อยู่ญี่ปุ่นเธอชื่อโคนัน อยู่เมืองมะกันเธอชื่อจิมมี่ โอละหนอ Localization มันคืออะไร?

0
4,608 views

นี่ นี่ จริงๆ แล้ว กัปตันสึบาสะ ยังมีชื่อว่า โอลิเวอร์, โอลเวอร์, มาเจ็ด แล้วก็ นารุเกะ ด้วยแหละ หรือ คุโด้ ชินอิจิ มีอีกชื่อว่า จิมมี่ คูโด แล้วก็ ไม่มี ก็อดกันดั้ม ในสารระบบของกันดั้มที่ฉายในอเมริกา จะมีก็แค่เบิร์นนิงก์กันดั้มเท่านั้น

อ้าว ? เอ๊ะ ? อย่าเพิ่งงงว่านี่มันมีคนลอกการ์ตูนเรื่องนี้เยอะกันขนาดนี้หรือเปล่า ซึ่งก็ไม่ใช่เสียทีเดียวหรอกนะ  แต่มันออกจะเป็นเวรรกรมของการ์ตูนแต่ละเรื่องที่ต้องผ่านการ Localize หรือ “การดัดแปลงให้เข้ากับท้องถิ่น” ต่างหาก

คือถ้าเป็นสมัยนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกมากนักที่การ์ตูนจากฝั่งญี่ปุ่นจะถูกนำเสนอให้ตรงตามต้นฉบับมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อาจจะเพราะเหตุที่ว่าในตอนนี้เรามีรับชมการ์ตูนทั้งแบบซิมัลแคสท์ (Simulcast) และ ซิมัลพับ (Simulpub)

แต่กาลครั้งหนึ่งไม่นานมากนัก เรื่องแบบนี้ยังไม่เกิดขึ้น การ์ตูนหลายเรื่องที่เข้าไปขายในประเทศอื่นนั้นมีความจำเป็นจะต้องปรับแปลงเนื้อหาให้เข้ากับประเทศปลายทาง อย่างที่เห็นได้ง่ายๆ ก็คือการเปลี่ยนชื่อตัวละครอย่างที่เกิดขึ้นกับ การ์ตูนเรื่อง ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ที่เปลี่ยนชื่อสกุลตัวละครหลักให้เป็นฝรั่ง อย่าง คุโด้ ชินอิจิ ก็ถูกจับเปลี่ยน เป็น จิมมี่ คูโด (Jimmy Kudo) แต่การ์ตูนหลายเรื่องก็มีเหตุจำเป็นในการ Localization จากเหตุที่วุ่นวาย

Jojo no Kimyou na Bouken – JoJo’s Bizarre Adventure

หรือ “โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ” ในบ้านเรา แฟนคลับการ์ตูนสุดแอ่นเรื่องนี้น่าจะทราบดีว่า หนึ่งในแรงบันดาลใจของ อาจารย์ Hirohiko Araki ก็คือวงดนตรีจำนวนมาก ที่ในสองภาคแรกอาจจะเห็นไม่ชัดเจนเท่าไหร่ จนกระทั่งภาค 3 ที่อาจารย์เอาระบบสแตนด์เข้ามาใช้งาน

ตอนแรก ๆ ชื่อแตนด์ก็เอาไพ่ทาโรต์มาผสมกับสี ตัวละครก็ตั้งชื่อแบบขยัน ๆ แต่พอเริ่มออกเดินทางมานอกญี่ปุ่น ตัวละครก็เริ่มใช้ชื่อที่มีแรงบันดาลใจ… หรือไม่ก็ยกมาจากนักดนตรีชื่อดังกันดื้อ ๆ อย่าง Jean Pierre Polnareff  ก็อ้างอิงมาจากนามสกุลของ มิเกล โปลนาเรฟ (Michel Polnareff) นักร้องชาวฝรั่งเศส, เจ้าหมา Iggy ก็เอาชื่อมาจาก Iggy Pop หรือตัวร้ายที่เก่งโคตรๆ ในภาค 3 แบบ Vanilla Ice ก็ยกชื่อแร็พเพอร์ชาวอเมริกันมาตรง ๆ แบบไม่เบี่ยงอะไรเลย และหลังจากนั้นก็เหมือนว่าอาจารย์อารากิก็ใช้วิธีการตั้งชื่อตัวละครหลาย ๆ ตัวด้วยการหยิบยกนักดนตรีมาแบบนี้อยู่จนเป็นปกติ

