featured_Aimer1เป็นนักร้องที่ใครหลายคนต่างก็พูดถึงกับ Aimer นักร้องสาวผู้มีเอกลัขษณ์อันแสนจะโดดเด่น โดยในงาน Anime Festival Asia Singapore 2015 ที่ผ่านมานั้นเธอก็ได้เข้าร่วมร้องเพลงใน Concert I Love Anisong กันไปอีกด้วย ซึ่งทางทีมงานเราก็ได้มีโอกาสเก็บบทสัมภาษณ์มาฝากเพื่อนๆกันจากในงานด้วยครับ จะเป็นอย่างไรมาดูกัน

ก่อนอื่นเลยอยากจะสอบถาม Aimer ซังเล็กน้อยเกี่ยวกับความรู้สึกที่จะมีคอนเสิร์ตแรกที่สิงคโปร์ในครั้งนี้

Aimer: เป็นเรื่องที่น่ายินดีและน่าภูมิใจค่ะที่ได้มาร้องเพลงที่สิงคโปร์ครั้งนี้ แต่ก็ยังรู้สึกประหม่าเล็กๆน้อยๆ แต่ก็หวังว่าจะออกมาดีที่สุดค่ะ

คุณเริ่มเป็นที่รู้จักหลังจากผลงาน Rokutosei no Yoru จาก No.6 คุณคิดว่าตั้งแต่นั้นมางานของคุณพัฒนามาขนาดใหน

Aimer: ตั้งแต่สมัยที่ฉันทำงานกับ Sawano Hiroyuki ซัง ฉันจะร้องเพลงที่เป็นเพลงสบายๆเป็นหลักค่ะ แต่ในตอนนี้เพลงที่ฉันร้องจะค่อยๆเป็นเพลงที่หนักแน่นขึ้น เป็นเพลงร๊อคบ้าง และทำให้ตอนนี้ฉันสามารถร้องเพลงได้ทั้งสองรูปแบบได้อย่างเต็มที่ค่ะ

การทำงานร่วมกับ Sawano Hiroyuki นั้นเป็นอย่างไรบ้าง?

Aimer: ในส่วนของการทำงานร่วมกับซาวาโนะซังนั้น ฉันร่วมทำงานกับเขามาด้วยกันหลายเพลงมาก รวมถึงเพลงที่ใช้เรื่อง Gundam Unicorn อย่างเพลง StarRingChild และฉันก็มีโอกาสได้ออกอัลบั้ม UnChild ร่วมกันกับเขาด้วย เพลงพวกนี้ส่วนมากจะเป็นเพลงที่มีความหนักแน่น ดูแข็งแกร่งดุดัน ในเชิงร๊อค บางเพลงเป็นกระทั้งเพลงที่มีเนื้อเรื่องภาษาอังกฤษล้วนๆอีกด้วย และจากจุดนี้ทำให้ฉันได้แนวทางร้องเพลงใหม่ๆให้กับตัวเองด้วยค่ะ

ระหว่างเพลง  AM 2:00, AM 3:00 และ AM 4:00 ทั้งสามเพลงนี้มีความเชื่อมโยงกันไหม? ช่วยเล่าให้ฟังหน่อย

Aimer: เพลงทั้งหมดเกี่ยวข้องกันค่ะ โดยทุกเพลงนั้นจะมี Theme ของช่วงกลางคืนในเนื้อร้อง AM 2:00 เป็นเพลงแรกที่ฉันเขียนขึ้นมาในรูปแบบเพลง R&B และเพราะมันเป็นเพลงที่ได้รับผลตอบรับดีจากแฟนๆ ฉันเลยติดสินใจที่จะแต่งเพลงนี้เป็นซีรี่เมื่อเป็นอัลบั้มค่ะ

หากจะให้คุณอธิบายคำว่าดนตรีสำหรับตัวเองใน 3 – 4 คำ คุณจะอธิบายอย่างไร

Aimer: ไม่ใช่แค่ 3 – 4 คำ แต่ว่ามันสามารถอธิบายได้ด้วยสองคำคือขาวและดำค่ะ ขาวคือการแสดงถึงความสุข และสีดำคือการแสดงถึงความเศร้า ถึงแม้ว่าสองคำนี้จะแตกต่างกันแค่ใหน แต่ก็มีความหมายกับการร้องเพลงของฉันมากค่ะ

Live Tour ของคุณ DAWN เพิ่งจบไปเมื่อไม่นานมานี้ อะไรคือสิ่งที่คุณรู้สึกจากงานทัวครั้งนี้และได้อะไรกลับมา?

Aimer: DAWN นั้นสื่อถึงการสิ้นสุดของค่ำคืน และฉันสามารถผสานเพลงของฉันกับความรู้สึกของแฟนๆได้ดียิ่งขึ้นในงาน Live Tour นี้ค่ะ

งานทัวครั้งถัดไปของคุณ Billboard Live Tour นั้นเพิ่งถูกประกาศมาได้ไม่นาน อะไรคือสิ่งที่คุณคาดหวังและตั้งเป้าไว้สำหรับงานทัวครั้งนี้?

