ขึ้นปีใหม่ ๆ พร้อมกับอนิเมะซีซั่นใหม่ ๆ สำหรับซีซั่นี้นั้นก็เรียกได้ว่ามีอนิเมะที่น่าสนใจอยู่หลายเรื่องซึ่งทางเราก็จะรีวิวอนิเมะแต่ละเรื่องให้ได้ตัดสินใจเลือกกัน โดยอิงจากตอนที่ 1 ที่ได้ฉายกันไปเพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจว่าจะดูเรื่องไหนเปิดฉากได้น่าติดตามกันบ้าง

ว่าแล้วก็มาเริ่มกันเลยครับ (อันดับเรื่องรีวิวก่อน/หลัง ไม่ได้บ่งชี้ว่าเรื่องนั้นดี/ไม่ดีกว่ากันครับ)

Akiba’s Trip The Animation

แอนิเมชั่นจากเกมที่หลาย ๆ คนรอคอยและยังถือเป็นเรื่องที่ฉลองครบรอบ 25 ของสตูดิโอ Gonzo โดยทำออกมาเป็นเนื้อเรื่องออริจนอลไม่ได้อิงกับเกม โดยเป็นการต่อสู้กับแวมไพร์ใน Akibahara ด้วยวิธีการเปลื้องผ้า!?

โดยรวมออกมาเป็นแอนิเมะแอคชั่น (รึเปล่า?) เบาสมองที่เนื้อหาย่อยง่าย เพราะไม่ได้มีปมหรืออะไรซ่อนอยู่เลยเป็นการเดินเรื่องแบบเส้นตรง พระเอกได้พลัง สุดท้ายก็ช่วยกันสู้กับนางเอก ซึ่งด้วยความที่มันไม่ซับซ้อนนั้นทำให้เราสนุกไปกับมันได้โดยไม่ต้องคิดอะไร แต่คาแรคเตอร์แอบจืดไปหน่อย ไฮไลท์ผมทำให้ดูมีอะไรขึ้นมาหน่อยแต่ก็ไม่ได้ทำให้มีเอกลักษณ์อะไรมากนัก งานภาพไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักทำให้การขยับค่อนข้างไหลลื่น ฉากบู๊ทำออกมาได้สนุกจัดว่าดูได้เพลิน ๆ เรื่อย ๆ ล่ะ

Masamune-kun no Revenge

 

อนิเมะที่ดัดแปลงจากมังงะมาอีกเช่นเคยโดยคราวนี้แต่งโดย Takeoka Hazuki และมี อ.Tiv เขียนภาพประกอบ ซึ่งตัวมังงะก็ยังไม่มีลิขสิทธิ์ในบ้านเราเช่นกัน

เรื่องราวของเด็กหน่มมัธยมปลาย Makabe Masamune ที่เปลี่ยนแปลงตัวเองจากอ้วนแผละมาเป็นหนุ่มสุดหล่อ เพื่อที่จะแก้แค้น Adagaki Aki คุณหนูผู้เพียบพร้อมที่ในวัยเด็กเคยสร้างรอยแผลไว้กับตน หนทางนั้นก็คือการที่ต้องทำให้ Aki มาหลงรักเค้าและสลักรักทิ้งแบบที่เคยเจอนั่นเองโดยสำหรับเรื่องนี้ก็มีการเล่าเรื่องที่กระชับปูเรื่องจบใน 1 ตอน ในส่วนที่เหลือก็คือรอลุ้นกันว่าพระเอกจะทำแผนการสำเร็จหรือเปล่า คาแรคเตอร์พระเอกน่าชื่นชมมากที่เปลี่ยนแปลงตัวเองมาได้ขนาดนี้ ตัวคุณหนูเอาแต่ใจแถมซึนเดะเระแบบนี้เรียกว่าหาได้ยากยิ่ง งานภาพจัดว่าโอเคไม่ได้ดีที่สุดแต่ก็ไม่แย่ โดยรวมถือเป็นอนิเมะที่สนุกดัดแปลงจากมังงะได้กระชับ

Youjo Senki

 

อนิเมชั่นแนวต่างโลกในธีมสงครามโลกช่วงปี 1923 ผสมกับแฟนตาซี ซึ่งพระเอกผู้เคยเป็นพนักงานออฟฟิสธรรมดา ๆ ก็ได้มาเกิดใหม่เป็นสาวน้อยผมทองตาสีฟ้า ในนาม Tanya Degurechaff ซึ่งกลายเป็นทหารหญิงสุดโหดในสนามรบ

