คณะอนุกรรมการภาษาต่างประเทศ แห่งสภาที่ปรึกษาทางวัฒนธรรม ในทบวงวัฒนธรรม ประเทศญี่ปุ่น ขอร้องให้ใช้ภาษาที่เข้าใจได้ง่าย ๆ บนโลกออนไลน์

ในปัจจุบันที่คำย่อ และ emoticon ต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทในการสนทนาทางออนไลน์ ไม่แปลกที่จะมีคนไม่เข้าใจ หรือตามไม่ทัน และยิ่งเมื่อความไม่เข้าใจนี้มาพบกับธรรมชาติของอินเตอร์เน็ต ที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอยู่ตลอด ดังนั้นการที่จะตามให้ทันและเข้าใจทุกอย่าง ทุกคำพูดบนอินเตอร์เน็ตนั้น ถือเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความชินเป็นอย่างสูง

สังคมเน็ตญี่ปุ่นเองก็เป็นสังคมที่มีภาษาเป็นของตัวเอง ซึ่งในปัจจุบันมี internet slang ภาษาญี่ปุ่นอยู่มากมาย และเกิดขึ้นใหม่อยู่ทุกวัน ด้วยความขยันครีเอทของชาวเน็ตญี่ปุ่นนั่นเอง จนทำให้แม้แต่คนญี่ปุ่นด้วยกันเองยังต้องอัพเดตอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ตกเทรนด์ ถึงระดับที่ว่าทบวงวัฒนธรรมของญี่ปุ่นยังต้องออกรายงานฉบับหนึ่งมาบอกมาร้องขอกลาย ๆ ว่าอย่าทำให้พวกเขาสับสนไปมากกว่านี้อีกเลย

ใจความสำคัญของรายงานฉบับดังกล่าว คือการยืนยันถึงการมีตัวตนอยู่ของ internet slang ที่พวกเขาเรียกกันว่า 打ち言葉 (uchi kotoba) หรือ “คำย่อ” ที่ถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน และถูกใช้เป็นอย่างมากในกลุ่มเยาวชน ในการสื่อสารทางออนไลน์ ซึ่งเจ้าคำเหล่านี้มีรูปแบบที่หลากหลาย บ้างก็ประกอบไปด้วยรูปภาพหน้าตาการแสดงออกทางอารมณ์ หรือการใช้ภาษาอื่นมาผสม เช่น おk ที่แปลว่า okay หรือการผสม emoji เข้าไปในข้อความ ซึ่งทำให้ยากต่อการตีความ และอาจทำให้คลาดเคลื่อนในการสื่อสารได้

ดังนั้นจึงมีการออกไกด์ไลน์เพื่อช่วยเหลือชาวเน็ตที่ตามเทรนด์ไม่ทัน ให้สามารถเข้าใจภาษาเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น โดยมีใจความสำคัญ 4 ข้อที่ต้องจำไว้ดังนี้

1.ความแม่นยำ: อย่าทำให้หลงประเด็นหลัก ไม่พูดให้เกินจริง
2.ความชัดเจน: ต้องมั่นใจว่าสิ่งที่สื่อออกไป คู่สนทนาจะเข้าใจได้ง่าย
3.ความเหมาะสม: ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ สถานการณ์ และผู้ฟัง โดยเฉพาะความรู้สึกของผู้ฟัง
4.เคารพในความคุ้นเคย: วางตัวให้อยู่ในระยะที่เหมาะสมระหว่างผู้พูดกับผู้ฟัง

(ข้อหลังนี่อาจจะงงกันหน่อยสำหรับคนที่ไม่ได้คลุกคลีอยู่กับวัฒนธรรมญี่ปุ่น แต่มันหมายถึงการดูความเหมาะสม ระดับระหว่างผู้พูดและผู้ฟัง เช่นการระมัดระวังการใช้ภาษา ในการส่งจดหมายถึงผู้บังคับบัญชา อะไรทำนองนี้)

ซึ่งชาวเน็ตที่ได้อ่านรายงานนี้ ก็ได้แสดงความเห็นทำนองว่า

“อย่างกะอ่านข่าวเมื่อ 10 ปีที่แล้ว”
“ยังมีใครเขียน okay ด้วยคำว่า おk อยู่อีกเหรอ?”
“ตอนนี้ปีไหนแล้วเนี่ย?”
“เราก็ใช้แบบนี้ของเรามา 15 ปีแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“55555555+ おk 5555555+”

อย่างที่กระแสชาวเน็ตว่า การออกรายงานในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องล่าช้า เพราะเป็นสิ่งที่เหล่าวัยรุ่นในอินเตอร์เน็ตเจอกันมานานมากแล้ว แต่อย่างไรก็ดี เดือนมีนาคมของทุกปีนั้นเป็นช่วงที่เหล่าเด็กนักเรียนจะจบการศึกษากัน ก่อนที่จะไปเริ่มต้นกันใหม่กับชีวิตทำงานในเดือนเมษายน การออกรายงานฉบับนี้จึงเป็นเหมือนคู่มือในการทำความเข้าใจระหว่างยุค ที่เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวดเลยทีเดียว เพราะการใช้ภาษานั้นมีผลอย่างมากในชีวิตการทำงาน ดังนั้นจึงต้องใช้ความระมัดระวัง แยกให้ออกระหว่างภาษาพูด กับภาษาสุภาพ ที่ใช้ในการทำงาน

Source: Yomiuri Online via SoraNews24
ภาพจาก: Pakutaso