ว่าด้วย Resident Evil จากอดีตถึงปัจจุบัน กับเอกลักษณ์ที่แฟน ๆ จดจำมาจนทุกวันนี้

REbanner

Resident Evil หรือ Biohazard เกมสยองขวัญอันดับต้น ๆ ของโลก 1 ในซีรี่ส์ขายดีที่สุดของ Capcom ที่นำพาให้เรามารู้จักผีร้ายนามซอมบี้บนโลกของ Video Game และในปีนี้ก็เป็นปีที่เกมมีอายุครบ 20 ปี พอดิบพอดี พร้อมกับการประกาศเกม Resident Evil 7 ภาคใหม่ที่ทำเอาแฟน ๆ ต่างพูดถึงแนวทางที่เปลี่ยนไปของเกมอย่างชัดเจน ในระดับที่ว่านี่มันเกมซีรี่ส์เดียวกันจริงเหรอ? และถึงแม้ทางผู้พัฒนาเกมจะบอกว่าตัวอย่างที่เห็นนั้นไม่เกี่ยวกับตัวเกมจริง ๆ สักเท่าไรหรอก แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าเอกลักษณ์ต่าง ๆ ของเกมซีรี่ส์นี้ที่มีมาทุกภาคจะเปลี่ยนไปขนาดไหน ก็เลยอยากนำเอกลักษณ์เหล่านั้นมาพูดถึงกันซักหน่อย ถึงสิ่งที่แฟน ๆ น่าจะจดจำกันได้จากเกมซีรี่ส์นี้ จะเหมือนอย่างที่เพื่อน ๆ คิดกันไว้หรือเปล่านะ มาไล่ดูกันเลยดีกว่า

screenshot1

มุมมองบุคคลที่สาม Resident Evil ดั้งเดิมจะเป็นเกมมุมกล้องแบบ CCTV หรือมุมกล้องแบบกล้องวงจรปิดที่เราจะได้มองเห็นตัวละครรอบด้าน เหตุผลเพราะในภาคแรกของเกม ประสิทธิภาพเครื่อง PlayStation ไม่สามารถทำฉาก 3D เต็มรูปแบบให้พอใจ Mikami Shinji ได้ จึงเปลี่ยนจากฉาก 3D เรียลไทม์ ไปเป็นฉากที่สร้างไว้ก่อน แล้วนำเอาตัวละครในเกมแบบ 3D ใส่เข้าไปในฉาก ทำให้มีมุมมองคงเดิมตายตัว เวลาเปลี่ยนมุมต่าง ๆ ของห้อง จำเป็นจะต้องเปลี่ยนมุมกล้องไปยังมุมอื่น ๆ แทนที่จะขยับตามตัวละคร จนต่อมาในเกม Resident Evil 4 ได้มีการเปลี่ยนรูปแบบมุมกล้องเป็นแบบตามตัวละคร เพื่อเอื้อต่อแนวเกมที่เปลี่ยนไปทาง Action มากขึ้น  ซึ่งเป็นการพัฒนาจากมุมกล้องเกม Cold Fear แต่ว่าหลังจากภาค 4 วางจำหน่าย เกมแนว Third Person Shooting หลังจากนั้น ล้วนทำมุมกล้องแบบเดียวกันนี้ตลอดจนถึงปัจจุบัน

fps

แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า ก่อนที่ Resident Evil ภาคแรกจะลืมตาดูโลกนั้น ในขั้นวางแผนเคยจะทำออกมาเป็นเกม FPS แบบ Doom หรือ 007 GoldenEye ที่ดังสุด ๆ ในยุคนั้นมาก่อน แต่เนื่องจาก Capcom และ Mikami เห็นว่า FPS ไม่สามารถตอบโจทย์ในการสร้างความน่ากลัวให้กับผู้เล่นได้ จึงได้หันมาใช้มุมกล้องแบบเดียวกับที่เกม Alone in the Dark เคยทำเอาไว้ แต่ภายหลังก็ไม่เข็ด ทำออกมาเป็นซีรีย์ Gun Survivor และกำลังจะกลับมาอีกครั้งใน Resident Evil 7 นี้