เป็น 1 ตอนที่เข้มข้นตั้งแต่ต้นยันจบกับฉากแอคชั่นที่ทำออกมาได้ดุเดือด ทั้งตัวบทและงานภาพออกมาคุณภาพค่อนข้างดีเพราะอิงจากไลท์โนเวลจึงไม่น่าเป็นห่วงในเรื่องนี้มากนัก อีกทั้งงานภาพที่ทำออกมาให้ความรู้สึก “อิน” ไปกับความโหดเหี้ยมของ Tanya ที่มีความเคร่งในกฏของกองทัพและอำมหิตกับลูกน้องที่ขัดคำสั่ง แต่ตัวคาแรคเตอร์ดีไซน์ทำออกมาค่อนข้างขัดตาเช่น Viktoriya ที่ทำให้ฉากดราม่ามันไปไม่สุดด้วยหน้าตาที่ไม่เข้ากับบรรยากาศทำให้มันหดหู่หรือตกใจไม่สุด ตัวไลท์โนเวลมีลิขสิทธิ์ในไทยโดย สำนักพิมพ์ Phoenix จ้า

Fuuka สายลมรักฤดูร้อน

 

อีกหนึ่งผลงานมังงะของ อ.Kouji seo ที่เคยฝากผลงานไว้มากมายอย่าง Kimi no Iru Machi (บ้านของเสียงหัวใจ vbk) , Suzuka (ลุ้นรักตามสายลม vbk) และสำหรับ Fuuka สายลมรักฤดูร้อน ที่ได้เป็นอนิเมะในซีซั่นนี้ ซึ่งตัวมังงะนั้นในไทยก็มีลิขสิทธิ์จากทาง Luckpim

เปิดเรื่องมาแบบ love comedy ภาพสวยดนตรีเพราะ เรื่องราวของคู่พระนางวัยมัธยม (?) Akitsuki Fuuka และ  Haruna Yuu ที่พบเจอกันด้วยเหตุบังเอิญ งานภาพจัดว่าดีแม้จะมีบางฉากที่แอบเผาบ้างแต่ส่วนใหญ่ทำออกมาได้สวยโดยเฉพาะสาว ๆ ด้านบทก็อิงตามมังงะซึ่งทำออกมาค่อนข้างเหมือน แต่ถ้าอิงจากผลงานเก่า ๆ ของ อ.Kouji แล้วนั้นขอบอกเลยว่า เรื่องนี้ไม่ธรรมดาเพราะเอาจริง ๆ แล้วหลายตัวละครถ้ายกจากตอนที่ 1 แล้วในช่วงหลังนั้นบทเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนอโดยเฉพาะพัฒนาการของตัวละครและความสัมพันธิ์

Seiren

 

จากผลงานคาแรคเตอร์ดีไซน์ให้กับซีรีส์ Amagami อ.Takayama Kisai ในคราวนี้ก็กลับมาอีกครั้งกับผลงานเรื่อง Seiren กับ School Love comedy โดยเป็นเรื่องราวของ Nanasaki Ikuo นักเรียนโรงเรียน Kibito กับสาว ๆ ทั้งสาม Tsuneki Hikari , Miyamae Toru , Touno Kyouko

ตัวอนิเมะนั้นแบ่งออกทั้งหมด 3 ไทมไลน์ด้วยกัน ซึ่งแต่ละไทมไลน์ก็จะมีสาว ๆ แต่ละคนเป็นนางเอก เรียกได้ว่าไม่ต้องมีลุ้นว่าใครจะเข้าวิน เพราะแยกกันไปเรียบร้อย ในด้านงานภาพค่อนข้างน่าผิดหวังทั้งในด้านภาพและเฟรมเรทซึ่งจริง ๆ มันก็คล้าย ๆ กับ Amagami เมื่อหลายปีก่อนแต่นี่มันปี 2017 แล้วก็อาจจะหวังเยอะไปนิดว่างานภาพจะพัฒนากว่าเดิมนะ แต่ก็มีดูดีอยู่บ้างในบางฉากสำคัญ ๆ โดยเฉพาะสาว ๆ ในเรื่อง การดำเนินเรื่องรู้สึกช้าไปนิดสำหรับอนิเมะที่จะจบแต่ละรูทใน 3-4 ตอน เพราะฉาย 1 คอร์ แต่แบ่ง 3 ไทมไลน์ซึ่งก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีอะไรหลังจากนี้อีกไหม

