ใครที่เป็นแฟนผลงานการ์ตูนแอคชันผจญภัยในดินแดนหลังสงครามอย่าง Hokuto no Ken หรือ “ฤทธิ์หมัดดาวเหนือ” ผลงานของอาจารย์ Hara Tetsuo และ Buronzon คงต้องคุ้นเคยกับตัวละครพี่รองแห่ง 3 (+1) พี่น้องหมัดอุดรเทวะ นาม Toki ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดฝีมือในวิชาหมัดฉิมพลีดาวเหนือ ที่แตกต่างจากพี่น้องทุกคน คือเมื่อใช้มันปราบเหล่าร้าย พวกมันจะพบกับความตายอย่างเป็นสุข แม้ร่างกายจะบิดเบี้ยวจนผิดรูปร่างไปแล้วก็ตาม ซึ่งตัวละคร Toki แม้จะมีเพลงหมัดที่ร้ายกาจ แต่ใจเขานั้นกลับเปี่ยมเมตตา ใช้วิชาออกรักษาผู้คนที่เจ็บไข้ ในยุคที่วิชาการแพทย์กลายเป็นของที่เอื้อมถึงได้ยากจากพิษสงคราม นับเป็นตัวละครหนึ่งที่น่าจดจำไม่น้อย

ภายในเรื่อง เมื่อถึงจุดแตกหักระหว่างพี่น้อง หนึ่งคนต้องการเป็นผู้ครองใต้หล้า อีกคนหนึ่งต้องการหยุดไม่ให้ก่อกรรมทำเข็ญไปมากกว่านี้ การต่อสู้ระหว่างพี่น้อง Toki และ Raou จึงเกิดขึ้น ด้วยคำสัญญาแต่เด็กที่ว่าหากใครเดินหลงทางไปกับพลัง อีกคนจะต้องช่วยยับยั้งแม้ต้องแลกด้วยชีวิต เมื่อการต่อสู้ถึงจุดไคลแมกซ์ Toki ได้ชี้นิ้วขึ้นฟ้า และบอกกับ Raou ว่า

“มองขึ้นไปบนฟ้าสิ!! ดาวมรณะของเจ้า กำลังปรากฎเด่นชัด!!”

ซึ่งเป็นการบอกโดยนัยว่า เมื่อไรที่มี่ดาวมรณะปรากฎขึ้น จะต้องมีใครสักคนที่ต้องสิ้นชีพ แต่ดาวมรณะที่ว่านั่นมันมีจริงหรือ? หากมี แล้วจริง ๆ มันคือดาวอะไร? ต้องไปหาคำตอบกัน…

ก่อนอื่นต้องอธิบายว่า บนท้องฟ้าในยามค่ำคืน มีดาวฤกษ์ประเภทที่ 2 อยู่จำนวน 6 ดวง ที่เราสามารถมองเห็นได้ง่ายหากอยู่ตามชนบทที่ท้องฟ้าไม่มีสิ่งรบกวนนัก และนั่นคือสิ่งที่การ์ตูนเรื่อง Hokuto no Ken นำมาอ้างอิงอยู่บ่อย ๆ หลายคนรู้จักกลุ่มดาวนั้นในชื่อของ “กลุ่มดาวจระเข้” (北斗七星 – Big Dipper) ที่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มดาวหมีใหญ่ (おおぐま座 – Major Ursa) ซึ่งกลุ่มดาวหมีใหญ่เองนี้ตั้งอยู่ใกล้กับดาวเหนือ (北極星 – Polaris) แม้จะเป็นกลุ่มดาวที่ส่องแสงสว่างจนสามารถมองเห็นได้ตลอดปี แต่ช่วงเวลาที่สามารถมองเห็นได้เด่นชัดที่สุด คือช่วงเวลาโพล้เพล้ใกล้ค่ำ ยิ่งถ้าเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ฟ้าโปร่งด้วยล่ะก็ยิ่งดีเลย

อนึ่ง ถึงจะมีบางเจ้าที่เคยบอกว่ากลุ่มกลุ่มดาวจระเข้นั้นไม่ได้เป็นกลุ่มดาว แต่ทางสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล (IAU) ได้รับรองว่ากลุ่มดาวจระเข้ เป็นกลุ่มดาวแล้วนะ และนอกจากชื่อกลุ่มดาวจระเข้แล้ว ยังมีอีกชื่อคือกลุ่มดาวกระบวยใหญ่ กลุ่มดาวคันไถ กลุ่มดาวหัวช้าง อีกด้วย

