[Scoop] เปิดกรุคลังสยองของ Ito Junji นี่มันการ์ตูนสยองขวัญหรือการ์ตูนตลก!?

0
8,922 views

ถ้าหากพูดถึงเรื่องราวของการ์ตูนแนวสยองขวัญ เชื่อว่าแฟนการ์ตูนน้อยคนนักที่จะไม่เคยได้ยินชื่อของสุดยอดนักเขียนการ์ตูนท่านนี้ อาจารย์ Ito Junji ผู้มีผลงานการ์ตูนแนวสยองขวัญออกมามากมาย ในครั้งนี้ทีมงาน Akibatan จะขอพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับอาจารย์ Ito Junji กันให้แบบเต็มที่ในทุก ๆ ผลงาน จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นไปชมกันเลยครับ

Ito Junji (伊藤 潤二) เป็นนักเขียนผู้มีถิ่นกำเนิดในจังหวัด Gifu เขาเกิดเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ปี 1963 เขาได้รับแรงบันดาลใจในการวาดการ์ตูนในวัยเด็กจากภาพวาดของพี่สาว นอกจากนี้เขาก็ยังชื่นชอบและติดตามผลงานของ อาจารย์ Umezu Kazuo อีกด้วย Ito Junji เริ่มวาดการ์ตูนเป็นงานอดิเรกในช่วงที่เขาทำงานเป็นช่างทันตกรรมในช่วงต้นยุค 90’s โดยเขาได้ลองเขียนเรื่องสั้นส่งไปประกวดกับ Gekkan Halloween ซึ่งผลงานชิ้นนั้นก็ได้รับรางวัลในงาน Kazuo Umezu Prize (ซึ่งในครั้งนั้น อาจารย์ Umezu ก็ได้ให้เกียรติมาเป็นผู้ตัดสินเองด้วย)

Ito Junji ได้เริ่มวาดผลงานการ์ตูนแนวสยองขวัญอย่างจริง ๆ จัง ๆ จนกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วในเวลาไม่นานนัก ผลงานเปิดตัวของเขาที่รู้จักและมีชื่อเสียงอย่าง Tomie (富江ได้ตีพิมพ์เล่มแรกเมื่อปี 1987 และเล่มสุดท้ายเมื่อปี 2010 รวมทั้งหมด 3 เล่มจบ,  Usumaki หรือ ก้นหอยมรณะ (うずまきตีพิมพ์เมื่อปี 1998 จนถึงปี 1999 รวมทั้งหมด 3 เล่มจบ และ Gyo หรือ ปลามรณะ” (ギョ) ตีพิมพ์เมื่อปี 2001 จนถึง 2002 รวมทั้งหมด 2 เล่มจบ ซึ่งในบ้านเราสามเรื่องนี้ก็ได้ตีพิมพ์ฉบับลิขสิทธิ์โดยสำนักพิมพ์โดยรักพิมพ์ สำหรับ Tomie และ เนชั่น NED สำหรับ ก้นหอยมรณะ และ ปลามรณะ

ผลงานของอาจารย์ Ito Junji

Ito Junji Kessakushu (伊藤潤二恐怖漫畫選集)

รวมผลงานการ์ตูนแนวสยองขวัญของอาจารย์ Ito Junji ที่บ้านเรารู้จักกันในชื่อ คลังสยอง ซึ่งตีพิมพ์ฉบับลิขสิทธิ์โดยสำนักพิมพ์รักพิมพ์ การ์ตูนชุดนี้เริ่มออกตีพิมพ์ในญี่ปุ่นครั้งแรกในช่วงฮาโลวีนปี 1997 จนถึงปี 1999 มีทั้งหมด 16 เล่ม โดยในแต่ละเล่มนั้นก็จะเป็นบทต่าง ๆ ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยยกเว้นแค่เล่ม 1 และเล่ม 2 เท่านั้นที่เป็นของเรื่อง Tomie บทแรกและบทหลัง ผลงานชุดคลังสยองทั้ง 16 บทมีดังนี้