Demi-chan wa Kataritai

 

เรื่องราวของสาว ๆ อมุนษย์ หรือที่เรียกกันว่า “เดมิ” กับอาจารย์หนุ่มที่ชื่นชอบในตัวอมุนษย์ โดยเรื่องนี้ก็ได้ดัดแปลงมาจากมังงะ ของ อ. Petosu ซึ่งก็น่าเสียดายที่ตัวมังงะยังไม่มีลิขสิทธิ์ในไทยก็รอลุ้นกันไปว่าจะมีสำนักพิมพ์ไหนชื้อกันมาไหมนะครับ  

จัดว่าเป็นอนิเมะที่ดัดแปลงมาจากมังงะได้ดีมาก ๆ เรียกได้ว่าสนุกมาก ๆ ถ้าใครที่ชอบ School comedy แนวพูดคุยกันแล้วล่ะก็เรียกได้ว่ามาถูกเรื่อง เพราะเรื่องนี้พูดคุยกันสนุกมากจริง ๆ ดูแล้วอมยิ้มไปกับบทสนทนาและมุกตลกในเรื่องเลยล่ะ เช่น โดยปกติตามตำนานแล้วนั้นแวมไพร์จะแพ้กระเที่ยม ซึ่งตัวละครหลักที่เป็นแวมไพร์บอกหน้าตาเฉยว่าชอบกระเที่ยม… งานภาพต้องชม A-1 Pictures ที่วาดออกมาได้มีมาตรฐานค่อนข้างดีคงตัวทั้งตอน ต้องบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่อยากแนะนำในซีซั่นนี้

One Room

อนิเมะตอนสั้น 4 นาทีของสาวน้อยเตรียมสอบที่ได้ย้ายมาอยู่ข้างห้องของเราและได้ขอให้เราได้ติวเตรียมสอบให้กับเธอ ด้วยลายเส้นของ อ.Kantoku มหาเทพลายสก็อตที่หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกันดี

เป็นอนิเมะมุมมองบุคคลที่ 1 (แทนตัวเรา) สลับไปมากับภาพรวมของฉากและจุดชวนมองต่าง ๆ ให้อารมณ์เหมือนดู visual novel เอามาก ๆ โดยเป็นการดำเนินเรื่องไปกับชีวิตประจำวันเช่นพบเจอกันในทางกลับบ้าน ในด้านงานภาพสวยทั้งคนและฉากสมเป็นคาแรคเตอร์ดีไซน์โดย อ.Kantoku เรียกได้ว่าเป็น 4 นาที่ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพจริง ๆ

elDLIVE

การกลับมาอีกครั้งของอนิเมะที่สร้างมาจากผลงานมังงะของ อ. Amano Akira ผู้เขียน ครูพิเศษจอมป่วน รีบอร์น! ที่เคยโด่งดังในบ้านเรากับผลงานล่าสุดอย่าง elDLIVE ซึ่งขณะนี้กำลังฉายออนไลน์ลิขสิทธิ์ทาง Dex Channel ด้วยครับ

เรียกได้ว่าเหมือนรีบอร์นกลับมาฉายใหม่เลยทีเดียว โดยในครั้งนี้เป็นเรื่องราวของ เด็กหนุ่มที่จับพลัดจับผลูกลายเป็นตำรวจอวกาศซึ่งต้องรักษาความสงบสุขของจักรวาล ซึ่งในตอนแรกก็มีการดำเนินเรื่องค่อนข้างเอื่อยแต่มีลูกเล่นในการตัดฉากหรือเน้นฉากสำคัญได้ด้วยการเปลี่ยนโทนสี ซึ่งเป็นอะไรที่เพลินดี ด้านเนื้อหาค่อนข้างเหมาะกับทุกเพศทุกวัยมาก ซึ่งก็รอดูกันต่อว่าจะเดินเรื่องแบบรีบอร์น ที่เรื่อย ๆ ช่วงต้น แล้วไปเอามันส์จัดหนักกันตั้งแต่ช่วงกลางหรือไม่ จริง ๆ แนวทางเรื่องนี้มีจุดที่ต่างจากรีบอร์นพอสมควร แต่ด้วยลายเส้นตัวละครแนวเดียวกันเป๊ะ กับวิธีการเล่าเรื่องสไตล์อาจารย์อามาโนะ ก็คงเป็นที่สนใจสำหรับแฟน ๆ กันอยู่แล้ว ส่วนผู้ชมที่ไม่เคยติดตามรีบอร์นมาก่อน ลองสนุกกับเรื่องนี้ดูครับ