re zombies

ซอมบี้ ศัตรูที่ผู้เล่นจดจำกันมากที่สุด และทำให้เทรนด์ศัตรูตัวนี้อยู่บนโลกของเกมจนถึงปัจจุบันก็คือ ซอมบี้ เหล่าผู้ติดเชื้อไวรัสที่เดินกันขวักไขว่ แม้ภาคอื่นจะมีการเปลี่ยนรูปแบบของศัตรู แต่คนก็ยังจำเกมนี้ในฐานะเกมที่มีซอมบี้อยู่ดี จนทำให้ Resident Evil กลายเป็นบิดาแห่งเกมซอมบี้ ด้วยเอกลักษณ์ของซอมบี้ในเกมนี้ที่เคลื่อนไหวเชื่องช้า ช้ามากพอที่เราจะนั่งหาวได้สบาย ๆ ผิดกับเกมที่ออกมาช่วงนั้นอย่าง House of the Dead ที่ซอมบี้ยังกับนักวิ่งร้อยเมตรติดเชื้อพร้อมอาวุธครบมือ กว่าซอมบี้เกมนี้จะวิ่งเป็น ก็ต้องรอให้มีการขุดเอาภาคแรกขึ้นมารีเมคให้กับเครื่อง Gamecube ในปี 2002 นั่นแหละ (ไม่นับรวมมอนสเตอร์อื่น ๆ นะ)

door

ฉากเปิดประตูลุ้นระทึก ในเวลาเราเข้าประตูภาคในภาค 1 – 3 นั้น แทนที่จะเป็นหน้าจอดำเฉย ๆ เกมจะเป็นฉากเปิดประตูที่แสนน่าจดจำ ลึกลับ และลุ้นว่าข้างหน้าจะมีอะไรโผล่มาไหม (ซึ่งตอนภาค 2 ก็เล่นมุกซอมบี้โผล่มาจ๊ะเอ๋ตั้งแต่ฉากเปิดประตูเลย) แท้จริงแล้ว การใส่ฉากเปิดประตูนี้คือวิธีการให้เกมโหลดฉากใหม่อย่างแนบเนียน ไม่ใช่ขึ้น Loading หรือจอมืดไปเฉย ๆ อย่างเดียว แต่ใส่ฉากเปิดประตูเข้าไปแทน เนื่องจากในตอนนั้นเครื่อง PlayStation โหลดเกมจาก CD ทำให้เมื่อมีการเปลี่ยนฉากใหญ่ เกมจำเป็นต้องโหลดข้อมูลระยะนึงนั่นเอง

chara

ตัวเอกมักมาพร้อมกับความซวย ตัวเอกของเกม ส่วนใหญ่จะเป็นตำรวจ ไปจนถึงเจ้าหน้าที่พิเศษจากหน่วยงานต่าง ๆ น้อยมากจะเป็นคนธรรมดา และสถานะการณ์ที่ทำให้ตัวเอกของเกมนี้เข้าไปมีส่วนร่วม หลัก ๆ ก็คือ “ซวย” เช่น  หนีผีมาเข้าคฤหาสน์ที่มีผีมากกว่าเดิม, ทำงานวันแรกในวันที่ผีเต็มเมือง, ไปหาพี่ชายผิดเวลา, หนีออกจากเมืองช้าไปหน่อย, เจอจับวันที่คุกเต็มไปด้วยผี, ได้เป็นบอดี้การ์ดตอนลูกสาวประธานาธิบดีถูกจับ, ไปตรวจหมู่บ้านวันที่ชาวบ้านตบะแตก, ออกงานวันที่ผู้ก่อการร้ายปล่อยไวรัสถล่มเมือง แต่ถึงอย่างนั้นตัวเอกของเกมนี้ก็ไม่น่าใช่มนุษย์ธรรมดา เพราะคงไม่มีมนุษย์คนไหนที่ต่อยด้วยหลังมือแล้วหัวศัตรูระเบิดแบบเคนชิโร่แน่นอน

