เดือนเมษายนนี้เป็นเดือนที่หลายคนในประเทศญี่ปุ่นกำลังก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ในสภาพแวดล้อมแห่งใหม่ที่ไม่รู้จักและไร้ความคุ้นเคยโดยสิ้นเชิงทำให้หลาย ๆ คนวางตัวไม่ถูกหรือไม่ก็นิ่งเงียบไปเลยซึ่งสำหรับประเทศญี่ปุ่นที่มารยาทเป็นเรื่องสำคัญมากนั้นไม่ดีต่ออาชีพการงานแน่นอนครับ ผู้เขียนจึงขออนุญาตแนะนำ 5 ประโยคทรงอิทธิฤทธ์ หากพูดจนคุ้นเคยเป็นนิสัยจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงานและหัวหน้างานให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปครับ

  1. なるほどですね~ (นารุโฮโดะเดสเนะ – อย่างนี้นี่เอง / เข้าใจแล้ว)

เป็นอย่างนี้เองหรือคะ/ครับ เป็นคำที่ใช้แสดงตัวว่าผู้ฟังกำลังตั้งใจฟังในสิ่งที่ผู้พูดอธิบายอยู่ เป็นคำที่เหมาะกับการพูดกับเจ้านายหรือผู้ใหญ่ในบริษัทครับ นอกจากนี้คำว่า เอ (えぇ) หรือ ไฮ (はい) ก็เป็นคำที่ใช้ได้ แต่หากพูดคำซ้ำออกมาบ่อยมากเกินไปก็อาจถูกมองว่าเป็นคนมักง่ายได้ครับ

2. よろしくお願いいたします (โยโระชิกุ โอเนไกอิตะชิมัส – ใคร่ขอความกรุณา / ใคร่ขอความร่วมมือ)

เป็นการขอร้องให้อีกฝ่ายทำบางสิ่งบางอย่างให้ในระดับ “สุภาพมาก ๆ” ใช้บ่อยในการปิดท้ายประโยคขอร้องเช่นกรณีขอให้หัวหน้าตรวจเอกสารที่เราพิมพ์ว่าตรงตามรูปแบบดีหรือไม่หรือกรณีที่คาดหวังว่าคุณลูกค้าผู้มีอุปการะคุณจะใช้สินค้าหรือบริการของบริษัทเราอีกครั้งก็จะต้องพิมพ์ประโยคนี้ปิดท้ายเสมอ ๆ ครับ

3. ありがとうございます (อาริงาโตโกะไซมัส – ขอบคุณค่ะ / ครับ)

โดยพื้นฐานมารยาทของภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่นคล้ายกันครับ หากคู่สนทนาแสดงน้ำใจหรือทำบางสิ่งบางอย่างให้เราแล้วมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องแสดงความขอบคุณโดยพูดประโยคนี้ออกไป ในภาษาญี่ปุ่นมีเรื่องต้องระวังคือระดับภาษาที่มากกว่าครับ ตัวอย่างเช่นการขอบคุณเพื่อนพูดว่า ありがとう ก็เพียงพอแล้ว แต่ในสถานที่ทำงานการเติม ~ございます ต่อท้ายเป็นการแสดงความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญในการแสดงออกกับผู้ที่เรายังไม่รู้จักหรือผู้ที่เป็นหัวหน้างานเราอยู่ครับ

4. お世話になっております (โอเซวะนินัตเต๊ะโอริมัส – ขอบคุณที่กรุณา)

ในภาษาไทยจะใกล้เคียงกับ “เป็นพระคุณอย่างสูง” ที่มักใช้ในการเขียนจดหมายหรืออีเมล์ด้วยภาษาสุภาพ แต่สำหรับ โอเซวะนินัตเต๊ะโอริมัส หากแปลออกมาแล้วก็จะสื่อความหมายในเชิง “ขอบคุณที่กรุณาเสมอมา” ใช้กล่าวนำเมื่อเจอกับผู้ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ใช้บ่อยมาก ๆ ในการคุยโทรศัพท์กับบริษัทคู่ค้าหรือขึ้นต้นอีเมล์ครับ

