แม้วันเวลาจะผ่านไป หลาย ๆ อย่างก็เปลี่ยนแปลง แต่ที่แน่ ๆ  อนิเมะนั้นไม่เคยหยุดฉาย ซีซั่นเก่าไปซีซั่นใหม่มา ก็ถึงเวลาที่เราจะได้พบกันอีกครั้งกับ รีวิวอนิเมะในซีซั่นฤดูหนาว 2018 !!! โดยเน้นไปที่ตอน 1 ของแต่ละเรื่องเพื่อเป็นตัวเลือกให้กับเพื่อน ๆ เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจเลือกชมกันสำหรับฤดูกาลนี้กันนะครับ

Pop Team Epic

“Greatest anime of 2018”

อนิเมะที่สนุกนั้นอาจจะรวมไปด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น ตัวบท งานภาพ การกำกับ และปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย สำหรับ Pop Team Epic สิ่งที่แสดงให้เห็นจากเรื่องนี้คือมุกตลกเฉพาะกลุ่ม และมุกล้อเลียนมั่วซั่ว ที่ล้อเลียนทั้งอนิเมะ , ภาพยนตร์ต่างชาติ , เกมฟอร์มยักษ์ เช่น  Your name. , The garden of the galaxy , Skyrim หรือกระทั่ง fidget spinner นอกจากนั้นยังมีวีรกรรมมากมายทั้งก่อนฉายและตอนฉาย ที่จะทำให้คุณทั้งรักและชังในเรื่องนี้เลยล่ะ

ถ้าถามว่าสนุกไหม ตอบได้เลยว่า “สนุกมาก” ทั้งเนื้อเรื่องที่เข้มข้นโดยเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับไอดอลที่หลงรักเพื่อนสมัยเด็ก  โดยมีทั้งการชิงไหวพริบกันระดับเดธโน๊ต ฉากแอคชั่นที่ดุเดือดราวกับหนัง Hollywood  การหักมุมในแต่ละจุดที่ทำให้เราอึ้งไปกับเรื่องและเต็มไปด้วยเหตุการณ์เด่นที่น่าตื่นตา ไม่แพ้โตโตโระ โปเกมอน คิมินาวะ สกายริม เบอร์เซิร์ก อีกทั้งงานภาพระดับเดียวกับ Your name. จนแทบไม่คิดว่าเป็นอนิเมะทีวีซีรีส์ได้ รวมไปถึงมีการระดมเหล่านักพากย์ชื่อดังมากมายทั้งชายหญิงมาร่วมให้เสียงรวมไปถึง นักแสดงประกอบจากทางยุโรป ทั้งหมดนี้จึงจัดว่าเป็นอนิเมะที่อยากจะแนะนำให้หลาย ๆ คนได้ดูจริง ๆ สำหรับเรื่องนี้

“ที่เขียนมาทั้งหมด ล้อเล่นนะครับ สำหรับอนิเมะเรื่องนี้ก็ราว ๆ นี้แหละครับ ”

Ryuuou no Oshigoto! (สอนหมากหนูที คุณพี่จ้าวมังกร!)

บาสคุกก็มีแล้ว ดนตรีคุกก็มีแล้ว คราวนี้ก็มาถึง “หมากรุกคุก” กันบ้างกับอนิเมะจากไลท์โนเวลขวัญใจชาวหมีจากอ.Shiratori Shirow เจ้าของผลงานเรื่อง Nourin หรือในชื่อไทย ไอดอลสาวชาวไร่ และวาดภาพประกอบโดยอ.Shirabi กับผลานที่น่าจะคุ้นตากันบ้างกับเรือง Musaigen no Phantom World ในแบบฉบับนิยาย ซึ่งล่าสุด Ryuuou no Oshigoto! ก็ได้มีลิขสิทธิ์ในไทยแล้วทั้งมังงและนิยายโดยสำนักพิมพ์ First Page ในชื่อไทยว่า สอนหมากหนูที คุณพี่จ้าวมังกร

Ryuuou no Oshigoto! เป็นเรื่องราวของ Kuzuryuu Yaichi นักเล่นหมากรุกมืออาชีพอายุ 16 ปีที่สามารถคว้าตำแหน่ง Ryuuou ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสูงสุดตำแหน่งหนึ่งของวงการในฐานะ Ryuuou ที่อายุน้อยที่สุด แต่กลับกลายเป็นว่าพอรับตำแหน่งปุ๊บก็เขาช่วงมือตกไปซะอย่างนั้นจนถูกเรียกว่า Ryuuou ที่อ่อนแอที่สุด และในวันหนึงเมื่อเขากลับมาที่บ้านก็พบกับ Hinatsuru Ai เด็กสาววัย 9 ปี ที่เขามารอในบ้านเพื่อขอเป็นศิษย์ ตามที่เขาได้ให้สัญญากับเธอไว้ และด้วยการแข่งหมากกับ Ai ทำให้ Yaichi เหมือนจะได้ไฟในการเล่นกลับมาอีกครั้ง เรื่องราววุ่นๆ ของคุณพี่จ้าวมังกร กับศิษย์ตัวน้อยที่พร้อมจะพาคุณพี่เข้าซังเตได้ทุกเมื่อได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