leon

หนึ่งในนั้นก็มี Leon S. Kennedy หนึ่งในตัวเอกของเกมที่มีสกิลขับยานพาหนะเข้าขั้น “หายนะ” ไม่ใช่ว่าขับห่วย เพียงแต่ขับขี่อะไรก็ตาม หายนะบังเกิดเสมอ เช่น รถคว่ำ คอปเตอร์ตก หรือแม้แต่ขึ้นไปนั่งเป็นผู้โดยสารก็ทำรถตกเหว แถมเป็นพวกที่เข้าไปอยู่ที่ไหนก็หายนะ เช่น อยู่ในเมือง เมืองก็มีไวรัสระบาด อยู่ในมหาวิทยาลัยก็ไวรัสระบาด อยู่ในโบสถ์ที่มีผู้รอดชีวิตยังจะมีไวรัสระบาด นับว่าเป็นตัวซวยเดินได้ของจริงเช่นเดียวกับ 

chris0

Chris Redfield รายนี้คือ เข้าแก๊งค์ไหนลูกทีมตายหมด (หรือเกือบหมด) หากคนร่วมเดินทางไม่ใช่ตัวเอกหลักของซีรีส์ ส่วนใหญ่โอกาสตายแทบจะ 100% แบบไม่ต้องเสียเวลาลุ้นให้ยุ่งยาก

umbrella

องค์กรชั่วร้ายผู้อยู่เบื้องหลัง ตัวร้ายตลอดกาลของซีรีส์นี้ ยังไงก็ต้องเป็นบริษัทผลิตยา Umbrella ที่ส่งผลให้มนุษย์กลายเป็นซอมบี้ หรือสัตว์ต่าง ๆ เกิดการกลายพันธุ์เป็นอสูรกาย แม้ว่าภายหลังภาค 3 บริษัทจะล้มละลาย และภาค 5 จะมีบริษัทใหม่ แต่ท้ายที่สุด Umbrella ก็จะมีส่วนหรือเป็นผู้อยู่เบื้องหลังทุกครั้งไป จนภาค 6 จบปัญหาด้วยการสร้าง Neo Umbrella ซะเลย และทุกภาคไม่ว่าเรื่องจะเกิดขึ้นที่ไหน ต้องมีศูนย์วิจัยอยู่ชั้นใต้ดินเสมอ และก็ไม่รู้ทำไม ศูนย์วิจัยพวกนี้ต้องมีระบบทำลายตัวเองเอาไว้ให้ได้โกยหน้าตั้งหนีออกมา เปรียบเสมือนฐานทัพพวกตัวร้ายขบวนการ 5 สี ประมาณว่า “ถึงพวกแกจะเอาชนะชั้นได้ แต่พวกแกก็ต้องตายไปกับฐานนี้ ว่ะฮ่า ๆๆๆ”

licker0

ฉาก Jump scare ที่ไม่มีปี่มีขลุ่ย เป็นเรื่องปกติของเกมแนวสยองขวัญ ที่จะต้องมีฉากตกใจ อุ้ยแม่ร่วง ในเกมซีรี่ยส์นี้ก็มีฉากตกใจให้มาเป็นระยะ ๆ ในทุกภาค แต่ซีนที่ตราตรึงใจแฟน ๆ จริง คงหนีไม่พ้นฉากหมาซอมบี้ทะลุกระจกเข้ามาในเกมภาคแรก แต่น่าเสียดายที่ Jump scare บางฉากก็ถูกตัดออกไปด้วยเหตุผลเรื่องความรุนแรง เช่นฉากหัวเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายหล่นลงมาบนพื้น ในฉากปรากฎตัวของ Licker ตัวแรกในสถานีตำรวจในเกมภาค 2 เป็นต้น

puzzle

ปริศนามีอยู่ทุกที่ พวกพี่เป็นคนขี้เล่น อีกจุดที่ทำให้ซีรี่ยส์นี้เป็นที่จดจำคือเรื่องของปริศนาต่าง ๆ เพื่อเอาของหรือผ่านฉาก โดยปริศนาจะมีตั้งแต่การใส่รหัส การกดสวิตซ์ให้ถูกลำดับ หรือการเอาของชิ้นนึงมาใส่จุดนี้ เพื่อเอากุญแจหรือของไปผ่านทาง ในภาคแรกเป็นคฤหาสน์ ก็ไม่น่าแปลกที่จะมีกลไกเหล่านี้ แต่สำหรับเมืองที่อุดมไปด้วยปริศนาพวกนี้อย่างในภาค 3 มันน่าสงสัยว่าชาวเมืองแต่ละคนเวลาเข้าบ้านเค้าต้องใช้เวลากันเท่าไร

