http://bungo-stray-dogs.jp/character/

หลังจากที่ได้แนะนำตัวละครในฝั่งสำนักงานนักสืบบุโซกันไปแล้วใน Part แรก สำหรับการแนะนำตัวละครในเรื่อง Bungou Stray Dogs Part ที่ 2 นี้เราจะมาพูดถึงตัวละครฝั่ง พอร์ตมาเฟีย กันบ้างครับ แน่นอนว่าแต่ละคนนั้นก็ล้วนแล้วแต่มีต้นแบบเป็นนักเขียนชื่อดังของญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน แต่ละคนจะมีประวัติอย่างไร น่าสนใจขนาดไหน มาติดตามชมกันได้เลยครับ

bungou-stray-dogs-02

ก่อนที่จะอ่านเรื่องราวด้านล่างนี้ ย้ำกันอีกทีว่า Version Light Novel ของเรื่องนี้ที่กำลังจะออกมาให้เราได้ติดตามอ่านกันก็เป็นลิขสิทธิ์ของ สนพ. Phoenix Next นะครับ ส่วน Version Manga นั้น สามารถติดตามได้จากทางสนพ. Luckpim ได้เลยครับ

Akutagawa Ryunosuke (芥川 龍之介) 

bungo-stray-dogs-part-2_01

ตัวละครนี้เป็นหนึ่งในสมาชิกของพอร์ตมาเฟียผู้คุมท่าเรือของเมือง Yokohama ตัวเขานั้นมีฝีมือร้ายกาจมากๆ แม้แต่ Dazai Osamu เองก็ยังคอยเตือนทุกคนในสำนักงานนักสืบบุโซเอาไว้ว่าห้ามประมาทชายคนนี้โดยเด็ดขาด เขามักจะสวมชุดดำอยู่เสมอและตีสีหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ราวกับยมทูตสีดำก็มิปาน พลังพิเศษของเขาคือ Rashomon (羅生門)  ซึ่งจะแปลงผ้าคลุมสีดำให้กลายเป็นสัตว์ร้ายฉีกกระชากทุกสิ่งที่เป็นเป้าหมายให้พินาศ ซึ่งได้ต้นแบบมาจากงานเขียนชื่อดังของต้นแบบตัวละครตัวนี้มานั่นเอง

bungo-stray-dogs-part-2_02

Akutagawa Ryunosuke นักเขียนที่เป็นนักเขียนในดวงใจของ Dazai Osamu เขามีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1892-1927 ตัวเขานั้นมีความสนใจในด้านวรรณกรรมมาตั้งแต่เด็ก และยังชื่นชอบผลงานของ Mori Ogai (森 鷗外) และ Natsume Soseki  (夏目 漱石) เป็นอย่างมากด้วย เขาได้เขียนเรื่องสั้นที่ชื่อว่า Rashomon (羅生門) ขึ้นมาในปี 1914 แม้ว่าจะยังไม่โด่งดังมากนักในสมัยนั้น แต่กลับโด่งดังไปทั่วโลกในภายหลัง ส่วนเรื่องสั้นที่ทำให้ชื่อเสียงของ Akutagawa Ryunosuke โด่งดังขึ้นมานั้นคือ Hana (鼻) นั่นเอง แต่ทว่า Akutagawa Ryunosuke นั้นกลับจบชีวิตตนเองลงด้วยวัยเพียง 35 ปีเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม ผลงานของเขาที่ฝากเอาไว้นั้นเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมจนได้รับการยอมรับในระดับสากลเลยทีเดียว

