รอดหรือไม่รอดอยู่ที่ยอดขาย นักวาดชาวญี่ปุ่นโพสต์ทวิตเตอร์ขอร้องให้แฟน ๆ ช่วยกันอุดหนุนเล่มแรกก่อนโดนตัดจบ

0
2,622 views

คุณ Talow Okanishi นักวาดมังงะชาวญี่ปุ่นประสบปัญหายอดขายเล่มแรกของ Desordre ต่ำกว่าเป้าหมายจนอาจโดนทางนิตยสารยกเลิกการตีพิมพ์ Twitter จึงเหมือนฟางเส้นสุดท้ายของเขา จึงออกมาขอความกรุณาให้แฟน ๆ ช่วยกันอุดหนุนครับ

Desordre คือผลงานมังงะแนวแฟนตาซีกลิ่นอายยุโรป ตีพิมพ์เป็นซีรี่ย์อยู่ในรวมเล่มมังงะ Gekkan Morning two มาตั้งแต่ปี 2017 แต่ยอดขายรวมเล่ม ๆ แรกกลับไม่เป็นที่น่าพอใจนัก คุณ Talow จึงต้องแบกรับแรงกดดันอย่างหนักที่ผลงานของตัวเองอาจถูกยกเลิกไม่ตีพิมพ์อีกต่อไป ด้วยสื่อประจำยุคสมัยปัจจุบันอย่างโซเชียลมีเดีย เขาจึงตัดสินใจเขียนข้อความด้วยลายมือแล้วโพสต์ทาง Twitter ครับ

“ด้วยยอดขายของ Desordre เล่มที่ 1 ซึ่งตีพิมพ์ซีรี่ย์ใน Gekkan Morning two และเพิ่งวางจำหน่ายไปทำยอดได้ต่ำมาก ๆ ผมเสียใจที่จะกล่าวว่าหากยังเป็นแบบนี้ต่อไป มังงะเรื่องนี้จะถูกยกเลิกตีพิมพ์ในอีก 2 ตอนถัดมาครับ”

“เพียงแต่ หาก Desordre เล่ม 1 ทำยอดขายได้ดีตามเกณฑ์จนมีการพิมพ์เล่มที่ 2 เรื่องนี้ก็อาจตีพิมพ์ต่อไปได้ จึงใคร่ขอความกรุณาหากมีท่านใดอยากให้ Desordre ได้ตีพิมพ์ต่อไป รบกวนช่วยรีทวีตเพื่อโฆษณามังงะให้จะเป็นพระคุณยิ่ง”

“ผมทราบดีว่าการเขียนคำร้องแบบนี้เป็นเรื่องน่าอายจริง ๆ แต่หาก Desordre ถูกยกเลิกการตีพิมพ์ไปทั้งอย่างนี้ผมคงจะเสียใจไปทั้งชีวิตที่ไม่ได้พยายามทำอะไรเลย จึงตัดสินใจเขียนข้อความนี้ขึ้น”

“เมื่อข้อความนี้เขียนจบแล้วยอดขายของ Desordre เล่มที่ 1 ยังไม่เพิ่มขึ้น ผมจะได้ทราบว่านี่คือความผิดพลาดของมังงะเล่มนี้และตัวผมเอง และผมจะขอยอมรับการยกเลิกตีพิมพ์แต่โดยดี”

“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือครับ Talow Okanishi”

Desordre เพิ่งตีพิมพ์ซีรี่ย์ไปเพียง 11 ตอนเท่านั้น และด้วยเวลาที่เหลือเพียงสัปดาห์เดียวที่จะวัดคุณค่าของผลงานเพียงแค่ยอดขายซึ่งเป็นเวลาที่น้อยเกินไปอีกจึงไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ตัวเองในฐานะผลงานแห่งวงการมังงะได้ครับ ซ้ำร้ายชื่อของ Gekkan Morning two ก็ไม่ใช่ชื่อที่ได้รับความนิยมมากมายเท่าใดนัก ทำให้ผลงาน Desordre มีความเสียเปรียบตั้งแต่เปิดตัว แต่นี่คือความเป็นจริงที่อุตสาหกรรมการตีพิมพ์มังงะประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบันเป็นอยู่ครับ

แน่นอนว่าเมื่อโพสต์ออกไปในโลกโซเชียลที่มีบุคคลมากหน้าหลายตาก็มีกลุ่มนักจับผิด หรือนักซ้ำเติมคอยจ้องจี้จุดอ่อนกันทันที บ้างก็กล่าวว่าปัญหามันอยู่ที่คุณภาพผลงานของผู้เขียนเอง :

“เดี๋ยวนี้นักวาดมังงะใช้วิธีขอร้องกันแล้วเหรอ …”

“ผมว่าใช้ทวิตเตอร์ก็เท่านั้นแหละ คือเข้าใจว่าคุณเจอปัญหาเยอะมากจนต้องเขียนออกมา แต่นักวาดมังงะในอดีตไม่มีสื่อโซเชียลมีเดียช่วยนะ เมื่อถูกตัดจบสิ่งที่ทำได้คือยอมรับการกลับไปเริ่มใหม่แต่ต้นอีกครั้งเท่านั้นนะ”