Hand Shakers

ออริจินอลอนิเมะที่รวมเอา GoHands, Frontier Works และ Kadokawa และถือเป็นเรื่องฉลองครบรอบ 30 ปีของร้าน animate อีกด้วยโดยจะเกี่ยวกับชายหนุ่มและหญิงสาวที่ต้องจับมือและร่วมต่อสู้ด้วยกันเพื่อความปราถนาที่ต้องการให้เป็นจริง

ต้องขอชมเลยว่าเป็นอนิเมะเน้นเทคนิค 3DCG ที่ทำออกมาได้สวยแปลกตามาก แต่ดันรู้สึกว่ามันจะตกม้าตายตรงที่ทีมงานดูเหมือนจะเป็นมือใหม่ ที่อาจจะพยายามทดลองเทคนิคบางอย่าง เลยพยายามอัด ๆ ทุกอย่างเข้าไปอยู่ในภาพมากเกินไป ทั้งแสงสีจัดจ้านจนเกินพอดีชวนแสบตา ตัวละครประกอบฉากและของประกอบฉากที่พยายามใส่รายละเอียดเข้าไปมากจนดึงจุดโฟกัสของภาพไปซะหมด รวมทั้งมุมกล้องที่ทำออกมาได้ฉวัดเฉวียนและดูมีความพยายามจะนำเสนอทิศทางกล้องแบบที่ไม่มีใครทำกันบ่อย ๆ ซึ่งต้องบอกว่ามาครบทุกมุม ทว่า มุมกล้องหมุนไปมา แต่เฟรมเรตตัวละครดันต่ำมากจนเห็นขยับเป็นท่อน ๆ กระด้าง ๆ ทำให้งานดูขาดความสมดุลมากทีเดียว และยังมีช้อตเซอวิสที่พยายามใส่มาจนเกินพอดี

แต่การดำเนินเรื่อง ก็มีไอเดียน่าสนใจตรงที่บังคับให้ตัวละครต้องจับมือด้วยกันตลอด กับจังหวะการเดินเรื่องค่อนข้างเร็วทำให้ชวนติดตาม และงานดนตรีประกอบถือว่าสนับสนุนกับเรื่องได้ดี ถ้าพอรับไหวกับงานภาพแบบแปลก ๆ ของเรื่องนี้ ก็ถือว่าน่าติดตามครับ

 

Kobayashi-san Chi no Maid Dragon

การกลับมาอีกครั้งของ Kyoani กับอนิเมะตลกที่ไม่ได้ใช้ Kyoani Engine ซึ่งทำออมาได้ดีซะด้วยสิ โดยเรื่องนี้ก็ดัดแปลงมาจากผลงานมังงะของ อ.Cool-kyou Shinja โดยเป็นเรื่องราวของพนักงานออฟฟิศสาว Kobayashi ที่ดันชวนมังกรสาว Tohru มาอยู่ด้วยที่บ้านตอนเมา

ทีแรกก็กังวลนิดหน่อย เพราะ Kyoani ในยุคหลัง ๆ นั้นขึ้นชื่อเรื่องพยายามโชว์พาวด้วยงานภาพ และห่างหายจากเมะแนวตลกมานานนับตั้งแต่ Nichijou แต่พอสัมผัสดูแล้วก็เรียกว่าดีงามโฮกกกก เป็นอนิเมะที่น่ารักมาก ๆ ดูแล้วอมยิ้มเลยกับคู่เจ้านายและมังกรเมด เรียกได้ว่า Kyoani คิดถูกแล้วที่กลับมาทำอนิเมะตลกแบบนี้ ส่วนบทก็ทำออกมาได้ลงตัว จัดว่าเป็นแนวที่เอาความเป็น Comedy/Fantasy มาเล่าเรื่องแบบ Slice of Life ที่สนุก โดยที่เราสนุกไปกับการวางตัวและการใช้ชีวิตของเจ้านายสาวออฟฟิศที่ไม่สมหญิงและมังกรเมดที่ไม่รู้จักวัฒนธรรมของมนุษย์แต่รักเจ้านามาก ๆ เสียด้วย งานภาพ จากตอนแรกก็ไม่มีเผาอะไรสมกับเป็น Kyoani ท่าทางจะดูได้สนุกตั้งแต่ต้นยันจบเลยล่ะ

