5 เหตุผล ที่เราอยากชวนคุณไปดู “ซาโยอาสะ สัญญาของเราในวันนั้น”

0
1,377 views

5 เหตุผลที่เราอยากชวนคุณไปดู ซาโยอาสะ สัญญาของเราในวันนั้น

หลังจากที่ผลงานกำกับเรื่องแรกของคุณ Okada Mari นักเขียนบทอนิเมชั่นดราม่าชื่อดังอย่าง Ano Hana, Hanasaku Iroha, Nagi no Asukara หรือ Gundam Iron Blood Orphan ได้ออกฉายในญี่ปุ่นเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากมายจากผู้ชมชาวญี่ปุ่นด้วยคะแนนรีวิวเฉลี่ยกว่า 90% และยืนโรงต่อเนื่องถึง 3 เดือน ซึ่งในที่สุดก็ได้ฉายในเมืองไทยแล้วช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้

เรื่องราวการเดินทางของหนึ่งเด็กสาวจากเผ่าพันธุ์แสนวิเศษผู้มีชีวิตยืนยาวราวกับไร้กาลเวลา กับหนึ่งเด็กหนุ่มกำพร้ามนุษย์ธรรมดาผู้เติบโตมาในฐานะ “ลูก” ของเธอ แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่มีใครรู้จักมาก่อน (เพราะเป็นผลงานออริจินอล และมีมังงะตามมาทีหลัง) มีหลายความเห็นที่ยกย่องว่าเป็นผลงานที่ดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ล้วนแต่เป็นคำบอกเล่าจากผู้ได้ชมมาแล้ว

แล้วสำหรับคนที่ยังไม่ได้ดูเรื่องนี้ล่ะก็ จะทำอย่างไรล่ะ?

วันนี้ Akibatan ก็ขอแนะนำ 5 เหตุผลสั้น ๆ ง่าย ๆ ไม่สปอยล์ แต่เป็นสาระเล็ก ๆ ดี ๆ ที่อาจจะทำให้คุณรู้สึกว่า ต้องไม่พลาดที่จะสัมผัสกับภาพยนตร์เรื่องนี้สักครั้งครับ

ปล.ซาโยอาสะ ในประเทศไทยนั้น ปัจจุบันกำลังฉายรอบทดลองจำกัดโรงวันละ 1-2 รอบในบางที่ ช่วงวันที่ 21-27 มิถุนายน และจะมีรอบฉายปกติตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายนเป็นต้นไป

1 งานกำกับแสนอบอุ่นใจยิ่งกว่าที่ผ่านมา จากฝีมือผู้เขียนบท Ano Hana

คุณ Okada Mari นั้น ดังที่คอการ์ตูนทราบกันดีถึงผลงานอันลือลั่นอย่าง Ano Hana หรือในชื่อเต็มว่า Ano Hi Mita Hana no Namae wo Bokutachi wa Mada Shiranai (มิตรภาพ ดอกไม้ และความทรงจํา) เรื่องราวอนิเมชั่นของกลุ่มเพื่อนหนุ่มสาวที่เคยใกล้ชิดกันในสมัยเด็ก แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ต่างคนต่างก็แยกกันเดินในทางของตนเอง แต่ทุกคนก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในสายใยผูกพันแห่งมิตรภาพที่ตัดไม่ขาด ซีรี่ส์นี้เรียกน้ำตาคออนิเมกันได้ทั่วโลก ตราบจนปัจจุบัน หากใครถามหาอนิเมชั่นน้ำดีเรียกน้ำตาแล้วล่ะก็ ต้องมีคนยกชื่อผลงานชิ้นนี้มาแนะนำกันอยู่เสมอ

ซึ่งก็ไม่ได้มีเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว ผลงานหลาย ๆ ชิ้นของคุณ Okada Mari ล้วนเป็นผลงานที่เนื้อเรื่องนั้นสร้างความประทับใจ หรืออย่างน้อย ๆ ก็มักจะต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่ประทับอารมณ์ผู้ชมอย่างไม่มีวันลืมอย่างเสมอ ไม่ว่าจะเป็น ชีวิตสาวเรียวกังที่ล้มลุกคลุกคลานแต่ก็สนุกสนานแบบชีวิตทำงานที่ต้องสู้ ใน Hanasaku Iroha (สาวเรียวกังหัวใจเกินร้อย) หรือเรื่องรักต่างภพ (บนบกและใต้ทะเล) ใน Nagi no Asukara ก็ยังเป็นผลงานที่คอการ์ตูนยังจดจำกันได้จนทุกวันนี้