bungo-stray-dogs-part-2_03

กล่าวถึงผลงานที่ถูกหยิบยกมาใช้ในเรื่อง ซึ่งก็คือ Rashomon นั่นเอง Rashomon นี้มีที่มาจากชื่อประตูทิศใต้ของเกียวโตซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของประเทศญี่ปุ่นมาก่อน  เรื่องราวของ Rashomon นี้ได้กล่าวถึงบุคคลกลุ่มหนึ่งได้เข้ามาหลบฝน และได้พูดถึงเรื่องราวที่ตนเองได้ไปที่ศาลเพื่อให้ปากคำคดีที่มีซามูไรถูกฆ่า ซึ่งคนกลางที่เดินผ่านมานั้นก็ได้รับฟังคำบอกเล่าและนำมาพิจารณา ท้ายที่สุดคนกลางก็ได้กล่าวว่าทุกคนล้วนแล้วแต่โกหกเพื่อให้ตนเองดูสูงค่าขึ้น เพื่อปิดบังให้ตนเองได้ประโยชน์และนี่ก็คือตัวตนที่แท้จริงของมนุษย์ สะท้อนให้เห็นถึงความสกปรก ดำมืดในจิตใจของมนุษย์ แม้จะฐายนะสูงส่งเพียงใด เป็นผู้ทรงศีล ยาจก ซามูไร สุดท้ายทุกคนก็ล้วนแล้วแต่เป็นมนุษยืผู้สกปรกและพร้อมจะฉีกกระชากผู้อื่นลงมาอยู่ต่ำกว่าตนแทบทั้งสิ้น ซึ่งแนวคิดนี้ก็ได้ถูกดัดแปลงมาเป็นพลังพิเศษของตัวละครตัวนี้นั่นเอง

Mori Ogai (森 鷗外)

bungo-stray-dogs-part-2_04

เขาคนนี้เป็นบอสของ พอร์ตมาเฟีย ซึ่งลูกน้องทุกคนให้ความเคารพ แม้ภายนอกจะดูเหมือนเป็นคุณหมอหน้าตาเซ่อๆแถมยังซุ่มซ่าม แต่เบื้องหลังหน้ากากนั้นกลับเป็นบอสขององกรณ์มาเฟียผู้แสนเย็นชาและไม่เคยปราณีผู้ใด

bungo-stray-dogs-part-2_05

Mori Ogai ผู้มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1862-1922 มีชื่อจริงว่า Mori Rintarou (森 林太郎) ตัวเขานั้นมีบทบาทสำคัญสำหรับประเทศญี่ปุ่นในสมัยนั้นมาก เขาเป็นทั้งรองผู้บัญชาการกองทัพญี่ปุ่น แพทย์ นักกวี และนักเขียน หลังจากที่เขาสำเร็จการศึกษาด้านการแพทย์ที่ประเทศเยอรมันนีแล้ว และได้เดินทางกลับมายังประเทศญี่ปุ่น เขาก็ทุ่มเทให้กับงานเขียน งานกวี และงานแปลอย่างจริงจัง และยังจัดทำวารสารทางการเพทย์ตีพิมพ์ออกมาทุกเดือนด้วยทุนทรัพย์ของตัวเอง และตัวเขายังพยายามฟื้นฟูวรรณกรรมญี่ปุ่นในยุคเก่าให้มีเนื้อหาและภาษาที่ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยได้ตีพิมพ์วารสารที่ชื่อว่า Shigarami Soshi ขึ้นมา รวมถึงหนังสือที่รวมบทกวีของตัวเขาเองที่ชื่อว่า Omokage อีกด้วย

ผลงานของเขาที่ถูกหยิบยกมาใช้ในเรื่องนี้ก็คือ Uita sekusuarisu (ヰタ・セクスアリス) ซึ่งมีที่มาจากนิยายอีโรติกของ Mori Ogai ซึ่งเรื่องนี้ได้กล่าวถึงมุมมองการเปลี่ยนแปลงจากเด็กที่ไร้เดียงสาไปสู่มุมมองของผู้ใหญ่โดยเล่าผ่านตัวละครเอกที่หลงเข้าไปอยู่ในย่านสถานเริงรมย์นั่นเอง

Higuchi Ichiyo (樋口一葉)

bungo-stray-dogs-part-2_06

เธอเป็นรุ่นน้องของ Akutagawa Ryunosuke ในพอร์ตมาเฟียและยังเป็นผู้ช่วยของเขามาโดยตลอดอีกด้วย แม้จะไม่มีพลังพิเศษ แต่ก็ชดเชยด้วยความสามารถในการต่อสู้ของเธอนั่นเอง

