part1เรารู้กันอยู่แล้วว่า กว่าจะมาเป็นประเทศญี่ปุ่นในทุกวันนี้ พวกเขาได้ผ่านอะไรต่างๆ มามาก เช่นเดียวกับประวัติศาสตร์ของนานาประเทศทั่วโลก แต่ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ สื่อบันเทิงของญี่ปุ่นในทุกวันนี้ ได้ถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของประเทศตัวเองออกมาอย่างหลากหลาย ผ่านการตีความและการนำเสนอมากมายหลายวิธี ซึ่งหลาย ๆ สื่อก็ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นจึงกลายเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่เป็นจุดขายของตัวเอง และเป็นที่สนใจจากคนต่างประเทศจำนวนมากมายมาจนถึงทุกวันนี้

ในบทความชุดนี้ เราจึงขอนำเสนอผลงานอนิเมและสื่อต่าง ๆ มากมาย ผ่านไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ที่เรียกได้ว่า หากเราได้ติดตามผลงานเหล่านี้ทุก ๆ ชิ้น เราอาจจะแทบได้เห็นภาพรวมของหน้าประวัติศาสตร์ของแดนอาทิตย์อุทัยแห่งนี้ โดยไม่จำเป็นต้องอ่านตำราวิชาการเลยก็เป็นได้ (แต่สำหรับใครที่ต้องการศึกษาเชิงลึกก็ควรจะค้นคว้าบันทึกต่าง ๆ ต่อไปนะครับผม)

ว่าแล้วเราก็มาเริ่มเปิดไทม์ไลน์ย้อนอดีตญี่ปุ่นกันเลยดีกว่าครับ

Part 1 ยุคโบราณ (400 ปีก่อน ค.ศ. ถึง ค.ศ.538)

1-jomon-1270px-JomonStatue
(ซ้าย) พิพิธภัณฑ์นำเสนอวิถีชีวิตชาวญี่ปุ่นยุคโจมง (ขวา) ตุ๊กตาโดกุ ที่เชื่อว่าเป็นเทพเจ้าหรือมนุษย์ต่างดาว

ญี่ปุ่นยุคโบราณเป็นยุคสมัยที่เป็นต้นกำเนิดของตำนานชื่อดังต่าง ๆ มากมาย ซึ่งยุคสมัยนี้ เราจะคุ้นเคยกันดีในลักษณะของอารยธรรมแบบชนบท บ้านหลังคามุงจาก นักรบหรือนักบวชที่ม้วนผมเป็นมวยไว้ที่ขมับทั้งสองข้าง สังคมในแบบนี้ยังเชื่อถือในพลังของธรรมชาติ ลัทธิ และศาสนาบูชาภูตผีปีศาจ

ในยุคนี้ จะเป็นช่วงปลายของยุคโจมง ซึ่งก็ญี่ปุ่นในยุคหิน โดยในท้ายยุคโจมง เราจะได้เห็นประติมากรรมและสิ่งประดิษฐ์ยุคโบราณแต่ได้พบเห็นในสื่อเกมและการ์ตูนหลายครั้ง เช่น รูปปั้นโดะกุ ที่เชื่อกันว่าเป็นรูปปั้นที่เลียนแบบผู้มาจากฟากฟ้า มีหลายสื่อที่นำเสนอโดะกุเป็นตัวแทนของมนุษย์ต่างดาว เทพเจ้า และผู้มาจากโลกอนาคตอยู่บ่อยครั้ง

Shakkoumon_b huitzil-vampire-resurrection Unit_ng13
รวมเหล่าตัวละครบางส่วนในอนิเมและเกมที่ใช้ “โดกุ” เป็นต้นแบบ

(ขวา) Shakkomon จาก Digimon Zero Two (กลาง) Phobos จากเกม Darkstalkers (ขวา) Dogu Mechanic จาก Cardfight! Vanguard

และในยุคถัดมาถูกเรียกว่า ยาโยอิ ซึ่งไม่ใช่ชื่อร้านอาหารญี่ปุ่นสาขาหนึ่งแต่อย่างใด แต่เป็นยุคสมัยที่ญี่ปุ่นเริ่มมีศาสนาเป็นรูปธรรมมากขึ้น นั่นคือศาสนาชินโต รวมถึงนวัตกรรมต่าง ๆ เช่น โลหะ กระจก และการเกษตร ก็ได้พัฒนาขึ้น นำไปซึ่งการมีรูปแบบสังคมที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็นอาณาจักรเช่นกัน และอาณาจักรที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของประวัติศาสตร์ยุคนี้ก็คือ รัชสมัยของพระนางฮิมิโกะ (ช่วง ค.ศ.200)

himiko-newton-graphic-science-magazine-nihon-no-ruutsu-2000-nen-6-gatsu-10-nichiHimiko
(ซ้าย) ภาพอาณาจักรยามาไต (ขวา) รูปปั้นจำลองของพระนางฮิมิโกะ

