[Scoop] ศรัทธาสู่ป๊อบคัลเจอร์ พาชมศาลเจ้า Kanda ศาลเจ้าสุดคูลของคนรุ่นใหม่!

0
1,343 views

ในปัจจุบัน ศรัทธาและความเชื่อต่าง ๆ ล้วนเปลี่ยนแปลงกันไปตามยุคสมัย ทำให้ผู้คนมากมายเริ่มที่จะห่างไกลจากศาสนามากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะแต่ประเทศไทย แม้แต่ในประเทศอื่น ๆ เองก็เป็นเช่นเดียวกัน และหากเมื่อพูดถึงประเทศญี่ปุ่นแล้ว ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่เรียกได้ว่า เสรีทางศาสนาเอามาก ๆ ในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีผู้คนที่นับถือศาสนาต่าง ๆ มากมาย แถมยังมีลัทธิประหลาด ๆ อยู่มากมายด้วย

เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น?

แรกเริ่มเดิมทีแล้ว ประเทศญี่ปุ่นมีศาสนาอยู่ไม่มาก หลัก ๆ ก็จะเป็นชินโต และศาสนาพุทธเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อมีการเปิดรับเอาวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามามากขึ้น ดังที่ปรากฏให้เห็นเด่นชัดในยุค Sengoku ที่การค้าตามเมืองท่าเรือได้รับความนิยมสูง ก็ได้มีมิชชันนารีและบาทหลวงเดินทางเข้ามาเผยแพร่ศาสนา ซึ่งก็ได้ทำให้ศาสนาคริสต์ถูกเผยแพร่ในประเทศญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

และเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ การเผยแพร่ศาสนาต่าง ๆ ก็ทยอยเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น รวมถึงลัทธิต่าง ๆ ที่ก่อตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดประเทศญี่ปุ่นก็กลายเป็นประเทศที่เสรีในการนับถือศาสนาแบบสุด ๆ ทว่า เมื่อความเจริญทางเทคโนโลยีเพิ่มพูนมากขึ้นเท่าใด ความศรัทธาในศาสนานั้นก็ยิ่งลดลง เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าในปัจจุบัน ประชากรในประเทศญี่ปุ่นนั้นได้ระบุตนเองว่า “เป็นผู้ไม่มีศาสนา” มากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก นั่นยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า ความศรัทธาต่อศาสนาของชาวญี่ปุ่นนั้นย่ำแย่เพียงใด

ศาลเจ้า Kanda Myoujin ผู้ผลักดันแรงศรัทธาสู่ป๊อบคัลเจอร์

อย่างที่เรารู้กันว่าศาลเจ้าและวัดต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่นนั้น นอกจากจะเป็นแหล่งรวมศรัทธาแล้วก็ยังเป็นธุรกิจอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งต้องอาศัยแรงศรัทธาและการบริจาคจากผู้คนมากมายเพื่อให้ครอบครัวหรือผู้ดูแลศาลเจ้าเหล่านั้นยังอยู่ได้ แต่ในเมื่อศรัทธาของผู้คนลดลงจะทำอย่างไรดีล่ะ? หากเป็นวัดดังหรือศาลเจ้ามีชื่อก็คงไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก แต่ถ้าหากเป็นวัดหรือศาลเจ้าเล็ก ๆ ล่ะก็ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพวกเขาเหล่านั้นย่อมได้รับผลกระทบอยู่พอสมควร

กล่องรับบริจาคที่พบเห็นได้ตามศาลเจ้าทั่วไปของญี่ปุ่น

ด้านในเป็นหิ้งบูชาของเทพประจำศาลเจ้า

ทว่า กลับมีศาลเจ้าแห่งหนึ่งที่มีการปรับตัวเข้ากับยุคสมัยเพื่อให้ตนเองอยู่รอดได้มากยิ่งขึ้น ไม่ใช่อาศัยแต่แรงศรัทธาเพียงอย่างเดียว ศาลเจ้าที่ว่านี้ก็คือศาลเจ้า Kanda Myoujin นั่นเอง ศาลเจ้าแห่งนี้เคยปรากฏอยู่ในอนิเมะเรื่องอื่น ๆ หนัง ละครทีวีอีกมากมายเลย และหนึ่งในนั้นก็คืออนิเมะเรื่อง Love Live! School Idol Project ซึ่งโด่งดังไปทั่วโลก