Volume 1 and 2: Tomie (富江)
Volume 3: Nikuiro no Kai (肉色の怪)
Volume 4: Kao dorobou (顔泥棒)
Volume 5: Souichi no Tanoshi i Nikki (双一の楽しい日記 )
Volume 6: Souichi no Noroi i Nikki (双一の呪い日記)
Volume 7: Namekuji no shoujo (なめくじの少女)
Volume 8: Blood-bubble Bushes (血玉樹)
Volume 9: Kubi gensou (首幻想)
Volume 10: Michi no nai machi (あやつりの屋敷)
Volume 11: The Town Without Streets (道のない街)
Volume 12: Ijimetsu musume (いじめっ娘)
Volume 13: Circus ga kita (サーカスが来た)
Volume 14: Tunnel no kitan (トンネルの奇譚)
Volume 15: Shi bito no koiwazurai (死びとの恋わずらい)
Volume 16: Frankenstein (フランケンシュタイン)

ผลงานตีพิมพ์ชุดนี้ เป็นชุดที่มีความหลากหลายของผลงานมากที่สุด เพราะถ้าไม่นับเฉพาะตอนของโทมิเอะ ส่วนที่เหลือนั้นเป็นผลงานตอนสั้นจบในตอนเดียว ซึ่งหลายตอนนั้นไอเดียบรรเจิดมาก เช่นเมืองไร้ถนน ที่ทุกบ้านนั้นทำทางเชื่อมต่อกันหมดจนเป็นเหมือนอาคารขนาดยักษ์ หรือตอนฝันยาว ที่กล่าวถึงการฝันถึงเหตุการณ์ยาวนานนับปี แต่เมื่อตื่นมาพบว่าผ่านไปแค่ข้ามคืนเดียว จนทำให้บางครั้งตื่นขึ้นมาก็จำอะไรในโลกจริงไม่ได้เลยเพราะใช้ชีวิตในฝันไปหลายสิบปี เป็นต้น หรือบางเรื่องก็เป็นตอนยาวที่หลายคนรู้จักกันอย่าง “รักที่ทรมานของคนตาย” (ชายหนุ่มที่สี่แยก) จึงนับว่าคุ้มค่ามาก สำหรับคนที่เป็นแฟนผลงาน หรือถ้าอยากรู้จักกลิ่นอายผลงาน อ.จุนจิ แบบแท้ ๆ ก็แนะนำหนังสือชุดนี้ครับ


Kyoufu Hakubutsukan (恐怖博物館)

ผลงานชุดนี้เป็นการรวบรวมเอาการ์ตูนสยองขวัญที่ขายดีและมีชื่อเสียงสุด ๆ ของอาจารย์ Ito Junji มารวบรวมเป็นคอเล็คชั่นอีกครั้งโดยสำนักพิมพ์ Asahi Sonorama ซึ่งได้พิมพ์ออกมาทั้งหมด 10 เล่มจบ โดยในแต่ละเล่มนั้นก็จะเป็นบทต่าง ๆ ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยยกเว้นแค่เล่ม 1 และเล่ม 2 เท่านั้นที่เป็นของเรื่อง Tomie บทแรกและบทหลัง ผลงานชุดพิพิธภัณฑ์สยองทั้ง 10 บทมีดังนี้

Volume 1 and 2: Tomie (富江)
Volume 3: Yaneura no nagai kami (屋根裏の長い髪)
Volume 4: Kakashi (案山子)
Volume 5: Rojiura (路地裏)
Volume 6: Sōichi no katte na noroi (双一の勝手な呪い)
Volume 7: Umeku haisuikan (うめく配水管)
Volume 8: Shirosunamura chitan (白砂村血譚)
Volume 9: Oshikiri idan (押切異談&フランケンシュタイン)
Volume 10: Shibito no Koi Wazurai (死びとの恋わずらい)

ซีรี่ส์นี้จะคล้าย ๆ เซ็ต 16 เล่มด้านบน แต่จะมีการแบ่งเล่มและแบ่งตอนไม่เหมือนกัน เพียงแต่ถ้าหากใครที่สะสมเซ็ต 16 เล่มแล้ว ก็ถือว่าได้สะสมเซ็ต 10 เล่มนี้ครบไปแล้วด้วยเช่นกันครับ

