บริษัทโทรศัพท์และอุปกรณ์สื่อสารทางไกลญี่ปุ่น (NTT) ได้มีการประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ 23 เมษายน 2018 ว่าทางบริษัทได้เริ่มบล็อคเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์สามแห่งโดยเป็นมาตราการระยะสั้น ซึ่งหลังจากทางบริษัทเตรียมการเรื่องต่าง ๆ เสร็จแล้ว บริษัทย่อยอย่าง NTT Docomo และ NTT Plala จะดำเนินการต่อจนกว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะสามารถออกกฏหมายใหม่สำหรับการบล็อคเว็บไซต์

เมื่อวันที่ 17 เมษายนเวลา 3.32 น. ตามเวลาในญี่ปุ่น เว็บไซต์ Mangamura ซึ่งเป็นเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ไม่สามารถเข้าถึงได้หลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้ใส่ชื่อเป็นหนึ่งในเว็บไซต์ที่ต้องบล็อค เนื่องจากมีการเผยแพร่มังงะละเมิดลิขสิทธิ์ อย่างไรก็ตามหนังสือพิมพ์ Asahi Shimbun ได้รายงานจากแหล่งข่าวว่าเว็บไซต์ดังกล่าวไม่ได้มีการปิดตัวลงเพราะการบล็อคจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต แต่เป็นความประสงค์ของผู้ดูแลเว็บไซต์เอง

NTT ได้มีการเขียนเพิ่มเติมในประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า การตัดสินใจบล็อคเว็บไซต์เหล่านี้มาจากผลการประชุมของตัวแทนอุตสาหกรรมด้านเนื้อหาและสมาชิกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ที่มีส่วนรับผิดชอบในนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาและมาตราการตอบโต้การก่ออาชญากรรม ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นได้ขอผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของญี่ปุ่นให้บล็อคเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ในวันที่ 13 เมษายน 2018 แต่ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นพึ่งมีแผนสำหรับกฏหมายลิขสิทธิ์ใหม่ในปี 2562 เพื่อขยายขอบเขตการบล็อคเว็บไซต์ซึ่งในปัจจุบันยังใช้เฉพาะกับเว็บไซต์ที่ใช้สื่อลามกอนาจารกับเด็กเท่านั้น

รัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายที่จะบล็อคเว็บไซต์สามแห่งได้แก่ Mangamura, AniTube !, และ MioMio และหากพบเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ใหม่ จะมีการจัดตั้งหน่วยงานให้คำปรึกษากับผู้ประกอบการอินเตอร์เน็ตว่าจะทำเช่นไร และรัฐบาลญี่ปุ่นยังวางแผนที่จะยื่นบิลถึง Diet aimed เพื่อจำกัด leech sites รวมไปถึงกับเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์อื่น ๆ ด้วย

โดยเมื่อต้นเดือนเมษายน 2018 ที่ผ่านมาทางรัฐบาลได้ขอให้ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตบล็อคเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์เหล่านี้ อ้างอิงจาก Mainichi Shimbun พบว่ายอดผู้เข้าชมเว็บไซต์เหล่านี้เพิ่มขึ้นมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2017 เมื่อเว๋บไซต์เหล่านี้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และยอดขายมังงะแบบดิจิตอลลดลงในเดือนเดียวกันหลังจากที่เติบโตมาโดยตลอด

ทาง Mainichi Shimbun ตั้งข้อสังเกตว่าญี่ปุ่นยังไม่มีกฏหมายที่ชัดเจนที่ป้องกันการเข้าถึงเว็บไซต์รวมไปถึงยังฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นที่ว่าด้วยการละเมิดการเข้าถึงเนื้อหาและการเซนเซอร์มาตราที่ 21 “เสรีภาพในการชุมนุมและรวมตัวกันไม่ว่าจะเป็นการอภิปราย การรายงานข่าว และการแสดงออกอื่น ๆ ต้องได้รับการยอมรับ ต้องไม่มีการปิดกั้นใด ๆ หรือมีการเปิดเผยความลับใด ๆ ในการสื่อสารเกิดขึ้น”

รัฐบาลวางแผนที่จะให้เนื้อหาที่ละเมินลิขสิทธิ์เป็นอันตรายต่อผู้จัดพิมพ์และผู้สร้างเนื้อหา การบล็อคเว็บไซต์จึงได้รับอนุญาติภายใต้คำว่า “หลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น” ในประมวลกฏหมายอาญาของญี่ปุ่น

สมาคมผู้จัดจำหน่ายในต่างประเทศของญี่ปุ่น (CODA) อ้างว่าตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2017 – กุมภาพันธ์ 2018 การละเมิดลิขสิทธิ์ทำความเสียหายให้กับเจ้าของลิขสิทธิ์ในญี่ปุ่นมากถึง 400 พันล้านเยน

Source : Hachima Kikō via ANN