คือในฝั่งเอเซียมันก็ไม่มีอะไรหรอก แต่พอ localize ไปขายในฝั่งอเมริกาหรือยุโรปที่เจ้าของชื่อพวกนี้ยังมีชีวิตอยู่ หรือตัวเพลงของบุคคลเหล่านี้ยังมีผู้ถือลิขสิทธิ์อยู่ งานมันก็อาจจะงอกเพราะหลายตัวในเรื่องก็ออกมาตายโง่ จนอาจจะเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของคนดังตัวจริง  บ.ที่ทำการ์ตูน และ บ.เกมเข้าไปขายในฝั่งอเมริกาจึงเลือกที่จะแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนชื่อตัวละครส่วนหนึ่งเพื่อป้องกันการฟ้องร้องมันเสียเลย

ปัญหานี้ก็คล้ายๆ กับการที่ตัวละครในเกม Street Fighter ต้องสลับชื่อกัน เพราะกลัวนักมวยคนดังมาฟ้องร้องนั่นล่ะ ก็ถือเป็นบทเรียนดี ๆ สำหรับนักวาดการ์ตูนชาติอื่น ๆ ว่า ถ้าคิดจะตั้งชื่อตัวละครอะไรก็คิดเผื่อไว้ว่ามันดังแล้วจะดราม่าในภายหลังด้วยล่ะ

Kidou Butouden G Gundam – Mobile Fighter G Gundam

หรือ “อภินิหารหุ่นรบสะท้านปฐพี จี กันดั้ม” ในบ้านเรา ในกรณีของซีรีส์กันดั้ม อาจจะเป็นกรณีที่หลุดรอดการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการ localize ในฐานะโลกไซไฟ ที่คนพร้อมเข้าใจได้ว่ามันเป็น “เรื่องสมมติ” แบบถึงขีดสุด อย่างในภาค SEED ที่วอชิงตันโดนยิงถล่ม ก็ยังไม่ได้โดนเซนเซอร์อะไรนัก  หรือออสเตรเลียที่โดนโคโลนี่ถล่มใส่ก็ยังมีการขายแผ่นการ์ตูนเรื่องนี้

ที่น่าแปลกใจนิดหน่อยก็คือภาคที่โดนปรับเปลี่ยนจากการ localize อย่างชัดเจนกลับเป็นภาค G Gundam ที่แทบจะโยนทิ้งความสมจริงมาเป็นหนังจอมยุทธ์แทน และสิ่งที่โดนปรับเปลี่ยนนั้นก็เป็นชื่อของกันดั้มที่มาจากชาติต่าง ๆ ในเรื่อง อย่างกันดั้มตัวหลักของเรื่อง God Gundam กับ Devil Gundam ถูกเปลี่ยนเป็น Burning Gundam กับ Dark Gundam หรือตวประกอบในเรื่องอย่าง Scud Gundam ถูกเปลี่ยนเป็น Desert Gundam และยังมีตัวอื่น ๆ อีกหลายตัวที่ถูกปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสมในท้องถิ่น

เหตุผลในการเปลี่ยนชื่อกันดั้มทั้งหลาย ถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือกันดั้มที่มีชื่อสุ่มเสี่ยงด้านความเชื่อทางศาสนา อย่าง God Gundam, Devil Gundam และ Heaven Sword Gundam เชื่อกันว่าถูกปรับชื่อไป เพื่อไม่ให้มีปัญหากับทางศาสนจักรต่าง ๆ ที่อาจจะมาเปิดวอร์ได้ว่า “กันดั้มไม่ใช่พระเจ้าหรือปีศาจของพวกเขา”

เหตุผลอีกอันก็คือ ร้านค้าใหญ่ๆ ในอเมริกาอย่าง Walmart เลือกที่จะไม่วางขายหากชื่อสินค้ามีความสุ่มเสี่ยงจะเป็นคำหยาบหรือลบหลู่ความเชื่อ (ยุคนั้น Walmart เคยไม่ยอมขาย Gundam Deathscythe Hell เพราะมีคำว่า Hell อยู่ในชื่อ) และอีกตัวหนึ่งที่พอจะบอกได้ว่าถูกเปลี่ยนชื่อเพื่อไม่ให้ความขัดแย้งก็คือ Scud Gundam ที่เปลี่ยนชื่อเป็น Desert Gundam เพื่อไม่ให้เป็นการอ้างอิงถึงจรวจ SCUD ของอิรัค ที่เคยเป็นอาวุธสังหารคนจำนวนมาก

