c3-in-bangkok-2016-artists-introduce-10เตรียมตัวกันให้พร้อมกับอีกหนึ่งานชาวเราที่กำลังจะมาถึงในช่วงปลายปีนี้ สำหรับงาน “C3 in Bangkok 2016” ระหว่างวันที่ 22-23 ตุลาคม 2016 ณ Royal Paragon Hall 1 – 3 ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน งานที่รวบรวมคาแรคเตอร์จากญี่ปุ่น พร้อมทั้งกิจกรรมมากมายมาให้สนุกไปด้วยกัน ยิ่งไปกว่านั้นในงานยังมี มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินญี่ปุ่นหลากหลายให้เราได้ฟังกัน ซึ่งต้องบอกว่าศิลปินที่มานั้น ล้วนคุ้นหน้าคุ้นตาในบ้านเราดี เพราะล้วนเคยมาพบปะแฟนๆ ชาวไทยกันมาแล้ว และครั้งนี้พวกเขาจะมาสร้างความสนุกให้กับแฟนๆ กันอีกครั้ง ก็ขอมาแนะนำทำความรู้จักเหล่าศิลปินในงานนี้กันอีกซักหน่อย ว่ามีศิลปินอะไรกันบ้าง

c3-in-bangkok-2016-artists-introduce-04Kitadani Hiroshi

เขาเปิดตัวผลงานเพลงครั้งแรกด้วยการเป็นสมาชิกวง Stagger ซึ่งเป็นวงที่เล่นเครื่องดนตรี 3 ชิ้น ในปี 1994 หลังจากวงอื่นของเขา คือ Lapis Lazuli ยุบวงไป เขาเริ่มสร้างสรรค์ผลงานโซโล โดยซิงเกิ้ลแรกที่เปิดตัว คือ We are! ถูกใช้เป็น opening theme song (เพลงเปิดตัว) เพลงแรกสำหรับอะนิเมะ ชื่อ ONE PIECE และกลายเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างมาก จากนั้นเขาทำ theme song สำหรับอะนิเมะเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่น Yu-Gi-Oh! เขาเข้าร่วมวง JAM Project ในปี 2002 และแสดงร่วมกันทั้งที่ Budokan และในต่างประเทศ ในปี 2012 เขาออกอัลบั้มของตัวเอง ชื่อ Real นอกจากขับร้องให้ JAM Project เขายังแต่งเพลงให้กับศิลปินอีกมากมาย ในปี 2014 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 20 ปีของเขา เขาออกอัลบั้มที่ดีที่สุดของเขา ชื่อ SCORE และตะเวนทัวร์คอนเสิร์ตในประเทศญี่ปุ่น ในปี 2015 ซึ่งเป็นวาระครบรอบปีที่ 15 ของ JAM Project เขายังคงจะสร้างสรรค์ผลงานเพลงและก้าวต่อไปพร้อมกับวงนี้

c3-in-bangkok-2016-artists-introduce-03Fukuyama Yoshiki

โยชิกิ ฟุคุยะมะ เป็นนักร้องนำ/นักกีตาร์และนักแต่งเพลง เขาเริ่มต้นอาชีพในวงการนี้ด้วยการเข้าร่วมงานกับวงดนตรี Hamming BIRD ซึ่งคว้ารางวัลในงาน “AXIA Music Audition” ในปี 1990 และออกซิงเกิ้ลแรก คือ “HAPPY BIRTHDAY” ในเดือนมิถุนายน 1991 ในฐานะนักร้องเดี่ยว โยชิกิเป็นผู้ขับร้อง theme song และเพลงประกอบอื่นๆ ของอะนิเมะเรื่อง ” Macross 7″ ในปี 1994 “FIRE BOMBER” (วงดนตรีที่ทำเพลงประกอบละครจาก Macross 7 ซึ่งโยชิกิเป็นนักร้องนำ) ออกอัลบั้ม “LET’S FIRE” ที่กลายเป็นอัลบั้มยอดฮิตและได้รับรางวัล “THE JAPAN GOLD DISC AWARD – Anime album of The Year” ในเดือนพฤษภาคมปี 2000 วง Hamming BIRD ยุบวงไป หลังจากนั้นโยชิกิออกอัลบั้มเดี่ยวอัลบั้มแรกของเขาในปี 2003 ในปีเดียวกัน เขาร่วมงานกับ JAM Project ซึ่งเป็นกลุ่มนักร้องเพลงประกอบอะนิเมะ นอกจากนี้ เขายังร้องเพลงและแต่งเพลง theme song จำนวนมาก เช่น “Overman King Gainer”, “MASQUERADE MAID-GUY” และเกมคอมพิวเตอร์ “Okiba ga Nai!” ส่วน theme song ชื่อ “MAKKANA CHIKAI” จากอะนิเมะที่ออกอากาศทางโทรทัศน์ คือ “Buso Renkin” (2006) ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นและกลายเป็นหนึ่งในเพลงยอดฮิตของเขา ปัจจุบันเขามีความกระตือรือร้นในการสร้างสรรค์ผงงานเพลงอย่างมากและตระเวนจัดคอนเสิร์ตทั่วโลก