ความรู้สึกแรกหลังดูจบเลยคือ… น่ารักครับบทของไอจังนั้นทำออกมาได้อย่างน่ารักมาก พร้อมทั้งมีมุมยันๆ แถมมาให้ชาวหมีสะดุ้งกันอีกด้วย ส่วนการเดินเรื่องถ้าเทียบกับนิยายนั้นถือว่าเดินเรื่องได้เร็วมาก ชนิดที่ว่าแค่ตอน 1 เกือบจะจบนิยาย 1 เล่มแล้วจะน่าเสียดายก็คงเป็นส่วนของการแข่งหมากรุกที่ถ้าใครคิดว่าจะได้เห็นการเล่นหมากเต็มๆ แบบ Hikaru no Go ก็คงผิดหวังไปบ้างเพราะไม่ได้เน้นการอธิบายการเดินหมากที่ละเอียดนัก แต่ก็ถือได้ว่าเป็นอนิเมะที่ดูสนุก ดูแล้วยิ้มไปกับความน่ารักของไอจังและผองเพือน ที่ทำให้ชาวหมีเข้าคุกไปครึ่งตัวกันเลยทีเดียว

Devilman Crybaby

อีกหนึ่งผลงานดาร์กแฟนตาซีระดับตำนานที่ได้ถูกนำมาสร้างเรื่องราวใหม่อีกครั้งในชื่อ Devilman Crybaby โดยต้นฉบับมาจากมังงะของ นากาอิ โก นั่นเอง โดยเรื่องนี้จะเป็นเรื่องราวของ Fudo Akira ที่ได้แปลงร่างเป็น Devilman ปีศาจที่มีหัวใจของมนุษย์ เพื่อต่อสู้กับปีศาจที่หมายจะยึดครองโลกไปพร้อมกับเพื่อนสนิทของเขา Asuka Ryo ซึ่งนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของบทสรุปที่ชวนติดตาม

เนื่องจากผู้เขียนไม่ได้ติดตาม Devilman ในยุคของมังงะต้นฉบับแต่พอรู้จักจากหลาย ๆ คนมาถึงความเจ๋งของเรื่องนี้ ซึ่งพอได้สัมผัสกับฉบับนี้ค่อนข้างประทับใจกับเรื่องนี้มาก เนื้อหาสนุกเข้มข้นเดาเนื้อเรื่องไม่ได้ แต่ผู้กำกับได้ถ่ายทอดภาพที่รุนแรง อารมณ์ที่หักไปมาอย่างมีชั้นเชิง สร้างความหวังให้ผู้ชมแล้วขยี้มันทิ้งในไม่กี่วินาทีต่อจากนั้น ผมว่าเดวิลแมนฉบับนี้มีลูกเล่นการเล่าเรื่องที่เฉียบคมมาก ตรงนี้ทำให้มันค่อนข้างมีเสน่ห์ นั่นทำให้สามารถดูได้เรื่อย ๆ โดยไม่รู้สึกเบื่อ สมกับที่หลาย ๆ คนบอกว่าเป็นซีรีส์ระดับตำนาน แม้จะมีบางจุดที่เล่าได้ไม่ดีเท่าไหร่เหมือนจะใส่มาเพื่อเคารพต้นฉบับเฉย ๆ ให้พอรู้ว่ามี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นงานภาพค่อนข้างออกมาแปลก ๆ ในบางจุด หรืออาจจะเป็นความตั้งใจ ฮา แต่โดยรวมแล้วเป็นการนำเอาซีรีส์ของเก่ามานำเสนอใหม่ได้ค่อนข้างดีนะ ถ้าใครสนใจอยากลองสัมผัสกับอนิเมะดาร์กแฟนตาซีที่เนื้อหาเข้มข้นแล้ว อยากให้ลองดูเรื่องนี้กัน

ปล.เรื่องนี้ค่อนข้างรุนแรงทั้งในด้านของเนื้อหาและงานภาพ ทั้งการฆ่ากันแบบเลือดสาดฉีกกระชาก รวมไปถึงฉาก sex หรือภาพโป๊เปลือยที่ค่อนข้างชัดเจน อาจจะต้องระวังในการดูสักหน่อยสำหรับเรื่องนี้

Hakyuu Houshin Engi

ผลงานรีเมคจากหนึ่งในมังงะชื่อดังยุค 90 ที่หยิบเอาวรรณกรรมตำนานเทพจีนที่คลาสสิคมากเรื่องหนึ่งมาตีความใหม่เป็นแนวแฟนตาซีแบบป๊อบ ๆ ในชื่อ Houshin Engi หรือ ตำนานเทพประยุทธ์ หรือจากวรรณกรรมชื่อ “ห้องสิน” นั่นเอง

เนื้อหาคร่าว ๆ สำหรับคนที่ไม่รู้จักเรื่องนี้มาก่อน กล่าวถึงประเทศจีนในยุคก่อนทั้งสามก๊กและจิ๋นซี มีอาณาจักรยิ่งใหญ่ที่ชื่อว่าอินซาง ที่ซึ่งราชาโจ้วหวางนั้นลุ่มหลงทางปีศาจจิ้งจอกจนทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย โดยมี “โลกแห่งเซียน” ณ เขาคุนหลุน ได้ประเมินว่า นางจิ้งจอกนั้นเป็นภัยที่ไม่อาจแก้ไขได้โดยมนุษย์ ดังนั้นเหล่าเซียนและนักพรตเต๋าที่มีพลังมากกว่ามนุษย์ปกติ จึงได้ส่งนักพรต “ไท้กงว่าง (ต้ากงอ้วง)” ออกเดินทางสู่โลกมนุษย์เพื่อปราบนางจิ้งจอกรวมถึงเหล่าปีศาจที่แทรกแซงโลกมนุษย์อยู่ จนกลายเป็นการเดินทางและการต่อสู้ระหว่างเซียน นักพรต ปีศาจ และมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่นั่นเอง

