http://bungo-stray-dogs.jp/character/

ในครั้งก่อนนั้นเราได้พูดถึงตัวละครฝั่ง พอร์ตมาเฟีย กันไปแล้ว ครั้งนี้เราจะหยิบยกเรื่องราวของตัวละครฝั่ง The Guild มาพูดคุยกันบ้าง ตามท้องเรื่องนี้ตัวละครฝั่ง The Guild นั้นก็คือฝั่งตัวร้ายที่มาจากอเมริกานั่นเอง ซึ่งพวกเขานั้นก็มีความสามารถต่างๆ มากมายแถมยังเก่งกาจกันแทบทุกคน และแน่นอนว่าชื่อและต้นแบบของตัวละครเหล่านั้นก็ได้หยิบยกมาจากนักเขียนระดับโลกชื่อดังเช่นเดียวกัน ในครั้งนี้เราจะมาตีแผ่เรื่องราวของพวกเขากันครับว่าแต่ละครเป็นยังไงมายังไง และต้นแบบของพวกเขาคือใคร ไปดูกันเลยจ้า!

bungou-stray-dogs-02

และเช่นเคยตามธรรมเนียม ก่อนที่จะอ่านเรื่องราวด้านล่างนี้ ย้ำกันอีกสักทีว่า Version Light Novel ของเรื่องนี้ที่กำลังจะออกมาให้เราได้ติดตามอ่านกันก็เป็นลิขสิทธิ์ของ สนพ. Phoenix Next นะครับ ส่วน Version Manga นั้น สามารถติดตามได้จากทางสนพ. Luckpim นะครับ

Francis Scott Key Fitzgerald  (フランシス・スコット・キー・フィッツジェラルド)

bungo-stray-dogs-part-3_01

หัวหน้าของกลุ่ม  “Fellowship of The Guild” ตัวเขานั้นมีเป้าหมายบางอย่างที่ต้องการจะทำให้สำเร็จ จึงร่วมมือกับสำนักงานนักสืบบุโซชั่วคราว ในตอนที่เขาต้องต่อสู้กับ Nakajima Atsushi และ Akutagawa Ryunosuke นั้น เขาถึงกับต้องใช้สินทรัพย์ทั้งหมดไปจนกลายเป็นยาจกเลยทีเดียว แต่ด้วยความช่วยเหลือของ Louisa พวกเขาจึงได้ตั้งความหวังใหม่ไว้ว่าจะร่วมกันฟื้นฟุ Guild ใหม่ที่เป็นของตัวเองอีกครั้งครับ ความสามารถของเขานั้นเรียกว่า The Great Fitzgerald (Kareinaru Fittsujerarudo: 華麗なるフィッツジェラルド) ซึ่งจะเกิดความสามารถนี้ได้ต่อเมื่อเขาใช้เงินเป็นตัวสร้าง Trigger ให้เกิดความสามารถนี้ ยิ่งจ่ายหนักเท่าใดก็จะยิ่งแข็งแกร่ง เรียกได้ว่าสายเปย์ดีๆนี่เอง…

bungo-stray-dogs-part-3_02

Francis Scott Key Fitzgerald ผู้เป็นต้นแบบของตัวละครนี้นั้นมีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1896 – 1940 เขาเป็นนักประพันธ์และนักเขียนเรื่องสั้นชาวอเมริกันผู้มีฝีมือจัดจ้านมาก เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเขียนชาวอเมริกันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของศรรตวรรษที่ 20 นิยายที่โด่งดังของเขาที่เขียนจนจบนั้นมีอยู่ 4 เรื่องได้แก่ This Side of Paradise, The Beautiful and Damned, The Great Gatsby และสุดท้ายคือ Tender Is the Night ส่วนเรื่องที่ 5 นั้นยังเขียนไม่จบเขาก็มาจากไปเสียก่อน ซึ่งเรื่องนั้นก็คือ The Love of the Last Tycoon นั่นเอง