สำหรับงานนี้ได้ทั้ง Kitadani Hiroshi และ Fukuyama Yoshiki มา บอกเลยว่าแฟนๆ เตรียมตัวเตรียมใจออกเสียงกันให้เต็มที่ได้เลย

c3-in-bangkok-2016-artists-introduce-06Ishida Yoko

โยโกะ อิชิดะ คว้ารางวัลจากการประกวด Anime Singer Contest ในปี 1990 โดยเปิดตัวครั้งแรกด้วยเพลง Otome no Policy ซึ่งเป็น theme ปิดท้ายของ Sailor Moon R จากนั้นเธอก็ได้แสดงและแต่งเนื้อร้องสำหรับอะนิเมะและเกมมากมาย จากนั้นออกอัลบั้มแรกชื่อ sweets ในสหรัฐอเมริกาและเปิดตัวครั้งแรกในต่างประเทศ จากนั้นก็ออกทัวร์คอนเสิร์ตกับ Anime Fusion Tour ซึ่งประสบความสำเร็จเกินคาดด้วย 13 คอนเสิร์ตใหญ่ในสหรัฐอเมริกาในช่วงปี 2005 ถึง 2006 โยโกะออกอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จสูงสุด ชื่อ SingleCollection ในเกาหลี ทั้งยังได้แสดงในสหรัฐอเมริกา สเปน บราซิล ฝรั่งเศส เม็กซิโก เกาหลี จีน ไทย คอสตาริกา โปรตุเกส เปรู และชิลี และตะเวนแสดงทั่วโลกในฐานะนักร้องเพลงประกอบอะนิเมะ หลังจากที่ theme song ชื่อ STRIKE WITCHES กลายเป็นเพลงฮิตติดชาร์ตในปี 2008 โยโกะเดินหน้าปล่อยเพลงอื่นๆ ในชุดเดียวกันออกมาและหลายเพลงกลายเป็นเพลงฮิต ในปี 2013 โยโกะออกอัลบั้มฉลองครบรอบ 20 ปีของเธอ ซึ่งนับเป็นอัลบั้มที่ยอดเยี่ยมที่สุด และออกทัวร์คอนเสิร์ตในโอซาก้าและโตเกียว ปัจจุบันอัลบั้มยังคงสร้างสรรค์ผลงานเพลงใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องและได้รับการสนับสนุนจากแฟนเพลงทุกเพศทุกวัย ด้วยเสียงที่ไพเราะราวกับเสียงของเทพธิดา เพลงของเธอจะยังคงมีผู้ฟังอยู่ทั่วโลก

c3-in-bangkok-2016-artists-introduce-05Yonekura Chihiro

ชิฮิโระเปิดตัวครั้งแรกด้วยเพลง Arashi no Naka de Kagayaite ซึ่งถูกใช้เป็นเพลงเปิดของอะนิเมะชื่อ OVA Gundam 08th MS Team ที่กวาดยอดขายไปมากกว่า 100,000 แผ่น จากนั้นเธอก็ได้บันทึกผลงานเพลงอื่นเข้าไปในชุดนี้ ทั้งยังได้ขับร้องเพลงประกอบอะนิเมะยอดฮิตอีกหลายเพลง ซึ่งรวมถึง Will (เพลิงเปิดของอะนิเมะชื่อ Hoshin Engi, Fairy Tail ~Yakusoku no Hi~, เพลงเปิดอะนิเมะเพลงที่ 14 ของ Fairy Tail และอื่นๆ รวมแล้วได้ออกซิงเกิ้ลทั้งหมด 34 ซิงเกิ้ล กับอีก 17 อัลบั้ม หลังจากที่ได้เซ็นสัญญากับค่าย SOLID VOX ชิฮิโระมีโอกาสได้โชว์ความสามารถบ่อยครั้งในต่างประเทศ โดยตระเวนเปิดคอนเสิร์ตทั้งในอเมริกาใต้ เอเชีย และประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศ นอกจากนี้ยังแต่งเพลงและเนื้อร้องให้ศิลปินคนอื่นๆ ด้วย