Uzumaki (うずまき)

Uzumaki หรือ ก้นหอยมรณะ เป็นการ์ตูนชื่อดังอีกเรื่องหนึ่งของอาจารย์ Ito Junji ซึ่งในบ้านเรา เรื่องนี้ก็ได้รับการตีพิมพ์ฉบับลิขสิทธิ์โดยสำนักพิมพ์เนชั่น เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ถูกสาปด้วยคำสาปแห่ง “ก้นหอย” ทำให้มีสัญลักษณ์คล้าย ๆ กับก้นหอยอยู่ในหมู่บ้านนี้เต็มไปหมด และทำให้เกิดเรื่องราวแปลก ๆ มากมายขึ้นในหมู่บ้านนี้ เรื่องนี้มีความยาว 3 เล่มจบ

ในความเห็นของทีมงาน ผลงานชิ้นนี้เป็นหนึ่งในผลงานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของอาจารย์ ด้วยการถ่ายทอดจินตนาการเกี่ยวกับคำสาปก้นหอยออกมาได้อย่างหลากหลาย จากเรื่องเล็ก ๆ ลามไปจนถึงเรื่องที่กว้างใหญ่และดูน่าทึ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ และเป็นผลงานที่ทีมงานมีความเห็นว่า ไอเดียหลาย ๆ ส่วนของอาจารย์นั้น แม้จะดูพิลึกกึกกือจนน่าสยดสยอง แต่มันก็มีความ “เพี้ยน” สอดแทรกอยู่ที่ทำให้ชวนขบขันแบบตลกร้ายที่ขำไม่ออกอย่างเช่น เส้นผมโดนคำสาปก้นหอยและเอามาใช้ต่อสู้กันได้ หรือ คนขี้เกียจและทำอะไรเชื่องช้าจนกลายเป็นหอยทากไปเสียเอง เป็นต้น

Gyo (ギョ)

Gyo หรือ ปลามรณะ เป็นผลงานชื่อดังอีกเรื่องหนึ่งที่ได้รับการกล่าวถึงไปทั่ว ด้วยพล๊อตเรื่องที่น่าสนใจคือ ถ้าหากวันหนึ่ง ซากสิ่งมีชีวิตใต้น้ำเกิดมีขาขึ้นมาและบุกขึ้นมาบนพื้นโลกจะเกิดอะไรขึ้น พวกมันสร้างความสยดสยองมากมายทั้งกินคน ฆ่าคน บุกยึดเมืองต่าง ๆ  ไม่รู้ว่าพวกมันมาจากไหน ใครสร้างมันขึ้นมา แต่ที่รู้ ๆ คือมันกลายเป็นหายนะของโลกไปแล้ว ซึ่งการ์ตูนเรื่องนี้มีความยาวทั้งหมด 2 เล่มจบ ในบ้านเราเรื่องนี้ก็ได้รับการตีพิมพ์ฉบับลิขสิทธิ์โดยสำนักพิมพ์เนชั่นเช่นกัน

สำหรับมุมมองของทีมงาน เรื่องนี้ไม่เพียงแค่ไอเดียที่ชวนสยดสยองแล้วนั้น ฝีมือในการวาดของอาจารย์ยังถูกแสดงออกมาได้เต็มที่อย่างมากในผลงานชิ้นนี้ ตามท้องเรื่องได้ระบุว่า ปลามีขาน่ากลัวเหล่านั้น ปล่อยแก๊สกลิ่นเหม็นออกมาแพร่เชื้อ ซึ่งแน่นอนว่าอ่านจากหนังสือ เราจะได้เห็นแต่ภาพ แต่ว่ายิ่งอ่าน ๆ ไป เรากลับรู้สึกได้ว่าแค่มองภาพบรรยากาศในเรื่อง ก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอันน่าสยองโดยไม่รู้ตัวไปเสียแล้ว

Neko Nikki Yon to Muu (猫日記 よん&むー)