ในฉบับอนิเมนั้น เป็นการ “รีเมค” อนิเมที่เคยสร้างขึ้นในช่วงสมัยที่มังงะยังเขียนไม่จบ และเดินเรื่องครึ่งหลังไปจนจบคนละแบบกับมังงะตั้งแต่ช่วงยุค 90 นั้น ซึ่งในฉบับรีเมคนี้ ก็เปลี่ยนทั้งนักพากย์และทีมสร้างใหม่หมด จุดเด่นของงานรีเมคครั้งนี้ที่ค่อนข้างดูดีเลยทีเดียวคือการวาดฉากหลังทั้งธรรมชาติ สิ่งปลูกสร้าง แสงสี ท้องฟ้า เป็นงานศิลปะที่สีสันหลากหลายสวยงามมาก ๆ ส่วนงานวาดตัวละครก็พอใช้ได้ในระดับนึงแต่ก็ไม่ได้สวยงามมากนัก

จุดที่ด้อยไปหน่อยคืองานภาพเคลื่อนไหวที่ออกจะดูงานหยาบเอาเรื่องเลย จะเห็นแนว ๆ ตัวละครเป็นภาพนิ่งแล้วขยับแค่ปากพูดพะงาบ ๆ เยอะมาก และอีกจุดหนึ่งมีการเดินเรื่องที่เร่งสปีดมาก ๆ เพราะรวบรัดตัดความได้เนื้อหามังงะเล่มแรกทุกตอนในอนิเมตอนเดียวซึ่งรีบชิบห*ยยังกับดู digest รวมไฮไลท์มังงะตำนานเทพประยุทธ์เล่ม 1 ในรูปแบบภาพเคลื่อนไหวมากกว่า

ซึ่งก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าผู้ชมที่ไม่ได้อ่านมังงะมาก่อน จะรู้สึกว่าเดินเรื่องเร็วเกินไปหรือเปล่า แต่สำหรับผู้เขียนที่ชอบเรื่องนี้มาก่อนมาก ๆ รู้สึกได้ว่ามันเดินเรื่องเร็วจนไม่เกิดอารมณ์ร่วมเลย

แต่ว่า ถ้าใครชอบดูงานวาดฉากหลังสวย ๆ และนางจิ้งจอกที่ดูเอโร่ยมาก ๆ ลองติดตามกันดูครับ จริง ๆ เนื้อเรื่องต้นฉบับมันสนุกนะ แต่อนิเมรีเมคอันนี้คงต้องตั้งความคาดหวังขณะดูกันใหม่ระดับนึงเลย

ปล.OP ก็ไม่ใช่เพลงที่โอเคเท่าไหร่อะ เสียดายที่อนิเมต้นฉบับยังทำเพลงได้ติดหูมากกว่านี้ซะอีก ส่วน ED ที่ร้องโดย Yanagi Nagi ใช้ได้อยู่นะครับ แต่ก็อดเทียบกับอนิเมต้นฉบับที่เพลงติดหูกว่าไม่ได้อยู่ดี

Toji no miko

อนิเมะออริจินอลจากทาง Square Enix ที่ประกาศทำทั้งอนิเมะและเกมมือถือในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยไดอาจารย์ Shizuma Yoshinori ผู้ออกแบบตัวละครจาก Kancolle ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาออกแบบตัวละครให้

สำหรับอนิเมะนั้นเป็นเรื่องราวของโลกที่ มีปีศาจร้ายนาม “Aratama” พวกมันได้เข้าโจมตีผู้คนจนมนุษยชาติกำลังเข้าสู่วิกฤต ทว่าพวกมันได้ถูกขับไล่จากเหล่า “Miko” ผู้ใช้ดาบพิเศษที่เรียกว่า “Toji” พวกเธอคือเด็กสาววัยสะพรั่งที่สวมใส่ชุดยูนิฟอร์มกวัดแกว่งดาบปราบเหล่าปีศาจร้าย ภายใต้ชื่อ Tokubetsu Zaishi Kotaito (หน่วยพิเศษขับไล่ปีศาจ) พวกเธอได้รับการฝึกฝนจากโรงเรียน่เพื่อต่อสู้กับปีศาจร้าย โดยโรงเรียนของเหล่า Miko นั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 5 โรงเรียน ฝึกฝนในการใช้ชีวิตและการต่อสู้ไปพร้อมกัน และจะมีการจัดแข่งขันระหว่าง 5 โรงเรียนโยให้เหล่า Miko มาต่อสู้กันเองเพื่อพัฒนาความสามารถ

เปิดฉากอนิเมะเรื่องนี้ในตอนที่ 1 มาด้วยการให้ Miko หน่วยพิเศษจัดการกับปีศาจ Aratama และก็รวบรัดเดินเรื่องไปที่ฝั่งตัวเอก Etou Kanami ทันทีแบบมึน ๆ แล้วจากนั้นก็ฟันกันยับ… เอิ่ม มันก็ฟันกันยับจริง ๆ นะ ก็ต่อสู้กันด้วยดาบ Toji เพื่อหาตัวแทนไปแข่ง 5 โรงเรียนนี่นา… จากนั้นก็ไปฟันกันยับอีกครั้งในทัวร์นาเมนท์แข่ง 5 โรงเรียน แล้วก็จบแบบมึน ๆ การเล่าเรื่องค่อนข้างรวบรัดแบบแปลก ๆ แถมยังมีปริศนาทิ้งไว้ให้งงท้ายตอนอีก เรียกได้ว่าค่อนข้างงงในระดับหนึ่ง ส่วนฉากแอคชั่นก็ทำได้ดี ถึงแม้ฉากการต่อสู้ด้วยกันเองมันจะดูวูบวาบไปนิด แต่ก็ไม่ได้แย่เกินไปนัก หากใครที่ชื่นชอบคาแรคเตอร์ดีไซน์แล้วตามมาดูก็อาจจะต้องพยายามทำความเข้าใจกับเรื่องพอสมควร โดยรวมแล้วก็ชวนให้ติดตามอยู่ในระดับหนึ่งครับ