การโปรโมท Collabo สินค้าพิเศษของทางศาลเจ้ากับอนิเมะเรื่อง Love Live! School Idol Project

และด้วยเรื่องนี้เองที่เรียกได้ว่าเป็นโอกาสครั้งใหม่ของศาลเจ้าแห่งนี้ การที่จะอาศัยแรงศรัทธาอย่างเดียวนั้นคงไม่อาจรักษาศาสนาเอาไว้ได้ การปรับตัวของศาลเจ้า Kanda นี้ได้ทำให้เราเห็นถึงเส้นทางใหม่ ๆ ที่จะรักษาศาสนาเอาไว้ให้ยืนนานยิ่งขึ้นนั่นเอง และหากลองปรับมุมมองของศาลเจ้า Kanda มาเป็นเรื่องราวอื่น ๆ บ้าง ยกตัวอย่างเช่นเกมต่าง ๆ ที่ได้นำเอาบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ เรือรบสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ดาบโบราณ หรือแม้กระทั่งปราสาทของญี่ปุ่นมาดัดแปลงเป็นตัวละครสาวน้อยหรือหนุ่มหล่อมากมาย สิ่งเหล่านั้นก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะอนุรักษ์เรื่องราวเหล่านั้นให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษาและเข้าถึงมันมากยิ่งขึ้น หากเพียงแต่เก็บสิ่งเหล่านั้นไว้บนพาน เมื่อกาลเวลาผ่านไปใครจะบอกเล่าเรื่องเหล่านั้นให้คนในรุ่นถัด ๆ ไปฟังกันล่ะ?

การทำตัวเองให้เป็น Landmark ของศาลเจ้า Kanda Myoujin

บันไดทางขึ้นไปศาลเจ้า Kanda Myoujin ที่แฟน ๆ อนิเมะเรื่อง Love Live! School Idol Project คุ้นเคย

ในปัจจุบัน ศาลเจ้า Kanda Myoujin ได้กลายเป็น Landmark ที่แฟนการ์ตูนทั่วทุกมุมโลกที่มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยือนประเทศญี่ปุ่นต้องหาโอกาสไปเยี่ยมชมศาลเจ้าแห่งนี้ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต และยิ่งเป็นแฟน ๆ ของอนิเมะเรื่อง Love Live! School Idol Project ด้วยแล้วยิ่งทำให้ต้องไปเยี่ยมเยือนให้ได้สักครั้ง และด้วยความที่ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์รวมโอตาคุจากทั่วทุกมุมโลกอย่าง Akihabara ศาลเจ้าแห่งนี้เลยใช้การ Collaboration กับอนิเมะชื่อดังเพื่อช่วยกระตุ้นให้ผู้คนมาเยี่ยมเยือนศาลเจ้ามากยิ่งขึ้นอีกด้วย

แคมเปญ Collabo กับอนิเมะเรื่อง Gochuumon wa Usagi desu ka?

และนอกจากนี้ยังมีผู้คนมากมายที่เกี่ยวข้องกับวงการการ์ตูนพากันมาขอพรให้ผลงานของตนเองประสบความสำเร็จ และวาดตัวการ์ตูนมากมายลงบนแผ่นไม้ขอพร ‘Eme’ จนกลายเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างของศาลเจ้า Kanda ไปแล้ว

มุมที่รวบรวมแผ่นไม้ขอพรที่มีตัวการ์ตูนมากมาย

แผ่นไม้จากแคมเปญ Collabo กับ Love Live!

ภาพวาดจากนักวาดมากมายที่แวะเวียนกันมาเยี่ยมชมและขอพรที่ศาลเจ้าแห่งนี้

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับเรื่องราวของศาลเจ้าสุดคูลที่ปรับตัวรับกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชาญฉลาด เชื่อว่าเพื่อน ๆ ที่เคยไปเยี่ยมชมศาลเจ้าแห่งนี้กันมาแล้วน่าจะพอสังเกตเห็นเรื่องราวเหล่านี้ได้ หวังว่าเพื่อน ๆ จะได้มุมมองและแนวคิดบางอย่างจากศาลเจ้าแห่งนี้กลับไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันของตัวเองบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ โลกมันไม่ได้หมุนตามเรา แต่เราต่างหากที่ต้องหมุนตามโลกให้ทัน ถ้าหากเราไม่สามารถปรับตัวรับกับความเปลี่ยนแปลงได้ล่ะก็ อาจจะถูกกระแสของโลกกลืนหายไปในสักวันหนึ่งก็ได้ครับ