Aimer: อัลบั้มของฉัน DAWN หมายถึงจุดจบของเรื่องราวที่ฉันสร้างขึ้นมาตั้งแต่การเปิดตัวของตัวเอง ฉันอยากจะสร้างเรื่องราวใหม่ๆจาก Billboard Live Tour ครั้งนี้และพยายามเข้าถึงแฟนๆให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น มันเป็นความรู้สึกพิเศษและค่อนข้างจะกันเองซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ๆของการแสดงสด ถือว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายตัวเองเช่นกันค่ะ

อยากให้คุณเล่าถึง LIVE AT ANYWHERE Project ซึ่งคุณมักจะทำรายการถ่ายทอดสดบนอินเตอร์เน็ตหน่อยนึง

Aimer: ฉันเริ่มโปรเจค LIVE AT ANYWHERE มาตั้งแต่ช่วงเปิดตัวใหม่ๆจนถึงตอนนี้เลย และมันทำให้ฉันร้องเพลงได้ทุกที่ และทุกเพลงที่อยากจะร้อง ยกตัวอย่างเช่น ฉันจะร้องเพลงที่พิพิธพันธ์สัตว์น้ำและท้องฟ้าจำลองมาก่อน และฉันก็ยังคงมีแผนในการทำสิ่งนี้อยู่เรื่อยๆค่ะ

ด้วยการที่ตัวเองเติบโตมาในแวดวงดนตรี การร้องเพลงนับเป็นความฝันของคุณมาตลอดหรือไม่ และใครเป็นคนที่เป็นแรงบันดาลใจในการร้องเพลงของคุณ?

Aimer: ฉันเริ่มจากการเป็นคนที่ชอบร้องเพลงมาตั้งแต่สมัยตัวเองเป็นเด็กและการเป็นนักร้องนับเป็นความฝันมาตั้งแต่เด็กๆเลย ฉันชอบเพลงที่มี Theme ต่างๆ เช่น Tomorrow จากละครดนตรี Annie and I และฉันประทับใจกับเสียงที่สื่อออกมาจากดนตรีเรื่องนี้ แต่ในส่วนของแรงบันดาลใจนั้น ฉันชอบวงดนตรีในญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า SPITZ ตั้งแต่เมื่อก่อนมาจนถึงตอนนี้ค่ะ

คุณได้ผ่านเครื่องดนตรีมาหลากหลายชนิดมาตั้งแต่สมัยเด็ก คุณรู้สึกไหมว่าการเรียนดนตรีทุกๆ 1 ประเภทจะช่วยให้คุณพัฒนาความสามารถในการร้องเพลง หรือช่วยในการเล่นดนตรีอื่นและแต่งทำนอง?

Aimer: ค่ะ ฉันคิดว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกัน ในจุดแรกนั้นฉันเรียนเปียโนและคลาสสิคกีต้าในสมัยที่ยังเป็นเด็ก สำหรับเปียโนแล้วฉันสามารถที่จะเล่นมันและร้องเพลงไปได้ด้วยกัน และฉันรู้สึกว่าเรื่องเหล่านี้ทำให้มีตัวฉันในวันนี้ค่ะ

มีดนตรีชนิดใดที่คุณอยากจะลองหรือไม่ อะไรคือแนวเพลงที่คุณชอบ?

Aimer: สำหรับดนตรีแล้วปกติฉันจะเป็นคนที่ฟังเพลงร๊อค, เพลงท้องถิ่น และ EDM แต่จะไม่ยึดติดกับแนวดนตรีใดๆค่ะ ขอเพียงแค่ความสุขและเศร้านั้นเป็นเนื้อหาหลักในเพลง ฉันจะชอบร้องเพลงพวกนี้ค่ะ

คุณใช้ภาษาอังกฤษในเนื้อร้องและใช้ในการแสดงต่างประเทศมาก่อน อยากจะทราบว่าเมื่อก่อนคุณเคยอยู่ที่ใหนและมันส่งผลกระทบยังไงกับคุณ?

Aimer: เมื่อก่อนฉันอยู่ที่ Bristol ประเทศอังกฤษเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีดนตรีหลากหลายอยู่ร่วมกัน ฉันชอบฟังเพลงอังกฤษหลายๆเพลง และฉันได้เรียงรู้โทนเสียง และการพูดเนื้อร้องต่างๆ หรือเสียงที่ดนตรีควรจะเป็น และจากจุดนี้ฉันได้นำมันมาใช้ในรูปแบบ J-POP ค่ะ

คุณมีกลุ่มแฟนคลับอย่างเป็นทางการชื่อว่า Blanc et Noir อะไรคือที่มาของชื่อนี้?

