เที่ยวไปเรียนไป!? ลองแวะมาพิพิธภัณฑ์รวมอักษรคันจิ 5 หมื่นตัวที่เกียวโตกันไหม?

0
413 views

โพสต์โดย 漢検 漢字博物館・図書館 บน 30 กันยายน 2016

อักษร “คันจิ” คืออักษรภาพที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนซึ่งครั้งหนึ่งในสมัยโบราณประเทศญี่ปุ่นได้รับเข้ามาเป็นระบบการเขียนในภาษาญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่ต้องเรียนรู้สำหรับผู้ที่จะศึกษาภาษาญี่ปุ่น ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับใครหลาย ๆ คนนั้น อักษรคันจิเป็นอุปสรรคต่อการเรียนมากทีเดียว

แต่สถานที่ต่อไปนี้ อาจช่วยให้เราสนุกกับคันจิมากขึ้นก็เป็นได้!?

โดยในเดือนมิถุนายนปี 2016 พิพิธภัณฑ์และหอสมุดอักษรคันจิแห่งประเทศญี่ปุ่นได้เปิดขึ้นที่เขตกิอง จังหวัดเกียวโตด้วยวัตถุประสงค์ให้ประชาชนและบุคคลทั่วไปได้เรียนรู้เกี่ยวกับอักษรคันจิมากยิ่งขึ้นครับ

อักษรภาษาจีนปรากฎขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นผ่านทางจดหมาย, ตราประทับ, ดาบและของตกแต่งมากมาย แต่ชาวญี่ปุ่นในสมัยนั้นยังไม่สามารถเข้าใจความหมายของอักษรเหล่านั้นได้ ภายใต้การปกครองของจักรพรรดินี Suiko เจ้าแผ่นดินรุ่นที่ 33 แห่งประเทศญี่ปุ่น คณะผู้เผยแพร่ศาสนาได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เดินทางไปประเทศจีนด้วยจุดมุ่งหวังเพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจในอักษรภาษาจีนและเป็นการปูทางให้ภาษาญี่ปุ่นซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีรูปแบบการเขียนใด ๆ เลย

เมื่อมีระบบ Kanbun ขึ้น (ระบบการอ่านภาษาจีนโดยใช้การอ่านอักษรคันจิ 2 ประเภท ได้แก่ “องโยมิ (音読み – เสียงอ่านแบบภาษาจีน)” และ “คุงโยมิ” (訓読み – เสียงอ่านภาษาญี่ปุ่น)) ประชาชนชาวญี่ปุ่นทั่วไปจึงเริ่มปรับรูปแบบโครงสร้างแล้วอ่านประโยคภาษาจีนด้วยไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นได้ง่ายขึ้น ต่อมาคันจิกลายเป็นต้นกำเนิดรูปแบบการเขียน 2 แบบได้แก่ “ฮิรางานะ (ひらがな)” และ “คาตาคานะ (カタカナ)” ทั้งสองระบบมีชื่อเรียกร่วมกันว่า Kana

開館130日前です。今日は、漢字ミュージアムの1階展示内容を紹介いたします。1階は、漢字の歴史を映像、グラフィック、資料に触れるハンズオン装置など、体験を通じて理解できる展示です。漢字伝来によって日本人が獲得した文字を、「日本独自の文字」として発展、変容させ、世界に類を見ない文字文化を生み出したことを伝えます。

โพสต์โดย 漢検 漢字博物館・図書館 บน 19 กุมภาพันธ์ 2016

พิพิธภัณฑ์และหอสมุดอักษรคันจิมี 2 ชั้นที่เต็มไปด้วยรูปแสดงพัฒนาการของอักษรคันจิรวมถึงเกมทดสอบความรู้ในอักษรคันจิด้วยครับ

ชั้นที่ 1 ของพิพิธภัณฑ์จะมีแผนผังและข้อมูลแสดงพัฒนาการของอักษรคันจิ ที่ชั้นนี้ผู้เข้าชมจะได้ตามรอยของอักษรคันจิตั้งแต่ยุคแรกเริ่มไปจนถึงยุคที่มีการนำอักษรเข้ามาในประเทศญี่ปุ่น อุปกรณ์การเขียนอักษรคันจิจะมีแสดงที่ชั้นนี้ด้วยครับ

ทั้งสองชั้นเชื่อมต่อกันด้วยหอคอยสูง 10 เมตร ซึ่งเต็มไปด้วยอักษรคันจิมากถึง 50,000 ตัวที่มีอยู่ในพจนานุกรม “Dai Kan-wa Jiten” เรียงลำดับตามการออกเสียง อักษรเหล่านี้แสดงด้วยสีและขนาดที่ต่างอันเพื่อบ่งบอกว่าอักษรนั้นใช้บ่อยหรือมากน้อยเพียงใด

開館80日前です。今日は、漢字ミュージアムの2階部分の開架図書館について紹介します。漢字に関する専門書が並び、来館者が博物館で触れた漢字を、自身で深く調べ、学べる場所になっています。ゆったりくつろぎながら閲覧することができます。

โพสต์โดย 漢検 漢字博物館・図書館 บน 9 เมษายน 2016

ส่วนหอสมุดจะอยู่ที่ชั้น 2 ของพิพิธภัณฑ์ เต็มไปด้วยหนังสือมากมายสำหรับผู้สนใจศึกษาอักษรคันจิและเกมเพื่อทดสอบความรู้ นับเป็นจุดที่นักเรียนนักศึกษาสามารถร่วมสนุกและได้ความรู้ไปพร้อม ๆ กันครับ

ที่ชั้น 2 นี้จะมีแสดง “อักษรคันจิประจำปี” ด้วยครับ อักษรประจำปี 2017 คือ “คิตะ (北)” ซึ่งมีความหมายว่า “ทิศเหนือ” อักษรนี้สะท้อนภาพของปัญหาการยิงจรวดมิสไซล์ของเกาหลีเหนือที่ญี่ปุ่นต้องเผชิญในปี 2017 นั่นเอง

ค่าเข้าชม :

  • ผู้ใหญ่ 800 เยน (ประมาณ 240 บาท)
  • นักเรียนมัธยมปลายและนักศึกษามหาวิทยาลัย 500 เยน (ประมาณ 150 บาท)
  • นักเรียนชั้นประถมและมัธยมต้น 300 เยน (ประมาณ 90 บาท)

เวลาเปิดทำการ : 9:30 น. จนถึง 17:00 น.

วันหยุด : วันจันทร์ทุกสัปดาห์และช่วงเทศกาลปีใหม่

ในพิพิธภัณฑ์มีร้านอาหารและเครื่องดื่มเตรียมไว้บริการสำหรับบุคคลทั่วไป นักเรียนชาวต่างชาติก็สามารถเข้าชมได้ครับ

Source : JapanInfo