rocket

สุดยอดอาวุธของซีรีส์นี้ย่อมหนีไม่พ้น Rocket launcher เครื่องยิงจรวดที่สามารถปลิดชีพศัตรูได้ภายใน 1 นัด ภาคหลัง ๆ อาจจะ 3 – 4 นัด แล้วแต่ Boss ซึ่งปกติในเกมเราจะได้ใช้ท้ายเกมไว้ปลิดชีพบอสตัวสุดท้าย แต่เกมก็จะมีวิธีเอามาใช้ตั้งแต่ต้นแบบกระสุน Infinite ตามความแตกต่างแต่ละภาคไป เช่น จบภายใน 3 ชั่วโมง หาเงินหรือแต้มมาซื้อ ซึ่งเป็นการทดสอบความสามารถของผู้เล่นไปในตัวนั่นเอง

herbs1

สมุนไพรสามสี ของดีที่มีอยู่ทุกมุม มองหาสมุนไพร 3 สีตามทางไว้ให้ดี ไอเท็มเติมพลังเกมนี้แปลกจากเกมอื่นที่ใช้กล่องพยาบาล เพราะเกมนี้มีสเปรย์สมานแผลที่ต่อให้เจอซอมบี้ หรือศัตรูเสียบจนปางตาย ฉีดสเปรย์ก็หาย และสมุนไพร 3 สี ที่ขึ้นภายในเมืองและทุกที่บนโลกอย่างเป็นปริศนา ไม่รู้ว่าใครกันตามมาปลูกไว้ แถมวิธีการใช้ต่างกันแต่ละภาค มีทั้งบดเป็นผงกิน สกัดเป็นสเปรย์ฉีด และอัดเป็นเม็ดรับประทาน อย่าถามล่ะว่าทำได้ยังไง

nemesis

บอสที่น่าจดจำ หนึ่งในนั้นคงไม่พ้น Nemesis สุดยอดนักตามตื้อจากเกมภาค 3 ที่ตามสังหาร Jill Valentine ตลอดเกม (ตามรอยรุ่นพี่อย่าง Mr.X ในภาค 2 ที่โหดน้อยกว่าเพราะไม่มีอาวุธติดมือ) ศัตรูที่ตามเราไปทุกที่แม้จะเปลี่ยนห้องไปแล้ว ก็ยังตามมาฆ่าเราได้อย่างไม่ลดละ จนถึงขนาดแบก Rocket launcher วิ่งมาเพื่อฆ่าเรา มันจึงครองใจแฟนเกมได้อย่างสบาย ๆ

saw

และในภาค 4 ศัตรูที่สร้างความหวาดผวาแก่แฟน ๆ คือ Dr. Salvador ผู้ถือเลื่อยไล่ตามเรา แค่ได้ยินเสียงเลื่อยบางคนถึงขั้นต้องหยุดเกมพักหายใจ เพราะหากมันถึงตัวเรานั่นคือความตาย จริง ๆ แล้วศัตรูในเกมซีรีส์นี้จะมี 1 ตัวในทุกภาคที่สามารถสังหารเราได้ในการโจมตีเพียงทีเดียว แต่ Dr. Salvador คือที่สุดของศัตรูแนวนี้จริง ๆ หรือในยุคหลัง กับพ่อตัวร้ายในแว่นดำ ยอดหัวหน้าทีมผู้หักหลังคนเล่นทั่วโลกอย่าง

wesker

Albert Wesker ที่ฟื้นจากความตายกลับมาเป็นยอดกังฟู ก็เป็นบอสที่น่าจดจำ ทำเอาใจผู้เล่นสาว ๆ ละลายในความเข้ม เท่ ไม่แพ้ฝ่ายตัวเอกได้เช่นกัน