และสำหรับ “ซาโยอาสะ” นั้น จะเป็นครั้งแรกของการมาจับคอนเซ็ปของ “ครอบครัว” และ “แม่กับลูก” ที่ว่าด้วยสายสัมพันธ์อันไม่ธรรมดา เพราะเป็นสายใยต่างเผ่าพันธุ์ บนโลกที่มีทั้งความสุขเศร้าเคล้าน้ำตา โดยที่ผลงานชิ้นนี้ คุณ Okada Mari ได้พยายามถ่ายทอดมุมมองของ “แม่ในอุดมคติ” และ “ความรักที่มีหลายรูปแบบ” ออกมาได้อย่างมีชั้นเชิงและอบอุ่น แม้ว่าคุณจะไม่ใช่คอการ์ตูน ก็สามารถซึมซับความรู้สึกเหล่านี้ได้ไม่ยาก เพราะความรักเป็นเรื่องพื้นฐานของมนุษย์ด้วยกันนั่นเอง

2 งานภาพระดับ Final Fantasy ดนตรีดีกรี Fate/stay Night

อาจจะฟังดูเป็นคำคุยเขื่องแต่มันเป็นความจริง! ผลงานภาพยนตร์ “ซาโยอาสะ” นี้ เป็นผลงานของสตูดิโอ P.A.Works ที่มีผู้ร่วมลงทุนระดับ Cygames ค่ายเกมรายใหญ่ของญี่ปุ่น รวมถึง Showgate อีกหนึ่งเครือใหญ่สายภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่เป็นรองจาก TOHO ซึ่งแน่นอนว่าผลงานชิ้นนี้ไม่ใช่อนิเมชั่นทุนต่ำสุกเอาเผากินอย่างแน่นอน

ตั้งแต่งานฉาก ทิวทัศน์ และแสงสี ล้วนละเมียดละไมสวยงาม แม้ว่าจะเป็นโลกแฟนตาซีที่เนื้อหาหนักหน่วง แต่ก็มีโทนที่อ่อนโยนและอบอุ่นไปในเวลาเดียวกัน ราวกับโลกใน Final Fantasy ยุคคลาสสิก ที่ใคร ๆ หลายคนยังเก็บไว้ในความทรงจำนั่นเอง

และที่ขาดไปไม่ได้ก็คือ ผู้ออกแบบตัวละครนั้น คือคุณ Yoshida Akihiko ผู้ออกแบบตัวละครเกม Final Fantasy Tactics หนึ่งในเกมแนววางแผนที่คอเกมทั่วโลกยกย่อง มีลายเส้นการออกแบบตัวละครสไตล์โลกแฟนตาซีที่เป็นเอกลักษณ์ มีรายละเอียดที่ละเมียดละไมสวยงามสมบทบาท

รวมไปถึงงานเพลงประกอบโดยคุณ Kawai Kenji ที่เคยฝากผลงานดังไว้ในภาพยนตร์ Fate/stay Night : Unlimited Blade Works ฉบับปี 2010 (ก่อนจะมารีเมคเป็นซีรี่ส์เมื่อเร็ว ๆ นี้) ซึ่งแน่นอนว่าผลงานของเขาคือดนตรีอลังการที่เหมาะกับโลกแฟนตาซีอย่างเรื่องนี้ แต่ไม่พลาดที่จะแฝงความสวยงาม ความเศร้า ความสุขที่เจือด้วยคราบน้ำตา แฝงอยู่ในบทเพลง โดยเฉพาะฉากไคลแมกซ์หรือฉากสำคัญในเรื่องซาโยอาสะนั้น ดนตรีประกอบมีส่วนช่วยในการบีบเค้นอารมณ์ผู้ชมอย่างถึงแก่นเลยทีเดียว

องค์ประกอบงานสร้างที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้ เรียกได้ว่าถ้ามองในแง่ของวงการอนิเมชั่นแล้วนั้น ซาโยอาสะก็นับเป็นผลงานอีกชิ้นที่ผู้สนใจอยากศึกษางานสร้างอนิเมชั่นที่ดีไม่ควรมองข้ามครับ

3 ชินไค มาโคโตะ ผู้กำกับ your name อยากให้มาดู / ผู้บริหาร P.A.Works ยังร้องไห้ / แอดมิน Akibatan จัดไป 4 รอบก่อนเข้าไทย

พูดไปก็จะหาว่าโหน แต่ “ซาโยอาสะ” นั้น ตัวของผู้กำกับชินไค มาโคโตะ เจ้าของผลงาน your name นั้น ได้เอ่ยปากชมเรื่องนี้ผ่านทวิตเตอร์ของตัวเองไว้จริงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