Undated - Ichiyo Higuchi (1872-1896) is the Japanese author in Meiji era. In 1894 her first major work, Otsugomori (The New Year's Eve) was published, and in the following year, Takekurabe, Nigorie (Troubled Waters), Jusanya (The Thirteenth Night) were published to critical and popular success. But her literary career was cut short in 1896, when she contracted, and soon died of, tuberculosis. (Photo by Kingendai Photo Library/AFLO)

Higuchi Ichiyo ผู้มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1872-1896 ชื่อนี้นั้นเป็นนามปากกาของ Higuchi Natsu (樋口 奈津) นักเขียนหญิงในสมัยปีเมจิ เนื่องจากเธอเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 24 ปีจึงทำให้ผลงานของเธอมีอยู่น้อย แต่ทว่าผลงานแต่ละเรื่องของเธอนั้นใช้ภาษาญี่ปุ่นคลาสสิกในงานเขียนทำให้งานเขียนของเธอมีเอกลักษณ์มาก แต่ด้วยความมีเอกลักษณ์นั้นเองที่ทำให้คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่สามารถทำความเข้าใจกับงานของเธอได้มากเท่าใดนัก เนื่องจากเป็นวรรณกรรมที่อ่าน ค่อนข้างยาก นั่นเอง และรูปของเธอผู้นี้ ก็ปรากฏอยู่บนธนบัตรมูลค่า 5,000 Yen อีกด้วยนะครับ

bungo-stray-dogs-part-2_08ภาพธนบัตรมูลค่า 5,000 Yen

Hirotsu Ryurou (広津 柳浪)

bungo-stray-dogs-part-2_09

เขาเป็นหัวหน้าของกลุ่ม Kurokage แห่งพอร์ตมาเฟีย ภายนอกอาจจะดูเป็นตาลุงที่ดูสุภาพ แต่ทว่าภายในนั้นเป็นตาลุงที่โหดร้ายเลือดเย็นมาก ทั้งคำพูดและการกระทำ เขาไม่เคยปราณีศัตรูหน้าไหนทั้งสิ้น และไม่ใช่เพียงแต่ศัตรูเท่านั้น แม้แต่คนของพอร์ตมาเฟียด้วยกันก็ยังไม่เว้น ซึ่งพลังพิเศษของเขาก็คือ Raku Tsubaki (落椿) ซึ่งจะส่งวัตถุใดก็ตามพุ่งไปในทิศทางที่ต้องการได้อย่างอิสระ และชื่อหน่วย Kurokage (黒蜴) ก็ได้มาจากชื่อนิยายของนักเขียนต้นฉบับของตัวละครนี้ด้วยเช่นกัน

bungo-stray-dogs-part-2_010

Hirotsu Ryurou นั้นมีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1861-1928 ซึ่งชื่อนี้นั้นเป็นนามปากกาของ Hirostu Naoto (広津直人) ตัวเขานั้นถือเป็นผู้ที่บุกเบิกการเขียนนิยายแนวโศกนาฏกรรมเป็นคนแรกๆในวงการวรรณกรรมญี่ปุ่น เขาได้พบกับ Ozaki Koyo (尾崎紅葉) ในปี 1899 และได้ทำงานร่วมกันในกลุ่มนักเขียนชื่อ Kenyuusha (硯友社) ซึ่งพวกเขาก็ได้ตีพิมพ์นิยายแนวโศกนาฏกรรมออกมามากมายจนเป็นที่ยอมรับในวงการ ผลงานที่โด่งดังที่สุดของเขาคือ Imado Shinju ซึ่งได้ถูกตีพิมพ์ออกมาในปี 1896 นั่นเอง

