hayao

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ในรายการสารคดีความยาว 50 นาที ชื่อ Owaranai Hito – Miyazaki Hayao ของช่อง NHK ซึ่งนอกจากสารคดีฉบับนี้จะนำเสนอเกี่ยวกับอนิเมชันเรื่องใหม่อย่าง Kemushi no Boro แล้ว ยังมีกล่าวถึงเหตุการณ์ในช่วงที่ปู่ Miyazaki Hayao ตำนานแห่งสตูดิโอ Ghibli และอดีตโปรดิวเซอร์จากสตูดิโอเดียวกันอย่างคุณ Suzuki Toshio ได้เข้าร่วมชมการนำเสนอผลงานของทีม CGI ที่ศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์ ของบริษัท Dwango ซึ่งมีคุณ Kawakami Nobuo ประธานบริษัทดังกล่าวเป็นผู้สนับสนุนการนำเสนอนี้

ในการนำเสนอครั้งนี้ได้แสดงผลงานวิจัยชิ้นใหม่ของทาง Dwango ว่าด้วยการนำเอาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามากำหนดการเคลื่อนไหว (animating) ให้กับหุ่นจำลองรูปคน โดยเริ่มจากการให้เคลื่อนไหวไปข้างหน้า และเพิ่มความเร็วขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยปราศจากข้อกำหนดเรื่อง “ความเจ็บปวด” ผลลัพธ์ที่ออกมาคือ การเคลื่อนไหวไปข้างหน้าที่ไม่ใกล้เคียงความเป็นมนุษย์ เป็นรูปคนเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยการไถลไปกับพื้น คอพับลงติดพื้น ขาไขว้กันจนผิดรูปมนุษย์ และมีแขนเพียงหนึ่งข้างกับหัวที่ไถพื้น เป็นตัวนำพาร่างกายไป แม้แต่ทีมวิจัยเองก็ยังกล่าวว่าน่าจะเอาไปใส่ในเกมซอมบี้มากกว่า

แต่เมื่อปู่ Miyazaki ได้ชมการนำเสนอจนจบก็ได้กล่าวว่า

“ทุกเช้า ถึงจะไม่ใช่ในเร็ว ๆ นี้ที่ผ่านมา ผมเคยได้เห็นเพื่อนที่เป็นคนพิการ ที่แม้แต่จะยกมือทำไฮทัชก็ยังเป็นเรื่องยาก เพราะกล้ามเนื้อของเขาเอง พอนึกถึงเพื่อนคนนี้แล้ว ผมไม่รู้สึกเลยว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ คนที่สร้างสิ่งนี้มาต้องเป็นคนที่ไม่เคยนึกถึงสิ่งที่เรียกว่าความเจ็บปวด หรืออะไรทำนองนี้เลย เห็นแล้วรู้สึกขยะแขยงครับ ถ้าพวกคุณจะสร้างผลงานชวนอ้วกแบบนี้ก็เชิญทำต่อไปเถอะ แต่ผมไม่คิดจะเอามันมาร่วมในการสร้างผลงานของผมแน่นอน ผมรู้สึกเหมือนกับว่ามันเป็นการดูถูกการมีชีวิตครับ”

หลังจากที่กล่าวจบ ก็เล่นเอาทั้งห้องเต็มไปด้วยความเย็นเยือก

แม้ปู่ Miyazaki จะไม่ปกปิดว่าตนเองนั้นไม่ถนัดกับเทคโนโลยี แต่ก็ไม่เคยกล่าวว่าการสร้างงานด้วยมือ จะดีไปกว่าการทำ CG animation แต่เขาเชื่อว่าที่เป็นแบบนี้ เพราะอนิเมเตอร์ในยุคนี้ไม่มีความสามารถพอ และการกลับมาของเขาในครั้งนี้ก็เป็นการมาพร้อมกับผลงานอนิเมชั่นความยาว 12 นาที เรื่อง Kemushi no Boro อันมีเนื้อหาเกี่ยวกับ “หนอนผีเสื้อตัวน้อย ที่ตัวเล็กจนสามารถถูกบี้แบนได้ด้วยนิ้วมือของคุณ” ที่จะนำไปฉายใน Studio Ghibli Museum แบบ exclusive เท่านั้น ซึ่งคงจะไม่มีกำหนดเสร็จภายในปีหน้า

Source:Aaron Stewart-Ahn’s Twitter