Beatless

อนิเมะที่สร้างมากจากนิยายของ อ.Hase Satoshi และวาดภาพประกอบโดย redjuice ที่หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกันดี โดยเป็นเรื่องราวของในอนาคตที่มนุษย์อยู่ร่วมกับ hIE แอนดรอย์รูปร่างมนุษย์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันเช่น เฝ้าร้าน ดูแลผู้สูงอายุ รักษาความปลอดภัย วันหนึ่ง Endou  Arato ได้ถูกพายุดอกไม้ปริศนาที่แสนอันตรายจู่โจม Arato ที่กำลังโดนไล่ล่านั้นได้พบกับ Lacia hIE ปริศนาและช่วยชีวิตเอาไว้และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราว

มาตอนแรกแบบสูตรสำเร็จมาก ๆ ซึ่งก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างย่อยง่าย พล็อตพระเอกพบเจอกับนางเอกจับพลัดจับผลูมาอยู่ด้วยกันในที่สุดอะไรแบบนั้น ซึ่งก็คาดหวังในตอนหลัง ๆ น่าจะมีอะไรมากกว่านี้หรือไม่ก็อาจจะไม่มี ฮา  แต่การที่เนื้องานออกมาแบบนี้ (ในด้านภาพ) ค่อนข้างเสียดายลายเส้นของ redjuice เอาพอสมควรเพราะดึงเสน่ห์รายละเอียดของลายเส้นต้นฉบับออกมาได้ไม่เต็มที่เลย และกลายเป็นสไตล์สีสดใสแบบแนว ๆ Neptune อะไรแบบนั้น แต่ก็ไม่ถึงกับขี้ริ้วขี้เหร่นะ งานภาพออกทางกลาง ๆ ไม่ได้ดีแต่ก็ไม่ได้แย่ ในตอนแรกยังตอบอะไรไม่ได้มาก แต่ด้วยตอนแรกที่ทำออกมาไม่ดีไม่แย่ ก็อาจจะตั้งความหวังได้ละนะ

Grancrest Senki

ผลงานที่สร้างมาจากไลท์โนเวลของ อ.Mizuno Ryo ผู้แต่ง Record of Lodoss War โดยตัวไลท์โนเวลมีลิขสิทธิ์ในบ้านเราโดยเป็นของทางสำนักพิมพ์ Animag ล่ะ ตอนนี้ก็ออกมา 4 เล่มแล้วใครสนใจไปลองหาชื้ออ่านกันได้จ้า

บันทึกสงครามแกรนเครสท์เป็นเรื่องราวของโลกที่มีระบบตราศักดิ์สิทธิ์ โดยมีเหล่าลอร์คใช้ตราเพื่อปกป้องประชาชนใต้ใต้อาณัติ  Theoอัศวินหนุ่มฝึกหัดและจอมเวทสาวSiluca ได้ทำพันธะสัญญานายบ่าวขึ้น จุดเริ่มต้นของตำนานที่จะดับไฟสงครามได้เริ่มขึ้นแล้ว

ส่วนตัวค่อนข้างชอบในต้นฉบับของเรื่องนี้นะ เพราะเล่าเรื่องออกมาได้สนุก แต่พอเป็นอนิเมะแล้วค่อนข้างผิดหวังทั้งในด้านการกำกับ ที่ออกมาเป็นเส้นตรงตามต้นฉบับแบบตรง ๆ ยืนคุย ตัดฉากไปมาแบบลวก ๆ ไม่มีชั้นเชิงในการเล่าเรื่องเลย อีกทั้งงานภาพที่ทำออกมาได้ค่อนข้างแย่  ฉากต่อสู้ก็ทำออกมาน่าผิดหวัง ตัวละครขยับ ๆ ไปมา พระเอกฟาด ปุ้ง ล้มลงไปกอง โดยรวมแล้วไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ ถ้าใครสนใจแนะนำให้หาตัวไลท์โนเวลมาอ่านมากกว่าล่ะ

Koi wa Ameagari no You ni

จากผลงานมังงะของ อ.Mayuzuki Jun นำมาสู่เรื่องราวของความรักต่างวัยที่ชวนจิกหมอนในรูปแบบของอนิเมะ โดยเป็นเรื่องราวของเด็กสาวนาม Tachibana Akira อดีตนักวิ่งของโรงเรียนที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณเท้าจนไม่สามารถวิ่งได้และได้พบกับ ผู้จัดการร้าน Kondo Masamiอายุ 45 ปีที่ทำให้เธอตกหลุมรักและเข้ามาทำงานในร้านเดียวกับเขา