Kaji Motojiro (梶井 基次郎)

bungo-stray-dogs-part-2_011

Kaji Motojiro นั้นรับหน้าที่เป็นมือระเบิดของพอร์ตมาเฟีย เขานั้นจะปกปิดตนเองไว้อยู่เสมอเนื่องด้วยหน้าที่ของการลอบวางระเบิดนั่นเอง และความสามารถพิเศษของเขาก็คือ Lemonade (檸檬爆弾) ซึ่งจะทำให้เขาไม่ได้รับอันตรายจากระเบิดของตัวเองนั่นเอง

bungo-stray-dogs-part-2_012

Kaji Motojiro ผู้มีชีวิตอยู่ในช่วงปีโชวะ (1901-1932) เขาเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 31 ปีเท่านั้น แต่ผลงานเรื่องสั้นของเขานั้นกลับเป็นที่นิยมมาจนถึงทุกวันนี้ ยกตัวอย่างเช่น Lemon (檸檬) ที่ตีพิมพ์ในปี 1925 Sakura no ki no shita ni wa 櫻の樹の下には ที่ตีพิมพ์ในปี 1928 และ Yami no emaki (闇の絵巻) ที่ตีพิมพ์ในปี 1930 แม้จะเป็นเรื่องสั้น แต่เขาก็เขียนมันด้วยเทคนิคและมุมมองที่แตกต่างทำให้ผู้อ่านได้คิดตามทั้งในมุมของตัวละคร ตัวผู้อ่านเอง รวมไปถึงมุมมองของผู้เขียนที่เขาต้องการจะสื่อความหมายอะไรบางอย่างแฝงลงไปในตัวงานที่เขาเขียนขึ้นมานี้อีกด้วย

bungo-stray-dogs-part-2_013

เมื่อกล่าวถึงเรื่องราวของผลงานที่ชื่อว่า Lemon ที่ถูกนำมาปรับใช้ในเรื่องนี้ ในเรื่องนี้เรื่องราวถูกถ่ายทอดออกมาโดยใช้มุมมองของตัวเอก กล่าวถึงตัวละครเอกที่เกิดความไม่พอใจหรือขุ่นข้องใจอะไรบางอย่าง จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้ไปซื้อ Lemon มาลูกหนึ่งและนำมันไปวางไว้บนโต๊ะที่ร้าน Maruzen (丸善) จากนั้นเขาก็จินตนาการว่าเจ้า Lemon ลูกนี้นั้นได้กลายเป็นระเบิดเวลา และจินตนาการไปเรื่อยๆจนกระทั่งมันระเบิด ซึ่งมันทำให้เขาตื่นเต้นเป็นอย่างมาก จนกระทั่งท้ายที่สุดแล้วเขาก็ออกจากร้านไปด้วยความพึงพอใจ หลังจากที่ผลงานนี้ตีพิมพ์ไป ที่ร้าน Maruzen ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัด Kyoto นั้นก็มักจะมีคนนำผล Lemon ไปวางไว้บนโต๊ะเสมอ จนกระทั่งร้านได้ปิดตัวลงไปนั่นเอง

Nakahara Chuya (中原中也)

bungo-stray-dogs-part-2_014

Nakahara Chuya นั้นเป็นหนึ่งในผู้บริหารของพอร์ตมาเฟีย และเคยเป็นอดีตคู่หูของ Dazai Osamu อีกด้วย เขาเป็นนักสู้มือเปล่าที่เก่งกาจมากในองกรณ์ ชื่นชอบสุรา การต่อสู้ และเสียงเพลง พลังพิเศษของเขาคือ Yogoretsu Chimatsuta Kanashimi ni (汚れつちまつた悲しみに) ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงเวคเตอร์และความแข็งแกร่งของวัตถุที่สัมผัสได้

bungo-stray-dogs-part-2_015

Nakahara Chuya นั้นมีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1907-1937 เป็นนักกวีในสมัยปีโชวะตัวเขานั้นไม่ได้รับการยอมรับในฐานะของนักกวีตั้งแต่แรก แต่ทว่าภายหลังที่เขาเสียชีวิตไปแล้วนั้น บทกวีของเขาได้ถูกนำไปใช้เป็นเนื้อเพลงต่างๆอยู่หลายครั้งจนทำให้บทกวีของเขานั้นได้ถูกเผยแพร่ออกไปผ่านเสียงเพลงเหล่านี้นั่นเอง