กล่าวได้ว่าสังคมไทยยึดถือ “ความอ่อนน้อมถ่อมตนและความกตัญญู” เป็นเรื่องสำคัญ สังคมญี่ปุ่นเองแม้จะเป็นการพบกันครั้งแรกคู่สนทนาก็มีบุญคุณกับเราแล้วครับ ลูกค้าที่อยู่ต่อหน้าอาจเป็นผู้อุดหนุนซื้อสินค้าหรือเลือกบริการของบริษัทเรามาโดยตลอดก่อนที่ตัวเราจะได้เข้ามาทำงานที่ตำแหน่งนี้ คู่สนทนาจึงสมควรได้รับความเคารพนั่นเอง เพื่อนร่วมงานแม้ในบริษัทเดียวกันก็มีบทบาทต่อความสำเร็จและความมั่นคงโดยรวมของบริษัท ซึ่งตัวเราเองกำลังได้รับผลประโยชน์จุดนั้นอยู่ คำพูดแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตนและความกตัญญูจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง

5. 申し訳ありません (โมชิวาเคะอาริมะเซ็น – ขออภัย / ขอรับความผิดที่ได้ก่อ)

ประโยคนีิ้หากแปลตรงตัวแล้วหมายความว่า “ไม่มีคำแก้ตัวใด ๆ ทั้งสิ้น” จึงเป็นประโยคที่ใช้ขอโทษต่อความผิดพลาดที่เราก่อขึ้นครับ มนุษย์เรามีความพลาดพลั้งเกิดขึ้นได้เสมอ การพูดกับเพื่อนซึ่งเป็นสถานการณ์แบบกันเองจะใช้คำว่า ごめん (โกะเม็น) หรือ ごめんなさい (โกะเมนนะไซ) ก็เพียงพอแล้ว แต่ในสถานที่ทำงานคำพูดเหล่านี้กลับเป็นคำพูดที่แสดงความเป็นเด็ก และยังสุภาพไม่มากพอ (ภาษาญี่ปุ่นมีระดับความสุภาพหลายขั้น) ซึ่งไม่เหมาะสมนัก

อีกด้านหนึ่งคำว่า 申し訳ありません (โมชิวาเคะอาริมะเซ็น) หรือ 申し訳ございません (โมชิวาเคะโกะไซมะเซ็น) นอกจากจะแสดงความเสียใจอย่างที่สุดต่อความผิดที่เราก่อไปแล้ว ยังแสดงความเข้าใจในมุมมองของผู้มีวุฒิภาวะอีกด้วยว่าสิ่งที่ได้ทำไปเป็นการสร้างภาระหรือความลำบากแก่ผู้อื่นครับ

ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาที่อาศัยบริบทมากมายเพื่อทำความเข้าใจ ในบางครั้งการศึกษาจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลังของประโยคหรือประวัติความเป็นมาจึงมีความสำคัญที่หากผู้ศึกษาภาษาญี่ปุ่นรู้ไว้เป็นพื้นฐานก็จะสื่อสารกับชาวญี่ปุ่นอย่างได้ผลมากขึ้น ในการทำงานจริงซึ่งมีความลำบากสูงตัวเราเพียงลำพังย่อมผ่านพ้นไปได้ยากยิ่ง การพูดแสดงความขอบคุณที่อุตส่าห์เหนื่อยยากอย่าง お疲れ様でした (โอทสึคาเระซามะเดชิตะ) ต่อหัวหน้างานหรือรุ่นพี่จึงเป็นการแสดงมารยาทที่จะช่วยถนอมน้ำใจอันดีระหว่างกัน ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีซึ่งเป็นเหมือนพื้นฐานที่ทำให้เราประสบความสำเร็จยิ่ง ๆ ขึ้นไปในภายภาคหน้าและช่วยหลีกเลี่ยงความลำบากที่เกิดขึ้นโดยไม่จำเป็นได้ครับ

Source : RocketNews24 / SoraNews24