เมื่อไม่นานมานี้ โลกมนุษย์ก็ได้สูญเสียแรดเผือกเพศผู้ตัวสุดท้ายไป ส่งผลให้หลายคนหันมาตระหนักถึงการรักษาพันธุ์สัตว์สงวนกันมากขึ้น แม้ว่าในปัจจุบันนี้ จะยังคงมีการทำลายพื้นที่ป่าทางธรรมชาติ การล่าสัตว์ รวมถึงโรคระบาดในสัตว์ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสัตว์หายากอีกมากมายที่สุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มากขึ้น

และล่าสุดนี้ที่ญี่ปุ่นก็เช่นกันครับ

เนื่องด้วยโรคระบาดในสุนัข โดยเฉพาะโรคพิษสุนัขบ้า ที่ลุกลามได้อย่างรวดเร็วกำลังกลายเป็นหนึ่งในปัญหาสังคม ทำให้ชาวเขาญี่ปุ่น หรือชาวไอนุ ชาวเผ่าที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคเกาะฮอกไกโดซึ่งมีธรรมเนียมในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และพึ่งพาพลังของเทพเจ้าที่เชื่อกันว่าแฝงอยู่ในทุก ๆ สรรพสิ่ง ได้ตื่นตัวถึงความเสี่ยงที่ จิ้งจอกสามสี (Trian Fox) จิ้งจอกพันธุ์สงวนในท้องถิ่นฮอกไกโด อาจจะสูญพันธุ์ในอนาคตอันใกล้นี้

จิ้งจอกสามสีเป็นสัตว์ป่าที่เชื่อง พวกเขาจะผูกกระพรวนที่คอของพวกมัน โดยเชื่อกันว่ากระพรวนนี้จะช่วยให้แคล้วคลาดจากโรคระบาด และสามารถหลบซ่อนสายตาของนายพรานได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์โคซากะ ทาโร่ (Kousaka Tarou 古坂太郎) จากคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยโตเอย์ ได้ให้ความเห็นไว้ว่า สิ่งที่ชาวไอนุทำ จะไม่ช่วยป้องกันจิ้งจอกสามสีจากโรคระบาดหรือนายพราน แต่ควรจะเผยแพร่ความรู้ให้กับประชาชนอย่างถูกต้อง รวมทั้งรณรงค์งดการล่าสัตว์ในพื้นที่ฮอกไกโด อีกทั้งยังเสนอแนะให้กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่น ลงพื้นที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดอย่างเร่งด่วน จะเป็นวิธีการที่ถูกต้องกว่า

จิ้งจอกสามสี (Trian Fox ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Vulpes vulphix) หรือในชื่อท้องถิ่นภาษาชาวไอนุว่า สุมาริอาเป (Sumari Ape スマリアペ แปลว่า จิ้งจอกไฟ) เป็นสัตว์สายพันธุ์เดียวกับจิ้งจอกแดง หรือจิ้งจอกญี่ปุ่นที่เราคุ้นเคยกัน แต่มีถิ่นที่อยู่อาศัยเฉพาะภูเขาบนเกาะฮอกไกโดเท่านั้น

ปัจจุบันจิ้งจอกสามสีเป็นสัตว์สงวนที่ถูกปล่อยอาศัยตามธรรมชาติเท่านั้น โดยอาหารของมันคือสัตว์ขนาดเล็กเช่น หนู ปลา หรือนก รวมถึงผลไม้บางชนิด มันจึงไม่เป็นอันตรายกับมนุษย์ นับว่าเป็นสัตว์ที่เชื่องมากชนิดหนึ่งด้วย

จุดเด่นคือส่วนปลายใบหูจะแตกเป็นสองแฉกคล้ายกลีบดอกซากุระ ขนบริเวณใบหน้าจะเป็นลวดลายสีขาว ส้ม (หรือน้ำตาล) และเทาดำ ในรูปร่างคล้ายสามเหลี่ยม จึงถูกเรียกกันว่าจิ้งจอกสามสี ส่วนคำว่าจิ้งจอกไฟในภาษาไอนุนั้น เพราะสามเหลี่ยมนั้นมีรูปลักษณ์เหมือนไฟนั่นเอง นอกจากนี้จิ้งจอกสามสียังมีขนาดใหญ่กว่าจิ้งจอกแดงทั่วไปเล็กน้อย (ตามภาพด้านบน)

และด้วยความที่มันเป็นสัญลักษณ์ของไฟ ที่ให้ความอบอุ่นแก่อากาศที่หนาวเย็นของฮอกไกโด เสื้อคลุมของชาวเผ่าไอนุบางรูปแบบ (ดังภาพด้านบน) จะเป็นลวดลายทรงสามเหลี่ยม ซึ่งหมายถึงลายสามเหลี่ยมบนใบหน้าของจิ้งจอกสามสี จึงอาจจะไม่แปลกนักถ้าชาวไอนุจะใช้กระพรวนเป็นเครื่องรางปกป้องพวกมัน เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว สัตว์ชนิดนี้ถือเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ รองจากนกฮูก และหมาป่าของชาวไอนุนั่นเอง

จากสถิติที่ ศจ.โคซากะ เผยไว้เมื่อปีที่แล้ว จะเห็นว่าพื้นที่ธรรมชาติแบบไทกา หรือป่าเขตหนาวบนโลกนั้น มีจำนวนที่ลดลง แปรผันตรงกับจำนวนจิ้งจอกสามสีตามธรรมชาติอย่างเห็นได้ชัด นี่อาจจะเป็นข้อบ่งชี้ว่าธรรมชาติที่ลดลงนั้นจะส่งผลต่อการสูญพันธุ์ของสัตว์หลาย ๆ ชนิดได้จริง

แม้ว่าการผูกกระพรวนให้แก่จิ้งจอกสามสีตามธรรมชาตินั้น จะเป็นความเชื่อที่ดูงมงาย แต่การตื่นตัวเพื่อปกป้องสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ นับเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม หากแต่เราต้องปกป้องมันอย่างถูกวิธี เลิกการล่าสัตว์อย่างผิดกฎหมาย และฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดในสัตว์อย่างถูกต้องตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้มนุษย์เราได้เห็นภาพน่ารัก ๆ ของลูกจิ้งจอกสามสีนี้ต่อไปนาน ๆ นะครับ

สามารถร่วมรณรงค์อนุรักษ์พันธุ์จิ้งจอกสามสี ด้วยการร่วมแชร์ข่าวนี้ พร้อมใส่แฮชแท็ก #savetrianfox ครับ

Edit : สุขสันต์ April Fool’s Day ทุกคนจ้า, จริง ๆ แล้วหน้าตาของจิ้งจอกสามสี มันคือ “บาเกะตัน” มาสคอตของเว็บ Akibatan เอง

โดยนอกจากนี้ บาเกะตันยังมีสติ๊กเกอร์ไลน์น่ารัก ๆ ด้วยนะถ้าสนใจไปหามาใช้ได้ที่นี่จ้า

https://goo.gl/Ep5iiK

ด้วยรัก จากทีมงาน Akibatan

 

Source : SaveTrianFox.co.jjpToeidaiUniversity.ac.jjp