Ozaki Kouyou (尾崎 紅葉)

bungo-stray-dogs-part-2_016

Ozaki Kouyou เป็นหนึ่งในผู้บริหารของพอร์ตมาเฟีย และเคยเป็นผู้ดูแลของ Izumi Kyoka ซึ่งตัวละครทั้งสองตัวนี้จะแต่งกายด้วยชุดกิโมโนคล้ายกัน และความสามารถพิเศษก็ยังเป็นการเรียกวิญญาณผู้พิทักษ์ที่เป็นหญิงสาวถือดาบออกมาเหมือนกันอีกด้วย ซึ่งชื่อของความสามารถพิเศษนั้นก็คือ Konjakiyasha(金色夜叉)
bungo-stray-dogs-part-2_017
Ozaki Kouyou ผู้มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1868-1903 ชื่อนี้นั้นเป็นนามปากกาของ Ozaki Takutaro (尾崎 徳太郎) นักเขียน นักกวี และยังเป็นอาจารย์ของ Izumi Kyoka อีกด้วย ทำให้ในงานเขียนของ Izumi Kyoka นั้นจะสังเกตุได้ว่าคล้ายกับ Ozaki Kouyou ผู้เป็นอาจารย์อยู่มากทีเดียว 

bungo-stray-dogs-part-2_018

ผลงานที่ถูกนำมาดัดแปลงในเรื่องนี้ก็คือ Konjikiyasha (金色夜叉) ซึ่งมีที่มาจากนิยายที่มีชื่อเดียวกัน โดยเรื่องราวของนิยายเรื่องนี้กล่าวถึงชายคนหนึ่งที่เคยถูกหักหลังจากคนรักด้วยเรื่องเงินๆทองๆ ทำให้เขานั้นปิดกั้นใจตวเองไปและแปรเปลี่ยนไปเป็นคนที่ใช้ชีวิตเพื่อเงินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งของมนุษย์เมื่อมีเรื่องราวของเงินทองเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้จะรักกันเพียงใด แต่สุดท้ายก็พังทลายได้เพียงเพราะเงิน

Yumeno Kyusaku  (夢野 久作)

bungo-stray-dogs-part-2_019

Shouta กระหายเลือด… อาจจะเป็นคำนิยามที่เหมาะสมก็ได้สำหรับตัวละครตัวนี้ แม้ว่าหน้าตาจะดูน่ารัก แต่เขาก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของพอร์ตมาเฟียเช่นกัน เขามักจะพกตุ๊กตาที่หน้าตาน่ากลัวเอาไว้ตัวหนึ่ง ซึ่งเขาสามารถใช้มันเป็นอาวุธทำร้ายใครก็ตามที่เขาสั่งได้อย่างน่าสะพรึงกลัวเลยทีเดียว ซึ่งความสามารถพิเศษนั้นใช้ชื่อว่า Dogura Magura (ドグラ・マグラ) ซึ่งมีที่มาจากผลงานเขียนของต้นแบบตัวละครนี้ครับ

bungo-stray-dogs-part-2_020

Yumeno Kyusaku  เป็นนามปากกาของ Sugiyama Taido (杉山泰道) ผู้มีชีวิตในช่วงปี 1889-1936 ตัวเขานั้นเคยบวชเป็นพระมาก่อน และยังเคยทำงานเกี่ยวกับละคร Noh และเป็นนักข่าวอิสระของหนังสือพิมพ์ Nishinippon (西日本新聞) อีกด้วย เขาเป็นนักเขียนที่มีความสามารถสูงมาก เขียนได้หลายแนวไม่ว่าจะเป็นแนว Sci-fi สืบสวนสอบสวน แนวสยองขวัญ แถมยังเป็นนักแปลอีกด้วย โดยเคยแปลผลงานเรื่อง Love After Death จากต้นฉบับภาษญี่ปุ่นที่ชื่อ Shigo no Koi หรือแม้แต่เรื่อง Hell in a Bottle ซึ่งแปลจากต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นที่ชื่อ Binzume Jigoku ให้ออกตีพิมพ์ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษได้อีกด้วยครับ

