[Scoop] ญี่ปุ่นทูเดย์ ตอน ท่านหมื่นวันนี้กินอะไร ย้อนไปดูอาหารของเหล่าซามูไรในยุคเซ็นโกคุว่าเขากินอะไรกัน!?

0
1,216 views

เรื่องราวของวัฒนธรรมอาหาร และประวัติศาสตร์ นั้นเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันมาช้านาน ได้ชื่อว่าเป็นมนุษย์แล้วย่อมต้องมีเรื่องราวของอาหารเข้ามาเกี่ยวข้อง และเมื่อมีอาหารก็ย่อมต้องมีวัฒนธรรมของอาหารด้วยเช่นกัน

ในปัจจุบัน ประเทศญี่ปุ่นนั้นถือว่ามีอาหารการกินค่อนข้างอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก พวกเขาสามารถหาอาหารได้ทั้งในป่า เพาะปลูกพืชผัก ทำการปศุสัตว์ด้วยเทคโนโลยีการเกษตรที่ทันสมัย หรือแม้แต่การหาอาหารทะเลด้วยการทำประมงซึ่งอาหารทะเลเหล่านั้นกลายเป็นสินค้าส่งออกอันดับต้น ๆ ของประเทศ และด้วยความอุดมสมบูรณ์นี้ทำให้ยุคนี้นับว่าเป็นช่วงเวลาที่รุ่งเรืองที่สุดของวัฒนธรรมอาหารของประเทศญี่ปุ่นอีกยุคหนึ่งเลยก็ว่าได้

แต่หากย้อนกลับไปในยุคสงครามกลางเมืองของญี่ปุ่น หรือที่รู้จักกันในชื่อ ยุคเซ็นโกคุ เคยสงสัยกันหรือไม่ว่าในยุคนั้นชาวบ้านและเหล่าซามูไรเขากินอะไรกันเป็นอาหาร เราได้ลองหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่าง ๆ มาประกอบกันและได้ข้อสรุปมาให้ชมกันดังนี้!

ข้าว นั้นเป็นอาหารหลักในประเทศญี่ปุ่นทุกยุคทุกสมัย ในยุคสงครามกลางเมืองก็เช่นกัน มันถูกจัดเป็นเสบียงหลักของกองทัพเลยก็ว่าได้ มีการเก็บภาษีชาวบ้านเป็นข้าวถึง 60% ของยอดภาษีทั้งหมดเลยทีเดียว ซึ่งภาษีข้าวที่เก็บได้นั้นจะถูกใช้เป็นเสบียงของกองทัพที่จะไปรบกับแคว้นอื่น ทหารเดินเท้าทั่ว ๆ ไปมักจะได้ทานข้าวที่ไม่ได้ขัดสีกันเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับซามูไรที่มียศสูง ๆ ขุนนางต่าง ๆ หรือระดับไดเมียวเจ้าครองแคว้นมักจะทานข้าวขาวที่ผ่านการขัดสีมาแล้วเป็นหลัก เนื่องจากมีการแบ่งแยกกันว่า ข้าวขาวนั้นจะเป็นอาหารของขุนนางเท่านั้น คนจนหรือชาวบ้านทั่วไปไม่มีสิทธิ์รับประทาน

เวลาออกไปรบ ทหารเดินเท้ามักจะมีการพกข้าวไว้เป็นเสบียงเวลาเดินทัพด้วย จะนับว่าเป็นอาหารหลักระหว่างการเดินทัพเลยก็ว่าได้ ซึ่งก็ได้มีการครีเอทเมนูที่เหมาะสำหรับการรับประทานระหว่างเดินทัพด้วย

ซึ่งเจ้าเมนูนี้มีชื่อว่า Hyourougan (兵糧丸) ซึ่งมันทำมาจากข้าวและส่วนผสมอื่น ๆ นำมาปั้นเป็นก้อนกลม ๆ ก่อนนำไปนึ่งเพื่อให้จับตัวกันก่อนที่จะเอาไปพกไว้ในห่อผ้าที่ผูกไว้ที่เอว