G Gundam ยังทำการเปลี่ยนชื่อกันดั้มตัวประกอบอีกกลุ่มหนึ่ง แต่กลุ่มหลังเชื่อว่าเป็นการเปลี่ยนชื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดของชาติตะวันตกมากขึ้น อย่าง Pharaoh Gundam IV กลายเป็น Mummy Gundam IV, Minaret Gundam เป็น Scythe Gundam ฯลฯ

จะมีก็แค่ Spiegel Gundam ที่โดนเปลี่ยนชื่อเป็น Shadow Gundam แบบไม่ค่อยเมคเซนส์ แต่ก็คงเพื่อให้ชื่อมันคล้องกับตัว Dark Gundam ที่นักบินของกันดั้มทั้งสองตัวนี้มีความเกี่ยวพันกันมากกว่า

และถ้าสังเกต จะเห็นได้ว่าหลังจากนั้นแล้วการ์ตูนหลายเรื่องที่วางเป้าหมายว่าจะทำตลาดต่างประเทศมักจะมีการเปลี่ยนแปลงด้านความเชื่อและวัฒนธรรมให้สุ่มเสี่ยงน้อยกว่า เพราะถ้าซวยจริง ๆ การ์ตูนเรื่องนี้จะอดฉายไปเลย

Doraemon

การ์ตูนที่ชาวเอเซียน่าจะคุ้นเคยดีที่สุดอย่าง โดราเอมอน ตอนที่ถูกนำเสนอในประเทศอื่น ๆ บนภูมิภาคเอเชียด้วยกัน อาจจะไม่ได้มีปัญหามากเท่าไรนัก อาจจะมีอาการแปลกใจนิดหน่อยก็ตรงวัฒนธรรมบางอย่างที่ไม่เหมือนกันบ้าง อย่างการกินโดรายากิของโดราเอมอน หรือการแช่น้ำร้อน เป็นอาทิ

แต่เมื่อโดราเอม่อนพยายามบุกตลาดอเมริกา กับ อังกฤษ ที่มีวัฒนธรรมต่างจากฝั่งเอเซียแบบค่อนช้างสิ้นเชิง ทีมงานผลิตการ์ตูนจึงทำการ  localize  หลายสิ่งหลายอย่างในเรื่องให้ฝรั่งเข้าใจเรื่องราวได้ง่ายขึ้น นับตั้งแต่ชื่อตัวละครที่เพิ่ม “ชื่อเล่น” ให้กับตัวละครหลักอื่นๆ เช่น Nobi Nobita ได้ชื่อ Noby, Gouda Takeshi หรือ Gian ได้ชื่อ Big G, ส่วน Honekawa Suneo ได้ชื่อเล่นว่า Sneech ที่เป็นสแลงหมายถึง “เด็กที่ทำตัวอยากเด่น” ได้อยู่

ไม่ใช่แค่ส่วนชื่อเรื่องเท่านั้น ยังมีการปรับภาพในเรื่องไปเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้สอดคล้องกับการการฉายในชาติตะวันตก  อย่างเงินเยนในฉบับเดิม ก็กลายเป็นเงินดอลลาร์ หรือการใช้ตะเกียบก็แก้ภาพไปใช้ส้อมแทน ถึงอาจจะดูแปลกตาบ้างสำหรับคนที่เคยดูแล้ว แต่สำหรับฝรั่งหลายคนที่เป็นคนดูหน้าใหม่ก็น่าจะเข้าใจการ์ตูนเรื่องนี้ได้ดีขึ้น

กรณีของโดราเอมอนนั้นค่อนข้างโชคดีที่เอาตัวภาคใหม่ ๆ ไปฉายจึงทำให้มีการแก้ไขภาพได้ง่ายขึ้น ก่อนหน้านี้เรื่องที่พยายามจะทำการ localization แบบเปลี่ยนบริบทให้เข้ากับประเทศปลายทางที่เห็นได้ชัด ๆ ก็คือ Pocket Monsters หรือ Pokemon ที่เคยฉายในอเมริกาทางช่อง 4Kids ที่นอกจากจะเปลี่ยนชื่อตัวละครแล้วยังพยายามแก้บทให้คนอเมริกาไม่งงมากขึ้น ถึงระดับที่ว่าภาพในจอตัวละครกินข้าวปั้นโอนิกิริ แต่พากย์เสียงว่ากินโดนัท ซึ่งกรณีนี้อาจจะสุดโต่งไปเสียหน่อยนะ