ใช่ว่าอาจารย์ Ito Junji จะเขียนแต่การ์ตูนสยองขวัญแล้วดังเท่านั้น ผลงานเรื่อง Neko Nikki Yon to Muu หรือในบ้านเรารู้จักกันในชื่อ บันทึกน้องเหมียวของ อิโต้ จุนจิ ความยาวเล่มเดียวจบ เรื่องนี้ได้รับการตีพิมพ์เป็นภาษาไทยฉบับลิขสิทธิ์โดยสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมมิค

เรื่องนี้ก็เป็นการ์ตูนแนวน่ารัก ๆ ที่พูดถึงแมวของอาจารย์ J ที่ชื่อว่า Yon และ Muu ดูเผิน ๆ แล้วมันก็ดูออกจะน่ารักอยู่ แต่ด้วยลายเส้นของอาจารย์ Ito Junji ดันทำให้บางมุมของมันแอบหลอนอยู่บ้าง แถมยังตลกแบบแปลก ๆ

และเรื่องนี้ก็ได้ทำให้เราเห็นว่า อาจารย์ Ito Junji เองก็แอบสอดแทรกความน่ารักและอารมณ์ขันลงไปในการ์ตูนของเขาเช่นกัน ใช่ว่าจะมีแต่ความสยองขวัญเพียงอย่างเดียว ซึ่งอารมณณ์ขันของอาจารย์นั้นได้สอดแทรกลงไปในการ์ตูนทุกเรื่องที่แกเขียน แม้มันจะเป็นการ์ตูนสยองขวัญก็ตาม หากลองสังเกตดูดีๆ แล้วมันก็มีมุมฮา ๆ อยู่เหมือนกัน ไม่เชื่อก็ลองดูน้องแมวสองตัวนี้เป็นตัวอย่างก็ได้

Black Paradox (ブラックパラドクス)

ผลงานแนวสยองขวัญเล่มเดียวจบที่พูดถึงเรื่องราวของเว็บไซต์ที่ชักชวนให้คนมาฆ่าตัวตาย ซึ่งตัวเอกทั้ง 4 คนก็ได้มานัดเจอกันและทำการฆ่าตัวตายหมู่ แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ เพราะได้พบกับเหตุการณ์ประหลาดที่ทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตลุกลามไปจนถึงระดับโลก ซึ่งเป็นพล๊อตเรื่องที่สนุกและหักมุมแบบสุด ๆ จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของคนที่อยากตายเพียงแค่ 4 คนดันกลายเป็นวิกฤตของมนุษยชาติไปซะอย่างนั้น… ในบ้านเรา เรื่องนี้ก็ได้รับการตีพิมพ์ฉบับลิขสิทธิ์โดยสำนักพิมพ์เนชั่น ใช้ชื่อว่า Black Paradox เว็บไซต์มรณะ ครับ

ทีมงานมีความเห็นว่า ผลงานเรื่องนี้แม้จะเผยแพร่ภายหลังและไม่เป็นกระแสมากเท่าช่วงก้นหอยมรณะหรือปลามรณะ แต่เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งชิ้นงานที่แสดงพลังในการเล่าเรื่องของผู้เขียนได้ดีมาก จากที่เล่าไว้ว่า เรื่องนี้ช่วงแรกเกี่ยวกับการนัดฆ่าตัวตายหมู่ของตัวเอก 4 คน แต่เมื่อเรื่องดำเนินไป ก็มีการพบอะไรแปลก ๆ เข้า แล้วเรื่องก็หักมุมเดินต่อไปอีกทางในแบบที่คาดไม่ถึง และเมื่อเรื่องถึงจุดหักเหใหม่ มันก็หักต่อไปอีกในทางที่เราไม่คาดคิดมาก่อน ตลอดทั้งเล่มของ Black Paradox จึงเรียกได้ว่าเต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์ที่น่าทึ่งเสียยิ่งกว่าความสยดสยองเสียอีก

Hellstar Remina (地獄星レミナ)

