บางครั้ง ในโลกของไอดอลนักร้องญี่ปุ่น ความรักกับเกลียด ก็แยกออกจากกันได้ยาก

สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาของการวางจำหน่ายซิงเกิลลำดับที่ 52 ของกลุ่มไอดอล AKB48 อย่าง “Teacher Teacher” ที่ได้กระแสตอบรับจากแฟน ๆ อย่างล้นหลาม จนทำให้ขาดตลาดไปตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม ก่อนวันขายจริงในวันถัดไป คือวันที่ 30 พฤษภาคม

นับแค่ยอดพรีเซลล์ของซิงเกิลนี้ อยู่ที่ 2,580,513 แผ่นแล้ว บ้างอาจจะบอกว่าเป็นเพราะชื่อซิงเกิลที่ดูสองแง่สองง่าม บ้างก็ว่าเป็นเพราะใน MV เพลงนี้ ได้นักออกแบบท่าเต้นแนว K-Pop มาร่วมงานด้วย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ AKB48 ได้ร่วมงานกับผู้กำกับท่าเต้นจากต่างชาติ จึงยิ่งทำให้กลายเป็นผลงานที่ก้าวขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง แต่ยิ่งไปกว่านั้นคือในซิงเกิลนี้ เป็นครั้งแรกของสาวน้อยอายุ 16 อย่าง Oguri Yui ในตำแหน่ง “เซ็นเตอร์” จึงทำให้หลายคนยิ่ง hype ขึ้นไปอีก

ที่กล่าวไปข้างต้นอาจเป็นเหตุผลที่ใครหลายคนซื้อแผ่นเพลงซิงเกิลนี้ แต่สิ่งที่เราจะไม่กล่าวถึงไม่ได้ คือ “บัตรลงคะแนนเลือกตั้งทั่วไปของ AKB48” ที่แนบมาพร้อมกับซิงเกิลนี้ทุกแผ่น และนั่นคือระฆังปล่อยตัวของการแข่งขันในหมู่แฟนคลับ ที่ทุกคนต่างรุมซื้อแผ่นมาเพื่อโหวตให้กับไอดอลที่ตนเองชอบ เพื่อให้พวกเธอมีโอกาสที่จะเติบโตและปรากฎอยู่บนแถวหน้าของปกซิงเกิลต่อ ๆ ไปของ AKB48 ในอนาคต

ด้วยเหตุผลนั้นเอง ทำให้แฟนคลับสายแข็งมองว่าการทุ่มโหวตให้กับคนที่เขาชอบนั้นเป็นเหมือนหน้าที่ที่ต้องทำเพื่อผลักดันพวกเธอ แต่ถ้าหากการโหวตนี้ ทุกคนมีสิทธิลงคะแนน 1 เสียงเท่ากันในฐานะประชาชน ซึ่งเป็นกติกาสากลตามระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนมีสิทธิมีเสียงเหมือนกันล่ะก็ มันคงจะไม่เป็นประเด็นขึ้นมา นั่นเพราะการโหวตของ AKB48 นั้นนับจากจำนวนบัตรลงคะแนน ที่ได้จากแผ่นเพลง ฉะนั้น ใครซื้อเยอะ ก็ยิ่งมีสิทธิในการลงคะแนนเยอะกว่าคนอื่น ๆ แถมยังเป็นแนวทางที่ต้นสังกัดยังสนับสนุนให้แฟน ๆ ทำอีกด้วย

อย่างไรก็ดี เมื่อแฟน ๆ ทุ่มซื้อแผ่นเพลงมาเพื่อเอาบัตรลงคะแนน เมื่อลงคะแนนเสร็จแล้วแผ่นเพลงเหล่านั้นจะไปอยู่ที่ไหนกันล่ะ? เคยมีเรื่องเล่าตลกร้ายอยู่ว่า หากอยากได้แผ่นเพลงของ AKB48 มาไว้ในครอบครอง แบบไม่สนว่าแผ่นเคยแถมอะไรมา (และไม่สนเรื่องศีลธรรมว่าผู้ผลิตจะได้เงินจากเราหรือเปล่า) ให้ไปคุ้ยตาม “กองขยะ” หลังวันขายแผ่นได้เลย

ใช่แล้ว จุดจบของแผนเพลงเหล่านั้นหลังจากถูกดึงบัตรเลือกตั้งออกแล้ว คือกองขยะนั่นเอง

หลายคนเห็นแล้วอาจจะเกิดความรู้สึกเสียดาย หรือแม้แต่ประชดทางผู้ผลิตว่าให้ทำบัตรลงคะแนนขายมาตรง ๆ เลยดีกว่า ไม่ต้องแถมมากับแผ่นให้เสียชื่อเสียงแบบนี้ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เคยเกิดขึ้น และไม่ใช่แค่กับบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง ยังรวมไปถึงบัตรเข้าร่วมอีเวนท์จับมือไอดอลที่ชอบ และไม่ใช่กับแบรนด์นี้เท่านั้นที่ใช้วิธีนี้ บางเจ้าก็มีการดัดแปลงให้เข้ากับสินค้าของตนเอง เช่นแผ่นเพลงแถมโค้ดเกม นิตยสารแถมโค้ดแลกไอเท็มในเกม แผ่นหนังแถมโค้ดแลกเกลือ ฯลฯ อีกมากมาย

แต่สำหรับวงการเพลงแล้ว กระแสตอบรับต่อรูปแบบการตลาดแบบนี้ มีเจ้าหนึ่งที่แสดงอาการต่อต้านอย่างชัดเจน คือทาง Tower Records ที่เคยแปะประกาศเตือนสติว่า “ตกลงแล้วเรายังขายเพลง หรือขายอย่างอื่นแถมเพลง?” แต่นั่นก็เป็นเรื่องนานมาแล้วตั้งแต่ปี 2016 ตราบใดที่ผู้ผลิตยังเล่นโต้คลื่นอย่างสนุกสนานไปบนกระแสความชอบของแฟน ๆ โดยมีปลายทางอยู่ที่เกาะมหาสมบัติเป็นเม็ดเงินมหาศาล ทะเลขยะที่เกิดขึ้นจากแผ่นเพลงหลังถูกดึงของแถมออกไปแล้ว ก็จะยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นต่อไป และไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปง่าย ๆ หรือในเร็ว ๆ นี้ แน่นอน

สำหรับใครที่ซื้อแผ่นเพลง แผ่นหนัง แผ่นเกม ที่ร่วมกิจกรรมทำนองนี้มาเยอะ ๆ แล้วไม่อยากโดนหาว่าเป็นต้นเหตุในการสร้างขยะมูลฝอยล่ะก็ นอกจากจะเอาไว้แบ่งปันกับเพื่อนฝูง (มันต้องมีสักคนแหละที่ไม่ได้ทุ่มซื้อมาเหมือนเรา) ลองเอาไปแปะแทนฝาบ้าน กรอบรูป โมบาย โคมไฟ หน้าปัดนาฬิกา ต้นคริสต์มาส ห้อยท้ายจักรยานไว้สะท้อนไฟ แผ่นรองแก้ว ดัมเบล หรือจัดเรียงเป็นสวนสวย ๆ ก็ดูเท่ไม่หยอก แถมยังบ่งบอกถึงความรักของตัวเองได้อีกด้วยนะ

Source: Billboard Japan, Real Sound via SoraNews24
ภาพปก: @songokkun1