Kyouryuu Sentai Zyuranger และ Denkou Choujin Gridman

สำหรับบ้านเราที่ถือว่าเป็นประเทศในเขตเอเซียเหมือนกันก็ออกจะคุ้นเคยกับการดูหนังแนวโทคุซัทสึโดยไม่ต้องปรับแก้ปริบทใด ๆ มากมาย อย่างมากก็แค่ดูฉบับพากย์เสียงไทยก็พอแล้ว หรือถ้าพีคหน่อยก็มีแค่เอาตัวละครมาทำหนังในประเทศไม่ว่าจะถูกกฎหมาย หรือผิดกฏหมายก็ตาม

แต่สำหรับอเมริกาแล้ว การหยิบเอาหนังแปลงร่างแบบนี้ไปฉายเฉย ๆ นั้นไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าไรนัก แม้จะเคยประสบความสำเร็จในการออกอากาศที่ฮาวาย แต่การดัดแปลงหนังแปลงร่างเหล่านี้ ให้เข้ากับวัฒนธรรมอเมริกันด้วยการพากย์เสียงใหม่โดยฝีมือของ Marvel Comics นั้นกลับถูกปฏิเสธ และมองว่าเป็นขยะโดยสถานีโทรทัศน์อเมริกันในขณะนั้น การที่จะนำเข้าไปฉายได้จึงต้องทำการ localize ออกมาใหม่กันพอสมควร ซึ่งเรามีตัวอย่างมาพูดถึง 2 ตัวอย่างเลยล่ะ

อันแรกก็คือขบวนการห้าสี หรือ Super Sentai กับทางบริษัท Saban Productions หรือ Saban Entertainment ในปัจจุบัน ได้มีการปรับเปลี่ยนวิธี ด้วยการนำเอาเฉพาะฉากต่อสู้กับฉากหุ่นยนต์จาก Super Sentai มาใช้ร่วมกับเนื้อเรื่องใหม่ที่มีตัวเอกเป็นเด็กนักเรียนมัธยมปลายของอเมริกา ออกมาในชื่อ Galaxy Rangers ในทีแรก (โดยใช้ฟุตเตจของ Choudenshi Bioman และ Kyouryuu Sentai Zyuranger ผสมกัน) นำไปเสนอตามสถานีโทรทัศน์จนได้รับการยอมรับ ก่อนที่จะมาเปลี่ยนเป็น Mighty Morphin Power Rangers อย่างที่เราได้เห็นกัน ซึ่งภายในเรื่องจะมีคนอเมริกัน มีชีวิตนักเรียนวัยรุ่นอเมริกัน ก่อนจะกระโดดแปลงร่าง เข้าต่อสู้กับเหล่าร้ายที่ญี่ปุ่น (ข้ามประเทศกันเลยทีเดียว) ซึ่งช่วงหลังได้มีการเปลี่ยนเป็นจ้างให้ถ่ายทำฉากต่อสู้เหล่านี้ใหม่ และกลายเป็นการสร้างความกลมกลืนในแบบของตัวเองในเวลาต่อมา

ภาพจาก : supersentai.com

อีกเรื่องหนึ่งที่ถูก localize ในรูปแบบที่แตกต่างกันเล็กน้อยก็คือทาง Tsuburaya ผู้สร้างอุลตร้าแมน ที่ดัดแปลงหนังแปลงร่างเรื่อง Denkou Choujin Gridman (หรือ นักสู้คอมพิวเตอร์ ในบ้านเรา) ให้กลายเป็น Superhuman Samurai Syber-Squad ที่เปลี่ยนเรื่องให้อยู่ในอเมริกา และเปลี่ยนชื่อตัวละคร Gridman เป็น Servo แทน แต่ก็มีการอ้างอยู่ว่าบางทีอาจจะมียอดมนุษย์ตัวเดียวกันอยู่ในโลกคู่ขนาน ซึ่งหมายถึงตัว Gridman ฉบับญี่ปุ่นเองนั่นล่ะ

การ Localization แบบซื้อของเก่าเอาไปทำเรื่องใหม่แบบนี้ ในฝั่งการ์ตูนก็มีเช่นกัน อย่างซีรี่ส์การ์ตูน Robotech ก็เป็นการซื้อฟุตเตจของ Macross, Southern Cross และ Mospeada มายำเป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งของ Robotech นั้นดันมีดราม่ายาว ๆ ตามมาด้วย ถือว่าโชคร้ายกว่า Power Rangers กับ Gridman ที่ยังขายแผ่นได้อยู่โดยไม่มีดราม่าใด ๆ