เรื่องราวรักสุดแสนโรแมนติกกับการแอบรักข้างเดียวของหญิงสาว ช่างเป็นอะไรที่ชวนเพ้อฝันและน่าหลงไหลมาก เรียกได้ว่าเป็นอนิเมะชวนจิกหมอนอีกเรื่องในซีซั่นนี้ก็ว่าได้กับเรื่องนี้ ที่ทำให้เราชวนลุ้นไปกับ Tachibana Akira ที่เมื่อไหร่จะสมหวังกับคุณผู้จัดการ ซึ่งในเรื่องก็มีโมเม้นน่ารัก ๆ ให้เราได้ดูกันเพียบ เช่นนางเอกพอรู้ว่าผู้จัดการมีลูกแล้วก็ตกใจทำจานตกและจิกหน้าดุใส่ผู้จัดการ แต่พอรู้ว่าไม่มีภรรยาก็ทำจานแตก แต่คราวนี้มองผู้จัดการด้วยสายตาน่ารัก ๆ ในแง่ของงานภาพออกมาดีนะ ค่อนข้างเคารพต้นฉบับเลยล่ะ อีกจุดที่น่าประทับใจคือเพลงปิดที่ร้องโดย Aimer ที่ทำเราอินไปกับบรรยากาศในเรื่องเลยล่ะ ใครที่ชอบในเรื่องราวของรักโรแมนติกระหว่างสาวน้อยกับคุณลุงแล้วล่ะก็ห้ามพลาดเลยล่ะ

Darling in the FranXX

อีกหนึ่งออริจินอลอนิเมะหุ่นยนต์ที่น่าสนใจของซีซั่นนี้ที่รวมเอาคนเก่ง ๆ ในวงการเข้าไว้ด้วยกันเช่นคุณ Nishigori Atsushi ผู้มีผลงานที่ผ่านมาทั้ง The [email protected] และเป็นผู้ออกแบบตัวละครใน Gurren Lagann มารับหน้าที่กำกับ และยังได้คุณ Imaishi Hiroyuki ผู้กำกับ Gurren Lagann มารับหน้าที่เป็น Supervising ในส่วนของฉากแอคชั่น และอีกมากมาย โดยที่เรื่องนี้จะเกี่ยวกับการขับหุ่นที่ต้องร่วมมือกันระหว่างชายหญิงในการขับหุ่นเพื่อต่อสู้กับ Kyoryu สิ่งมีชีวิตลึกลับขนาดใหญ่

เป็นอะไรที่ค่อนข้างสูตรสำเร็จมาก ๆ ในตอนแรกของเรื่องนี้ แต่ถึงแบบนั้นก็ทำให้ตราตรึงไปกับการเปิดตัวของหุ่นยนต์สุดเท่ตามสไตล์อนิเมะหุ่นยนต์เอามาก ๆ ที่พระเอกจะโผล่มาขับหุ่นยนตร์สู้ในช่วงสุดท้าย เก๊กท่าแล้วจบด้วยเพลงปิด ฮา แถมด้วยฝีมือของสตูดิโอ Triggerและ A-1 ที่ร่วมด้วยช่วยกันแล้วนัันในด้านงานภาพนี่ไม่ต้องห่วงงานโหดมาก ๆ อีกทั้งฉากแอคชั่นก็สนุกเร้าใจมาก แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คงเป็นเรื่องของบทเพราะช่วงหลัง ๆ ไม่ค่อยได้เห็นอนิเมะหุ่นยนตร์ที่จะพาเราสนุกไปจนจบได้สักเท่าไหร่ละน่ะ ส่วนใหญ่เปิดตัวมาดีแล้วแผ่วลงซะงั้น (เช่น valvตี๊ด)

ปล.สังเกตดี ๆ ตัวละครเหล่าเด็กหนุ่มสาวที่ถูกคัดเลือกไปขับหุ่นนั้น เลขรหัสและชื่อจะตรงกันในคำอ่านญี่ปุ่นหมดเลยนะครับ เช่น 015 – อิจิโกะ 390 – มิกุ 556 – โคโคโระ เป็นต้น

Yuru Camp △

อีกหนึ่งผลงานอนิเมชั่นจากมังงะจากนิตยสาร Manga Time Kirara ที่มีมังงะหลายเรื่องได้ทำเป็นอนิเมะมาแล้วเช่น New Game!, Blend S, K-ON! และอีกหลายเรื่องที่คงจะผ่านตากันมาเป็นอย่างดี ที่ครั้งนี้เองก็มาเป็นอนิเมะสายฮีลลิ่งดูแล้วรู้สึกผ่องคลายฟีลกูู๊ดไปพร้อมกับเสียงหัวเราะตามสไตล์ของมังงะจากนิตยสารนี้เช่นเคย

Yuru Camp △ เป็นเรื่องราวของกลุ่มเด็กสาวที่ชื่นชอบในการตั้งแคมป์ โดยในตอนแรกนี้เราจะได้พบกับตัวละครหลักสองคนคือ Shima Rin สาวน้อยที่มีความสามารถในการตั้งแคมป์เต็มเปี่ยมและชื่นชอบความสงบในการมาตั้งแคมป์คนเดียวเป็นอย่างมาก และ Kagamihara Nadeshiko เด็กสาวที่พึ่งย้ายบ้านมาและพุ่งออกจากบ้านมาเพื่อดูภูเขาไฟฟูจิ แต่ดันมานอนสลบอยู่หน้าที่ตั้งแคมป์ จนมืดและหาทางกลับบ้านไม่ถูกจนต้องมาขอความช่วยเหลือจาก Rin และเรื่องราวก็เริ่มขึ้นจากการพบกันของสองคนนี้ไปสู่เรื่องราวของการตั้งแคมป์อันแสนสนุกนั้นเอง