bungo-stray-dogs-part-2_021

ผลงานชื่อดังที่ถูกนำมาดัดแปลงใช้ในเรื่องนี้คือ Dogura Magura (ドグラ・マグラ) ซึ่งจะกล่าวถึงเรื่องราวของชายหนุ่มที่อยู่ๆก็ฟื้นขึ้นมาในแผนกจิตเวชของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งโดยที่จำอะไรไม่ได้เลย แต่จู่ๆก็มีศาสตราจารย์คนหนึ่งมาบอกกับเขาว่าเขาตกเป็นหนูทดลองยาอะไรบางอย่างและตัวเขาได้ฆ่าคนไปแล้วถึงเจ็ดคนด้วยกัน รวมไปถึงพ่อแม่และคู่หมั้นของเขาอีกด้วย เขาจึงต้องพยายามรวบรวมหลักฐานเพื่อไขปริศนาว่าเหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกันแน่ ซึ่งหลักฐานหนึ่งในนั้นที่เขาตามหาก็คือหนังสือที่ชื่อ  Dogura Magura ซึ่งถูกเขียนโดยผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตคนหนึ่งอีกด้วยครับ

Oda Sakunosuke (織田 作之助)

bungo-stray-dogs-part-2_022

Oda Sakunosuke นั้นเป็นคนที่อ่อนโยนและใจดีมาก จนถึงขนาดที่ว่า Dazai Osamu นั้นยกย่องเขาเลยทีเดียว และเขายังเป็นสมาชิกพอร์ตมาเฟียที่แทบจะไม่เคยฆ่าศัตรูเลย แต่ใช่ว่าเขาจะไม่เก่งถึงฆ่าใครไม่ได้ ไม่ใช่แบบนั้น เขาเป็นนักสู้ที่เก่งกาจมาก มากเสียจน Dazai Osamu ยังต้องเตือนไม่ให้ใครไปแหยมด้วยเลยทีเดียว ความสามารถพิเศษของเขาคือ Tenimuhou (天衣無縫) ซึ่งจะทำให้เขาสามารถคาดเดาอนาคตล่วงหน้าได้ 5-6 วินาที

bungo-stray-dogs-part-2_023

Oda Sakunosuke ผู้มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1913-1947 เป็นนักเขียนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มนักเขียนประเภท Buraiha (無頼派)” ซึ่งเป็นกลุ่มนักเขียนที่เขียนผลงานสะท้อนให้เห็นถึงความไร้แก่นสารของชีวิต ความเสื่อมโทรมและวิกฤติจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กระทบต่อสังคมญี่ปุ่นอย่างตรงไปตรงมาและจริงจัง ซึ่งนักเขียนในกลุ่มนี้ก็ได้แก่ Dazai Osamu และ Sakaguchi Ango นั่นเอง งานเขียนของเขานั้นถูกแบนอยู่หลายเรื่องและยังถูกวิพากย์วิจารณ์อย่างหนักในขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่ แต่ภายหลังจากที่เสียชีวิตไปแล้ว ผลงานของเขาหลายเรื่องกลับถูกนำไปสร้่างเป็นภาพยนต์หลายเรื่องด้วยกันครับ

bungo-stray-dogs-part-2_024

ผลงานที่ถูกหยิบยกมาดัดแปลงใช้ในเรื่องนี้คือ Tenimuhou นั้นเป็นผลงานที่ว่าด้วยเรื่องราวของครอบครัวครอบครัวหนึ่งซึ่งมักจะขอยืมเงินผู้อื่นมาใช้เสมอ แต่ทว่าด้วยสเน่ห์ประหลาดบางอย่างของครอบครัวนี้ จึงทำให้ไม่มีใครสามารถปฏิเสธหรือเกลียดชังครอบครัวนี้ได้ลงเลย ซึ่งเป็นงานเขียนที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์อีกอย่างหนึ่ง ให้แง่คิดและมุมมองที่ดีมากครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับตัวละครฝั่งของพอร์ตมาเฟีย แต่ละคนก็ล้วนแลฃ้วแต่มีสเน่ห์ในแบบของตัวเองกันทั้งนั้นเลยใช่ไหมล่ะครับ สำหรับ Part หน้านั้นจะเป็นเรื่องราวของตัวละครจาก The Guild กันบ้าง อย่าลืมติดตามชมกันด้วยนะคร๊าบ!

บทความตอนอื่นๆ ติดตามได้ที่ลิ้งค์ด้านล่าง