เทพแน่!! ผู้กำกับ your name. ออกปากชมภาพยนตร์ SayoAsa ผลงานกำกับของผู้เขียนบท Gundam IBO

โดยปกติแล้ว สำหรับคนญี่ปุ่นเองนั้น หาได้ยากที่จะออกตัววิพากย์วิจารณ์ผลงานของคนอื่นออกสื่อในลักษณะนี้ แต่สำหรับผู้ที่คร่ำหวอดในการสร้างภาพยนตร์เนื้อหากินใจผู้ชมมาตลอดอย่าง ผกก.ชินไค ยังเอ่ยชมเช่นนี้ ก็เป็นเครื่องยืนยันคุณค่าของ “ซาโยอาสะ” ได้เป็นอย่างดี

เช่นเดียวกันกับคุณ Kikuchi Nobuhiro โปรดิวเซอร์และผู้บริหารระดับสูงของสตูดิโอ P.A.Works นั้น ได้เคยให้สัมภาษณ์กับ Akibatan เราไว้เมื่อช่วงปลายปี 2017 เกี่ยวกับผลงานซาโยอาสะ (ซึ่งในเวลานั้นเพิ่งมีการพากย์เสียงเสร็จ)

สัมภาษณ์โปรดิวเซอร์ P.A.Works กับการผสานโลกอนิเมะและการท่องเที่ยวให้เป็นหนึ่งเดียว!

ในตอนนั้นคุณ Kikuchi ไม่ได้เผยข้อมูลของเรื่องนี้ออกมาให้เราได้ทราบมากนัก นอกจากบอกว่าเป็นผลงานที่ให้โอกาสคุณ Okada Mari ขึ้นมานั่งแท่นผู้กำกับครั้งแรกหลังจากสร้างผลงานบทอนิเมชั่นดี ๆ มาตลอด และตัวคุณ Kikuchi เอง ก็ได้รับชมซาโยอาสะมาก่อน แล้วบอกกับเราว่าเขาก็เสียน้ำตาให้กับเรื่องนี้เช่นกัน การที่ชายวัยกลางคนชาวญี่ปุ่นจะยอมรับว่าเสียน้ำตาให้กับภาพยนตร์สักเรื่องก็ไม่ได้มีให้เราเห็นได้บ่อย ๆ ครับ

และท้ายที่สุด สำหรับแอดมิน Akibatan ผู้หนึ่งที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นนั้น ก็สัมผัสได้ถึงพลังของเรื่องราวที่ทำให้รู้สึกโหยหาครอบครัวและบ้านเกิด จนทุ่มทุนไปดูในโรงภาพยนตร์ญี่ปุ่นถึง 4 รอบในตลอดระยะเวลาฉาย 3 เดือน อีกทั้งรอบที่ 4 นั้น ยังเป็นรอบฉายสุดท้ายในภูมิภาคคันไซซึ่งเป็นรอบที่แฟน ๆ ภาพยนตร์เรื่องนี้รวมตัวกันไปดูซ้ำส่งท้ายอีกด้วย

ด้วยเสียงการันตีมากมายจากหลายบุคคลเช่นนี้ คงไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรที่เราจะลองสัมผัสเรื่องราวของซาโยอาสะดูสักครั้งครับ

4 เวลา 2 ชั่วโมง ที่บันทึกทุกเรื่องราวหลากรสของหนึ่งชีวิต ตั้งแต่ต้นจนจบ

เรื่องราวของซาโยอาสะ เริ่มขึ้นจากการที่ มาเคีย ได้พลัดพรากจากบ้านเกิดชาวอิออร์ฟ ชาวเผ่าผู้มีชีวิตยืนยาวราวกับเป็นอมตะ โดยที่รูปลักษณ์ยังคงความเยาว์วัยเหมือนเด็กวัยรุ่นไว้ตลอดกาล ที่ถูกกล่าวกันว่า เป็นเผ่าพันธุ์ที่กาลเวลาของพวกหยุดนิ่ง แต่ก็เป็นเผ่าพันธุ์แห่งการพลัดพราก เพราะทุกชีวิตในเผ่าพันธุ์อื่น ๆ ก็จะล้วนล้มหายตายจากไปก่อนพวกเขา

