กว่าจะเป็น I Am A Hero ข้าคือฮีโร่

2,034 views

i-am-a-hero-film-special-scoop-07เกริ่นนำ

ในแต่ละวันที่สงบสุขแต่น่าเบื่อ อยู่ๆก็ต้องกลายเป็นโลกแห่งความคลั่งที่ผู้คนต้องเอาตัวให้รอดจากการถูกโจมตีโดยคนติดเชื้อ ZQN  นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นใน I am A Hero หนังสือการ์ตูนสุดฮิตของ เคนโกะ ฮานะซะวะ ที่มียอดพิมพ์กว่า 6 ล้านเล่มและมีผู้อ่านมากขึ้นเรื่อยๆด้วยเนื้อหาที่แสดงให้เห็นถึงความตระหนก หวาดกลัว ที่เกิดขึ้นทั่วโลกเกินกว่าจะจินตนาการได้ ซึ่งการ์ตูนเรื่องนี้ได้ผู้กำกับจากภาพยนตร์สุดฮิต Gantz, Library Wars นามว่า  ชินสุเกะ ซาโต้ มาถ่ายทอดให้เป็นภาพยนตร์  โดยผู้ที่มารับบท ฮิเดโอะ ตัวเอกของเรื่องที่เป็นผู้ชายไม่ค่อยเอาไหน แต่ต้องมาแบกรับชะตากรรมของญี่ปุ่นก็คือ โย โออิสุมิ ผู้ที่ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในงานประกาศรางวัล Blue Ribbon Awards จากเรื่อง Kakekomi และผู้ที่มารับบทฮิโรมิ นักเรียนหญิงมัธยมปลายที่ต้องหนีตายไปพร้อมกับฮิเดโอะ ก็คือ คาซูมิ อาริมูระ ผู้เคยได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในงานเดียวกันจากภาพยนตร์เรื่อง Flying Colors (Biri Girl) นอกจากนั้นยังมี มาซามิ นางาซาว่า ผู้เคยคว้ารางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมในหลายเวทีจากหนังที่กวาดคำชมในเทศกาลหนังเมืองคานส์เรื่อง Our Little Sister มารับบทเป็น สึงุมิ โอดะ อดีตพยาบาลผู้มีนิสัยห้าวหาญเหมือนผู้ชายซึ่งเธอแสดงได้สมบทบาทจนสะกดผู้ชมเอาไว้ได้   ในหนังมีการยกกองไปถ่ายทำในโลเกชั่นขนาดใหญ่ที่เป็น Outlet Mall ที่ปิดตัวไปแล้วในประเทศเกาหลีใต้ เพื่อให้โลกในการ์ตูนต้นฉบับออกมาเสมือนจริง  นอกจากนี้หนังยังรับคำชมในฉากการแอ็คชั่นหนีตายที่ตั้งใจถ่ายทำกันอย่างสุดความสามารถ ซึ่งเห็นได้จากงานภาพยนตร์แฟนตาซี-ระทึกขวัญระดับท็อปทรีของโลกนั่นก็คือ  Sitges International Fantastic Film Festival of Catalonia (SPAIN)และ Festival Internacional de Cinema do Porto (โปรตุเกศ) ที่กวาดมาถึง 4 รางวัลด้วยกัน และแล้วความตื่นเต้นหวาดกลัวของเชื้อ ZQN (Zokyun)ที่โรงภาพยนตร์ กำลังบังเกิด!!!!
เบื้องหลังงานสร้าง