Fate Grand Order – First Order

จากเกมชื่อดังบนบนสมาร์ทโฟนมาสู่อนิเมะยาว 1 ชม. ที่ฉายไปเมื่อสิ้นปี โดยตัวอนิเมะมีการอิงเนื้อเรื่องจากในเกม เนื้อเรื่องก็เกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลาของกลุ่มพระเอก 7 แห่งตามยุคสมัยในประวัติศาสต์เพื่อหยุดเหตุการณ์ความวุ่นวาย

ต้องบอกว่าเป็นอนิเมะในซีรีส์ Fate ที่ทำออกมาได้สนุกเอาเรื่อง เพราะเนื้อเรื่องยกมาจากเกมอยู่แล้ว ที่เหลือเลยขึ้นอยู่กับผู้กำกับและสตูดิโอว่าจะทำออกมายังไง ซึ่งผลงานที่ออกมาเรียกได้ว่าไม่ผิดหวัง เพราะถึงแม้คนที่ไม่ได้เล่นเกมก็สามารถที่จะเข้าใจไปกับเรื่องได้ อีกทั้งคิวบู๊ก็ทำออกมาไดสนุก งานภาพก็ออกมาละเอียดมากมาชูวาดได้ดีงาม ใครที่ชอบในซีรีย์ Fate ก็อยากแนะนำให้ดูกัน

Urara Meirochou

อนิเมะดัดแปลงมาจากมังงะ 4 ช่อง ของ อ. Harikamo โดยเป็นแนว Slice of Life โดยเกียวกับสาว ๆ ที่ใฝ่ฝันที่จะเป็นนักนักพยากรณ์ระดับสูงที่เรียกว่า “Urara”  

ดูแล้วอิ่มเอมไปกับความน่ารักของสาว ๆ ทั้ง 4 คนในเรื่องมาก เดินเรื่อยไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ต้นยันจบ โปรยมุกแทยจะตลอดดูแล้วอมยิ้มเลยล่ะ งานภาพวาดออกมาได้น่ารักมากทั้งฉากเอยอะไรเอย รวมทั้งคาราดีไซน์ที่ออกแบบมาได้ดีงามมากเรียกว่าปลุกหมีเลยทีเดียว

Kuzu no Honkai

อภิมหาโปรเจ็ค Media Mix จากมังงะมาอนิเมะและละครทีวี โดยมีกำหนดการจบเอาไว้ให้พร้อมกันทั้ง 3 สื่อ เรียกได้ว่าดูและอ่านจากทั้ง 3 สื่อได้ครบ ๆ และจบพร้อมกันเลยทีเดียว ซึ่งต้นฉบับก็มาจากมังงะของ อ.Yokoyari Mengo

เรื่องนี้นี่ความสัมพันธิ์ตัวละครยุ่งเหยิงพันกันสนุกมาก กับการที่แทนตัวตนของคนที่รักของแต่ละคนจนกลายมาเป็นคู่รักกลวง ๆ ตัวละครแต่ละตัวมีดราม่ากันหมด เรียกว่าหนักและบิดเบี้ยวพอควร อย่างคู่พระนางที่นางเอกหลงรักพี่ชายตัวเองที่เป็นอาจารย์ ส่วนพระเอกก็หลงรักอาจารย์สาวที่พี่นางเอกชอบ โดยนี้งานภาพไม่ได้ต้องหวือหวามากทำให้คุณภาพออกมาดี นักพากย์พากย์ได้อารมณ์มากซึ่งเป็นส่วนที่ช่วยให้เข้าถึงอารมณ์ของเรื่องได้ดี โดยรวมแล้วเป็น Romance ที่หาได้ยากขอแนะนำให้ได้ลิ้มลองกัน