สำหรับเรื่อง Yuru Camp △ นั้นถือได้ว่าทำออกมาได้อย่างเรียบง่าย ดูแล้วรู้สึกผ่อนคลายตามจังหวะการเดินเรื่องที่ค่อนข้างจะช้าๆ เอื่อยๆ แต่กลับไม่รู้สึกน่าเบื่อ ทั้งยังสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับการตั้งแคมป์ออกมาได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงฉากประกอบภายในเรื่องที่ภาพวิวสถานที่การตั้งแคมป์สามารถวาดออกมาได้อย่างสวยงามโดยเฉพาะ ฉากของภูเขาไฟฟูจิที่สะท้อนกับแสงจันทร์ ในตอนที่ 1 นี้สามารถทำออกมาได้อย่างสวยงามน่าประทับใจมาก ถือได้ว่าถ้าได้ต้องการอนิเมะชิวๆดูสนุกได้ความรู้ไปด้วยเรื่องนี้ต้องขอแนะนำเลยสำหรับซีซั่นนี้

Death March kara Hajimaru Isekai Kyousoukyoku

จากอีกหนึ่งผลงานไลท์โนเวลชื่อดังที่แฟนๆ หลายคนรอคอยในรูปแบบของอนิเมะ Death March kara Hajimaru Isekai Kyousoukyoku หรือในชื่อไทยว่า โศกนาฏกรรมต่างโลกเริ่มต้นจากเดธมาร์ช ผลงานของอ. Hiro Ainana ลิขสิทธิ์ในไทยโดยสำนักพิมพ์ First Page เป็นอีกหนึ่งไลท์โนเวลในหมวดไปต่างโลก หรือ ติดอยู่ในเกมที่ได้รับเสียงต้องรับจากแฟนเป็นอย่างมาก

Suzuki Ichirou เกมโปรแกรมเมอร์ที่ต้องง่วนทำงานหนักเอาเป็นเอาตาย ที่คิดจะงีบพักหลังจากเสร็จงานที่ทำให้เขาอ่อนล้าต่อเนื่องมาหลายวัน แต่พอตื่นขึ้นมากลับกลายเป็นว่าเขาตื่นมาในโลกของเกมที่เขาเป็นคนเขียนซะอย่างนั้น แถมยังรู้สึกเจ็บแบบสมจริงซะด้วย และดูความช่วยไม่ได้เขาเลยใช้เวทย์ฝนดาวตกที่เป็นของแจกเริ่มต้นที่กำหนดไว้จัดการศัตรูที่วิ่งกรุเข้ามาทั้งแมพ จนเลเวลพุ่งพรวดๆ สเตตัสตันทุนค่ากันไปเลย พร้อมกับทรัพยากรอีกมหาศาล และแล้วการผจญภัยของเขาในฐานะ Satoo ก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

ก็ถือได้ว่าเรื่องนี้มีกลิ่นอายในแบบของอนิเมะติดในเกมหลายๆ เรื่องรวมกันอยู่อย่างการที่ยังคงมีระบบต่างๆ ทั้งการอัพเลเวลหรือสกิล เหมือนใน SAO และ Log Horizon หรือการที่เริ่มมาด้วยสเตตัสเต็มแม็กส์แบบเรื่อง Isekai wa Smartphone to Tomo ni ที่ในตอนปแรกเราก็จะยังไม่ได้เห็นการเดินเรื่องที่มากมายอะไรนัก แต่ในด้านงานภาพต่างก็ถือว่าทำออกมาได้ดีไม่น่าผิดหวัง ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในอนิเมะอีกเรื่องที่น่าติดตามของซีซั่นนี้เช่นกัน

Märchen Mädchen

อนิเมะจากไลท์โนเวลของอ. Tomohiro Matsu ที่เคยฝากผลงานไว้กับเรื่อง Mayoi Neko Overrun!และ Papa no Iukoto o Kikinasai! และวาดภาพประกอบโดยนักวาดที่หลายๆคนรู้จักกันดีอย่างอ. Kantoku ที่เคยวาดภาพประกอบให้กับอีกหลายๆ เรื่องเช่น Imouto Sae Ireba Ii และ Hentai  Ouji to Warawanai Neko

Märchen Mädchen เป็นเรื่องราวของ Kagimura Hazuki เด็กสาวผู้หลงไหลในหนังสือและมักใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการมีสมาธิอยู่ในโลกของหนังสือ ที่ทุกครั้งที่รู้สึกเครียดหรือไม่สบายใจก็จะต้องวิ่งไปหาหนังสือมาอ่านและจมไปในเรื่องราวในหนังสือที่ถือเรียกอาการนี้ว่า “Story Syndrome” และจู่ๆ เธอก็ได้พบกับเด็กสาวในชุดผ้าคลุมทั้งตัวที่ดูเหมือนจะไม่มีใครมองเห็นเธอ ทำให้ Hazuki คิดว่านั้นจะต้องเป็นเวทมนต์อย่างแน่นอน และได้แอบตามเธอไปจนไปถึงห้องสมุดเก่าๆ แห่งหนึ่งและเธอก็ได้หลุดเข้าไปในสถานที่ที่เหมือนจะเป็นโรงเรียนเวทมนต์ พร้อมกับหนังสือปริศนาที่เข้ามาอยู่ในกระเป๋าเธอตอนไหนก็ไม่รู้ แต่คนที่นั้นเรียกหนังสือนั้นว่า “หนังสือต้นแบบ” ที่เป็นเหมือนคำภีร์เวทย์ประจำตัว แต่ทั้งๆ ที่ยังไม่ทันรู้เรื่องอะไร Hazuki ก็ดันถูกไล่ตามจนต้องหนีทั้งสภาพล้อนจ้อน กับหนังสือเล่มเดียวซะอย่างนั้น!!