i-am-a-hero-film-special-scoop-01การที่ผู้กำกับ ชินสุเกะ ซาโต้ กับสตูดิโอโตโฮ สร้างหนังด้วยกันนั้นมันมีความหมาย เพราะสตูดิโอเชื่อมั่นว่า คนที่กล้าท้าทายการสร้างหนังจากการ์ตูนประเภทแอ็คชั่นหนีตายได้สนุกนั้นก็คือ ผู้กำกับ ชินสุเกะ ซาโต้ ที่ทำหนังสุดฮิตอย่าง GANTZ, Library Wars ซึ่งทาง อากิฮิโร่ ยามะอุจิ ที่เป็นผู้บริหารงานสร้าง ของทางโตโฮ ได้กล่าวว่า “ผมคิดว่าการท้าทายที่เป็นความสนุกในภาพยนตร์นั้นสิ่งที่สำคัญก็คือความประหลาดใจ  ซึ่งการมอบความ “ประหลาดใจ” ให้กับผู้ชมที่ยอมจ่ายเงินเพื่อเข้ามาดูหนังนั้นมันเป็นหน้าที่ของพวกเรา ในตอนที่อ่านการ์ตูนนั้นผมคิดว่าถ้านำ “ความประหลาดใจ”ในตอนท้ายของเล่มที่ 1 มาสร้างเป็นหนังก็เป็นเรื่องที่น่าสนุก และนอกเหนือจากการทำหนังแล้ว เราจะต้องมอบความบันเทิงอย่างเต็มเปี่ยมให้แก่ผู้ชมในโรงหนังอีก 300 โรงทั่วประเทศด้วย ซึ่งคนที่ทำได้นั้นผมคิดว่ามีแต่คุณซาโต้เท่านั้นที่ทำได้ เห็นได้จากเรื่อง GANTZที่สามารถนำเสนอเนื้อหาในส่วนดราม่าอันเข้มข้น กับความรุนแรงได้ถึงลูกถึงคนอย่างดี ยังไงก็เขาขอให้มาช่วยกำกับด้วยนะครับ”  ด้านผู้กำกับซาโต้ ที่ได้รับข้อเสนอมานั้นกล่าวว่า “จริงๆแล้วผมเองก็อยากทำหนังที่เกี่ยวกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติในชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่นมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว ผมคิดว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่ญี่ปุ่นเองก็น่าจะสร้างหนังในลักษณะนี้ออกมาได้แล้ว”

i-am-a-hero-film-special-scoop-05การคัดตัวนักแสดงระดับสุดยอดเพื่อให้หนังญี่ปุ่นสนุก

ความสนุกสนานของตัวเนื้อเรื่องและความตั้งใจจริงของผู้กำกับและผู้สร้างได้ส่งไปถึงทีมคัดตัวนักแสดงด้วยเช่นกัน และได้มีการรวบรวมนักแสดงระดับมากฝีมือเพื่อทดสอบเป็นตัวละครต่างๆ  โย โออิสุมิ ที่สวมบทฮิเดโอะ  พระเอกของหนังวิเคราะห์ไว้ว่า “สำหรับญี่ปุ่นที่เป็นสังคมไม่มีปืนนั้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจต่อการเล่าเรื่องนี้ และการที่กำหนดให้ผู้ชายผู้ไม่เอาไหนมีใบอนุญาตพกปืนล่าสัตว์มีเพียงคนเดียวนั้นเป็นเรื่องท้าทายและตื่นเต้นมาก”  ทางโปรดิวเซอร์ยามะอุจิ ได้อธิบายถึงเหตุผลที่เลือกโออิสุมิว่า “โออิสุมิเป็นนักแสดงพรสวรรค์ที่ไม่ว่าจะบทหนักหรือยากสาหัสแค่ไหนก็สามารถทำให้หนังเรื่องนี้สนุกได้ และเชื่อว่าเขาจะถ่ายทอดบุคลิกผู้ชายที่ไม่เอาไหนกลับกลายมาเป็นฮีโร่ที่ผู้ชมเอาใจช่วยได้แน่นอน”  ในส่วนของคาซูมิ อาริมูระที่รับบทฮิโรมิ นักเรียนหญิงมัธยมปลายที่ต้องกลายเป็นครึ่งคนครึ่ง ZQN (สิ่งมีชีวิตที่สูญเสียสามัญสำนึกจากการติดเชื้อที่ไม่ทราบสาเหตุ แต่ยังคงสภาพความเป็นคนอยู่) ทางโปรดิวเซอร์ ได้กล่าวไว้ว่า “ผมคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าต้องเป็นเธอเท่านั้น” “ในปี 2014 ที่ถ่ายทำหนังเรื่องนี้ หนังเรื่อง Ama Chan ของทาง NHK กำลังเป็นที่จับตามองของทุกคน และยังไม่มีการถ่ายทำ Flying Colors แต่ว่าก่อนหน้านั้นก็มองเห็นความกล้าหาญและฝีมือในตัวเธอแล้ว และคิดว่าเธอเหมาะสมกับบทฮิโรมิ ที่มีทั้งความไร้เดียงสาและความเชื่อมั่น”  ส่วนผู้กำกับซาโต้ กล่าวย้ำอีกว่า “คุณอาริมูระช่วยเราได้มากเลย โดยเฉพาะในช่วงหลังที่ต้องกลายเป็น ZQN ตัวเธอสามารถถ่ายทอดสีหน้าความรู้สึกออกมาได้สมบูรณ์แบบ ความรู้สึกดีที่ไม่ใช่ความรักของฮิเดโอะ ที่มีให้แก่ฮิโรมิ นั้นก็ไม่ใช่ความงดงามเท่าไร แต่การแสดงที่เธอถ่ายทอดนั้นทำได้อย่างสมบูณ์ครบถ้วนเลยทีเดียว”  ในส่วนของมาซามิ นางาซาว่าที่รับบทเป็นสึงุมิ โอดะอดีตพยาบาลที่ทำให้ฮิเดโฮะลุกขึ้นยืนหยัดในครึ่งหลังนั้นมีฝีมือการแสดงที่เฉียบคมและการเคลื่อนไหวที่ดูสง่า นักแสดงสาวนางาซาว่ากล่าวว่าหลังจากที่ถ่ายทำเรื่องนี้เสร็จก็ไปแสดงต่อในหนังดราม่าเรื่อง Our Little Sister ต่อทันที แต่ผู้กำกับซาโต้กล่าวชมว่า “ถ้าความสดใสของเจ้าตัวเปล่งแสงออกมาก็คงจะดีไม่น้อย มีความคล่องตัวดี เหมาะกับหนังแอ็คชั่น และได้ดึงความสามารถที่หลับใหลของเธอออกมา”