bungo-stray-dogs-part-3_03

สำหรับผลงานเขียนที่นำมาใช้ในเรื่องนี้มีที่มาจากเรื่อง The Great Gatsby เรื่องราวต้องห้าม ความหลง และศีลธรรมที่ถูกตีแผ่ออกมาผ่านทางมุมมองของ Nick Carraway ชายหนุ่มผู้เป็นเพื่อนบ้านของ Jay Gatsby มหาเศรษฐีผู้ซึ่งเป็นคนต้นเรื่องนี้นั่นเอง นิยายเรื่องนี้นั้นให้มุมมองของสังคมคนชั้นสูงที่ฟอนเฟะ จอมปลอม และไร้ศีลธรรมจรรยาใดๆทั้งสิ้น นิยายเรื่องนี้ได้ถูกนำไปสร้างเป็นหนังและละครซีรี่ย์หลายครั้ง เพื่อนๆสามารถลองติดตามดูได้นะครับ

Louisa May Alcott (ルイーザ・メイ・オルコット)

bungo-stray-dogs-part-3_04

สมาชิกของ The Guild หน้าที่ของเธอคือนักวางกลยุทธ์ประจำกลุ่ม ตัวเธอนั้นเป็นสาวแว่นและมีนิสัยค่อนข้างขี้อาย เธอนั้นพยายามจะสนับสนุน Francis Scott Key Fitzgerald เพื่อให้เขาทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งหลังจากที่ The Guild ถุกโค่นลงเธอกับ Fitzgerald นั้นก็ได้จับมือกันเพื่อพยายามสร้าง The Guild ที่อัดแน่นไปด้วยอุดมคติของทั้งคู่เอาไว้ขึ้นมาอีกครั้ง พลังพิเศษของเธอคือ Little Women (Wakakusa Monogatari: 若草物語) ซึ่งจะทำให้เวลารอบตัวของ Louisa นั้นผ่านไปในอัตราส่วน 1/8000 จากการไหลของเวลาปกติ ซึ่งจะทำได้ก็ต้อเมื่อเธอใช้สมาธิอยู่ในห้องส่วนตัวเท่านั้น

bungo-stray-dogs-part-3_05

Louisa May Alcott นักประพันธ์และนักกวีหญิงชาวอเมริกันผู้มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1832 – 1888 ชื่อเสียงของเธอนั้นโด่งดังมาจากงานเขียนที่ชื่อว่า Little Women (1871) Little Men (1871) และ Jo’s Boys (1886) เธอเติบโตมาในครอบครัวที่ค่อนข้างยากจน จึงต้องทำงานเพื่อช่วยเหลือครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อย และในที่สุดงานเขียนของเธอก็ประสบความสำเร็จในปี 1860 โดยในช่วงแรกๆนั้น เธอยังใช้นามปากกาว่า A. M. Barnard ในช่วงที่เขียนนิยายวัยรุ่นอีกด้วย

bungo-stray-dogs-part-3_06

เมื่อกล่าวถึงงานเขียนที่ถูกหยิบยกมาใช้ในเรื่องนี้อย่าง Little Women นั้นเป็นเรื่องราวของพี่น้องที่เป็นเด็กหญิง 4 คน ซึ่งค่อยๆเปลี่ยนแปลงจากวัยเด็กสู่ความเป็นหญิงสาวเต็มตัว เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นมุมมองต่างๆของเด็กหญิงที่กำลังค่อยๆเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เรื่องนี้ได้ถูกนำไปสร้างเป็นหนังและละครหลายครั้ง รวมถึงได้ถูกหยิบเอาไปสร้างเป็น Anime ฉายในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วยในปี 1980