สำหรับตอนแรกของ Märchen Mädchen ก็ถือว่าเปิดเรื่องมาได้แบบงงๆ และจบตอนไปได้แบบงงๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าจบตรงนี้เลยเหรอก็คงต้องรอดูกันต่อว่าเรื่องราวจะวุ่นป่วนชวนฮาแค่ไหน แต่ในด้านงานภาพนั้นด้วยดีไซน์ดั้งเดิมจาก Kantoku ทำให้ตัวละครทั้งหมดออกมามีสเน่ห์ในแบบของ Kantoku ที่อนิเมะเองก็ทำออกมาได้เป็นอย่างดี ก็ถือว่าเป็นอีกเรื่องที่คงต้องตามดูกันอีกซักหน่อย แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยของซีซั่นนี้เลย

Itou Junji: Collection

ผลงานอนิเมชั่นจากมังงะซีรี่ส์ “คลังสยอง” โดยอาจารย์อิโต้ จุนจิ นักเขียนมังงะแนวสยองขวัญชื่อดังอย่าง “ก้นหอยมรณะ” หรือ “ปลามรณะ” ที่แฟนการ์ตูนสายนี้ในไทยน่าจะคุ้นเคยกันดี

เดิมทีผลงาน อ.จุนจิ ได้มีการถูกสร้างเป็นงานภาพเคลื่อนไหวมาแล้วทั้งซีรี่ส์ ภาพยนตร์คนแสดง และอนิเมชั่น เช่น ก้นหอยมรณะ โทมิเอะ ในรูปแบบคนแสดง หรือปลามรณะ ในรูปแบบอนิเมชั่น ซึ่งถ้าว่ากันตามตรง ผลงานที่ผ่านมานั้นสำหรับผู้เขียนรู้สึกว่า งานมีคุณภาพระดับหนึ่ง แต่ขาดเอกลักษณ์งาน อ.จุนจิ ไปค่อนข้างมาก คนที่ตามอ่านงาน อ.จุนจิ คงรู้ดีว่า งานของอาจารย์แกไม่สยองน่ากลัวแบบเต็มขั้น แต่เป็นงานสยองแบบที่มีทั้งความแหวกแนว มีอารมณ์ขันแฝงในตัวอยู่บ้างไม่มากก็น้อยเสมอ ซึ่งงานที่ผ่านมาก็เรียกว่า “ยังไม่ถึง” สักเท่าไหร่ ส่วนอนิเมชั่นซีรี่ส์ใหม่ที่จะหยิบเอาผลงานมังงะตอนสั้นของอาจารย์แกมาถ่ายทอดนั้น จะเป็นอย่างไร

ในตอนแรกสุดนั้น เป็นเรื่องของเด็กอมตะปูโซอิจิ เด็กเกรียนที่ชอบใช้คำสาปแปลก ๆ กลั่นแกล้งผู้คนทั้งคนในครอบครัวและเพื่อนร่วมชั้น ซึ่งจริง ๆ แล้วนับเป็นหนึ่งในผลงานของ อ.จุนจิ ที่มีอารมณ์ขันอยู่ในงานมากที่สุดชิ้นหนึ่ง ซึ่งงานภาพของอนิเมตอนโซอิจินี้ ลายเส้นตัวละครอาจจะแตกต่างจากงาน อ.จุนจิ ต้นฉบับอยู่บ้าง แต่ด้วยบรรยากาศ เนื้อหา และพอเป็นภาพเคลื่อนไหวมีเสียงพากย์แล้ว ก็รู้สึกว่าเป็นงาน อ.จุนจิ ที่กลายมาเป็นภาพเคลื่อนไหวได้ดีอยู่ครับ แต่แน่นอนว่างานลงสีและรายละเอียดของภาพที่ต้นฉบับนั้นมีความรุงรังจนให้บรรยากาศน่ากลัวนั้น อนิเมก็ดูซอฟท์ลงไปเยอะอยู่ และจากเดิมที่มันจะเป็นแนวตลกปนสยอง มันเลยค่อนข้างไปทางการ์ตูนตลกที่ใช้ภาพทึม ๆ เสียมากกว่า ดังนั้นถ้าถามว่างานโอเคมั้ย ก็ต้องบอกว่าเฉพาะตอนแรกก็ดูดีในระดับนึง มีกลิ่นอายของงาน อ.จุนจิ ที่คนอ่านมังงะคุ้นเคย แต่รสชาติมันก็อ่อนลงไปพอสมควรครับ ต้องรอดูต่อไปว่าในตอนที่จัดเต็มจริง ๆ อย่าง “โทมิเอะ” หรือ “ชายหนุ่มที่สี่แยก – รักที่ทรมานของคนตาย” จะทำ “ได้ถึง” ขนาดไหน

Karakai Jouzu no Takagi-san

อนิเมะที่ดัดแปลงมาจากมังงะชื่อดัง Karakai Jouzu no Takagi-san เรื่องราวของหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่แกล้งกันไปแกล้งกันมาจนคนอ่านและคนดูต่างพากันอิจฉาตาร้อนกันไปตาม ๆ กัน