i-am-a-hero-film-special-scoop-03การถ่ายทอดซีนถล่มญี่ปุ่นให้ดูสมจริงที่โลเกชั่นในเมืองฮามามัตซึ

สิ่งที่ผู้กำกับซาโต้และทีมงานมุ่งมั่นในการสร้างหนังเรื่องนี้ก็คือการถ่ายทอดการเอาตัวรอดที่อยู่ในการ์ตูนต้นฉบับออกมาให้สมจริงและรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นอาการของคนติดเชื้อ ZQN จนถึงผู้คนที่ถูกซอมบี้ZQN  ไล่กัดกิน จึงส่งผลให้หนังเรื่องนี้ติดเรท R15+ (ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 เข้าชม) ทางผู้กำกับกล่าวว่า “การสร้างฉากนี้ขึ้นมาถือเป็นการวางรากฐานของการทำฉากต่อๆไป”   ซึ่งจะเห็นความตั้งใจในการทำหนังเรื่องนี้ได้ก็ต่อเมื่อหนังเริ่มฉายไปแล้วประมาณ 20 นาที “เมื่อฉากที่ผู้ช่วยนักเขียนการ์ตูนที่รับบทโดยมุกะ ซึคาจิ กลายเป็น ZQN นั้นเป็นสิ่งบ่งบอกโทนของเรื่องนี้ วันปกติที่สงบสุขถูกทำลายลงในคราวเดียวก็จริงแต่ว่า ความเจ็บปวดของผู้ช่วยคนนั้นเองที่สะท้อนความเป็นจริงออกมาด้วยโดยผ่านบทสนทนา”

ในส่วนที่เกี่ยวกับฉากที่ญี่ปุ่นถูกถล่มด้วยผู้คนติดเชื้อ ZQNนั้นผู้กำกับกล่าวว่า “ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ลงทุนมากเท่าหนังฮอลลีวูด แต่เชื่อว่าเราสามารถถ่ายทอดให้เห็นถึงความสมจริงได้พอสมควร” การถ่ายทำฉากการเอาตัวรอดในครึ่งแรกของหนังนั้นได้ยกกองไปถ่ายทำที่เมืองฮามามัตซึ โดยลงทุนปิดย่านที่อยู่อาศัยเพื่อการถ่ายทำโดยเฉพาะ พร้อมกับนักแสดงตัวประกอบจำนวนมากกว่าพันๆคน “ตัวหนังนั้นสามารถทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงบรรยากาศการเอาตัวรอด ในฉากหนีตายช่วงแรกๆที่อยู่ในตัวเมืองนั้น กล้องจะถ่ายตัวฮิเดโอะที่กำลังวิ่งหนีแบบต่อเนื่อง ก็เพื่อจะถ่ายมุมมองของเขาเท่านั้น จากนั้นใส่ภาพที่มีควันลอยขึ้นจากตึกไกลๆ ก็จะทำให้รู้สึกเหมือนว่าทุกอย่างรอบๆตัวฮิเดโอะ ถูกถล่มไปพร้อมกับเมืองญี่ปุ่น”