itembox

กล่องเก็บของที่ยิ่งกว่ากระเป๋าสี่มิติ ในซีรีส์นี้ ไอเท็มเราจะเก็บได้จำนวนจำกัด ซึ่งในยุคแรกของซีรีย์ จะมีกล่องเก็บของสารพัดนึก ที่เราสามารถเก็บ เบิก ได้ทุกที่ที่มีกล่องนี้ ซึ่งเจ้ากล่องนี้ก็เป็นไอเดียของเหล่าผู้เล่นที่ได้ทดสอบเกม Resident Evil ภาคแรกก่อนที่จะวางขายจริง ว่ากล่องเก็บไอเท็มควรจะเชื่อมต่อถึงกัน มิฉะนั้นแล้วเกมจะยากขึ้นเป็นเท่าตัว ก่อนที่ภาคหลัง ๆ จะตัดกล่องนี้ออกไป และกลายเป็นระบบให้เราทิ้งไอเท็มแทน

control

Tank Control การควบคุมของเกมนี้ในยุคแรก ๆ ถูกเรียกว่า Tank Control ที่บังคับทิศทางตามการหันหน้าของตัวละคร โดยกดลูกศรขึ้นจะเป็นการเดินหน้า ลูกศรลงจะเป็นการเดินถอยหลัง ลูกศรซ้ายและขวาเป็นการหมุนตัวละคร ในยุคแรก ๆ ที่เกมออกมานั้น เชื่อว่าหลายคนไม่เข้าใจรูปแบบการบังคับ ทำเอาถอดใจเลิกเล่นกันไปเลยทีเดียว ก่อนที่ภาคหลัง ๆ เกมจะใข้มุมกล้องแบบตามตัวละคร จึงเปลี่ยนการบังคับมาเป็นแบบเกมแนวแอ็คชั่นทั่วไปแทนตามสมัยนิยม

re6

สยองขวัญแบบวิทยาศาสตร์ เกม Resident Evil เป็นซีรีส์ที่แสดงถึงเรื่องราว ความผิดพลาดทางวิทยาศาตร์นำมาซึ่งหายนะ เกมจะแสดงให้เห็นถึงความน่ากลัวในรูปแบบของหายนะด้วยน้ำมือของมนุษย์ ซึ่งจะเป็นอารมณ์ที่แตกต่างจากความกลัวในสิ่งเหนือธรรมชาติ  สิ่งพวกนี้เราเรียนรู้และสามารถสู้กับมัน อารมณ์ของซีรีส์นี้จึงมีลักษณะของการเอาตัวรอดและค้นหาวิธีต่อสู้จากสถานการณ์ที่กำลังประสบอยู่ แต่หลังภาค 4 เป็นต้นไป อารมณ์ของเกมจะเปลี่ยนจากการเอาชีวิตรอดจากหายนะด้วยน้ำมือมนุษย์ กลายเป็นการหยุดยั้งแผนการครองโลกด้วยวิทยาศาสตร์ของมนุษย์เอง ฉะนั้นเกมในภาคยุคหลังจึงจะเน้นไปทางแอ็คชั่นสไตล์ฮีโร่กู้โลกแทนนั่นเอง

resident-evil-aterlife (15)

(เดิมที Biohazard ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการรีเมคเกมสยองขวัญ Sweet Home ที่ลงใน Famicom เมื่อปี 1989 และเป็นเกมที่เกิดขึ้นในยุคที่ “ซอมบี้” ถูกกำหนดภาพลักษณ์ให้เป็นศพที่เคลื่อนไหวได้ด้วยพลังลี้ลับ วูดู หรือมนตราศาสตร์มืด จากภาพยนตร์เรื่อง Night of the Living Dead ของบิดาแห่งซอมบี้ George A. Romero การกำหนดให้ซอมบี้เกิดจากวิทยาศาสตร์จึงเป็นการฉีกแนวทางเดิมเพื่อเริ่มต้นใหม่… เห็นเหมือนหักหน้ากันแบบนี้ แต่ป๋าโรเมโร ก็กลับมาเป็นคนเขียนบทให้กับ Resident Evil เวอร์ชั่นภาพยนตร์ที่ Milla Jovovich เล่นด้วยนะ ก่อนที่จะโดนขยำทิ้งและนำบทของ Paul WS. Anderson มาใช้แทน)

