ในปัจจุบันนี้เกมดี ๆ จากนานาประเทศก็ได้ทยอยออกมาให้แฟนเกมได้เล่นกันอย่างมากมายและแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นเกม Console, Game Online ซึ่งแน่นอนว่าใครถูกใจเกมแนวไหน แฟนบอยของค่ายใดก็คงเลือกหาเกมเหล่านั้นมาเล่นเพื่อระงับกิเลศของตนกันไปแล้ว สำหรับในครั้งนี้ผู้เขียนอยากจะมาบอกเล่าเรื่องราวของเกม ๆ หนึ่งที่ผู้เขียนติดตามมาตั้งแต่ภาคก่อนหน้านี้แล้ว ผลงานของค่าย ATLAS กับเกมซีรี่ส์ที่มีชื่อเก๋ ๆ ว่า Persona และที่จะหยิบยกมาพูดถึงกันในครั้งนี้ก็คือ Persona 5 จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นไปติดตามกันได้เลยจ้า!

โปรดอ่านคำเตือน เนื้อหาของบทความนี้อาจจะมีบางส่วนที่มีการ Spoil เนื้อเรื่องหรือบทบาทต่าง ๆ
รวมถึงภาพในเกมบางส่วน ทางผู้เขียนต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยจ้า

Story

เนื้อหาของภาคนี้จะมีจุดเริ่มต้นจากตัวเอกเคยมีคดีความติดตัวมาก่อน จึงถูกที่บ้านส่งมาอยู่โตเกียวโดยให้อาศัยอยู่กับญาติและถูกส่งไปเรียนที่โรงเรียนแห่งใหม่ และในวันที่ไปโรงเรียนวันแรก เขาก็ได้พบกับเรื่องราวประหลาด เด็กสาวลูกครึ่ง ไอ้หนุ่มหัวทอง อาจารย์ที่หวังเคลมลูกศิษย์สาว ๆ และแมวพูดได้!? โชคชะตาของเขาจะถูกเปลี่ยนผันไปตลอดกาลนับจากวันนั้นเป็นต้นไป…

Theme หลักของเกมในภาคนี้คือ “จอมโจรและหน้ากาก” ซึ่งในภาคที่ 3 ก็คือ “ปืน” ส่วนภาค 4 ที่ผ่านมาคือ “แว่นตา” ทำให้ภาค 5 นี้ค่อนข้างน่าสนใจว่าจะดำเนินเรื่องไปอย่างไรกับ Theme “จอมโจรและหน้ากาก” นี้ ซึ่งหลังจากที่ได้ลองสัมผัสและใช้เวลาไปร่วม 100 ชั่วโมงแล้ว ผู้เขียนได้แต่พูดสั้น ๆ ว่า “เยี่ยมจริง ๆ” (พูดซ้ำ 3 ครั้งทำหน้าเหมือนลูกเสือที่กล่าวชมการแสดงของเพื่อนในกิจกรรมรอบกองไฟ) เนื้อเรื่องที่สนุกชวนติดตามรวมไปถึงมุกตลกต่าง ๆ ถูกสอดแทรกเข้ามาเป็นระยะ บทจะจริงจังก็ซีเรียสแบบสุด ๆ แต่ถึงกระนั้นตัวละครแต่ละคนก็ยังไม่ลืมแสดงอีกด้านหนึ่งออกมาให้เห็นกันบ่อย ๆ ทำให้ตัวละครของภาคนี้ค่อนข้างมีสเน่ห์กันทุกคนเลยทีเดียวครับ

System

สำหรับระบบของเกมนี้เรียกได้ว่าเป็น JRPG ของแท้ มีการเล่าเรื่องราวให้ผู้เล่นได้รับชมไปพร้อม ๆ กับการเล่นและผู้เล่นก็ยังสามารถเลือกบทพูดของตัวเอกได้เองด้วย โดยทุก ๆ คำตอบที่เลือกออกไปนั้นจะได้พบกับบทสนทนาที่แตกต่างกันซึ่งจะทำให้ผู้เล่นเหมือนกับได้อยู่ในเหตุการณ์ในเรื่องด้วยจริง ๆ