การ์ตูนแนวไซไฟ(?) ที่มีความสยองขวัญและความไร้เหตุผลของมนุษย์เป็นตัวขับดัน เรื่องราวของ นักดาราศาสตร์ที่ได้บังเอิญพบดาวเรืองแสงดวงใหม่ เลยตั้งชื่อว่าดาวนั้นว่า Remina ตามชื่อลูกสาวของตนเอง ทว่า 16 ปีต่อมา ดาวดวงนั้นกลับเข้ามาใกล้โลกมากขึ้นเรื่อย ๆ และระหว่างที่มันกำลังตรงมาหาโลกนั้น มันก็ได้กลืนกินดาวระหว่างทางจนหมด ทำให้คนทั้งโลกพากันคิดว่า เป็นเพราะเด็กสาว Remina เป็นต้นเหตุที่ดึงดาวดวงนั้นนั้นมากยังโลก เลยพากันก่อการจราจลไล่ล่าเด็กสาวที่ชื่อ Remina ที่เป็นลูกสาวของนักดาราศาสตร์คนนั้นมาบูชายัญให้ได้

แม้หัวเรื่องจะดูเป็นไซไฟ แต่มันกลับแฝงแง่คิดเรื่องความเชื่อต่าง ๆ และความดิบเถื่อนในกมลสันดานของมนุษย์เอาไว้ได้อย่างแยบยล ในบ้านเรา เรื่องนี้ก็ได้รับการตีพิมพ์ฉบับลิขสิทธิ์โดยสำนักพิมพ์เนชั่น ใช้ชื่อว่า ดาวมรณะเรมิน่า ความยาวเล่มเดียวจบครับ

Yami no Koe (闇の声)

เรื่องนี้เป็นผลงานรวมเรื่องสั้นแนวสยองขวัญของอาจารย์ Ito Junji มีทั้งหมด 14 เรื่องด้วยกัน โดยในครั้งแรกที่มีการตีพิมพ์นั้น Yami no Koe เดิมทีมี 7 ตอน วางจำหน่ายครั้งแรก 12 กันยายน ปี 2003 ต่อมา สนพ.Asahi ก็ได้ตีพิมพ์ Yami no Koe อีกครั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายน ปี 2006 โดยใช้ชื่อว่า Shin Yami no Koe Kaidan (新・闇の声 潰談 ) ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 7 ตอน แต่ในปี 2009 ก็ดันออก Yami no Koe (ฉบับสมบูรณ์) ซึ่งเป็นการรวมเอาเรื่องสั้นทั้ง 14 เรื่องจากใน Yami no Koe และ Shin Yami no Koe Kaidan มารวมกันเป็นเล่มเดียว และในปี 2011 สนพ. Asahi ก็ได้เอาเรื่องสั้น 14 เรื่องนี้ไปรวมไว้ใน Ito Junji Kessakushu หรือ คลังสยอง อีกครั้ง เรียกได้ว่าเรื่องสั้นทั้ง 14 เรื่องนี้เอากลับมาหากินได้ถึง 3 ครั้งเลยทีเดียว(ฮา) ในบ้านเรา Yami no Koe (ฉบับสมบูรณ์) นั้นก็ได้รับการตีพิมพ์ฉบับลิขสิทธิ์โดยสำนักพิมพ์รักพิมพ์ ใช้ชื่อว่า เพรียกรัตติกาล ครับ

Mimi’s Ghost Stories (ミミの怪談)

การ์ตูนเรื่องสั้นเล่มเดียวจบที่พูดถึงเรื่องราวของเด็กสาวที่ชื่อว่า Mimi ซึ่งเธอนั้นสามารถมองเห็นผีได้ เรื่องนี้ก็ได้บ อกเล่าการพบเจอกับผีหรือเรื่องลี้ลับสยองขวัญในแบบต่าง ๆ ที่ Mimi ได้ประสบพบเจอมานั่นเอง เรื่องนี้ได้รับการตีพิมพ์เป็นภาษาไทยฉบับลิขสิทธิ์โดยสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมมิค ใช้ชื่อว่า มิมิ คนเห็นผี ครับ ปัจจุบันไม่มีการพิมพ์เพิ่ม หาซื้อได้ยากมากครับ