Aimer: Blanc et Noir แปลว่า “ขาวและดำ” ในภาษาฝรั่งเศส. ฉันรู้สึกว่าเพลงของตัวเองนั้นเกี่ยวข้องกับแสงสว่างและความมืดมิด ฉันอยากจะส่งต่อเรื่องนี้แก่แฟนๆของฉัน และสาเหตุที่มันเป็นภาษาฝรั่งเศษนั้นก็เพราะว่าชื่อของฉัน Aimer นั้นมาจากภาษาฝรั่งเศสเช่นเดียวกัน

เมื่อตอนคุณอายุได้ 15 ปี คุณได้รับอุบัติเหตุที่ทำให้เสียงของคุณเปลี่ยนไปจนเป็นเสียงที่เป็นเหมือนเอกลัขษณ์ของคุณในตอนนี้ คุณรู้สึกว่าเรื่องนี้คือเรื่องเลียวร้าย หรือว่ามันเป็นผลดีที่แฟนๆชอบเสียงของคุณในตอนนี้?

Aimer: ในตอนนั้นนับเป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายมากๆที่ฉันต้องสูญเสียเสียงของตัวเองไปจากเหตุการณ์นั้น แต่ฉันก็สามารถทำให้ตัวเองร้องเพลงได้ และเพราะว่าเรื่องนี้ทำให้ตัวฉันมีเอกลัขษณ์เฉพาะเช่นนี้ ฉันรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ดีนะ ในตอนนี้

จากข้อที่แล้ว คุณเคยคิดที่จะรักษาเสียงของคุณบ้างหรือไม่ เพราะเราเข้าใจว่าเสียงของคุณในตอนนี้นั้นไม่ใช่เสียงดั่งเดิมที่ถูกรักษาให้หายเป็นปกติ

Aimer: เสียงของฉันตอนนี้ว่าตรงๆคือยังมีอาการบาดเจ็บอยู่ค่ะ หากว่ามันแย่ลงกว่านี้ ฉันก็จะร้องเพลงไม่ได้ แต่หากว่ามันถูกรักษาเสียงของฉันก็จะเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ฉันตัดสินใจที่จะไม่ผ่าตัดเพราะคิดว่าตัวเองในตอนนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้วค่ะ

คุณได้ขึ้นแสดงร่วมกับ Kalafina ใน Concert ร่วมกันมาก่อนในงาน LisAni, คุณรู้สึกยังไงบ้างกับการทำงานร่วมกันครั้งนั้น

Aimer: การร่วมงานกับ Kalafina นั้นพวกเขามีเสียงที่เป็นเอกลัขษณ์แตกต่างกันอย่างชัดเจนสำหรับแต่ละคร การร้องเพลงร่วมกับพวกเขานั้นทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองสามารถชูความเป็นเอกลัขษณ์เฉพาะของตัวเอง จุดเด่นของเสียงของตัวเอง และร้องร่วมกับเขาได้ในรูปแบบใหม่ๆค่ะ

คุณมีใครที่อยากจะร่วมงานกันเป็นพิเศษหรือไม่?

Aimer: ฉันค่อนข้างจะเคารพศิลปินหลายๆท่านและมันทำให้เป็นเรื่องที่ยากในการบอกว่าฉันชอบใครเป็นอันดับแรกๆ ฉันชอบเสียงของ Taka จาก ONE OK ROCK และเสียงของ EGOIST ซึ่งถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะร่วมงานกับพวกเขาค่ะ

มีเป้าหมายหรือความฝันที่คุณอยากจะสำเร็จจากการร้องเพลงหรือไม่?

Aimer: สิ่งที่ฉันพบว่าสำคัญที่สุดสำหรับตัวเองก็คือการที่ตัวเองสามารถที่จะร้องเพลงได้ต่อไปเรื่อยๆเท่าที่อยากจะทำ ฉันสามารถที่จะสื่อถึงความสุขและความเศร้าให้กับแฟนๆได้ผ่านดนตรีเสมอมาค่ะ

อะไรคือความยากลำบากที่คุณพบในการเป็นนักร้องและคุณมีคำแนะนำอะไรจะฝากให้กับนักร้องใหม่ๆไหม?

Aimer: ในฐานะนักร้องแล้ว ฉันได้ขึ้นแสดงในเวทีมากมายและฉันก็ได้ร้องเพลงบนเวทีหลากหลายชนิดด้วยกัน ฉันรู้สึกว่าในฐานะนักร้องแล้ว สิ่งที่สำคัญนั้นคือคุณจะต้องรู้จักดนตรีของตัวเองและจุดเด่นที่ตัวเองนั้นมีค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างกับบทสัมภาษณ์ของ Aimer ที่เรานำมาฝากเพื่อนๆกันในวันนี้ โดยก็หวังว่าเพื่อนๆจะยังสนับสนุนเธอกันต่อไป และก็ขอขอบคุณงาน Anime Festival Asia สำหรับโอกาสดีๆในการสัมภาษณ์ครั้งนี้มา ณ ที่นี้ด้วยครับ