Lucy Maud Montgomery (ルーシー・モード・モンゴメリ)

bungo-stray-dogs-part-3_07

Lucy Maud Montgomery นั้นเป็นเด็กกำพร้าที่ถูก The Guild รับอุปการะเอาไว้และสอนอะไรหลายๆอย่างให้กับเธอ บุคคลิกของเธอนั้นจะค่อนข้างก้าวร้าวและรุนแรงโดยทั้งหมดนั้นก็เพื่อปกปิดความอ่อนแอของเธอนั่นเอง หลังจากที่พ่ายแพ้ให้กับ Nakajima Atsushi เธอก็เริ่มจะมีพัฒนาการไปในทางที่ดีขึ้น และเริ่มแสดงความอ่อนโยนของตัวเองออกมามากขึ้นเมื่ออยู่กับเขา พลังพิเศษของเธอคื่อ Anne of Abyssal Red (Shin’en no Akage no An: 深淵の赤毛のアン) ซึ่งผู้ที่โดนพลังนี้เข้าไปจะถูกคุมขังอยู่ในมิติพิเศษที่เรียกว่า “Anne’s Room” โดยผู้ที่ถูกขังอยู่นั้นจะถูกไล่ล่าจาก Anne และสัตว์ประหลาดของเธอราวกับถูกบังคับให้เล่นเกมซ่อนหานั่นเอง

bungo-stray-dogs-part-3_08

L.M. Montgomery OBE นั้นคือนามปากกาของ Lucy Maud Montgomery ผู้ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1874 – 1942 เธอเป็นนักเขียนชาวแคนาดา เมื่อผลงานแรกของเธอที่ชื่อว่า Anne of Green Gables ได้ถูกตีพิมพ์ในปี 1908 ชื่อของเธอก็โด่งดังไปทั่วโลกทันที ตลอดชีวิตของเธอนั้นได้ตีพิมพ์ผลงานออกมามากมายจัดเป็น นิยาย 20 เรื่อง เรื่องสั้น 530 เรื่อง บทกวี 500 บท และยังมีเรียงความอีก 30 เรื่อง ซึ่งงานของเธอนั้นล้วนแล้วแต่มีคุณค่ามากจนได้รับการยอมรับและเผยแพร่ไปทั่วโลก

bungo-stray-dogs-part-3_09

งานเขียนที่ถูกหยิบยกมาใช้ในเรื่องนี้คือ Anne of Abyssal Red ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากผลงานนิยาย Series Anne of Green Gables ซึ่งเป็นผลงานสร้างชื่อของเธอนั่นเอง ซึ่งเรื่องนี้กล่าวถึงเรื่องราวการผจญภัยของเด็กกำพร้าที่ชื่อว่า Anne วัย 11 ปี ที่จะต้องพบเจอกับเรื่องราวต่างๆมากมาย นิยายเรื่องนี้ถูกแปลภาษาไปหลายภาษามากและยังเป็นที่นิยมไปทั่วโลกจนกระทั่งถูกดัดแปลงเป็นหนัง ละครซีรี่ย์ฉายในโทรทัศน์หลายครั้ง

Margaret Mitchell (マーガレット・ミッチェル)

bungo-stray-dogs-part-3_010

Margaret Mitchell นั้นเป็นผู้หญิงที่มีนิสัยค่อนข้างหยิ่งยโส เธอแสดงออกกริยาเหล่านี้กับทุกคนไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน หรือศัตรูของเธอก็ตาม แต่ทว่าเธอเองก็ยังมีด้านที่อ่อนโยนอยู่เป็นบางครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอกระโจนเข้าไปกอด Nathaniel Hawthorne เพื่อปกป้องเขาจากการโจมตีของ Akutagawa Ryunosuke อีกด้วย พลังพิเศษของเธอคือ Gone With the Wind (Kaze to Tomo ni Sarinu: 風と共に去りぬ) ซึ่งจะสามารถทำลายวัตถุต่างๆได้ด้วยสายลมนั่นเอง