เรื่องนี้เป็นแนว Slice of life ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตประจำวันของกระทาชายนาย Nishikata ผู้หมายมั่นว่าจะต้องเอาคืน Takagi-san เด็กสาวเพื่อนร่วมชั้นที่นั่งติดกันให้จงได้ เขาได้ใช้เวลาเรียนอันสุดแสนจะมีค่า ไปกับการคิดหาวิธีแกล้ง Takagi-san ซังคืนให้จงได้ มาตามเอาใจช่วย(?) กันว่าเขาจะทำสำเร็จหรือไม่

ด้านงานภาพและเพลงประกอบทำออกมาได้ดี ลายเส้น ฉากหลัง เอฟเฟคต่าง ๆ ที่ใช้ในเรื่องทำออกมาได้อย่างลงตัว ขับเน้นให้ตัวอนิเมะมีสเน่ห์มากยิ่งขึ้นไปอีก ใครที่กำลังมองหาอนิเมะดีต่อใจ หรือกำลังเหงา ๆ ไร้คู่อยู่ล่ะก็ อยากแนะนำให้ลองมาดูกัน รับรองว่าฟินแน่นอน

Violet Evergarden

เรื่องราวของ “เด็กสาว” นาม Violet ผู้เปรียบเสมือนจักรกลสังหารที่ถูกนำมาใช้ในสนามรบ แม้ว่าจะดูเหมือนมนุษย์ มีเลือดเนื้อ แต่จากบทเกริ่นนำของเรื่องที่ระบุในเว็บไซต์หลักก็ยังเป็นที่ฉงนสงสัยว่าจริง ๆ เธอเป็น “อะไร” กันแน่ มีคำ ๆ หนึ่งที่เธอได้รับรู้ในสงครามครั้งนั้น คือคำว่า “ฉันรักเธอ” แต่เธอไม่เข้าใจความหมายของมัน โดยเป็นเรื่องราว Slice of Life หลังสงคราม ที่ซึ่ง Violet ได้เข้าทำงานในสำนักงานไปรษณีย์ ใน “แผนก” Auto Memories Doll เพื่อที่จะได้รับส่งผ่านความรู้สึกของผู้คน เพื่อที่จะเรียนรู้ความหมายของคำว่า “ฉันรักเธอ”

ในตอนที่ 1 ของเรื่องนี้แม้ว่าจะเป็นการเกริ่นนำเรื่อง แต่เป็นเรื่องราวที่ดูเหมือนจะมีความสวยงามทั้งฉากหน้าและฉากหลังอย่างชัดเจน คุณภาพงานสร้างจัดว่าเกินหน้าเกินตามาตรฐานของงานอนิเมทีวีซีรี่ส์โดยส่วนใหญ่เป็นอย่างมากที่สำคัญคือ หลายท่านอาจจะได้ดูตัวอย่างเรื่องนี้มาก่อน หลายอย่างในซีรี่ส์ “เดินเรื่องต่างกับตัวอย่าง” อยู่พอสมควรครับ คาดว่าอาจจะเป็นการลำดับใจความเรื่องใหม่อีกที

แต่ว่า โดยปกตินั้นเนื้อหาที่มีความเกี่ยวข้องกับสงคราม เป้าหมายของเรื่องมักจะนำไปที่การต่อสู้ตัดสินชี้ชะตา หากแต่เรื่องนี้นั้นพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นไปแล้ว เรื่อง Violet Evergarden เต็มไปด้วยบรรยากาศที่ดูเหมือนจะสงบสุขจนราบเรียบ แต่ผู้ชมก็สามารถดื่มด่ำไปกับความรู้สึกอันแสนเปราะบางของตัวเอกที่ยังต้อง “มีการเติบโตต่อไป” ผ่านบทบาท “Auto Memories Doll” นี้

Citrus

อนิเมะแนวยูริที่สร้างมาจากมังงะของ อ.SABUROUTA โดยเป็นเรื่องราวความรักของ Aihara Yuzu และ Aihara Mei พี่น้องต่างพ่อแม่ที่นิสัยต่างกันสุดขั้ว สำหรับตัวมังงะในบ้านเราเป็นลิขสิทธิ์ของทาง Zenshu นะครับ 

ความรู้สึกหลังดูไปตอนแรกรู้สึกแปลกใจกับการนำเสนอพอสมควรนะ นำเสนอได้เรียบง่ายเหมือนตัวมังงะมาก แต่จะไปพีคตรงช่่วงเซอวิสตอนสุดท้าย ซึ่งทำออกมาได้รุนแรงมาก ฮา เรียกได้ว่าอินกว่าในตัวฉบับมังงะอีกนะ ด้านงานภาพออกมากลาง ๆ ไม่ดีไม่แย่ ค่อนข้างโอเคเลยล่ะ สำหรับใครที่ชอบในตัวต้นฉบับแล้วอยากจะแนะนำให้ดูกันนะเป็นผลงานที่ทำออกมาเป็นอนิเมะได้เคารพต้นฉบับมาก และถึงไม่เคยอ่านตัวฉบับมังงะมาก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องแนวยูริที่สนุกอีกเรื่องเลยล่ะ

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่อนิเมะทั้งหมดที่ฉายในฤดูหนาว 2018 นี้ ถ้าเพื่อนๆ มีอนิเมะเรื่องไหนอยากแนะนำ หรือมาพูดคุยกัน ก็ตามสะดวกเลยจ้า