กลุ่มดาวจระเข้นั้นเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มดาวหมีใหญ่ ที่ดูเหมือนเป็นส่วนหางของหมี ในภาษาญี่ปุ่นกลุ่มดาวจระเข้นี้มีชื่อว่า Hokuto Shichi Sei (北斗七星) ซึ่งตั้งชื่อจากดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้าทางทิศเหนือ (北 – hoku) ทั้งหมด 7 ดวง (七星 – shichi sei) และด้วยการเรียงตัวเป็นรูปกระบวย (斗 – tou) จึงได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มดาวกระบวยใหญ่ และไม่ใช่แค่เพียงญี่ปุ่นเท่านั้นที่มองและตั้งชื่อออกมาแบบนี้ แต่ในฝั่งตะวันตกก็ตั้งชื่อในทำนองเดียวกัน

แล้ว “ดาวมรณะ” (死兆星 – Shichousei) ที่ Toki กล่าวถึงนั้น มีอยู่จริงหรือ?

ชื่อของดาวฤกษ์ตามรูป เรียงจากขวาไปซ้าย-บนลงล่าง: Alkaid, Mizar, Alioth, Megrez, Phecda, Merak และ Dubhe

จากที่กล่าวไปข้างต้น ว่าในการ์ตูนเรื่อง Hokuto no Ken นั้น เมื่อใดที่มองเห็นดาวมรณะปรากฎขึ้นใกล้กลุ่มดาวจระเข้ จะต้องมีใครสักคนมีอันเป็นไปในไม่ช้า แล้วเจ้าดาวมรณะที่ว่ามันมีอยู่จริงหรือ? ก่อนอื่นมาไล่ลำดับกันก่อน กลุ่มดาวจระเข้นั้นประกอบไปด้วยกลุ่มดาวประเภทที่ 2 จำนวน 6 ดวง และประเภทที่ 3 จำนวน 1 ดวง (แบ่งประเภทตามความสว่าง) รวมกันเป็น 7 ดวง เรียงตัวในรูปแบบของกระบวย เมื่อมองไปที่ดาวฤกษ์ดวงที่ 2 นับจากฝั่งด้ามจับกระบวย คือดาวฤกษ์ Mizar จะเห็นว่ามีดาวฤกษ์อีกดวงที่อยู่ใกล้ ๆ กัน ชื่อ Alcor ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ประเภทที่ 4 (ส่องแสงสว่างน้อยที่สุด)

ถ้ามองจากตำแหน่งแล้ว จะเห็นว่าเจ้าดาวฤกษ์ Alcor นี้อยู่ในตำแหน่งเดียวกับดาวมรณะที่ Toki กล่าวถึงพอดี ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หากสายตาดีพอ แต่ถ้าไม่ ก็จะมองไม่เห็นเลย เพราะเป็นดาวฤกษ์ที่ส่องแสงสว่างได้น้อย ในสมัยก่อนดาวดวงนี้มีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อของทางอาหรับ ว่าถ้าออกรบแล้วมองเห็นดาวดวงนี้ จะมีชัยชนะต่อข้าศึก

แต่ในอีกแง่หนึ่ง คนเราเมื่อแก่ตัวลงแล้วสายตาจะไม่ค่อยดีจนมองไม่เห็นดาวดวงนี้ ในญี่ปุ่นจึงมีการตั้งชื่อให้กับมันว่า “ดาวบอกอายุขัย” (寿命星 – jumyousei) หรือ “หายลับไปเมื่อวัยสี่สิบ” (四十暮れ – shijuugure) ซึ่งในเรื่อง “ฤทธิ์หมัดดาวเหนือ” นั้นนำเสนอแบบตรงกันข้าม ว่ามองเห็นแล้วจะมีคนตาย แต่ในความเป็นจริงคือถ้ามองไม่เห็น นั่นแปลว่ายิ่งใกล้ความตายเข้าไปทุกทีต่างหาก เพราะแปลว่าเริ่มแก่ตัวแล้ว แถมอีกปัจจัยหนึ่งคือฝุ่นควันที่จะไปหักเหบดบังแสงจากดาว Alcor เพราะฉะนั้นถ้าอยู่ในเมืองนี่แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมองเห็น ถ้าเปลี่ยนไปมองดูจากชนบทอาจจะมองเห็นได้ง่ายกว่า

Source: News Livedoor