Captain Tsubasa

ช่วงนึงในเน็ต มีคนแชร์และเชื่อว่า การ์ตูนเรื่องนี้ถูกทางเกาหลีใต้ลอกไปเป็น แต่ความจริงแล้วปัญหาที่เกิดขึ้นของกัปตันสึบาสะเป็นความซับซ้อน localize ให้เข้ากับประเทศปลายทางมากที่สุดเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว

อย่างที่เราพอจะทราบกันว่าจริงๆ ภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ง่ายนิดเดียว แม้แต่ในปัจจุบันที่สื่อญี่ปุ่นเป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้นก็ไม่แปลว่าชาวต่างชาติจะสามารถอ่านชื่อของพวกเขาได้ถูกต้อง เพราะเหตุนี้เองหลายประเทศเลยถือวิสาสะเปลี่ยนชื่อของตัวละครให้อ่านเข้าใจง่ายๆ เสีย ซึ่งหวยก็มาออกที่กัปตันสึบาสะ โดนเปลี่ยนชื่อในประเทศแถวยุโรปเป็นหลายชื่อตั้งแต่ ออลลี่ (Holly e Benji) ในอิตาลี, โอลิฟ (Olive et Tom) ในฝรั่งเศส, โอลิเวอร์ (Oliver y Benji) ในสเปน ส่วนในฝั่งประเทศตะวันออกกลางเช่น อิรัก โดนจับชื่อเปลี่ยนเป็น มาเจ็ด / มาจิด (Captain Majed / Captain Majid)

ส่วนกรณีของเกาหลีใต้นั้น ซับซ้อนเข้าไปอีกขั้น ด้วยความที่ประเทศเกาหลีใต้เพิ่งอนุญาตให้จำหน่ายหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นแบบถูกกฎหมายเมื่อปี 1998 ก่อนหน้านั้นการ์ตูนจึงละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งหมด นอกจากนั้นอาจจะเพราะความตึงเครียดในช่วงปี 90 ของเกาหลีใต้ กับ ญี่ปุ่น ยังตึงเครียดกว่าสมัยนี้ เพื่อเสี่ยงไม่ให้โดนตำรวจจับจากการกระทำผิดกฎหมายอยู่แล้ว สึบาสะฉบับเถื่อนในเกาหลีใต้จึงมีการดัดแปลงให้ตัวละครเดินเรื่องอยู่ในประเทศตัวเองไปเลย แล้ว  “กัปตันฮันนาลเก” (Captain 한날개) ก็ถือกำเนิดขึ้นจากเหตุผลเหล่านี้ แต่ฉบับเถื่อนของเกาหลีใต้นี้ก็ยังเก็บกิมมิคอะไรบางอย่างจากต้นฉบับเอาไว้อย่าง ชื่อ นาลเก นั้นแปลว่า ปีก เหมือนกับคำว่า สึบาสะ นั่นเอง

และทางเกาหลีใต้ก็ไม่ใช่ประเทศเดียวที่ปรับเปลี่ยนเนื้อหาภายในเรื่อง เพราะ Holly e Benji หรือ กัปตันสึบาสะ ฉบับที่ฉายในอิตาลีก็เปลี่ยนชื่อเมือง ชื่อประเทศ ชื่อตัวละคร ให้เป็นที่เข้าใจของผู้ชมท้องถิ่นเช่นกัน อย่าง สึบาสะ ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Holly หรือ Oliver Hutton, ส่วน Benji คือ วากาบายาชิ (ไม่ใช่มิซากินะ)  ทีมนันคาสึ ของ สึบาสะ ในวัยเด็ก ก็ถูกตั้งชื่อเป็น Newppy เป็นอาทิ แต่ถ้าถามว่าอ่านยังไงอันนี้เราก็ไม่แน่ใจคนอิตาลีเขาเหมือนกัน

จากกลุ่มตัวอย่างที่เรายกมานี้ ไม่ได้แปลว่าการ์ตูนเรื่องต่างๆ จะถูกลดค่าลงไป แต่เราอยากจะแสดงให้เห็นว่า ยุคสมัยก่อนหน้านี้แทบทุกชาติจะมีความงอแงของตัวเองในการขายของ และการปรับเปลี่ยนไปตามพื้นที่ต่าง ๆ นั้นก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ และถ้าไม่มีจุดนั้น ตอนนี้เราก็คงไม่มีการพยายามทำผลงานให้ปรับเปลี่ยนน้อยที่สุดอย่างที่เราเจอกันตอนนี้ล่ะ

ถ้าชอบ "Like!" เลย

Follow on Twitter !