ถ้าเกิดหิวระหว่างเดินทางก็หยิบมันขึ้นมากิน ก็จะมีแรงเดินต่อไปได้ ทั้งง่าย สะดวก ให้พลังงานสูง และมีสารอาหารที่ต้องการในระดับหนึ่ง มันจึงกลายเป็นเสบียงชั้นดีสำหรับการเดินทัพนั่นเอง

ผัก เป็นอาหารอีกอย่างหนึ่งที่สามารถหาได้ง่าย และยังสามารถนำไปถนอมอาหารด้วยการดองเพื่อที่จะสามารถเก็บไว้ได้นาน และยังทำให้รสชาติของมันดีขึ้นอีกด้วย ผักที่มักจะถูกนำมาทำอาหารกันในยุคสงครามกลางเมืองนั้นมีมากมาย แต่ที่มักจะถูกใช้เป็นเสบียงสำหรับกองทัพก็มักจะเป็น หัวไชเท้า ผักกาดขาว ถั่วเหลือง แตงกวา ซึ่งผักพวกนี้มักจะถูกนำไปดองเพื่อให้สามารถเก็บได้นานยิ่งขึ้น ส่วนถั่วเหลืองก็มักจะถูกนำไปหมักทำเป็นนัตโตะหรือเอาไปทำมิโซะ นับเป็นอาหารที่ง่ายต่อการทำและง่ายต่อการรับประทานเป็นอย่างมาก

เนื้อ ส่วนใหญ่แล้วในยุคสงครามกลางเมืองมักจะไม่ค่อยมีการทำปศุสัตว์กันเท่าใดนัก ชาวบ้านมักจะหาเนื้อสัตว์มาจากการล่าสัตว์ในป่าเสียเป็นส่วนใหญ่ เนืื้อที่กินกันก็มักจะเป็น เนื้อหมูป่า เนื้อกวาง เนื้อหมี เนื้อกระต่าย ไก่ป่า หรือเนื้อม้า เป็นต้น ซึ่งก็มักจะมีการนำไปถนอมอาหารด้วยการทำเป็นเนื้อแห้งเพื่อใช้เป็นเสบียงของกองทัพ ส่วนพวกชาวบ้านทั่วไปก็มักจะล่าพวกสัตว์เล็ก ๆ อย่างหมูป่า กวาง ไก่ป่า มาเป็นอาหารกัน

ปลาและอาหารทะเล อาหารจากปลาที่นิยมรับประทานกันในยุคสงครามกลางเมืองนั้น มักจะมาจากปลาน้ำจืดเสียเป็นส่วนใหญ่ อย่างปลาไหลหรือปลาแม่น้ำอื่น ๆ ซึ่งมักจะเอามาย่างกินกันแบบง่าย ๆ แต่ถ้าหากแคว้นใดอยู่ติดกับทะเลก็มักจะมีอาหารทะเลให้ทานกันมากมาย รวมไปถึงหอยต่าง ๆ หมึก ปู และกุ้ง ซึ่งเป็นความได้เปรียบของแคว้นที่มีพื้นที่ติดทะเลที่จะสามารถหาเสบียงได้จากการทำประมงได้

พูดถึงอาหารประเภทต่าง ๆ ในยุคสงครามกลางเมืองกันไปแล้ว เราก็มีข้อมูลที่น่าสนใจเรื่องเมนูดปรดของไดเมียวชื่อดังในยุคสงครามกลางเมืองมาแนะนำให้ได้รู้จักกัน จะมีใคร และเป็นเมนูอะไรบ้างนั้นไปชมกันเลยครับ

Oda Nobunaga กับเมนูโปรดที่แสนเรียบง่าย ใครจะเชื่อว่าระดับจอมมารฟ้าที่ 6 กลับนิยมชมชอบในเมนูสุดเรียบง่ายอย่างมิโซะและผักดอง มีบันทึกเคยกล่าวถึงเมนุดปรดของไดเมียวผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ว่า เขานิยมชมชอบในการรับประทานข้าวสวยร้อน ๆ กับมิโซะและไชเท้าดองเพียงเท่านั้น