re7

ในงาน E3 2016 ทาง Capcom ได้ประกาศภาคใหม่อย่าง Resident Evil 7 ออกมาให้แฟนเกมกรี๊ด แต่ก็เกิดปัญหาที่ขัดใจ ตั้งแต่การเปลี่ยนเกมไปเป็นแนวสยองขวัญสุดกู่ มุมมอง FPS บรรยากาศของเกมที่มันไม่น่าจะใช่ซีรีส์นี้ ทำให้แฟนเกมเริ่มไม่มั่นใจว่า นี้คือความสยองที่พวกเค้าต้องการจริงหรือเปล่า

re71

ทางผู้เขียนได้ทดลอง Demo ของเกมแล้ว ก็ขอบอกเลยว่า ถ้าเกมมันบรรยากาศยังงี้ทั้งเกมจริง ๆ ตามที่ผู้สร้างบอกเอาไว้ คงต้องบอกว่านี้เป็นการ “ประชด” แฟนเกมที่น่ากลัวมาก ๆ เพราะความสยองแบบนี้มันไม่ใช่บรรยากาศของ Resident Evil ที่เคยเป็นมา แต่มันเป็นบรรยากาศของเกมแนว Outlast หรือ Silent Hill มากกว่า เพราะหลัก ๆ ความสยองของเกมซีรีส์นี้ มันมาจาก การทดลองและความผิดพลาดของมนุษย์ แต่สารภาพตามตรงว่าที่เล่นอยู่นี้ หลาย ๆ อย่างมันเข้าข่ายเหนือธรรมชาติมากกว่าวิทยาศาสตร์แล้ว ทั้งเรื่องการกระทำบางอย่างในวีดีโอ จะส่งผลถึงปัจจุบัน หรือเรื่องกระดาษที่อยู่มาวางแบบปริศนา ซึ่งหากมันได้บรรยากาศแบบนี้ทั้งเกมตอนเกมจริงออก คงต้องปรับความคิดเกี่ยวกับซีรีส์นี้ใหม่กันอีกรอบ

re6wall

ทิศทางของซีรี่ยส์นี้ถือว่ากำหนดได้ยาก เพราะไม่ว่าเกมจะไปทางแอ็คชั่น หรือสยองขวัญก็ล้วนมีเสียงบ่น เกมซีรีส์นี้อยู่ระหว่างกึ่งกลางของ ความสยอง และ แอ็คชั่น จึงทำให้หาจุดลงตัวได้ค่อนข้างยากมาก ในความเห็นของผู้เขียนมองว่า จริง ๆ แนวทางและเนื้อเรื่องของ Resident Evil ควรจะเป็นโทนแบบตื่นเต้น หรือกดดันเสียมากกว่า ซึ่งปกติภาพยนต์หรือเกมซอมบี้ในยุคนี้ จะเน้นอารมณ์ด้านนี้เป็นหลัก เพราะซอมบี้และความผิดพลาดทางวิทยาศาตร์ มิใช่สิ่งที่ไม่มีตัวตน หรือพิสูจน์ไม่ได้ เราฆ่ามันได้ เรารู้ว่ามันมาได้อย่างไร โดยพื้นฐานมนุษย์จะกลัวในสิ่งที่ไม่รู้ ฉะนั้นหากเขารู้เขาจะไม่กลัว แต่จะกลายเป็นความกดดัน เคร่งเครียด เสียมากกว่า เช่น The Last of Us ก็ให้เราเห็นแล้วว่าเกมแนวซอมบี้ติดเชื้อ ไม่จำเป็นต้องไปหาความสยองอะไรมากมาย เพราะระบบและเนื้อเรื่องตัวเกมมันมีความกดดันในตัวอยู่แล้ว ต่อจากนี้คงต้องรอดูกันต่อไปว่า ซีรีส์นี้ทิศทางจะเป็นเช่นไรต่อไป

residentre