bungo-stray-dogs-part-3_011

เมื่อกล่าวถึงต้นแบบอย่าง Margaret Mitchell นั้น เะอมีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1900 – 1949 เธอเป็นชาวอเมริกันที่ทำหน้าที่ทั้งนักข่าวและนักเขียนในเวลาเดียวกัน โดยนามปากกาของเธอที่ใช้ตอนเป็นนักข่าวคือ Peggy Mitchell เธอเคยเขียนนิยายวัยรุ่นเรื่อง Lost Laysen และนิยายเรื่อง The Atlanta Journal และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย จนกระทั่งนิยายเรื่องสุดท้ายของเธอเรื่อง Gone With The Wind นั้นได้รับรางวัล National Book Award ในปี 1936

bungo-stray-dogs-part-3_012

เมื่อกล่าวถึงผลงาน Gone With The Wind นั้น ถือเป็นนิยายที่คลาสสิคมากๆครับ แม้จะเป็นเรื่องราวของ O’Hara Scarlett ผู้มากรัก เธอคือคนที่งดงามที่สุดในเมืองจนแม้กระทั่งหนุ่มต่างเมืองยังมาหลงใหล แม้จะยั่วยวนมากรักเพียงใด เนื้อแท้ของตัวเธอนั้นกลับเป็นคนดีอย่างไม่น่าเชื่อ คาดว่าลักษณะนิสัยของตัวละคร Margaret Mitchell นั้นจะได้รับอิทธิพลส่วนหนึ่งมาจากตัวละคร Scarlett นี่ล่ะครับ

bungo-stray-dogs-part-3_013

เรื่องราวชีวิตรักอันผาดโผนของ O’Hara Scarlett นั้นถูกนำไปดัดแปลงเป็นหนังในปี 1939 และกวาดรางวัลออสการ์ไปถึง 10 รางวัลเลยทีเดียว นับเป็นงานที่คลาสสิคมากๆครับ หากมีโอกาศอยากลองแนะนำให้ดูเรื่องนี้ให้ได้ครับ

Nathaniel Hawthorne (ナサニエル・ホーソーン)

bungo-stray-dogs-part-3_015

Nathaniel Hawthorne นั้นเป็นคนที่นับถือในศาสนาเป็นอย่างมาก เขามีความเชื่อว่าตัวเขานั้นได้รับภารกิจมาจากพระผู้เป็นเจ้าให้มาพิพากศาเหล่าคนบาป แม้ว่าจะมีนิสัยหยิ่งยโสเช่นเดียวกับคู่หู Margaret Mitchell แต่ทว่าเขานั้นกลับเป็นคนที่สุขุมรอบคอบเป็นอบ่างมาก แม้ว่าจะทะเลาะกับ Mitchell ที่เป็นคู่หูในบางครั้ง แต่ก็ดูแลเอาใจใส่กันดีกว่าที่คาดมาก พลังพิเศษของเขาคือ The Scarlet Letter (Himoji: 緋文字) ซึ่งสามารถเปลี่ยนเลือดให้กลายเป็นดาบ หรือกระสุนปืน หรือเป็นอาวุธต่างๆได้อย่างอิสระ หรือแม้กระทั่งเปลี่ยนเป็นโล่เพื่อสะท้อนการโจมตีของศัตรูก็ยังทำได้

bungo-stray-dogs-part-3_014

สำหรับนักเขียนต้นแบบอย่าง Nathaniel Hawthorne เขาเป็นนักเขียนชาวอเมริกันที่มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1804 – 1864 ผลงานของเขาส่วนใหญ่นั้นจะเป็นเรื่องสั้น หรือไม่ก็นิยายแนว Dark Romantic ผลงานของเขานั้นจะมีการพูดถึงเรื่องราวของธรรมชาติของมนุษย์ บาป ศีลธรรม และความซับซ้อนเชิงจิตวิทยาของมนุษย์ซึ่งล้วนแล้วแต่ตีความได้อย่างลึกล้ำ จัดเป็นนักเขียนอีกคนหนึ่งที่เขียนบรรยายความเป็นมนุษย์ได้อย่างสุดขั้วอีกคนหนึ่งเลยทีเดียว

