีนี้ไม่ได้มีอะไรมากกว่าการสะเข้าไปในจิตใจ้สำนึก ก่อนวลีจะเปลี่ยนเป็น jigoku oishii (อร่อยดุจนรก) ซึ่งการเปลี่ยนวลีนี้แนบเนียนจนคนฟังไม่สามารถแยกได้ว่าคำว่า อร่อย และ นรก อยู่ด้วยกัน

หลังจาก Hiyoko-chan แปลงร่าง เขาได้เป็นปีศาจชื่อว่า Caym ซึ่งอ้างอิงจากปีศาจรูปร่างเป็นนกที่มีชื่อว่า Camio โดยปีศาจตัวนี้เป็นที่รู้จักในญี่ปุ่นเนื่องจากศิลปินนามว่า M.L. Breton Collin de Plancy’s Infernal Dictionary

ทางเว็บไซต์ยังได้แกะสัญลักษณ์ที่ปรากฎอย่างเช่นการที่ Caym ยอมรับไข่ที่ได้กระโจนขึ้นสู่ท้องฟ้าว่าเหมือนมันเป็นดังพระอาทิตย์และกาที่เทน้ำร้อนลงมา ทั้งสองอย่างนั้นแสดงถึงความเป็นปฏิปักษ์ต่อกันเช่นเดียวกับหยินและหยาง หรือก็คือระเบียบของจักรวาล สัญลักษณ์นั้นยังได้สร้างดาวหกเหลี่ยมที่เมื่อรวมกันแล้วจะได้เป็นสัญลักษณ์ของกษัตริย์โซโลมอนอีกด้วย

แล้วผลล่ะ?? Hiyoko-chan ได้ก่อให้เกิดโลกใหม่จากความมืด พล๋อตทั้งหมดนั้นทางเว็บไซต์บอกว่ามันเป็นอะไรที่นอกรีตมาก (ซึ่งบางอย่างในการบรรยาก็ชวนให้คิด) เรื่องราวจบลงที่ว่า “การผสมผสานนำไปสู่ความวุ่นวาย แต่ความสอดผสานที่เหนือกว่านั้นทำให้เกิดความงอกงาม การวิวัฒนาการ โต๊ะอาหารของเราจะวิวัฒนาการขึ้นอีกหากเรายอมรับการเปิดเผยความจริงของคิมูระ” และนั่นทำให้กล่าวได้ว่าโฆษณานี่คือลางบอกเหตุอันดีในความเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมทางอาหาร

ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่านี้มันโฆษณษราเม็ง หรือ ปรัชาญาการสร้างโลกของซาตานด้วยบะหมี่กันแน่…

Source : ANN