โดยโนบุนากะได้ให้ความเห็นว่ามันเป็นอาหารง่าย ๆ ที่ช่วยฟื้นฟูได้ทั้งร่างกายและจิตใจ ความเรียบง่ายนั้นฝังลึกอยู่ใน DNA ของชาวญี่ปุ่นทุกคนไม่เว้นแม้แต่ไดเมียวผู้ยิ่งใหญ่จริง ๆ

Toyotomi Hideyoshi ผู้ชื่นชอบอาหารทะเลและอาหารป่า มีบันทึกที่กล่าวถึงเรื่องราวของไดเมียวผู้ยิ่งใหญ่ที่ไต่เต้ามาจากสามัญชนผู้นี้ว่า เขานิยมชมชอบในการกินเนื้อเสือและหมึกสดดองมิโซะเป็นอย่างมาก Hideyoshi เคยกล่าวถึงเมนูหมึกยักษ์หมักมิโซะว่าเป็นอาหารที่ช่วยฟื้นฟูความเหนื่อยล้าทั้งทางกายและจิตใจได้เป็นอย่างดี

ส่วนเมนูเนื้อเสือนั้นเกิดจากช่วงระหว่างสงครามที่เขาต้องออกไปล่าสัตว์ระหว่างเดินทัพ การได้ลิ้มลองรสชาติของเนื้อเสือที่ล่าได้นั้นทำให้เขาติดใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ในยุคสมัยนี้แล้ว เสือเป็นสัตว์คุ้มครองตามกฏหมายของหลาย ๆ ประเทศ คงไม่มีใครที่ไม่เคารพกฏหมายเข้าป่าไปล่าเสือมากินทั้งที่ไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้นเลยจริงไหมล่ะครับ เอ๊ะ! หรือว่าจะมีคนพรรค์นั้นหลงเหลืออยู่กันนะ?

เคล็ดลับอายุที่ยืนยาวของ Tokugawa Ieyasu คือข้าวบาเล่ย์! การที่ Tokugawa Ieyasu นั้นมีชีวิตยืนยาวข้ามผ่านการเปลี่ยนยุคสมัยมาถึง 4 ยุค (ยุคของโชกุนตระกูล Ashikaga, ยุคที่ Oda Nobunaga ตั้งตนเป็นใหญ่, ยุคที่ Toyotomi Hideyoshi พยายามรวมแผ่นดิน และยุคสมัยที่ Togukawa Ieyasu รวมแผ่นดินได้สำเร็จ)

ซึ่งเคยมีบันทึกที่กล่าวถึงอาหารที่เป็นเคล็ดลับที่ทำให้เขามีอายุยืนยาว ซึ่งนั่นก็คือการรับประทานข้าวบาเล่ย์นั่นเอง ในข้าวบาเล่ย์นั้นอุดมไปด้วยสารอาหารมากมายที่จำเป็นและมีประโยชน์ต่อร่างกาย การรับประทานมันทุกวัน ทุกมื้อนั้นก็เปรียบเสมือนเคล็ดลับอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้

ทว่า… เมนูโปรดของ Tokugawa Ieyasu นั้นไม่ได้มีเพียงแค่ข้าวบาเล่ย์เท่านั้น เขายังชื่นชอบในการรับประทานเท็มปุระปลา Tai หรือ ปลาทรายแดง เป็นอย่างมาก ว่ากันว่าสาเหตุที่ทำให้เขาเสียชีวิต อาจจะมาจากการที่เขาชื่นชอบการทานเท็มปุระปลาไทมากเกินไปก็เป็นได้

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเรื่องราวและวัฒนธรรมอาหารในยุคสงครามกลางเมืองญี่ปุ่นที่เรานำมาเสนอกันในครั้งนี้ เมื่อลองมองเปรียบเทียบความแตกต่างของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นยุคสงครามกลางเมืองเทียบกับยุคปัจจุบันแล้วเราจะเห็นได้ว่ามันพัฒนามาไกลจริง ๆ และก็คงจะไม่หยุดพัฒนาอย่างแน่นอน สำหรับในครั้งหน้าเราจะเอาหัวข้ออะไรมาคุยกันอีกอย่าลืมติดตามชมกันนะครับ

Source: tyanbara.org, nihonjinron