พระนางฮิมิโกะ เป็นทั้งจักรพรรดินีของประเทศในนามของอาณาจักรยามาไต และยังเป็นผู้นำทางศาสนาอีกด้วยในฐานะคนทรงเจ้า เป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชน เคียงคู่กับการปกครองประเทศของพระจักรพรรดิ ซึ่งในยุคสมัยนี้ เป็นยุคเดียวกับสามก๊ก ของประเทศจีนนั่นเอง รวมทั้งยังมีข้อมูลว่าพระนางฮิมิโกะได้ส่งของบรรณาการไปยังวุยก๊กอีกด้วย นอกจากนี้ยังรวมไปถึงหลุมศพจักรพรรดินินโทกุที่ทำเป็นเกาะกลางน้ำรูปกุญแจขนาดใหญ่ และเป็นหนึ่งในสุสานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งปัจจุบันอยู่ในโอซาก้าอีกด้วย

himiko20 567771e7
รวมวัฒนธรรมยามาไตและพระนางฮิมิโกะในโลกอนิเมและเกม

(ซ้าย) ฮิมิโกะจากเรื่อง Hinotoori ของ อ.Tezuka Osamu ที่มีการนำเสนอเรื่องราวตั้งแต่สมัยยามาไตเลยทีเดียว
(ขวา) โดราเอมอน เดอะมูฟวี่ ตอน บันทึกการสร้างโลก มีการนำเสนอญี่ปุ่นยุคโบราณอย่างเข้มข้น และโปสเตอร์ภาพนี้ตัวละครทั้งหมดก็แต่งตัวด้วยเครื่องแต่งกายในยุคยาโยอิเช่นกัน

05_himiko

ฮิมิโกะจากเรื่อง Nobunaga the Fool สงครามยำใหญ่บุคคลในประวัติศาสตร์ ซึ่งฮิมิโกะในเรื่องนี้ก็แทนตัวฮิมิโกะคนเดียวกับอาณาจักรยามาไต

QueenHimiko Himiko_-_WO3_Render

(ซ้าย) พระนางฮิมิโกะจากเกม Okami ที่ออกแบบโดยอ้างอิงรูปลักษณ์ของฮิมิโกะตัวจริงในประวัติศาสตร์ (ขวา) ฮิมิโกะจากเกม Musou Orochi ที่มาพร้อมกับตุ๊กตาโดกุที่สามารถยิงกระสุนลำแสงเป็นอาวุธได้

Tomb-Raider-Review-Screen-1-Lara-Croft-Sun-Queen Himiko

เกม Tomb Raider ภาครีบูทใหม่เมื่อปี 2013 ได้จับเอาคอนเซ็ปต์ของพระนางฮิมิโกะและอาณาจักรยามาไตมาใช้
แต่การนำเสนอค่อนข้างผิดจากประวัติศาสตร์ไปหลายจุด เช่น อาณาจักรยามาไตกลับกลายเป็นเกาะที่อยู่ห่างออกไปจากญี่ปุ่น หรือสิ่งปลูกสร้างในอาณาจักรกลับดูคล้ายยุคนาระและคามาคุระมากกว่า ทรงผมของพระนางฮิมิโกะก็ม้วนและปักในสไตล์ของยุคสมัยที่ใหม่กว่ายาโยอิ  รวมไปถึงรูปปั้นของพระนางฮิมิโกะ ที่อิงประติมากรรมพุทธศาสนา ซึ่งจริง ๆ แล้วในยุคนั้น พุทธศาสนายังไม่แพร่หลายมาถึงประเทศญี่ปุ่นเลย