เป็นผลงานเล่มเดียวจบที่อาจจะไม่ได้มีอะไรน่าสะพรึงมากระดับปลามรณะหรือเว็บไซต์มรณะ แต่ซีรี่ส์มิมินั้น เป็นซีรี่ส์จบในตอนที่มีชั้นเชิงในการเขียนที่ดี หลายตอนไม่ได้นำเสนอภาพที่น่ากลัวมากนัก แต่กลับเขียนแบบอ้อม ๆ โดยการสร้างบรรยากาศและเลือกมุมในการนำเสนอที่ดูลึกลับน่าขนลุก อย่างเช่นตอนจุดวงสีแดงบนกำแพง เป็นต้น

Rasputin the Patriot (憂国のラスプーチン)

เรื่องราวการเมืองที่เข้มข้นปนสยองขวัญนิด ๆ (?) ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถของอาจารย์ Ito Junji ที่ไม่ใช่ว่าจะเขียนแต่เรื่องแนวสยองขวัญได้เพียงแนวเดียวเท่านั้น เรื่องนี้ดำเนินเรื่องด้วยการเมืองแบบเข้มข้นและสอดแทรกความเหี้ยมโหดในจิตใจของมนุษย์ลงไปสะท้อนให้เห็นถึงความเลวทรามของมนุษย์มากยิ่งขึ้นไปอีก สำหรับเรื่องนี้ยังไม่มีฉบับลิขสิทธิ์ในประเทศไทยครับ

เพราะด้วยเรื่องนี้ไม่ใช่แนวสยองขวัญโดยตรงเสียทีเดียว จะเขียนประวัติศาสตร์การเมืองอย่างไรล่ะ อาจารย์ก็เลยใส่ตัวตนของตัวเองผ่านการใช้สัญลักษณ์ ภาพมโน หรือลูกเล่นในเชิงเปรียบเปรยเข้าไปเสียเลย เป็นอะไรที่แหวกแนวสำหรับ อ.จุนจิ มากทีเดียว

Yokai Kyoushitsu (溶解教室)

ห้องเรียนหลอมละลาย เรื่องนี้เป็นผลงานการ์ตูนแนวสยองขวัญเรื่องสั้น ของอาจารย์ Ito Junji อีกเช่นกัน  เรื่องนี้กล่าวถึงของคู่พี่น้องสองคน Azeri Yuma เด็กหนุ่มผู้ที่มักจะเอาแต่ขอโทษคนอื่นอยู่เสมอ แต่คำขอโทษของเขานั้นกลับเป็น คำสาป ที่จะทำให้ผู้ที่เขาขอโทษละลายกลายเป็น วุ้นมนุษย์  และ Azeri Chizumi น้องสาวของเขาที่เป็นคนที่ชื่นชอบการกินวุ้นมนุษย์ที่พี่ชายของเธอเป็นคนสาปคนมาให้แบบสุด ๆ เรื่องนี้ในบ้านเราได้รับการตีพิมพ์ฉบับลิขสิทธิ์โดยสำนักพิมพ์รักพิมพ์ครับ

Ma no Kakera (魔の断片)

เศษซากอสูร เรื่องสั้นจบในตอนแนวสยองขวัญ คล้าย ๆ กับเซ็ต คลังสยอง แต่รวมเรื่องสั้นเล่มนี้เป็นผลงานที่ อาจารย์ Ito Junji เคยบ่นว่าเซนส์การวาดการ์ตูนแนวสยองขวัญของตนเองเริ่มแย่ลง ผลงานที่รวมอยู่ในเล่มนี้เป็นเรื่องราวสยองขวัญที่น่าจะเรียกว่า แนวแปลก ๆ เสียมากกว่า เพราะมีเรื่องสั้นที่เข้าใจว่ามันเป็นแนวสยองขวัญ แต่กลับตลกได้อย่างน่าประหลาด ยกตัวอย่างเช่น เรื่องราวของบ้านผีสิง ที่มีผู้หญิงคนหนึ่งอาศัยอยู่ วันดีคืนดี นางเกิด มีอารมณ์ทางเพศ กับบ้านของตัวเอง เลยไปสำเร็จความใคร่กับเสาบ้าน และบ้านก็ดันตอบรับออกมาด้วยการครางสวน… เป็นต้น