แต่สำหรับมาเคีย เธอได้พบกับเด็กทารกชาวมนุษย์ธรรมดา แล้วเลี้ยงดูเขาด้วยตัวเองท่ามกลางสังคมมนุษย์ ในฐานะ “แม่กับลูก” ที่นานวัน นานปี เด็กคนหนึ่งก็จะเติบโตขึ้น ในฐานะที่แม่ของเขานั้น เป็นเด็กไปตลอดกาล

สายสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดนี้ จะทำให้ทั้งสองต้องวางตัวด้วยกันอย่างไร เรื่องราวของซาโยอาสะ จึงสะท้อนแนวคิดของชีวิตที่หลากหลาย ผ่านมุมมองของทั้ง “มาเคีย” ที่เวลาหยุดนิ่งเพียงวัยรุ่นของเธอ กับ “แอเรียล” เด็กหนุ่มชาวมนุษย์ที่เติบโตขึ้นตามกาลเวลา และมีทัศนคติ ความคิด ที่แปรเปลี่ยนไป จนถึงเส้นทางชีวิตที่ต้องพลิกผันทุกช่วงวัยที่เติบโต ผิดกับชาวอิออร์ฟที่ใช้ชีวิตเพียงเพื่อสงบสุขด้านเดียวหลายร้อยปี

ผกก Okada Mari ได้หยิบเอาแง่มุมที่จะสะท้อนทั้งแม่ในอุดมคติ ลูกที่กำลังเติบโต และความเป็นมนุษย์ที่มีความรักอย่างหลากหลายมาในกรอบเวลาความยาว 2 ชั่วโมง ได้อย่างมีชั้นเชิงและมีจุดหักเหที่ชวนสะเทือนอารมณ์ไปจนถึงประทับใจ หากใครกำลังคาดหวังเรื่องราวที่นำเสนอการแปรเปลี่ยนของช่วงเวลา การเติบโตของตัวละครที่น่าสนใจแล้วล่ะก็ ซาโยอาสะ คือหนึ่งมาสเตอร์พีซที่ต้องได้ชมสักครั้งครับ

5 ควรพกทิชชู่เข้าโรง ก่อนที่จะเดินออกจากโรงพร้อมน้ำตา

จริงอยู่ว่าต่อมของความอินของผู้ชมแต่ละคนอาจจะไม่เท่ากัน แต่สำหรับผู้เขียน (แอดมิน Akibatan) ก็ขอยอมรับว่าเป็นคนหนึ่ง เช่นเดียวกับหลาย ๆ คนที่รับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ แล้ว “น้ำตาไหลไม่หยุด” ซึ่งจริง ๆ แล้วจะความเศร้า หรือความประทับใจ หรือความอิ่มเอิบ มันก็มีพลังในการเรียกน้ำตาได้ทั้งสิ้น ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งนั้นไม่ใช่ความปวดตับ อย่างที่บางคนเรียกกัน

ดังที่กล่าวมาในข้อ 4 ว่าเรื่องราวของซาโยอาสะนั้น ว่าด้วยช่วงเวลาการเติบโตของชีวิตคน ๆ หนึ่ง กับความเป็นแม่ในอุดมคติ ที่สำหรับผู้เขียนนั้น มองว่ามันคือการตอกย้ำในเรานึกไปถึง ใครสักคนที่น่าจะเป็นห่วงเรามากที่สุด รักเรามากที่สุด (ไม่ใช่เรารักใคร แต่หมายถึงคน ๆ นั้นรักเรา) รวมถึงตอกย้ำให้เรานึกถึงว่า ตัวเราเองนั้นมีคุณค่าต่อใครสักคนหนึ่งอย่างที่หาสิ่งใดทดแทนไม่ได้ ใครที่ในหัวใจนั้นตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ และกำลังใช้ชีวิตเพื่อเติมเต็มสิ่งเหล่านี้แล้วล่ะก็ เนื้อหาของซาโยอาสะ จะส่งตรงเข้ากลางใจของคน ๆ ได้อย่างไม่ยาก

อีกประการหนึ่งก็คือ ด้วยความที่เรื่องราวนั้นเรียบง่าย จากคอนเซ็ปต์ที่พื้นฐานที่สุดอย่างการเติบโตและความรักนั้น มันเป็นข้อดีหนึ่งที่สามารถสื่อสารกับผู้ชมทั่วไปได้ไม่ยาก

ฉะนั้นแล้ว สำหรับผู้เขียนก็เชื่อว่า ยังมีใครอีกหลายคน ที่สามารถเสียน้ำตาให้เรื่องนี้ด้วยความประทับใจอีกไม่น้อย และจดจำเรื่องราวซาโยอาสะไว้ในความทรงจำได้อย่างแน่นอนครับ