bungo-stray-dogs-part-3_016

ผลงานของเขาที่ถูกนำมาดัดแปลงในเรื่องนี้คือ The Scarlet Letter ซึ่งนับเป็นผลงานชิ้นเอกของเขาเลยทีเดียว The Scarlet Letter นี้เป็นผลงานที่บอกเล่าเรื่องราวของ Hester Prynne ผู้ที่ตั้งครรภ์จากความผิดพลาดและความหลงใหล การบอกเล่าเรื่องราวผ่านหญิงสาวผู้กลับตัวกลับใจจากความผิดพลาด หยัดยืนลุกขึ้นสู้เพื่อศักดิ์ศรีและความละอายใจต่อบาปของตน นับเป็นผลงานที่บรรยายความเป็นมนุษย์ที่มีหลากหลายอารมณ์ หลากหลายแง่คิดให้ผู้อ่านได้ติดตามกันจนถึงขั้นวางหนังสือเรื่องนี้ไม่ลงเลยล่ะครับ

Howard Phillips Lovecraft (ハワード・フィリップス・ラヴクラフト)

bungo-stray-dogs-part-3_017

Howard Phillips Lovecraft เป็นคนที่ค่อนข้างแปลกประหลาดสำหรับเรื่องนี้ (เรื่องนี้หาคนปกติธรรมดายากเสียเหลือเกินจริงๆ) โดยตัวเขานั้นได้ทำสัญญาอะไรบางอย่างกับ Fitzgerald เอาไว้ เมื่อถึงเวลาที่สัญญาของเขาสิ้นสุดลง เขาก็เดินลงไปนอนหลับในมหาสมุทรซะอย่างนั้น พลังพิเศษของเขาคือ The Great Old Ones (Kyu Shihai-sha: 旧支配者) ซึ่งเขาจะเปลี่ยนร่างกายของตัวเองให้กลายเป็นสัตว์ประหลาดที่มีหนวดมากมาย นอกจากนี้ร่างกายของเขายังฟื้นตัวได้เองอีกตะหาก ถึงขนาดว่า Dazai กับ Chuya ช่วยกันรุมยังไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย

bungo-stray-dogs-part-3_018

เมื่อกล่าวถึงต้นแบบตัวละครตัวนี้อย่าง Howard Phillips Lovecraft เขาเป็นนักเขียนชาวอเมริกันที่ประสบความสำเร็จในการเขียนนิยายสยองขวัญเป็นอย่างมาก เขามีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1890 – 1937 ซึ่งผลงานของเขานั้นเป็นที่ยอมรับกันในระดับสากลถึงความสยองขวัญของตำนานปีศาจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง The Call of Cthulhu หรือจะเป็น The Shadow over Innsmouth ก็ตาม

bungo-stray-dogs-part-3_019

ผลงานที่ถูกนำมาดัดแปลงใช้ในเรื่องนี้คือสัตว์ประหลาดที่มาจากเรื่อง The Call of Cthulhu นั่นเอง นิยายสยองขวัญเรื่องนี้นั้นได้รับการพูดถึงไปทั่วโลกและตีพิมพ์ออกไปหลายภาษาจนในหลายๆวงการต่างหยิบยกเอาสัตว์ประหลาดจากนิยายเรื่องนี้ไปใช้อย่างแพร่หลาย หรือแม้กระทั่งในวงการ Light Novel เองก็มีนักเขียนที่หยิบเรื่องราวของสัตว์ประหลาดจาก The Call of Cthulhu เอามาดัดแปลงเป็นเด็กสาวสุดป่วนผู้มาจากต่างดาวอีกด้วย