“ช่วยไม่ได้อะ Gekkan Morning two ไม่ได้เป็นแบรนด์ที่โด่งดังเท่าไหร่”

“น่าอายเหลือเกิน ถ้าผลงานของคุณน่าสนใจคนย่อมซื้อเป็นธรรมดา เพราะคุณไร้ความสามารถเองเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้น คุณควรรู้สึกอายบ้างนะที่ต้องหันมาพึ่งคนอื่นเพื่อเพิ่มรายได้ ถ้ามีเวลาว่างพอมาเขียนของแบบนี้ก็น่าจะไปทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างมังงะให้มากกว่าเดิมดีกว่า”

“อาจเป็นเรื่องยากที่ต้องเจอผลงานตัวเองถูกตัดจบภายในแค่ 12 ตอน แต่คุณต้องวางแผนหาทางทำให้เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจสำหรับผู้อ่านมากกว่านี้ มังงะที่มีความน่าสนใจจะขายได้ด้วยตัวมันเองโดยที่เจ้าของงานไม่ต้องกล่าวอะไรเลย”

อีกด้านหนึ่ง บางคนที่ไม่ซ้ำเติมแต่ช่วยกันคิดหาทางก็มีครับ หลายคนกล่าวว่าถ้าอยากโฆษณามังงะเรื่องนี้น่าจะใส่ข้อมูลมาให้มากกว่านี้อีกหน่อยเช่น รูป, ภาพร่าง, สรุปเรื่องย่อหรือลิงค์เป็นต้น บ้างก็ถึงกับช่วยซื้อตามคำขอเลยก็มีครับ โดยอาจจะไม่ได้อ่านตอนที่ 1 หรือ 2 เพราะสามารถอ่านฟรีได้ที่เว็บของสำนักพิมพ์เลย :

“ก็เป็นเรื่องดีนะที่ได้เห็นคุณพยายามทำทุกวิถีทางอย่างถึงที่สุด ผมอ่านตอนที่ 1 ไปแล้วสนุกมากเลย”

“สั่งซื้อมาทาง Amazon แล้วครับ หวังว่าจะไม่โดนตัดจบนะครับ”

“ตอนที่ 1 สนุกมากครับ อาจจะไม่ค่อยคุ้นกับมังงะนักเพราะไม่เคยอ่านพวกวันพีซ ขอให้โชคดีพยายามสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะครับ ผมจะซื้อครับ”

“รู้จักเรื่องนี้จากสองตอนแรกที่ให้อ่านฟรี ก็สนุกดีครับเลยซื้อมาแล้ว”

“วันนี้ไปซื้อมาแล้ว หวังว่าจะตีพิมพ์ต่อไปนะครับ”

แม้จะมีข้อความตำหนิมากมาย ทวีตนี้ของคุณ Talow ก็มีคนกด Like กว่า 7,000 ครั้งและรีทวีตไปแล้วกว่า 14,000 ครั้ง (ณ เวลาที่เขียนข่าวนี้) อย่างน้อยที่สุดฟางเส้นสุดท้ายของคุณ Talow ก็แสดงผลให้เป็นที่รู้จักได้อย่างดีแล้ว ผู้เขียนข่าวเองก็คิดว่าหากแนบเนื้อหาตัวอย่างมาด้วยเล็กน้อยหรือลิงค์ไปเว็บให้ลองอ่านก็น่าจะได้ผลเยอะกว่านี้อยู่ ก็หวังว่ายอดขายจะเป็นไปตามเป้าหมายและได้ตีพิมพ์ต่อนะครับ หรือถ้าหากว่าท้ายที่สุดไม่ได้ไปต่อจริง ๆ ก็หวังว่าคุณ Talow จะยืนหยัดสร้างผลงานชิ้นต่อไปให้โด่งดังยิ่งกว่าเดิมครับ

นับเป็นเรื่องน่าลำบากใจสำหรับนักสร้างผลงาน ที่ยอดขายและรายได้ชี้เป็นชี้ตายหรือกระทั่งชี้คุณค่าของมังงะเรื่องนั้น ๆ อยู่ แต่ในความเป็นจริงของโลกอุตสาหกรรมมังงะเป็นเช่นนั้นครับ คุณ Talow Okanishi ไม่ใช่รายแรกที่ออกมาขอร้องลักษณะนี้ ก่อนหน้ามีคุณ Oku Hiroya ผู้วาด Gantz ก็เคยขอร้องให้แฟน ๆ ช่วยกันออกไปซื้อเล่มใหม่ นับเป็นเรื่องน่าเห็นใจเพราะการจะได้มาถึงจุดที่ผลงานได้รับการตีพิมพ์ ผู้วาดต้องผ่านอุปสรรค, ความเครียดและแรงกดดันมามากมาย คนเราเมื่อทุ่มเทแรงกายแรงใจเดินหน้าสร้างผลงานด้วยความเหนื่อยยากอย่างที่สุดย่อมไม่มีใครอยากเห็นงานของตัวเองกลายไปเป็นกระดาษชำระครับ

Source : SoraNews24

ถ้าชอบ "Like!" เลย

Follow on Twitter !