c3-in-bangkok-2016-artists-introduce-08AKIRA

อะคิระเริ่มชีวิตการเป็นศิลปินตั้งแต่อายุเพียง 12 ปี ด้วยความหลงใหลในแฟชั่นของเด็กผู้ชายที่เธอพยายามเลียนแบบตั้งแต่สมัยเรียนอยู่มัธยมปลาย (อย่างเช่น การใส่วิกผม) ก่อนจะเข้าเรียนต่อที่ Ferris University ในวัย 18 ปี

จากนั้นในวัย 19 ปี อะคิระได้รับทุนเข้าเรียนที่สถาบัน Avex Artist Academy เป็นเวลา 1 ปี ต่อมาออกผลงานชุดแรกกับวงดนตรีวงแรกในชีวิต ชื่อ AKIRA with Tetra Haze ในวัย 20 ปี ซึ่งทรงผมในครั้งนั้นได้กลายเป็นหนึ่งในทรงผมที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

อะคิระเริ่มโด่งดังจากการที่มีภาพถ่ายลงในนิตยสาร KERA (นิตยสารแฟชั่นสำหรับผู้หญิงวัยรุ่น) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอก้าวเข้าสู่วงการนางแบบในปี 2007 โดยได้ขึ้นปกในนิตยสารดังกล่าวหลายครั้ง ต่อมาในปี 2013 ได้ออกลุ๊คบุ๊คเป็นของตนเองในชื่อ “AKIRA STYLE BOOK” นับเป็นนางแบบรุ่นใหม่ที่เจิดจรัสและมีเสน่ห์ดึงดูดใจด้วยสไตล์การแต่งตัวในแบบของผู้ชาย ช่วยจุดประกายแฟชั่นแนวนี้ให้ได้รับความนิยมสูงในเวลาต่อมา

อะคิระออกผลงานเพลงเดี่ยวครั้งแรกในช่วงฤดูร้อนของปี 2014 ในฐานะศิลปินหลักของค่ายโซนี่ ในชื่อเพลง “Aoki Tsuki Michite” ซึ่งใช้เป็นเพลงปิดท้าย (ending theme) ของเพลงอะนิเมะชุด “Black Butler: Book of Circus” นอกจากนี้ยังเป็นนักร้องนำให้วงร็อคญี่ปุ่นแนว visual kei ที่ชื่อ “DISACODE” ซึ่งมีสมาชิก 3 คน ซึ่งจนถึงปัจจุบันอะคิระออกอัลบั้มมาแล้ว 3 อัลบั้ม

ในยามว่างจากการร้องเพลงในกับวง อะคิระสวมบท Kaname Kuran ในละครเวที Vampire Knight ที่จัดแสดงในญี่ปุ่น ส่วนซิงเกิ้ลที่ 2 คือ “Kirie Toroimen no Shirabe” ถูกนำไปใช้เป็นธีมหลักในละครเวทีเรื่องนี้ด้วย ขณะที่ซิงเกิ้ลใหม่ “Waltz of Vanitas” ถูกนำไปใช้เป็นธีมหลักในละครเวที “Vampire Knight -revive-”

c3-in-bangkok-2016-artists-introduce-07Kamen Rider Girls

คาเมน ไรเดอร์ เกิลส์ เป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 40 ปีของ Kamen Rider โดยเฉพาะ พวกเธอสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้กับความสำเร็จของ Kamen Rider ด้วยเสียงเพลง โดยมีคอนเสิร์ตใหญ่หลายครั้งเพื่อโปรโมท KAMEN RIDER และตัวพวกเธอเอง ซึ่งรวมถึงคอนเสิร์ตในกรุงเทพฯ ด้วย

c3-in-bangkok-2016-artists-introduce-09SpringChubit

SpringChubit เป็นวงป๊อบที่มีสมาชิก 3 คน ได้แก่ Harupiii- (Haruka Yamashita), Sa-chan (Sayaka Kasuga) และ Yumimin (Yumi Haruse) ซึ่งก่อตั้งในโตเกียวเมื่อปี 2015 โดยในปีเดียวกันได้ออกซิงเกิ้ลแรก คือ “Suteki Dokidokiga sukisuki” ทั้งดนตรี ท่าเต้น และเนื้อร้องได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์หลากหลายสาขา