i-am-a-hero-film-special-scoop-04หนังแนวใหม่ที่ได้จากการร่วมมือกับทีมเกาหลี

สิ่งที่ผู้กำกับซาโต้ต้องการความสมจริงที่ได้ใส่มันลงไปในหนังก็คือฉากที่ Outlet Mall ซึ่งถือว่าเป็นฉากไคลแมกซ์ที่ ฮิเดโอะ, สึงุมิ และคนอื่นๆทำการต่อสู้กับเหล่า ZQN  “มนุษย์ผู้รอดชีวิตได้ขึ้นไปอาศัยอยู่บนดาดฟ้าของตัวห้างและมองลงมาคอยดูเหล่า ZQN แต่ว่าหนังเรื่องนี้จะให้บรรยากาศที่แตกต่างจากเรื่องอื่น”  ในฉากต่อเนื่องนี้ที่อยู่ในช่วงท้ายของหนังนั้นได้ตกแต่งห้างที่ปิดตัวลงไปในเกาหลีให้เป็นห้างของญี่ปุ่น “ที่จริงแล้วมันทำให้เราได้ทำงานตามต้องการมากขึ้น ที่เกาหลีเราให้คุณโออิสุมิ ได้ยิงปืนจริงได้โดยใช้กระสุนปลอมและยังสามารถถ่ายฉากขับรถไล่ล่าโดยใช้ถนนภายในเขตอาคาร ซึ่งเราไม่สามารถถ่ายทำได้ในญี่ปุ่น” ผู้กำกับซาโต้กล่าว ซึ่งสำหรับฉากขับรถไล่ล่า พวกเอฟเฟ็กต์ปืนต่างๆนั้นเป็นหน้าที่ของบริษัทเกาหลี “Demolition” ที่เคยร่วมงานกับหนังยักษ์ของฮอลลีวูด The Avengers (2012)มาแล้ว

“ฉากรถแท็กซี่ชนแล้วพลิกคว่ำที่มีฮิเดโอะกับฮิโรมิ นั่งอยู่นั้นเราใช้สลิงยึดกับตัวรถและใช้เครนดึงไปทีเดียว ซึ่งวิธีการของพวกเขานั้นทำให้ได้ภาพที่สวยงามออกมา (ยิ้ม) ภายในรถเราเอาหุ่นสองตัวเข้าไปตั้งไว้ แต่ปรากฏว่าคอและชิ้นส่วนต่างๆของหุ่นหลุดออกมากองไว้ เมื่อคุณโออิสุมิ มาเห็นเข้าถึงกับหัวเราะแล้วพูดว่า “ผมก็คงเป็นแบบนี้เหมือนกัน”  และเนื่องจากเราใช้เครื่องจักรทำการเขย่ารถแท็กซี่ที่อยู่บนแท่น ทำให้ได้ภาพออกมาดูดีกว่าที่คิดเอาไว้  และทางคุณอาริมูระก็หัวเราะชอบใจในช่วงแรกด้วยเช่นกัน (หัวเราะ)”

i-am-a-hero-film-special-scoop-02สิ่งเหล่านี้ทำให้เราได้ภาพที่ไม่สามารถถ่ายได้ในญี่ปุ่นมาอยู่ในกล้อง และยังได้ความสมจริงเข้ามาอยู่ในตัวหนังด้วย  รับประกันความสำเร็จและความสนุกได้จากการคว้า 4 รางวัลจากงาน Sitges International Fantastic Film Festival of Catalonia (สเปน) และ Festival Internacional de Cinema do Porto (โปรตุเกส) ดังนั้น I Am A Hero จึงถือเป็นผลงานที่ฉีกแนวแล้วสร้างปรากฏการณ์ในวงการหนังญี่ปุ่นแน่นอน ที่เหลือก็อยู่ที่ว่าคนดูจะคิดอย่างกับผลงานนี้ ซึ่งทีมงานยืนยันว่า I Am A Hero คือ “สาส์นท้ารบ” ที่จะลบคำครหาว่า “หนังที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนมักจะไม่ประสบความสำเร็จ”