และทุกครั้งก่อนที่จะออกไปสู้ มักจะมีการส่งข้อความผ่านทาง App สื่อสารของกลุ่มเพื่อนัดรวมตัวก่อนทุกครั้ง ซึ่งจะมีสถานที่รวมตัวของกลุ่มอย่าง Shibuya ดาดฟ้าโรงเรียน ห้องของตัวเอก อย่างนี้เป็นต้น และในการประชุมแต่ละครั้งเราก็จะสามารถเลือกรับคำร้องให้ไปจัดการปล้นใจเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนให้เป็นคนดีได้ด้วย โดยค่าตอบแทนจะเป็นเงินและ EXP นั่นเอง

ส่วนระบบต่อสู้นั้นจะเป็นแบบ Turn Base ผลัดกันโจมตี ซึ่งระบบ Turn Base ในสมัยนี้อาจจะดูน่าเบื่อสำหรับบางคน แต่ด้วยเหตุนี้ทางทีมงานจึงได้ทำการใส่ลูกเล่นเข้าไปเพิ่มในระบบ Turn Base นี้ทำให้การต่อสู้จบเร็วขึ้นด้วยระบบ Critical และ Weakness ที่เมื่อทำให้ศัตรูล้มทั้งหมดได้แล้ว เราจะสามารถเอาปืนไปจ่อคู่ต่อสู้และเลือกตัวเลือกได้ถึง 4 อย่าง ไม่ว่าจะเป็น รุมกระทืบ… ชวนมาเป็นพวก ไถตังค์ ไถไอเท็ม (แต่ละอย่างดี ๆ ทั้งนั้น ฮา)

ซึ่งเมื่อเลือกตัวเลือกเหล่านี้กับมอนสเตอร์ทั่วไป การต่อสู้ก็แทบจะจบลงในทันทีซึ่งทำให้การต่อสู้ไม่น่าเบื่อเกินไปนัก (แต่ถ้าเจรจาพลาด หรือรุมกระทืบแล้วศัตรูไม่จอดก็ต้องกลับมาสู้ต่อนะ)

ส่วนในเรื่องของการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนหรือผู้คนภายในเกมก็ยังคงทำได้ดีเช่นเคย เนื้อเรื่องของแต่ละคนมีแง่คิดและเชิงลึกมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญภาคนี้เรายังสามารถมีความสัมพันธ์แบบคนพิเศษกับสาว ๆ ภายในเกมได้อีกด้วย (โปรดระวัง หากว่าจับปลาหลายมือล่ะก็ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ รู้กัน ฮ่าฮ่าฮ่า)

Graphic & Anime

สำหรับงานภาพนั้นสวยงาม ลงตัว และค่อนข้างอาร์ตเอาเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Menu ฉากแสดงผลงานหลังจากจบการต่อสู้ รวมไปถึงสิ่งต่าง ๆ ที่ปรากฏในเกม นอกจากนี้ยังมีการตัดฉากอนิเมะเข้ามาแทรกอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งฉากที่เป็นอนิเมะของเกมนี้นั้นได้ทาง Production I.G มาจัดการส่วนนี้ให้ ซึ่งออกมาค่อนข้างลงตัวเลยทีเดียว

BGM

สเน่ห์ของซีรี่ย์ Persona อีกอย่างหนึ่งก็คือ BGM ต่าง ๆ ภายในเกมนั่นเอง ในภาค 5 นี้ต้องขอพูดเลยว่า ยอดเยี่ยมสมกับที่รอคอยจริง ๆ เพลงประกอบยังทำได้น่าประทับใจอีกเช่นเคย โดยในครั้งนี้ก็ได้คุณ Meguro Shoji มารับตำแหน่ง Music Composer อีกเช่นเคย และได้นักร้องสาวเสียงดี คุณ Lyn มาร้องเพลงประกอบที่มีเนื้อร้องให้กับภาคนี้ทั้งหมด ซึ่งนับว่าดีงามจริง ๆ

https://www.youtube.com/watch?v=J1GA0VtVw-s

โดยรวมแล้วเกมนี้คุ้มค่าสมกับที่รอมาหลายปีจริง ๆ หากเพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังมองหาเกม JRPG ดี ๆ สักเกมเพื่อเอามาแก้เครียดแล้วล่ะก็ ขอแนะนำ Persona 5 ไว้ให้ลองพิจารณาดู แล้วจะรู้ว่ามันคุ้มค่าจริง ๆ นะเอ้อ!