John Steinbeck (ジョン・スタインベック)

bungo-stray-dogs-part-3_020

John Steinbeck คู่หูของ H.P.Lovecraft ตัวเขานั้นเป็นคนเรียบง่ายให้อารมณ์เหมือนเด็กหนุ่มชาวไร่เนื่องจากตัวเขานั้นมาจากแถบอเมริกาเหนือนั่นเอง แม้จะมีบรรยากาศดูสบายๆแต่ตัวเขานั้นกลับสามารถสร้างความหวาดผวาให้กับศัตรูได้อย่างมากถึงมากที่สุดเลยทีเดียว พลังพิเศษของเขาคือ The Grapes of Wrath (Ikari no Budo: 怒りの葡萄) ฺโดยจะมีเถาองุ่นงอกออกมาจากร่างของเขา โดยเถาองุ่นเหล่านั้นจะสามารถโจมตีศัตรู จับศัตรู หรือแม้แต่ป้องกันการโจมตีของศัตรูก็ยังทำได้สบายๆ

bungo-stray-dogs-part-3_021

John Steinbeck ต้นแบบของตัวละครตัวนี้นั้นเป็นนักเขียนชาวอเมริกันที่มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1902 – 1968 มักเขียนงานที่สะท้อนสังคมหรือความนึกคิด ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน เช่นความรัก มิตรภาพ
งานเขียนที่ดังๆและถูกกล่าวถึงในระดับโลกรวมทั้งบ้านเราก็เช่น Tortilla Flat (1935) หรือ Cannery Row (1945) และผลงานที่คลาสสิคข้ามกาลเวลาอย่าง East of Eden (1952) รวมไปถึง Of Mice and Men (1937) และ The Red Pony (1937) โดยผลงานที่ดีที่สุดและได้รับรางวัล The Pulitzer Prize-winning ของเขาได้แก่เรื่อง The Grapes of Wrath (1939) นั่นเอง ซึ่งเรื่องนี้นั้นนอกจากจะได้รางวัล Pulitzer แล้วยังทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลอีกด้วยครับ

bungo-stray-dogs-part-3_022

สำหรับผลงานที่นำมาดัดแปลงใช้ในเรื่องนี้ก็คือ The Grapes of Wrath นั้นเป็นเรื่องราวที่บอกเล่าถึงครอบครัว Joad ซึ่งต้องต่อสู้ฟันฝ่าทั้งสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย การเอารัดเอาเปรียบจากมนุษยืด้วยกันในสังคมทุนนิยม โดยพวกเขาต้องออกเดินทางจากสภาพความเป็นอยู่ในปัจจุบันเพื่อฝั่งฝันที่ดีกว่า เรื่องนี้นั้นได้สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของมนุษย์ได้อย่างน่าเจ็บแสบ ทั้งการเอารัดเอาเปรียบ ความไว้เนื้อเชื่อใจที่สุดท้ายต้องกลายเป็นเศษฝุ่นเพียงเพราะคำว่าผลประโยชนืและการเอาตัวรอด นับเป็นผลงานท่สุดยอดจนอยากแนะนำให้อ่านจริงๆครับ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเรื่องราวของนักเขียนต้นแบบของเรื่อง คณะประพันธกรจรจัด ที่หยิบยกกันมาเล่าสู่กันฟังกับเพื่อนๆทั้งหมดนี้ บางครั้งแม้จะเป็นเพียง Anime Manga หรือ Light Novel ที่ใครอาจจะมองเป็นเรื่องเล็กๆ แต่มันกลับมีเรื่องราวการเรียนรู้ซ่อนอยู่ภายในมากมาย เพียงแค่รอให้เราได้ออกไปค้นหามันเท่านั้น แล้ว Anime Manga หรือ Light Novel ในดวงใจที่เพื่อนเคยดู เคยอ่านนั้น มีที่มาตัวละครจากไหน คนเขียนเขาแอบซ่อนความรู้อะไรมาให้เราหรือเปล่า แล้วตัวคุณเองล่ะ ได้ลองค้นหาความรู้เหล่านั้นหรือยัง? ไม่แน่ว่าความรู้เหล่านั้น อาจจะอยู่ใกล้ตัวคุณกว่าที่คิดก็ได้นะครับ

บทความตอนอื่นๆ ติดตามได้ที่ลิ้งค์ด้านล่าง