หลังจากปล่อยซิงเกิ้ลที่สองออกมา SpringChubit ได้ออกทัวร์คอนเสิร์ตทั้งในไต้หวันและกรุงเทพฯ ในเดือนมีนาคม กรกฎาคม และกันยายน 2016 โดยผลงานของสมาชิกทุกคนในวงถ่ายทำที่พัทยา อยุธยา กรุงเทพฯ ซึ่งนำออกเผยแพร่ในเดือนสิงหาคม และในปีหน้าจะออก DVD ชุดแรกในเดือนสิงหาคม

สมาชิกวง (จากซ้ายไปขวา)
Sa-chan (Sayaka Kasuga), Harupiii- (Haruka Yamashita), Yumimin (Yumi Haruse)

ข้อมูลเพิ่มเติม

Twitter ของสมาชิกในวง
Harupiii- (Haruka Yamashita) (คนกลางในภาพ) https://twitter.com/yamashitaharuka
Sa-chan (Sayaka Kasuga) (คนซ้ายในภาพ) https://twitter.com/sayaka_kasuga
Yumimin (Yumi Haruse) (คนขวาในภาพ) https://twitter.com/haruseyumi
c3-in-bangkok-2016-artists-introduce-01Kurosaki Reon
คุโรซากิเป็นนักแสดงผู้มากความสามารถที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในเส้นทางการแสดงและการถ่ายภาพ โดยทำหน้าที่เป็นนักร้องนำให้วง Crazy Beats at Comiket เมื่อเร็วๆ นี้ได้แสดงในฮ่องกงและประเทศอื่นๆ ในเอเชีย และครั้งนี้ถือเป็นการมาเยือนเมืองไทยครั้งแรก
c3-in-bangkok-2016-artists-introduce-02Kenichi Ebina

เคนอิชิ เอบินะ เป็นศิลปินนักแสดงและผู้กำกับที่เรียนรู้และฝึกฝนการเต้นรำด้วยตนเอง การแสดงของเขาโดดเด่นไม่ซ้ำแบบใคร ด้วยรูปแบบการเต้นที่หลากหลาย ทั้งละครใบ้และแสงสีเสียงและมัลติมีเดียหลากหลายที่ช่วยดึงดูดผู้คน แม้จะไม่ใช่ผู้ที่ไม่สนใจชมการเต้นรำก็ตาม

เคนอิชิได้รับเชิญเป็นวิทยากร (ในฐานะนักแสดง) ใน TED Talks 2007 (TED คือ งานประชุมประจำปี ซึ่งผู้มีชื่อเสียงนับพันเข้าร่วมรับฟังและรับชมการกล่าวสุนทรพจน์ของ 50 พิธีกรดัง เช่น อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ผู้ได้รับรางวัลโนเบล ประธานบริษัทขนาดใหญ่ นักประดิษฐ์ที่มีผลงานโดดเด่น ศิลปิน ฯลฯ)

เคนอิชิได้แสดงในงานหลายๆ งาน รวมทั้งออกรายการโทรทัศน์และมีงานสอนในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ยังได้แสดง กำกับ และออกแบบท่าเต้นให้หลายโครงการ ตลอดจนคณะนักเต้นและละครหลายคณะ

รางวัลสำคัญๆ ที่เคยได้รับ

 2001 “Amateur Night” จากงาน World-Famous Apollo Theater ในย่าน Harlem ใน New York << Winner of Super Top Dog / Grand Champion ในฐานะผู้เข้าแข่งขันคนแรกของญี่ปุ่น >>

2007 “Showtime at the Apollo” ซึ่งเป็นรายการโทรทัศน์ของ “Amateur Night” ที่ Apollo Theater << Grand Champion ในการแข่งขันเต้น หลังจากคว้ารางวัลมาแล้ว 7 ครั้ง >>

2012 “KAMIWAZA: season 1” ในการแข่งขัน World All-kind Performer Contest (รายการทีวีในญี่ปุ่น) << ผู้ชนะ / ร่วมการแข่งขันในฐานะตัวแทนจากประเทศญี่ปุ่น >>

2013 “America’s Got Talent: season 8” ในการแข่งขัน All-kind Talent Contest (รายการทีวีในสหรัฐอเมริกา) << ผู้ชนะ จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 75,000 คน / First Asian Winner / First Dancer Winner >>

ทั้งหมดนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากงาน “C3 in Bangkok 2016” ส่วนไฮไลท์ในงานอื่นๆ นั้น มารอติดตามกันต่อไปจ้า

Official Website : http://www.c3bkk.com/