ผลงานชิ้นนี้ อ.จุนจิ ได้เขียนไว้ในเล่มว่า ตนเองรู้สึกว่าเซ้นส์ในการเขียนเรื่องสยองขวัญมันลดหายไปมาก สำหรับผลงานชิ้นนี้ ทางทีมงานก็ค่อนข้างเห็นด้วยว่า “มันไม่ค่อยสยองจริง ๆ แหละ” แต่ว่า สิ่งที่ อ.จุนจิ ยังมีอยู่เต็มเปี่ยมคือไอเดีย และฝีมือในการเล่าเรื่อง ดังนั้นใน เศษซากอสูร ก็ตามที่เขียนไว้ข้างต้นครับ ว่ามันค่อนไปทางเรื่องลึกลับปนสยองขวัญที่เล่าเรื่องหักมุมในแต่ละตอนได้สนุก

ผลงานของอาจารย์ Ito Junji ที่ได้กล่าวถึงข้างบนนั้นล้วนแล้วแต่เป็นผลงานที่ควรค่าแก่การเก็บสะสมเป็นอย่างยิ่งสำหรับแฟนการ์ตูนแนวสยองขวัญ โดยเฉพาะเรื่อง Tomie

เรื่องราวของ Tomie นั้นเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของเด็กสาวผู้หนึ่งซึ่งงดงามเป็นอย่างมาก งดงามเสียจนทำให้ผู้คนที่อยู่รอบข้างอิจฉาจนอยากจะ ฆ่าให้ตาย และนั่นก็ทำให้เธอได้พบกับการฆ่าและทารุณกรรมมากมายจากเพื่อนร่วมชั้น ทว่า… ไม่ว่าจะฆ่าเธอไปสักกี่ครั้ง เธอก็จะฟื้นคืนกลับมาจากความตายได้ โดยจะฟื้นคืนกลับมาจาก ซากร่างกาย ที่ถูกฆ่าและทารุณกรรมไปแล้วนั่นเอง

ผลงาน Tomie นี้ได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์ฉายในประเทศญี่ปุ่นมาแล้วหลายครั้ง และในบ้านเราเองก็เคยมีการนำเข้ามาฉายด้วยเช่นกันในชื่อ ผีหัวหลุด ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากแฟนภาพยนตร์สยองขวัญบ้านเราในระดับหนึ่ง

นอกจากนี้ยังมีเรื่องอื่นที่ได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์คนแสดงอีกเช่น Spiral เป็นต้น หวังว่าผลงานของอาจารย์จะถูกดัดแปลงออกมาเป็นภาพยนตร์ให้แฟน ๆ ได้ชมกันอีกเรื่อย ๆ นะครับ

ผลงานล่าสุดของอาจารย์ Ito Junji นั้นเป็นมังงะที่ดัดแปลงมาจากผลงานของนักเขียนชื่อดัง Dasai Ozamu กับผลงานเรื่อง Ningen shikkaku หรือที่รู้จักกันในชื่อไทยคือ สูญสิ้นความเป็นคน มังงะเรื่องนี้ได้กล่าวถึงเรื่องราวของตัวละครที่ชื่อ Oba Yosou (大庭葉蔵) ซึ่งได้ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบสมุดบันทึกเรื่องราวในชีวิตของ Oba Yosou ผู้โดดเดี่ยวและได้หลงเข้าไปสู่วังวนแห่งอโคจรของชีวิต

ในซีซั่น Winter Anime 2018 ก็ได้มีการฉายอนิเมะที่ชื่อว่า Junji Ito Collection ซึ่งเป็นอนิเมะที่นำผลงานเรื่อง คลังสยอง ของ Ito Junji มาสร้างเป็นอนิเมะตอนสั้น ๆ คัดสรรค์มาแต่เรื่องเด็ด ๆ ทั้งนั้นให้เราได้ชมกัน ซึ่งอาจจะมีใครหลาย ๆ คนได้ชมกันไปบ้างแล้ว และถ้าหากได้ชมอนิเมะเรื่องนี้แล้วเกิดติดใจก็อย่าลืมลองไปหาต้นฉบับมาอ่านกันดูนะครับรับรองว่าได้อรรถรสไม่แพ้กันแน่นอน