อีกสิ่งหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นหัวใจหลักของการนำมาประยุกต์ใช้ในสื่อการ์ตูน เกม และภาพยนตร์ญี่ปุ่นมากที่สุดจากยุคสมัยนี้ก็คือ ตำนานเทพปกรณัมอันยิ่งใหญ่จากศาสนาชินโต อันได้แก่ เรื่องราวของเทพอิซานากิและอิซานามิ ที่เป็นผู้สร้างมนุษย์ เทพแห่งพระอาทิตย์อะมาเทราสุ เทพพระจันทร์สึคุโยมิ และที่น่าจะโด่งดังที่สุดคือ ตำนานการต่อสู้ระหว่างเทพสุซาโนโอะกับอสรพิษแปดเศียรยามาตะโนะโอโรจิที่ใคร ๆ หลายคนจดจำกันได้ดีนั่นเอง

YamataNoOrochi

ภาพจิตรกรรมญี่ปุ่นที่นำเสนอการสู้รบระหว่างเทพซูซาโนโอะกับยามาตะโนะโอโรจิ

Okami_HD_Screenshot Orochi_Poster

(ซ้าย) ยามาตะโนะโอโรจิในเกม Okami ที่เป็นบอสที่ร้ายกาจในเกมตัวหนึ่ง (ขวา) ภาพยนตร์เรื่อง YamatoTakeru ที่ดัดแปลงตำนานวีรบุรุษญี่ปุ่น ผสมกับตำนานต่อสู้กับยามาตะโนะโอโรจิ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ผลิตโดย TOHO ที่เป็นผู้สร้างเดียวกับ Godzilla ดังนั้นเทคนิคพิเศษงานสร้างต่าง ๆ ถือว่าทำได้ดีมากในยุคนั้น (1994)

1dedf2cab03c74c0502cc08d94c747d5o
คาถาอสรพิษแปดเศียรของโอโรจิมารุ จากเรื่อง Naruto Shippuuden

Hebigami-Tsuki_Yamata_no_Orochi OAV-08-8_Head_Orochi

(ซ้าย) เฮะบิเฮะบิโนะมิ จากเรื่อง One Piece ที่มีท่าต่อสู้หนึ่งเป็นการสยายผมเป็นงูแปดหัวโอโรจิ (ขวา) ยามาตะโนะโอโรจิจากเรื่อง Ranma

news21001 623

(ซ้าย) อนิเมเรื่อง Kannazuki no Miko ที่แม้จะเป็นอนิเมหุ่นยนต์ แต่หยิบเอาตำนานยามาตะโนะโอโรจิมาใช้เต็มที่ โดยให้ตัวเอกมีหุ่นที่แทนที่บทบาทของดาบเมฆสวรรค์ที่ปราบโอโรจิได้ ส่วนฝ่ายผู้ร้ายก็มีหุ่นยนต์ที่แยกออกเป็นแปดตัว แทนที่หัวทั้งแปดของโอโรจิ (ขวา) จอมมารโอโรจิจากเกม Musou Orochi ที่ดัดแปลงมาจากตำนานยามาตะโนะโอโรจิเช่นกัน

981 2712585-Amaterasu_image

(ซ้าย) ภาพจิตรกรรมเทพอะมาเทราสุ ซึ่งมีรูปลักษณ์เป็นผู้หญิงในชุดคนทรง คล้ายกับพระนางฮิมิโกะ (ขวา) เทพอะมาเทราสุที่จุติเป็นหมาป่าสีขาว ตัวเอกหลักของเกม Okami

sasuke_amaterasu_by_wilfredsuar

เนตรอะมาเทราสุของซาสึเกะจาก Naruto Shippuuden

Sasuke_protects_Team_7 tumblr_inline_mwrm35RX641qihv3i

(ซ้าย) คาถาอัญเชิญเทพสุซาโนโอะ จาก Naruto Shippuuden ในการต่อสู้กับโอโรจิ สังเกตภาพลักษณ์จะคล้ายกับเทนงู (ขวา) เทพสุซาโนโอะจากเกมและอนิเมเรื่อง Kamigami no Asobi ในรูปลักษณ์ของหนุ่มหล่อที่มีพลังของวายุและวารี

และนี่คือยุคบุกเบิกของแดนอาทิตย์อุทัยที่เรียกได้ว่าแม้จะปรัมปราโบร่ำโบราณอยู่มาก แต่ก็ถือเป็นยุคที่ไม่สามารถมองข้ามไปได้เลยทีเดียว ตอนต่อไปเราจะมาสู่อีกหนึ่งยุคสมัยที่โด่งดังอีกยุคหนึ่ง จะเป็นอย่างไรนั้นโปรดติดตามต่อไปครับ

Part 2 Coming Soon…